<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2019 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2019 16:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิว&#039;ร่วมหารายได้ ช่วยผู้ประสบภัย&#039;ปาบึก&#039;ที่บ้านเกิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เป็นนักร้องหนุ่มสายเลือดปักษ์ใต้โดยแท้สำหรับ บิว-พงค์พิพัฒน์ อาร์สยาม นักร้องลูกทุ่งเสียงนุ่ม ล่าสุดขอเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม &amp;ldquo;ปั่นรวมใจช่วยภัยปาบึก @นครศรีธรรมราช2019&amp;rdquo; เพื่อหารายได้ช่วยผู้ประสบภัยพายุโซนร้อนปาบึก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ตอนช่วงที่พายุโซนร้อนปาบึก เข้าภาคใต้ บิวกังวลใจมาก ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพราะว่าเราเป็นลูกชาวใต้อย่างแท้จริง บ้านเกิดบิวอยู่ที่จังหวักสุราษฏร์ธานี ตอนนั้นก็แอบลุ้นว่าที่บ้านจะเป็นอะไรมากหรือเปล่า ซึ่งโชคดีว่าที่บ้านไม่ได้รับผลกระทบอะไร แต่พี่ๆ น้องๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นบ้านใกล้เรือนเคียงกัน โดนหนักมาก ซึ่งตรงนี้มันเป็นภัยจากธรรมชาติ ทุกคนเข้าใจและยอมรับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่หลังจากพายุพัดผ่านไปก็มาถึงช่วงฟื้นฟู ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์นี้ บิวขอเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม ปั่นรวมใจช่วยภัยปาบึก @นครศรีธรรมราช2019 เพื่อหารายได้ช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย บิวมองว่าช่วยอะไรได้ก็ต้องช่วย อยากน้อยบิวก็ขอเป็นกระบอกเสียงให้ทุกคนร่วมด้วยช่วยกัน เพื่อพี่น้องชาวใต้ทุกคน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม&amp;nbsp;bew_pongpipat&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติดตาม&lt;/p&gt;



</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28297</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยผู้ประสบภัยพายุปาบึก, นักร้องลูกทุ่ง, บิว พงค์พิพัฒน์, บิว-พงค์พิพัฒน์ อาร์สยาม, พายุปาบึก, พายุโซนร้อนปาบึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190204/image_big_5c5807951502b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2019 08:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2019 08:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;เผยสมเด็จพระสังฆราชฯทรงประทาน1ล้านบาทช่วยผู้ประสบภัย&#039;ปาบึก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ม.ค.62- เมื่อเวลา 20.20 น. ที่ห้องส่ง5 อาคารปฏิบัติการ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;วันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เป็นประธานรับมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุปาบึกในพื้นที่ภาคใต้ ในงาน &amp;quot;รวมน้ำใจไทยช่วยวาตภัยใต้&amp;quot; ซึ่งจัดโดยสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับ บริษัท อสมท. จำกัด(มหาชน) โดยมีการถ่ายทอดสดออกอากาศตลอดการจัดรายการผ่านช่อง 9 MCOD HD และเครือข่ายทั่วประเทศ รวมทั้งเปิดหมายเลขโทรศัพท์พิเศษระบบอัตโนมัติหมายเลข 02-245 0700-19 (20 คู่สาย) เพื่อให้ประชาชนได้โทรศัพท์เข้ามาร่วมบริจาคในขณะดำเนินรายการ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลสั่งการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ สำรวจความเสียหายอย่างเร่งด่วนเพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติโดยเร็ว โดยภาพรวมของสถานการณ์ยังคงมีผลกระทบจากพายุปาบึกในหลายจังหวัด ผลจากการสำรวจความเสียหายและการให้ความช่วยเหลือ รัฐบาลได้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อสำรวจความเสียหายใน 