<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47219</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2019 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2019 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทวัญ&#039; แจงยังเปิดรับบริจาคช่วยน้ำท่วม เบิกจ่ายค่าทำศพ 35 รายแล้วกว่า 3 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รับมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากตัวแทนหนังสือพิมพ์ซิงเสียนเยอะเป้า และสมาคมไทย-เนปาลี แห่งประเทศไทย โดยนายเทวัญ กล่าวว่า สำหรับประชาชนที่ต้องการบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สามารถบริจาคเข้ากองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี บัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาทำเนียบรัฐบาล เลขที่บัญชี 067-0-06895-0 ได้ตลอดเวลา โดยบัญชีดังกล่าวจะไม่มีการปิดบัญชี ประชาชนที่ต้องการช่วยเหลือหรือทำบุญ สามารถบริจาคในช่วงเวลาใดก็ได้รวมถึงในช่วงที่ไม่ได้มีเหตุการณ์อุทกภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทวัญ กล่าวว่า สำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยได้จ่ายช่วยเหลือค่าทำศพผู้เสียชีวิตจำนวน 35 ราย เฉลี่ยรายละ 50,000 บาท บวกกับค่าเลี้ยงชีพอีก 30,000 บาท และกรณีหากมีบุตรจะให้อีก 30,000 บาท ซึ่งบางคนอาจจะได้เงินเยียวยาประมาณ 80,000 บางรายได้ประมาณ 100,000 บาท รวมจำนวนเงินที่เบิกจ่ายไปกว่า 3 ล้านบาท ส่วนที่เหลือต้องรอให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานความเสียหายของบ้านเรือนก่อนมาพิจารณาว่าอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะช่วยเหลืออย่างไรบ้าง เช่น การช่วยเหลือกรณีบ้านเรือนเสียหาย ทั้งหลังไม่เกิน 200,000 บาท รวมทั้งค่าอุปกรณ์ในการดำรงชีพ ที่ต้องดูรายละเอียดก่อนที่จะโอนเงินไปให้กับจังหวัดเพื่อซื้ออุปกรณ์ให้กับประชาชนตามความเป็นจริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47219</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม, นายเทวัญ ลิปตพัลลภ, บริจาคช่วยน้ำท่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191003/image_big_5d9571b164055.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2019 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2019 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.เผยยังมีพื้นที่น้ำท่วม 4 จว. เร่งสำรวจความเสียหายก่อนฟื้นฟู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.62 - นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า อิทธิพลพายุโซนร้อน &amp;quot;โพดุล&amp;quot; และพายุโซนร้อน &amp;ldquo;คาจิกิ&amp;rdquo; ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคมจนถึงปัจจุบัน (3 ต.ค. 62 เวลา 06.00 น.) ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ รวม 32 จังหวัด ได้แก่ ภาคเหนือ 10 จังหวัด ได้แก่ แพร่ เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร แม่ฮ่องสอน ลำปาง และสุโขทัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16 จังหวัด ได้แก่ นครพนม ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี อำนาจเจริญ มหาสารคาม ขอนแก่น หนองบัวลำภู ยโสธร กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ชัยภูมิ สุรินทร์ อุดรธานี เลย ศรีสะเกษ และสกลนคร ภาคตะวันออก 3 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี ตราด และสระแก้ว ภาคใต้ 3 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ระนอง และชุมพร รวม 184 อำเภอ 836 ตำบล 7,293 หมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนได้รับผลกระทบ 419,988 ครัวเรือน บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 22,882 หลังผู้เสียชีวิต 38 ราย (ยโสธร 9 รายร้อยเอ็ด 6 ราย อุบลราชธานี 6 ราย อำนาจเจริญ 5 ราย ขอนแก่น 3 ราย ศรีสะเกษ 3 ราย พิจิตร 2 ราย พิษณุโลก 1 ราย มุกดาหาร 1 ราย สกลนคร 1 ราย น่าน 1 ราย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร และร้อยเอ็ด อพยพประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานี 38 จุด 6,233 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมเจ้าหน้าที่ วัสดุอุปกรณ์ยานพาหนะ และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและคลี่คลายสถานการณ์ภัย โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำรถบรรทุกเครื่องส่งสูบน้ำระยะไกลเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง รวมถึงแจกจ่ายอาหารปรุงสุก น้ำดื่มและถุงยังชีพตามวงรอบ อีกทั้งดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประภัยในศูนย์พักพิงชั่วคราว อำนวยความสะดวกในการขนย้ายสิ่งของและการเดินทางในพื้นน้ำท่วมขัง