<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76140</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2020 12:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2020 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เมเจอร์ แคร์&#039;เร่งช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบอุทกภัย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv4639742885msonospacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เด่น ดับโศก ผู้บริหาร มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ พร้อมด้วยทีมงานมูลนิธิฯ และพนักงาน บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ลงพื้นที่แจกถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมให้กำลังใจชาวบ้าน ชุมชนบางแก้ว หมู่ 1 ต.ปากแคว และ ชุมชนคลองแม่รำพัน หมู่ 2 ต.บ้านกล้วย อ.เมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv4639742885msonospacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้ ถนนในหมู่บ้านถูกน้ำซัดตัดขาด ส่งผลให้บ้านเรือนชาวบ้านหลายหลังคาเรือนได้รับความเดือดร้อน และขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภค มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ จึงได้บรรจุถุงยังชีพเครื่องอุปโภคบริโภค ทั้ง ข้าวสาร อาหารแห้ง ปลากระป๋อง มาม่า และ น้ำดื่ม จำนวน 300 ชุด มามอบให้ เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ณ อ.เมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv4639742885msonospacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv4639742885msonospacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv4639742885msonospacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv4639742885msonospacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv4639742885msonospacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv4639742885msonospacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv4639742885msonospacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv4639742885msonospacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv4639742885msonospacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv4639742885msonospacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76140</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สุโขทัย, ช่วยผู้ประสบอุทกภัย, ถุงยังชีพ, น้ำท่วม, มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์, เด่น ดับโศก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200901/image_big_5f4ddb6cafa6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48217</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2019 10:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.เผยอุทกภัยคลี่คลายแล้วทุกจังหวัด เร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.62 - นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่าอิทธิพลพายุโซนร้อน &amp;quot;โพดุล&amp;quot; และพายุโซนร้อน &amp;ldquo;คาจิกิ&amp;rdquo; ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2562 จนถึงปัจจุบัน (17 ต.ค. 62 เวลา 06.00 น.) ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ รวม 32 จังหวัด ได้แก่ ภาคเหนือ 10 จังหวัด ได้แก่ แพร่ เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร แม่ฮ่องสอน ลำปาง และสุโขทัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16 จังหวัด ได้แก่ นครพนม ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี อำนาจเจริญ มหาสารคาม ขอนแก่น หนองบัวลำภู ยโสธร กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ชัยภูมิ สุรินทร์ อุดรธานี เลยศรีสะเกษ และสกลนคร ภาคตะวันออก 3 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี ตราด และสระแก้ว ภาคใต้ 3 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ระนอง และชุมพร รวม 184 อำเภอ 836 ตำบล 7,293 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 419,988 ครัวเรือน บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 