16 จังหวัดเบื้องต้น ด้านชีวิตมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 4 ราย ด้านที่อยู่อาศัย มีบ้านเรือนเสียหาย 11,849 หลัง โดยในส่วนที่เสียหายทั้งหลัง รัฐบาลจะจัดสร้างให้ใหม่ โดยข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร อาสา สถาบันอาชีวะศึกษา ร่วมกับภาคเอกชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบ้านเรือนที่เสียหายบางส่วนรัฐบาลจะเร่งซ่อมแซมให้แล้วเสร็จ นอกจากนี้ยังมีความเสียหายในด้านศาสนสถาน และอื่นๆ ทั้งนี้ถึงแม้ประชาชนจะอพยพกลับแล้ว แต่จะมีการตั้งโรงครัวพระราชทานให้กับประชาชนในพื้นที่เสียหายหนัก เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรง มีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นำรายได้จากการจัดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว มาช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ทรงประทานเงินจำนวน 1 ล้านบาท ในการช่วยเหลือครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้มอบเงินส่วนตัวช่วยเหลือ จำนวน 100,000 บาท โดยมี นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนรับมอบ ก่อนที่นายกฯจะร่วมรับสายโทรศัพท์ด้วยตนเอง โดยสายแรกที่ร่วมบริจาคกับนายกฯ จำนวน 2,000 บาท ขณะที่ยอดบริจาคล่าสุดเวลา 21.15 น. จำนวน 123 ล้านบาท.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26012</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยผู้ประสบภัยพายุปาบึก, บิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, ประทานเงิน 1 ล้านบาท, สมเด็จพระสังฆราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b9898b5ca373.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25814</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/01/2019 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2019 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ธพว. สั่งพักชำระหนี้6 เดือนอุ้มเอสเอ็มอีอ่วมจากพายุปาบึก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ม.ค.2562 นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า ตามที่หลายจังหวัดของพื้นที่ภาคใต้อาจได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน &amp;ldquo;ปาบึก&amp;rdquo; ซึ่งจะมีผลให้เกิดอุทกภัย ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และส่งผลให้ผู้ประกอบธุรกิจในภาคใต้ได้รับความเสียหาย และประสบปัญหาทางตรงและทางอ้อมด้านการประกอบอาชีพ&amp;nbsp; ซึ่งธนาคารได้ออก 2 มาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือลูกค้าธนาคารที่จะได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในครั้งนี้&amp;nbsp; ได้แก่ 1.มาตรการพักชำระหนี้ สำหรับเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา (Term loan) พักชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน ส่วนสัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Note : P/N) ออกมาตรการช่วยเหลือพักชำระดอกเบี้ยเป็นเวลาไม่เกิน 6 เดือน

และ 2.มาตรการ วงเงินสินเชื่อฉุกเฉินเพื่อฟื้นฟูกิจการ&amp;nbsp; เพื่อให้ลูกค้าธนาคารที่ได้รับความเสียหาย มีเงินทุน นำไปฟื้นฟูและหมุนเวียนในกิจการ ซึ่งมีระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี&amp;nbsp; ปลอดชำระคืนเงินต้น (Grace Period) ไม่เกิน 1 ปี คิดอัตราดอกเบี้ย 0.415% ต่อเดือน ตลอดอายุสัญญา วงเงินสินเชื่อสูงสุดต่อราย ดังนี้&amp;nbsp; 1.ลูกหนี้ที่มีวงเงินอนุมัติรวมไม่เกิน 1 ล้านบาท ให้วงเงินกู้ไม่เกิน 5 แสนบาท 2.ลูกหนี้ที่มีวงเงินอนุมัติรวมมากกว่า 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ให้กู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท&amp;nbsp; และ3.ลูกหนี้ที่มีวงเงินอนุมัติมากกว่า 5 ล้านบาท ให้กู้สูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท ทั้งนี้รวมวงเงินเดิมแล้วไม่เกิน 15 ล้านบาท ส่วนหลักประกันให้พิจารณาหลักประกันเดิมก่อน และสามารถใช้หลักประกัน บสย. ค้ำประกัน เฉพาะมาตรการที่เพิ่มไม่เกิน 2 ล้านบาท