อีกทั้งให้บริการด้านสาธารณสุขครอบคลุมการดูแลสุขภาพและสภาพจิตใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจังหวัดที่สถานการณ์อุทกภัยคลี่คลายแล้ว ให้เร่งสำรวจประเมินความต้องการการช่วยเหลือของผู้ประสบภัย พร้อมจัดทำบัญชีความเสียหายให้ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งการประกอบอาชีพ ชีวิตความเป็นอยู่ ที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตร ปศุสัตว์สาธารณูปโภค เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ โดยเฉพาะด้านที่อยู่อาศัย แยกเป็น เสียหายทั้งหลัง และเสียหายบางส่วน ตลอดจนซ่อมแซมและฟื้นฟูสิ่งสาธารณประโยชน์ให้สามารถใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว ท้ายนี้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47204</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, จ.ยโสธร, จ.ร้อยเอ็ด, จ.ศรีสะเกษ, จ.อุบลราชธานี, ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม, พื้นที่ประสบอุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190912/image_big_5d79a834e5c32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45948</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2019 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2019 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นศ.วิศวะ ม.อุบลฯ ผลิตเครื่องชาร์จแบตมือถือช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นศ.วิศวะ ม.อุบลฯ เร่งผลิตเครื่องชาร์จแบตเตอรี่มือถือ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมไม่มีไฟฟ้าใช้ คาดว่าจะยังคงใช้เวลานานกว่าระดับน้ำจะลดลง พร้อมทั้งเตรียมผลิตเครื่องกรองน้ำสะอาด และชุดพลังงานให้แสงสว่าง แจกจ่ายไปตามชุมชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.62 - ผศ.ดร.มงคล ปุษยตานนท์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.อุบลราชธานี เปิดเผยว่าขณะนี้ถึงแม้สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี จะเริ่มคลี่คลายลง แต่หลายชุมชนยังมีปริมาณน้ำท่วมขังอยู่ และจะท่วมอีกนานนับเดือน ซึ่งประชาชนจำนวนนี้จะได้รับความเดือดร้อนไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง ไฟฟ้าในการใช้ประโยชน์ในสิ่งของเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงโทรศัพท์มือถือ ซึ่งมีความจำเป็นในการติดต่อสื่อสารและติดตามข่าวสารจากทางราชการ ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จึงได้เร่งผลิตเครื่องชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์ เพื่อส่งมอบผ่านศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ไปยังผู้ประสบภัยน้ำท่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อมูลการสำรวจพบว่าชาวบ้านหลายชุมชนยังอาศัยในบ้านเรือน ไม่อพยพขึ้นมาที่ศูนย์ช่วยเหลือ ด้วยปัจจัยหลายประการทั้งการเคลื่อนย้ายที่ลำบาก เป็นห่วงบ้านเรือนที่พักอาศัย จึงจำเป็นที่ต้องอาศัยอยู่ในชุมชนต่อไป ซึ่งหลายชุมชนไม่มีไฟฟ้าใช้ เนื่องจากว่าไฟฟ้าที่จ่ายให้ตามบ้านเรือนถูกตัด ป้องกันอุบัติเหตุทางไฟฟ้า ทำให้แบตเตอรี่หรือพลังงานที่อยู่ในโทรศัพท์หมดไป ทั้งนี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการติดต่อสื่อสารของผู้ประสบภัย ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จึงได้ผลิตชุดเครื่องจ่ายพลังงานชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์แบบเคลื่อนที่และพร้อมใช้งาน ซึ่งจำลองจากชุดชาร์จโทรศัพท์ในรถยนต์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประสบภัยในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของเครื่องชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์ ประกอบด้วย แบตเตอร์รี่รถยนต์ &amp;nbsp;ขนาด 60 Ah จำนวน 1 เครื่อง ชุดหัวชาร์จรองรับการใช้งานหัวชาร์จ USB จำนวน 10 หัว ตะกร้าชุดสายชาร์จ เบรกเกอร์ รถเข็นแบบล้อลาก และชุดชาร์จไฟแบตเตอร์รี่ โดยเครื่องชาร์จโทรศัพท์ แบตเตอรี่ สามารถชาร์จโทรศัพท์ได้จำนวน 20-30 เครื่อง ในเบื้องต้น คณะได้ผลิตจำนวน 5 ชุด งบประมาณชุดละ 4,000 บาท โดย ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จะได้นำส่งมอบให้กับชุมชนที่ในพื้นที่ต่างๆ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ยังได้ดำเนินการจัดทำอุปกรณ์ขึ้นมาอีก 2 ชนิด ได้แก่ เครื่องกรองน้ำสะอาด และชุดพลังงานให้แสงสว่าง เพื่อนำช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45948</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม, น้ำท่วมอุบลราชธานี, อุทกภัย, เครื่องชาร์จแบตเตอรี่มือถือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190917/image_big_5d8077c36ec5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