35,006 หลัง ผู้เสียชีวิต 40 ราย (ยโสธร 9 ราย ร้อยเอ็ด 6 ราย อุบลราชธานี 6 ราย อำนาจเจริญ 5 ราย ขอนแก่น 3 ราย ศรีสะเกษ 4 ราย พิจิตร 2 ราย พิษณุโลก 1 ราย มุกดาหาร 1 ราย สกลนคร 1 ราย น่าน &amp;nbsp;1 ราย สุรินทร์ 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด แต่ยังคงมีผู้อพยพในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี 2 จุด รวม 13 ครัวเรือน 46 คน เนื่องจากบ้านเรือนเสียหายอยู่ระหว่างซ่อมสร้าง และฟื้นฟูทำความสะอาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมเจ้าหน้าที่ วัสดุอุปกรณ์ ยานพาหนะ และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและคลี่คลายสถานการณ์ภัย รวมถึงเร่งสำรวจประเมินความต้องการการช่วยเหลือของผู้ประสบภัย พร้อมจัดทำบัญชีความเสียหายให้ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งการประกอบอาชีพ ชีวิตความเป็นอยู่ที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตร ปศุสัตว์ สาธารณูปโภค เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ตลอดจนซ่อมแซมและฟื้นฟูสิ่งสาธารณประโยชน์ให้สามารถใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48217</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, ชยพล ธิติศักดิ์, ช่วยผู้ประสบอุทกภัย, ฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181210/image_big_5c0dd0ec3ffb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2019 09:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2019 09:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.เผยอุบลยังมีพื้นที่น้ำท่วม 2 อำเภอ พร้อมเร่งช่วยผู้ประสบภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.62 - นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่าอิทธิพลพายุโซนร้อน &amp;quot;โพดุล&amp;quot; และพายุโซนร้อน &amp;ldquo;คาจิกิ&amp;rdquo; ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2562 จนถึงปัจจุบัน (10 ต.ค.62 เวลา 06.00 น.) ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ รวม 32 จังหวัด ได้แก่ ภาคเหนือ 10 จังหวัด ได้แก่ แพร่ เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร แม่ฮ่องสอน ลำปาง และสุโขทัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16 จังหวัด ได้แก่ นครพนม ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี อำนาจเจริญ มหาสารคาม ขอนแก่น หนองบัวลำภู ยโสธร กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ชัยภูมิ สุรินทร์ อุดรธานี เลยศรีสะเกษ และสกลนคร ภาคตะวันออก 3 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี ตราด และสระแก้ว ภาคใต้ 3 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ระนอง และชุมพร รวม 184 อำเภอ 836 ตำบล 7,293 หมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนได้รับผลกระทบ 419,988 ครัวเรือน บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 35,649 หลัง ผู้เสียชีวิต 39 ราย (ยโสธร 9 ราย ร้อยเอ็ด 6 ราย อุบลราชธานี &amp;nbsp;6 รายอำนาจเจริญ 5 ราย ขอนแก่น &amp;nbsp;3 ราย ศรีสะเกษ 4 ราย พิจิตร 2 ราย พิษณุโลก 1 ราย มุกดาหาร 1 ราย สกลนคร 1 ราย น่าน 1 ราย) ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี และอำเภอวารินชำราบ รวม 2 เทศบาล 10 หมู่บ้าน ส่วนอำเภออื่นๆ มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำทางการเกษตรบางพื้นที่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47739</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, ช่วยผู้ประสบอุทกภัย, น้ำท่วมอุบลราชธานี, ปภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190912/image_big_5d79a834e5c32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯบินเยี่ยมน้ำท่วมอุบลรอบ2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ&amp;quot; ขอบคุณคนไทยบริจาคช่วยผู้ประสบอุทกภัย เตรียมลงพื้นที่ จ.อุบลฯ อีกรอบ 19 ก.ย.นี้ โวยสั่งทำแก้มลิงรับน้ำ โดนบิดเบือนหาให้คนปลูกข้าวเปลี่ยนมาเลี้ยงปลา &amp;quot;คลัง&amp;quot; ปัดถังแตก ยันเงินคงคลังล้นหีบ 5.12 แสนล้านบาท แจงเปิดรับบริจาคเพิ่มช่องทาง ปชช.