นอกจากนั้น สำหรับเอสเอ็มอีที่ต้องการเงินทุนเพื่อเสริมศักยภาพธุรกิจหลังภัยพิบัติผ่านไปแล้ว ธนาคารได้เตรียมสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษไว้รองรับ&amp;nbsp; สำหรับใช้ลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ และหมุนเวียน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน (Local Economy Loan)&amp;nbsp; ครอบคลุมสนับสนุนกลุ่มเกษตรแปรรูป ธุรกิจท่องเที่ยว/ท่องเที่ยวชุมชน ผู้ประกอบการใหม่ มีนวัตกรรม&amp;nbsp; กลุ่มค้าส่งค้าปลีก ร้านโชห่วย ร้านค้าชุมชน&amp;nbsp; ร้านธงฟ้า&amp;nbsp; ผู้ประกอบการค้าสินค้าเกษตร และผู้ประกอบอาชีพอิสระ เป็นต้น คิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ บุคคลธรรมดาปีที่ 1-3&amp;nbsp; เพียง 0.42% ต่อเดือน และนิติบุคคล&amp;nbsp; จะมีอัตราดอกเบี้ยถูกลงไปอีก ปีที่ 1-3 เพียง 0.25% ต่อเดือน


นายมงคล กล่าวอีกว่า เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ ธนาคารพร้อมให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม &amp;lsquo;SME D Bank&amp;rsquo; แอปพลิเคชัน&amp;nbsp; สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ทุกเวลา ทุกสถานที่&amp;nbsp; ภายใต้รหัส 24x7 หมายถึง ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้ง 7 วัน&amp;nbsp; ทำงานควบคู่กับหน่วยบริการเคลื่อนที่รถม้าเติมทุน ส่งเสริม SMEsไทย ฉับไว ไปถึงถิ่น&amp;nbsp; เมื่อผู้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อผ่านออนไลน์ จากนั้นภายใน 3 วัน เจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อกลับ&amp;nbsp; เพื่อนัดหมายให้หน่วยรถม้าเติมทุนฯ&amp;nbsp; เข้าไปพบ เพื่อขอดูข้อมูลเชิงประจักษ์การดำเนินธุรกิจจริง สามารถรู้ผลการพิจารณาสินเชื่อได้ใน 7 วัน ขณะเดียวกัน พนักงานของธนาคาร ทำงานภายใต้รหัส 8-8-7 หมายถึง 8 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม (8:00-20:00 น.) ตลอด 7 วัน อีกทั้ง ได้เปิด &amp;ldquo;ศูนย์บริหารรถม้าเติมทุน&amp;rdquo; (Operation Center) ที่ชั้น 11 สำนักงานใหญ่ SME Development Bank ทำหน้าที่ติดตามการทำงานของหน่วยรถม้าเติมทุนฯ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดตามเป้าหมายที่วางไว้

&amp;ldquo;ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ธนาคารจากส่วนกลาง และเจ้าหน้าที่สาขาในพื้นที่เข้าเยี่ยมเยือนและสำรวจความเสียหายเพื่อช่วยเหลือได้ทันท่วงที และเปิด Call Center หมายเลข 1357&amp;nbsp; ไว้คอยรับแจ้งขอความช่วยเหลือ&amp;nbsp; ดังนั้น&amp;nbsp; ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในครั้งนี้ มั่นใจได้ว่าจะได้รับความช่วยเหลือและดูแลจาก ธพว. อย่างใกล้ชิด ทั่วถึง และทันท่วงที&amp;rdquo; นายมงคล กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25814</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยผู้ประสบภัยพายุปาบึก, ธพว., พักชำระหนี้, มงคล ลีลาธรรม, เอสเอ็มอีแบงก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180310/image_big_5aa32ea3ed2cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2019 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2019 19:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรือหลวงอ่างทอง พร้อมลุยฝ่าพายุ &#039;ปาบึก&#039; ช่วยบรรเทาสาธารณภัยทางทะเล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ม.