<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2018 18:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2018 18:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์ ม.อ.คิดค้น &#039;ทวารเทียมจากยางพารา&#039; ช่วยผู้ป่วยมะเร็งลำไส้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะแพทยศาสตร์ ม.อ. คิดค้นชุดอุปกรณ์รองรับสิ่งขับถ่ายจากทวารเทียม ที่ทำมาจากยางพารา และมีคุณสมบัติดีเหมือนผลิตจากเมืองนอก ก่อนส่งมอบให้กับ รพ.ตรัง เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.61 -&amp;nbsp;ที่โรงพยาบาลตรัง ได้ให้การต้อนรับทีมแพทย์และพยาบาลจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&amp;nbsp;(ม.อ.)&amp;nbsp;นำโดย ผศ.นพ.วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ ศัลยแพทย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ม.อ. พร้อมด้วยทีมงานในโครงการ&amp;nbsp;THAI Colostomy Bags &amp;quot;จากคนไทย สู่คนไทย&amp;quot;&amp;nbsp;เพื่อมอบชุดอุปกรณ์รองรับสิ่งขับถ่ายจากทวารเทียมที่คิดค้นขึ้นโดย ผศ.นพ.วรวิทย์&amp;nbsp;รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากทีมสหสาขาต่างๆ รวมถึงหน่วยงานภาคเอกชน จนสามารถผลิตชุดอุปกรณ์ดังกล่าวขึ้นมาได้เป็นผลสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.นพ.วรวิทย์ กล่าวว่า การคิดค้นชุดอุปกรณ์รองรับสิ่งขับถ่ายจากทวารเทียมในครั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีการตัดลำไส้ทิ้งเนื่องจากภาวะการเป็นมะเร็งลำไส้ ทำให้ไม่สามารถขับถ่ายทางทวารหนักตามปกติได้&amp;nbsp;โดยนำเอาผลผลิตของยางพารา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของภาคใต้มาประยุกต์ใช้ จนเป็นผลสำเร็จ&amp;nbsp;ทำให้สามารถลดต้นทุนในการสั่งซื้อชุดทวารเทียมจากต่างประเทศ และช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพารา&amp;nbsp;แต่ยังคงคุณภาพและประสิทธิภาพที่ได้มาตรฐานและเทียบเท่าชุดอุปกรณ์ทวารเทียมจากต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันชุดอุปกรณ์รองรับสิ่งขับถ่ายจากถวายเทียมมีหลายชนิดและหลายชื่อทางการค้า&amp;nbsp;โดยต่างนำเสนอรูปแบบตามความเหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละราย ส่วนราคาก็มีความแตกต่างกันตามชนิดและคุณภาพของผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;ประกอบกับประเทศไทยยังไม่สามารถผลิตอุปกรณ์ชนิดนี้ได้เองในเชิงอุตสาหกรรม เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์นำเข้า และภาครัฐต้องเสียงบประมาณสูง&amp;nbsp;แม้จะมีโรงพยาบาลหลายแห่งได้ดัดแปลงอุปกรณ์ใช้แทนถุงทวารเทียม แต่ก็ประสบปัญหาระหว่างการใช้ และมีภาวะแทรกซ้อน เช่น ระคายเคือง แป้นรั่วซึม หลุดง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการศึกษาของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ช่วงปี&amp;nbsp;2556-2558&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;ราคาแผ่นติดผิวหนังรอบทวารเทียมจัดเป็นวัสดุสิ้นเปลืองที่มีราคาแพง ตั้งแต่แผ่นละ&amp;nbsp;122-188&amp;nbsp;บาท ตามขนาดและชื่อของผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;ดังนั้นจึงจำเป็นต้องจำกัดปริมาณการสั่งซื้อแค่เดือนละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แผ่นต่อคน&amp;nbsp;ทำให้ผู้ป่วยหรือญาติจำเป็นต้องเดินทางมาติดต่อซื้อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์บ่อยครั้ง และมีจำหน่ายเฉพาะโรงพยาบาลใหญ่ๆบางแห่งเท่านั้น&amp;nbsp;จึงเกิดความไม่เท่าเทียมกันในการเข้าถึงการบริการ รวมทั้งความไม่สะดวกในการเดินทางมาซื้อชุดอุปกรณ์ชนิดนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบกับกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มีการผลักดันให้ไทยในฐานะผู้ผลิตยางพารารายใหญ่&amp;nbsp;สามารถผลิตวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์หลากหลายชนิด รวมทั้งแผ่นติดผิวหนังรอบทวารเทียมที่นำเข้าจากต่างประเทศ&amp;nbsp;ช่วยให้ผู้ป่วยภายในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และโรงพยาบาลแห่งอื่นทั่วประเทศ เข้าถึงบริการได้โดยง่ายอย่างเท่าเทียมกัน อีกทั้งยังเกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วยและมีความปลอดภัยสูงสุด&amp;nbsp;พร้อมกันนั้นยังได้ให้ความรู้แก่บุคลากรสาธารณสุข และผู้ป่วยในโรงพยาบาลตรัง ในเรื่องการดูแลทวารเทียม และการใช้ชุดอุปกรณ์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19587</URL_LINK>
                <HASHTAG>จากคนไทย สู่คนไทย, ช่วยผู้ป่วยมะเร็งลำไส้, ตรัง, ทวารเทียมจากยางพารา, ผศ.นพ.วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ศัลยแพทย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก, โรงพยาบาลตรัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181010/image_big_5bbddb35308f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