ช่วยกัน &amp;quot;กรมชลฯ&amp;quot; ระบุ &amp;quot;เมืองอุบล-วารินชำราบ&amp;quot; น้ำลดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเช้าวันที่ 18 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chon-o-cha&amp;quot; ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมบริจาคเงินช่วยน้ำท่วมว่า &amp;quot;ผมขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือเพื่อพี่น้องชาวอุบลที่ประสบภัยน้ำท่วม ทุกองค์กร ทุกหน่วยงาน ประชาชนทุกคน ขอบคุณมากครับ #คนไทยเราไม่ทอดทิ้งกันครับ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในวันที่ 19 ก.ย.นี้ เวลา 13.00 น.พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะมีกำหนดเดินทางไปตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยที่ จ.อุบลราชธานี โดยจะออกเดินทางด้วยเครื่องบินเที่ยวพิเศษ ไปยังท่าอากาศยานทหารกองบิน 21 จากนั้นเวลา 14.00 น. นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ จะเดินทางโดยรถยนต์ไปยังศูนย์พักพิงมณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อ.วารินชำราบ เพื่อรับฟังบรรยายสรุปการบริหารจัดการน้ำ การเตรียมแผนฟื้นฟูเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และเดินทางไปตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัย พร้อมมอบถุงยังชีพ จำนวน 83 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายกฯ จะเดินทางโดยรถยนต์ไปยังตลาดสดเทศบาล 3 สถานีวัดระดับน้ำ M7 เพื่อลงเรือตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยชุมชนริมแม่น้ำมูล และมอบถุงยังชีพผู้ประสบภัยที่ยังอาศัยอยู่ในบ้านเรือน พร้อมเก็บขยะในแม่น้ำมูลด้วย ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในเวลา 17.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม อิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานเปิดการประชุมประจำปี 2562 ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เรื่องการขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงพื้นที่ เชื่อมไทย ก้าวไกล เชื่อมโลก&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งถึงเรื่องปัญหาน้ำท่วมว่า ตนได้สั่งให้ทำแก้มลิง แต่ก็ไม่ได้สั่งให้ทำแบบกระจ๊อกกระแจ๊ก หรือสั่งให้ประชาชนเลี้ยงปลา เป็นคนละเรื่อง แต่พูดถึงแก้มลิงขนาดใหญ่ เป็นทะเลสาบ ให้พื้นที่น้ำท่วมไหลลงมาสู่แก้มลิงนี้ได้ ระยะยาวจะเรียกว่าทะเลสาบ ระยะสั้นจะเรียกว่าแก้มลิง ซึ่งรัฐจะต้องจ่ายค่าเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้าง ช่วงนี้ก็ปล่อยปลาลงไปเพื่อให้ชาวบ้านได้จับไปกินไปขายไปใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ได้คิดง่ายๆ อย่างที่มีคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ใช่ให้คนปลูกข้าวเปลี่ยนมาเลี้ยงปลา ไปสร้างภาพลักษณ์ผมในทางที่ไม่ใช่ ไม่ใช่สิ่งที่ผมถ่ายทอดออกไปหรือพูดออกไป เป็นคนละเรื่องคนละประเด็น ถ้าผมคิดอย่างนั้นไม่ต้องเป็นนายกฯ หรอก เป็นผู้หมู่ยังไม่ได้เลย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า หลักการทำงานฝ่ายปฏิบัติจะต้องตอบประชาชนให้ได้ ไม่ใช่นายกฯ ตอบคนเดียวไม่ได้ ต้องบอกประชาชนว่าสิ่งไหนทำได้ สิ่งไหนทำไม่ได้ &amp;nbsp;ถ้านายกฯ ไปพูดก็จะหนักและแรง วันนี้ลองไปเปิดดูโทรทัศน์หรือใครไปต่างประเทศ ลองดู ถนนประเทศไทยดีที่สุดในอาเซียน ซึ่งเราจะต้องพัฒนาถนนในท้องถิ่นที่ชำรุดต่อไป แต่ถ้านำเสนอกันไปทุกวันก็จะเข้าใจว่าเป็นแบบนั้นทั้งประเทศ เท่ากับเป็นสร้างความเข้าใจที่บิดเบือนออกไป การนำเสนอตนไม่ว่า แต่ต้องนำเสนอสิ่งดีๆ ด้วย ซึ่งผู้บริหารต้องไม่นั่งอยู่บนหอคอยอย่างเดียว