ค.62 -&amp;nbsp;พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) สั่งการให้ หมู่เรือเฉพาะกิจบรรเทาสาธารณภัยทางทะเล มีเรือหลวงอ่างทอง หมายเลข 791 ซึ่งเป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ เป็นเรือบัญชาการและฐานปฏิบัติการในทะเล และเรือหลวงมกุฎราชกุมาร ที่จอดเทียบท่าเทียบเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี เตรียมความพร้อมขั้นสูงสุด ในปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรณีหากเกิดภัยพิบัติจากพายุโซนร้อนปาบึกในพื้นที่ภาคใต้ ด้วยแนวทาง &amp;ldquo;FROM THE SEA&amp;rdquo; สามารถออกเรือเดินทางได้เมื่อหน่วยเหนือสั่งการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในภารกิจครั้งนี้ยังได้จัดเตรียมอากาศยาน&amp;nbsp;2 ลำ ชุดปฏิบัติการพิเศษจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ (นสร.กร.) หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (น.ย.) หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) ชุดแพทย์สนามจากกรมแพทย์ทหารเรือ (พร.) และชุดฟื้นฟูพื้นที่จากกรมก่อสร้างและพัฒนา ฐานทัพเรือสัตหีบ (กสพ.ฐท.สส.) และยุทโธปกรณ์ เครื่องมือจักรกลหนักที่ใช้ในการฟื้นฟูพื้นที่และสิ่งปลูกสร้าง โดยมอบหมายให้พล.ร.ต.ชวิน เวียงวิเศษ เป็นผู้บังคับหมู่เรือฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เรือหลวงอ่างทอง เป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ ประเภท LPD (Landing Platform Dock) เป็นเรือในชั้น Endurance Class เข้าประจำการในสังกัด กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยุทธการ เมื่อวันที่ 19 เม.ย.55 มีกำลังพลประจำเรือ 151 นาย มีระวางขับน้ำปกติ 7,600 ตัน &amp;nbsp;มีความยาว 141 เมตร กว้าง 21 เมตร กินน้ำลึก 4.6 เมตร มีความสูงถึง 9 ชั้น ความเร็วสูงสุดมากกว่า 17 นอต ระยะปฏิบัติการมากกว่า 5,000 ไมล์ทะเล และสามารถปฏิบัติการในทะเลไม่น้อยกว่า 45 วัน ถือว่ามีความใหญ่เป็นอันดับสามรองจาก เรือหลวงสิมิลัน และเรือหลวงจักรีนฤเบศร ที่ประจำการอยู่ในฝูงเรือรบแห่งราชนาวีไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากภารกิจการสนับสนุนการยกพลขึ้นบกให้กับกำลังรบ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน จากทะเลสู่ฝั่งในการเข้าโจมตีโฉบฉวยสะเทินน้ำสะเทินบกแล้ว ยังสามารถขนส่งลำเลียงทางทะเล รวมไปถึงการลำเลียงขนส่งทางอากาศด้วยอากาศยาน อีกทั้งยังเป็นเรือบัญชาการฐานปฏิบัติการในทะเล ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ การส่งอาหาร และยาเวชภัณฑ์ทางอากาศ รวมถึงการช่วยเหลืออพยพประชาชนออกจากพื้นที่ภัยพิบัติจากฝั่งสู่อู่ลอยของเรือได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทะเลที่กำลังเกิดคลื่นลมแรง ซึ่งอาจกล่าวได้ว่ามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเป็นทั้งฐานลอยน้ำและฐานบินเคลื่อนที่ สำหรับรับ-ส่งผู้ประสบภัยกลางทะเล รวมไปถึงเป็นโรงพยาบาลเคลื่อนที่สำหรับการปฐมพยาบาล และใช้ในการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติจากวาตภัย เรือหลวงอ่างทอง พร้อมที่จะออกเรือจากท่าเทียบเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เดินทางเข้าพื้นที่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ภายใน 15 ชั่วโมง&amp;nbsp;สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25692</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยผู้ประสบภัยพายุปาบึก, ฐานทัพเรือสัตหีบ, บรรเทาสาธารณภัยทางทะเล, พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์, พายุปาบึก, พายุโซนร้อน, เรือหลวงอ่างทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190103/image_big_5c2df8715b345.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