เงินคงคลังพอช่วยน้ำท่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ออกแถลงชี้แจงกรณีการช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมว่า การจัดรายการพิเศษของรัฐบาลเพื่อเปิดรับบริจาคเงินช่วยเหลือน้ำท่วมนั้น เป็นการเปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถมีส่วนรวมในการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยและเอื้อเฟื้อแบ่งปันกันในสังคม ซึ่งการจัดรายการพิเศษดังกล่าว ไม่ใช่มาจากสาเหตุที่กระทรวงการคลังไม่มีงบประมาณช่วยเหลือ โดยปัจจุบัน ณ สิ้นเดือน ส.ค.2562 รัฐบาลมีเงินคงคลังอยู่ที่ 5.12 แสนล้านบาท ซึ่งอยู่ในระดับที่เพียงพอต่อการดำเนินนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกสารของ สศค.ระบุว่า สำหรับแนวทางในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ภาครัฐมีวงเงินทดรองราชการสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินได้อย่างเพียงพอและทันท่วงที โดยตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2562 ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจจัดสรรเงินทดรองราชการจังหวัดละ 20 ล้านบาทได้ อีกทั้งปัจจุบันพื้นที่หลายแห่งได้ถูกประกาศเป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และส่วนราชการต่างๆ ได้เร่งแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนและให้ความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำรงชีพ การซ่อมแซมที่พักอาศัย การให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์แล้ว เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สำรวจพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหายเพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือให้แก่เกษตรกร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ขอความร่วมมือสมาคมประกันวินาศภัยไทยและสมาคมประกันชีวิตไทย ให้เร่งรัดพิจารณาสินไหมทดแทนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน สถาบันการเงินของรัฐและธนาคารพาณิชย์ได้ออกมาตรการพักชำระหนี้ให้กับลูกค้า และเตรียมเงินกู้ฉุกเฉินเพื่อใช้ในยามจำเป็นให้กับผู้ประสบภัยไว้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ในช่วง 11 เดือนของปีงบประมาณ 2562 (ต.ค.61-ส.ค.62) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ จำนวน 2.33 ล้านล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 5.48 หมื่นล้านบาท หรือ 2.4% และสูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 5.19 หมื่นล้านบาท หรือ 2.3% โดยเป็นผลจากการจัดเก็บรายได้ของหน่วยงานอื่นเกินเป้าหมาย 4.4 หมื่นล้านบาท กรมสรรพากรเกินเป้าหมาย 3.6 หมื่นล้านบาท และการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจ สูงกว่าเป้าหมาย 1.46 หมื่นล้านบาท รวมถึงการจัดเก็บรายได้ของกรมศุลกากรที่สูงกว่าประมาณการ 8.01 พันล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บริหารจัดการอุทกภัยลุ่มน้ำชี-มูล (ส่วนหน้า) จ.อุบลราชธานี กล่าวถึงการปัญหาน้ำท่วมว่า ได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำในแม่น้ำมูลลงสู่แม่น้ำโขงให้เร็วขึ้น จากแผนติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในแม่น้ำมูลตอนล่างรวมทั้งสิ้น 260 เครื่อง ปัจจุบันติดตั้งพร้อมเดินเครื่องแล้ว 195 เครื่อง แบ่งเป็นติดตั้งที่บริเวณสะพานพิบูลมังสาหาร อำเภอพิบูลมังสาหาร 60 เครื่อง ซึ่งติดตั้งเสร็จทั้งหมดแล้วแล้ว ส่วนอีก 200 เครื่องติดตั้งที่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำมูล อำเภอโขงเจียม ซึ่งขณะนี้ได้ติดตั้งพร้อมเดินเครื่อง 135 เครื่อง โดยจะเร่งดำเนินการติดตั้งส่วนที่เหลือจนครบ เพื่อเพิ่มอัตราการระบายน้ำ เตรียมพร้อมหากมีฝนตกในช่วง 20-21 ก.ย.นี้ ตามการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กรมชลประทานได้ศึกษาแผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำชี-มูลไว้แล้ว โดยตลอดลำน้ำชีจะหาที่ลุ่มต่ำทำเป็นแก้มลิงรองรับน้ำ ส่วนลำน้ำมูลศึกษาทางผันน้ำทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำ โดยฝั่ง อ.วารินชำราบซึ่งเป็นแอ่งกระทะ น้ำท่วมซ้ำซาก จะลดปริมาตรน้ำที่ไหลผ่าน โดยทำทางผันน้ำตั้งแต่หน้าเขื่อนยโสธร จ.ยโสธร มายังท้ายแม่น้ำมูลที่ อ.โขงเจียม ส่วนฝั่ง อ.เมืองอุบลราชธานี จะทดลองผันน้ำลดปริมาตรน้ำที่ไหลผ่านเพื่อป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ ซึ่ง รมว.เกษตรและสหกรณ์ย้ำให้เร่งศึกษาด่วนที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำมูล&amp;rdquo; อธิบดีกรมชลฯ กล่าว
&amp;#39;อุบล-วารินฯ&amp;#39;น้ำลดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.อุบลราชธานี สถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดในตัวเมืองอุบลราชธานีและ อ.วารินชำราบ ได้ลดลงแล้ว โดยที่วัดกุดคูณ ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี เจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากเทศบาลนครเมืองอุบลราชธานี ได้นำรถน้ำและสายฉีดน้ำขนาดใหญ่ เข้าทำความสะอาดบริเวณวัด หลังจากบริเวณนี้ถูกน้ำท่วมมาตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยในปัจจุบันน้ำในจุดนี้ลดลงจนหมดแล้ว ซึ่งน้ำที่ไหลเข้าท่วมมาจากแม่น้ำมูลน้อย ที่รับน้ำมาจากลำเซบาย จ.อำนาจเจริญ ขณะที่ถนนหลายสายได้กลับมาใช้การได้ โดยถนนทางหลวงทั้งหมด 27 สายในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ถูกน้ำท่วม มี 23 สายน้ำลดลงจนใช้งานได้ตามปกติแล้ว ยังเหลืออีก 1 เส้นทาง 2 จุด คือถนนหมายเลข 2404 เขื่องใน-กันทรารมย์ น้ำท่วมไม่สามารถผ่านได้ ขณะที่อีก 2 สาย คือ ถนนหมายเลข 231 และ 226 มีน้ำท่วมขังแต่ยังสามารถสัญจรได้ โดยเจ้าหน้าที่แขวงการทางอุบลราชธานีที่ 1 กรมทางลวง ได้นำเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำออกจากผิวจราจร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับระดับน้ำในแม่น้ำมูลวันนี้ ลดระดับลงจากเมื่อวาน 16 เซนติเมตร ที่สถานีวัดน้ำ M7 สะพานเสรีประชาธิปไตย อยู่ที่ระดับ 115.44 ม.รทก. ปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 4,470 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากเมื่อวาน 240 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ระดับน้ำมูลกับน้ำโขง ที่ห้วยสะคาม อ.โขงเจียม แม่น้ำโขง มีระดับต่ำกว่าแม่น้ำมูล อยู่ที่ 3.10 เมตร วัดได้ล่าสุด 99.79 ม.รทก. จากเมื่อวาน อยู่ที่ 100.64 ม.รทก. ทำให้การระบายน้ำและการผลักดันน้ำ 2 จุดของแม่น้ำมูลทำงานได้มีประสิทธิภาพดี แต่เจ้าหน้าที่กรมชลประทานยังติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำยังไม่ครบทั้ง 260 เครื่อง ตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดระบุ โดยภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมในวันนี้เริ่มคลี่คลายลงยังคงเหลือปริมาณน้ำท่วมในทุ่งข้าวและที่ลุ่มต่ำ แอ่ง ที่น้ำไม่สามารถระบายออกได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนการช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยน้ำท่วมยังคงหลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี โดยเฉพาะคนในพื้นที่เอง ยังคงเปิดรับบริจาคจากภาคประชาชนในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ที่ไม่ได้รับผลกระทบ โดยนายวัฒนา เตชะโกมล ผู้อำนวยการโรงเรียนเบ็ตตี้ดูเมน 2 ช่องเม็ก ได้เปิดรับการช่วยเหลือจากนักเรียนและหน่วยงานเอกชน จาก น.อ.สุวรรณ ภู่เต็ง นักวิชาการด้านความปลอดภัยถนน มูลนิธิสำนักบุญคุณแผ่นดินไทย ได้บริจาคน้ำดื่มจำนวน 90 แพ็ก เพื่อนำไปมอบให้กับศูนย์รับบริจาคอำเภอสิรินธร เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่มีน้ำท่วมในพื้นที่ อ.สิรินธร และ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายเฉลิมพล มั่งคั่ง รองผู้ว่าฯอุบลราชธานี ได้ปล่อยขบวนรถสุขาเคลื่อนที่จำนวน 15 คัน ที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี จำนวน 11 คัน, องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ จำนวน 2 คัน และองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 2 คัน ส่งไปประจำจุดศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.เมืองฯ และ อ.วารินชำราบ ที่ยังขาดแคลน ทำให้ผู้พักพิงมีความลำบากในการจะใช้ห้องสุขาเพื่อเป็นการบรรเทาจากปัญหาห้องสุขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จ.อุบลราชธานีได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยทั้งหมด 25 อำเภอ 174 ตำบล 1,362 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 42,383 ครัวเรือน 159,692 คน อพยพ 21,886 คน โดยล่าสุดอำเภอที่มีสถานการณ์น้ำท่วมบ้านเรือนและมีการอพยพ จำนวน 5 &amp;nbsp;อำเภอ 12 ตำบล 82 ชุมชน/หมู่บ้าน 6,394 ครัวเรือน 21,886 คน จุดอพยพ 56 แห่ง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46096</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยผู้ประสบอุทกภัย, น้ำท่วมอุบลราชธานี, ผู้ประสบอุทกภัย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุบลราชธานี, เปิดรับบริจาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190918/image_big_5d82422a21deb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45322</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2019 12:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2019 12:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;มท.1&#039;เผยนายกฯสั่งเพิ่มมาตรการชดเชยผู้ประสบอุทกภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.62- เมื่อเวลา 12.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6.) ดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยเครื่องบิน บ.ท.135 (Embrear) เพื่อลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยใน จ.ยโสธรและจ.อุบลราชธานี โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และคณะ โดยจุดแรกนายกฯจะนั่งรถตรวจสภาพปัญหาในพื้นที่ประสบอุทกภัยริมแม่น้ำชีและแม่น้ำยัง ที่ไหลมาบรรจบกัน อ.เมือง จ.ยโสธร จากนั้นเวลา 14.30 น. จะไปเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยที่วัดกลางศรีไตรภูมิ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อ.เมือง จ.ยโสธร ก่อนที่เวลา 16.35 น. จะเดินทางต่อไปยัง จ.อุบลราชธานี เพื่อเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขอุทกภัยของเทศบาล ต.บ้านกอก อ.เขื่องใน และเดินทางกลับกรุงเทพฯในช่วงค่ำวันเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวก่อนลงพื้นที่ว่า สถานการณ์น้ำในขณะนี้ทรงตัว โดยมีน้ำสะสมในพื้นที่และน้ำหลาก ดังนั้นการระบายน้ำต้องให้สอดคล้องสถานการณ์ เพราะปีนี้ถือว่าน้ำยังน้อย ขณะนี้ต้องบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ในส่วนของจังหวัดอุบลราชธานี อำนาจเจริญ และยโสธร ยังมีการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ เพราะไม่สามารถพักอยู่ในบ้านเรือนได้ จึงต้องดูแลเรื่องที่พักและอาหาร โดยมีการตั้งโรงครัวพระราชทาน น้ำดื่มและการสัญจรไปมาของประชาชนที่ยังเป็นปัญหาในหลายพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่มีการจัดรถและเรือมาบริการให้กับประชาชน ศูนย์การซ่อมสร้างถนนที่ชำรุด จะแก้ไขปัญหาใช้ได้เฉพาะหน้าไปก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลังน้ำลดจะต้องสำรวจความเสียหาย ให้ชัดเจน โดยใช้ระเบียบหลักเกณฑ์เดิมของกระทรวงการคลัง ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีอยากให้มีการพิจารณาหลักเกณฑ์ช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้เสนอมาตรการ ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณ เพราะนอกจากงบของแต่หน่วยงานแล้วยังสามารถใช้งบฉุกเฉิน โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด แต่คาดว่ามาตรการช่วยเหลือที่ทางกระทรวงเกษตรฯ จะเสนอใหม่คงไม่ทันเสนอครม. ในสัปดาห์นี้&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45322</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยผู้ประสบอุทกภัย, น้ำท่วม, พล.อ.อนุงพษ์ เผ่าจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190715/image_big_5d2bed439da05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14740</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2018 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2018 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กอู๋&#039; ลงพื้นที่นครพนมเตรียมแผนฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัย ฝึกอาชีพเร่งด่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.61 - ที่โรงเรียนบ้านหนองกุดแคน ต.พระกลางทุ่ง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมคณะผู้บริหารลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม โดยมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมสนับสนุนสิ่งของอุปโภคบริโภค ประกอบไปด้วย ส่วนราชการกระทรวงแรงงานจังหวัดนครพนม สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ฯ เหล่ากาชาดจังหวัดฯ และบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จํากัด (มหาชน) จากนั้นได้เดินทางต่อไปเพื่อมอบสิ่งของที่องค์การบริหารส่วนตำบลโนนตาล อ.ท่าอุเทน รวมจำนวน&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ชุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.แรงงาน เปิดเผยว่าการลงพื้นที่ในครั้งนี้ นอกจากจะมาตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของช่วยเหลือแล้ว ยังได้เตรียมแผนการช่วยเหลือด้านอื่นๆมามอบให้แก่ผู้ใช้แรงงานที่กำลังประสบกับน้ำท่วมในจังหวัดนครพนมด้วย โดยแผนที่ว่านั้น คือทางหน่วยงานได้มีการตรวจสอบข้อมูลแรงงานที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้การช่วยเหลือด้านคุ้มครองและเรียกร้องสิทธิที่พึงได้ตามกฎหมายแรงงาน รวมถึงเตรียมแผนฟื้นฟูผู้ประสบภัยภายใต้งบประมาณกระทรวงแรงงานไว้ประมาณ&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ล้านบาท ซึ่งสามารถรองรับกิจกรรมฝึกอาชีพได้ประมาณ&amp;nbsp;53&amp;nbsp;กิจกรรม ใน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;อำเภอของจังหวัดนครพนม เช่น กิจกรรมจ้างงานเร่งด่วนและพัฒนาทักษะฝีมือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาชีพ ฝึกอาชีพเพื่อเสริมอาชีพหลัก ฝึกอาชีพเกี่ยวกับการซ่อมแซม การให้บริการจัดหางานและส่งเสริมการประกอบอาชีพตามความเหมาะสม โดยได้นำอัตราทำงานที่ว่างจำนวน&amp;nbsp;51&amp;nbsp;ตำแหน่ง 412&amp;nbsp;อัตรามาให้ผู้ใช้แรงงานที่สนใจได้สมัครเข้าทำงานด้วย นอกจากนี้ยังจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ให้ความช่วยเหลือซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานพาหนะ บ้าน และเครื่องยนต์เล็กเพื่อการเกษตรให้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ข้อมูล ณ วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2561พบว่าจังหวัดนครพนมได้มีการประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยแล้วทั้งสิ้น&amp;nbsp;10&amp;nbsp;อำเภอ มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;13,724&amp;nbsp;ราย ใน&amp;nbsp;90&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;878&amp;nbsp;หมู่บ้าน โดยมีบ้านเรือนเสียหาย&amp;nbsp;28หลัง โรงเรียนเสียหาย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โรงเรียน วัดเสียหาย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง ถนน&amp;nbsp;111&amp;nbsp;สาย ท่อ/ฝาย&amp;nbsp;8&amp;nbsp;แห่ง พื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;179,704&amp;nbsp;ด้านการประมง&amp;nbsp;248&amp;nbsp;บ่อ ด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;603&amp;nbsp;ตัว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14740</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายคุ้มครองแรงงาน, กระทรวงแรงงาน, ช่วยผู้ประสบอุทกภัย, นครพนม, ลูกจ้างเดือดร้อนน้ำท่วม, แผนฟื้นฟูผู้ประสบภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180805/image_big_5b66cdb22eb71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14307</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2018 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2018 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นครพนมวิกฤต น้ำท่วมแล้ว8อำเภอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นครพนมวิกฤต ฝนถล่มครึ่งเดือน ท่วมแล้ว 8 อำเภอ อุตุฯคาดยังคงมีฝนต่อเนื่อง ขณะที่ลำน้ำอูนอยู่ภาวะวิกฤตน้ำไหลย้อนกลับ เข้าพื้นที่การเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 29 ก.ค.61สถานีอุตินิยมวิทยาจังหวัดนครพนมแจ้งเตือนว่า&amp;nbsp; เวลา 04.00 น.ตรวจพบกลุ่มฝนกำลังปานกลางตกต่อเนื่อง ปกคลุมพื้นที่นครพนม ตั้งแต่ อ.โพนสวรรค์และ อ.เมืองฯ&amp;nbsp; เคลื่อนลงไปทางใต้ของจังหวัดทั้งหมด ประกอบด้วย ธาตุพนม,เรณูนคร,ปลาปาก,นาแก,และวังยาง &amp;nbsp;ซึ่งฝนจะตกต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 2 ชั่วโมง&amp;nbsp; ประกอบกับระดับน้ำโขงยังคงมีระดับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้ระดับน้ำ&amp;nbsp; 11.35 เมตร &amp;nbsp;ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 1.65 เมตร ซึ่งอยู่ในช่วงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp; จึงขอให้ ประชาชนในในพื้น เฝ้าระวังอันตรายจากฝนตกต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้มีน้ำท่วมขังในที่ลุ่ม และน้ำรอการระบายเกิดขึ้น &amp;nbsp;โดยสถานีอุตุนิยมฯนครพนม แจ้งเพิ่มเติมว่า หย่อมความกดอากาศต่ำได้เลื่อนขึ้นไปยังเมือง Ninh. Binh ใกล้กรุงฮานอยและไฮฟง ทำให้ฝนเลื่อนขึ้นไปตามหย่อมความกดอากาศต่ำด้วย ลักษณะเช่นนี้จะยังคงทำให้นครพนมมีฝนตกต่อไปอีกและมีฝนหนักบางพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผวจ.ฯ แจ้งเตือนด่วน เมื่อเวลา 21.20 น.วันที่ 28 ก.ค. ว่า โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำก่ำ อ.ธาตุพนม แจ้งให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงติดลำน้ำก่ำและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อป้องกันความเสียหาย ประชาชนควรขนย้ายสิ่งของ สัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูง &amp;nbsp;คือ1.บ้านนาขาม ต.วังยาง 2. บ้านนาคู่ ต.นาคู่ อ.นาแก 3. บ้านน้ำก่ำ ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม 4. บ้านนาบัว ต.โคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร 5. บ้านตับเต่า ต.หนองเทาใหญ่ อ.ปลาปาก 6. บ้านโพธิ์ทอง ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม และพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp; 7. บ้านหนองบึง ต.นาด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดวันที่ 29 ก.ค. 61 อำเภอธาตุพนม ได้รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ &amp;nbsp;เวลา 09.00 น. แม่น้ำโขงได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและเส้นทางจักรยานในพื้นที่ หมู่ที่ 7 ต.ดอนนางหงส์ น้ำท่วมความยาวตามแนวตลิ่งประมาณ 2.7 กม. ส่วนพื้นที่การเกษตรริมโขงน้ำท่วมทั้งหมด และคาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ &amp;nbsp;แล้วน้ำจะล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ตั้งแต่ตำบลนาถ่อนเรื่อยมาจนถึงเขตธาตุพนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายปรีชาพงศ์ ทองมี นายอำเภอปลาปาก มอบหมายให้นายมานพ สุดตา ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากกรณีฝนตกต่อเนื่องหลายวัน ทำให้อำเภอปลาปากเกิดน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างในทุกตำบล และน้ำในลำห้วยบังขนังน้ำได้เออล้นตลิ่ง เริ่มส่งผลกระทบกับบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่สองฝั่งลำห้วย พื้นที่ทางการเกษตรถูกน้ำท่วมประมาณ 9,400 ไร่ ที่อยู่อาศัยถูกจมอยู่ใต้น้ำ 3 หลัง เบื้องต้นทางอำเภอแจ้งกำนันผู้ใหญ่บ้านประชาสัมพันธ์ให้ผู้อาศัยตามสองฝั่งลำห้วยบังขนังเก็บสิ่งของไว้ที่สูง และติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp; ขณะเดียวกันน้ำโขงได้เอ่อล้นตลิ่งบริเวณจุดผ่อนปรนไทย-ลาว บ้านหนาด ต.บ้านกลาง อ.เมืองฯ ชาวบ้านต่างขนย้านสิ่งของขึ้นที่สูงจ้าละหวั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ลำน้ำอูนเกิดวิกฤตแล้ว เนื่องจากน้ำจะต้องไหลไปสมทบกับแม่น้ำสงครามที่อำเภอศรีสงคราม ปรากฏว่ามวลน้ำสงครามมีความเชี่ยวกราก ทำให้น้ำจากลำน้ำอูนไหลไปไม่ได้ เพราะน้ำอูนไหลช้ากว่าน้ำสงคราม มวลน้ำจึงทะลักเข้าพื้นที่การเกษตรเป็นวงกว้าง เจ้าหน้าที่หลายหน่วยกำลังนำสรรพกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดนครพนมมีทั้งหมด 12 อำเภอ ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติแล้ว 8 อำเภอ คือ 1.ท่าอุเทน 2.เรณูนคร 3.ธาตุพนม 4.โพนสวรรค์ 5.บ้านแพง 6.ปลาปาก 7.เมืองนครพนม และ 8.นาแก โดยเฉพาะบ้านปากบัง ต.พิมาน อ.นาแก ปีที่แล้วเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ บ้านเรือนราษฎรถูกตัดขาดจากโลกภายนอก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเอกชนเข้าไปบรรเทาความช่วยเหลือด้านเครื่องอุปโภคบริโภคข้าวสารอาหารแห้ง ปีนี้มวลน้ำได้ไหลเข้าท่วมอีกครั้ง แต่คาดว่าไม่หนักเหมือนปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14307</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยผู้ประสบอุทกภัย, นครพนม, น้ำท่วม, ฝนตกต่อเนื่อง, อุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180729/image_big_5b5d788cb2067.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
