<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59004</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจกเงินตำราเดียวทั่วโลก เพื่อไทยจวกมาตรการชุ่ย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; คลังแจงแจกเงินเยียวยาเศรษฐกิจจากพิษโควิด-19 ชี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ &amp;quot;ฮ่องกง-สิงคโปร์&amp;quot; ก็ทำ ช่วยลดภาระประชาชน &amp;nbsp;เพื่อไทยซัดรัฐบาลผิดตั้งแต่วิธีคิด มาตรการชุ่ยแก้ไม่ตรงจุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 มีนาคม นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจในวันที่ 6 มี.ค.นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอชุดมาตรการและและเยียวยาผลกระทบไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ชุดที่ 1 จะใช้เงินระดับหลายแสนล้านบาท เป็นชุดมาตรการใหญ่พอจะสร้างความเชื่อมั่น โดยมาตรการแจกเงินให้ประชาชนผ่านพร้อมเพย์ เป็นเพียงหนึ่งในมาตรการเท่านั้น จากมาตรการชุดใหญ่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแล ลดภาระให้ผู้ประกอบการและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ ที่เริ่มมีปัญหาขาดสภาพคล่องจากผลกระทบโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขณะนี้สังคมสนใจเฉพาะว่ากระทรวงการคลังจะแจกเงินถึงแสนล้านบาท มันไม่ใช่ประเด็นหลัก สิ่งจำเป็นคือต้องดูว่าใครได้รับผลกระทบในช่วงนี้มากที่สุด ต้องดูแลอย่างไร ตอนนี้ทุกอย่างยังเป็นเพียงข้อเสนอ คลังก็พิจารณาหลายๆ แนวทางที่เห็นควรว่าต้องดำเนินการเพื่อลดผลกระทบในช่วงนี้ การแจกเงินอาจจะเป็น 1 ใน 10 มาตรการที่คลังเตรียมเสนอ ส่วนจะทำหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ ครม.เศรษฐกิจและ ครม.ในสัปดาห์หน้า&amp;rdquo; นายลวรณระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้อำนวยการ สศค.กล่าวว่า การเติมเงินให้กับประชาชนผ่านพร้อมเพย์ จะมีประโยชน์อย่างมากในภาวะปัจจุบัน ที่ประชาชนมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น ทั้งรายจ่ายจากหน้ากากอนามัย รายจ่ายค่ายา &amp;nbsp;ค่าเดินทาง ซึ่งจะช่วยบรรเทาภาระไปได้ และยังเป็นการตอบโจทย์ ช่วยดูแลภาคธุรกิจ ให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนสู่ระบบเศรษฐกิจ ช่วยเพิ่มยอดซื้อสินค้า ซึ่งการจะแจกเงินให้กับประชาชนกลุ่มไหนบ้าง ต้องตอบให้ได้ว่าเพราะอะไร และจะได้ประโยชน์อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มาตรการแจกเงินไม่ใช่เรื่องใหม่ ใช้ตำราเดียวกันทั่วโลก นักเศรษฐศาสตร์มองเหมือนกันทั้งหมด ที่ผ่านมาก็มีหลายประเทศแจกเงินถึงมือประชาชน เช่น ฮ่องกง แจกเงินให้กับประชาชนรายละประมาณ 40,500 บาท สิงคโปร์แจกเงินระหว่าง 100-300 เหรียญฯ หรือประมาณ 3,000-7,000 บาท ขึ้นอยู่กับระดับรายได้ จึงอยากให้ดูผลจากชุดมาตรการทั้งหมดที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและภาคธุรกิจ เข้าใจว่ารัฐบาลเอาอยู่ สามารถดูแลเศรษฐกิจและผู้ที่ได้รับผลกระทบได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับงบประมาณที่ใช้ในชุดมาตรการจะต้องมีการหารือในที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ กระทรวงการคลังจะเสนอชุดมาตรการ เพื่อให้สำนักงบประมาณพิจารณาดูว่ามีงบประมาณให้เพียงพอใช้ในมาตรการใดบ้าง ส่วนการจัดหาแหล่งเงินเพื่อมาใช้ยังมีช่องทางให้ดำเนินการได้ตามกฎหมาย ซึ่งวันนี้ไม่มีแรงกดดันเรื่องหนี้สาธารณะต่อจีดีพี ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำแค่ 42% ยังมีช่องให้ทำมาตรการได้อีกมาก แต่ก็ต้องใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ 0.5% เป็นการประเมินจากวันนี้ ถ้ารัฐบาลยังไม่มีการทำอะไรเลย แต่ถ้าได้เห็นว่ารัฐบาลเตรียมออกมาตรการชุดใหม่ออกมา ก็จะต้องมีการปรับตัวเลขคาดการณ์ใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กระทรวงการคลังจะเสนอชุดมาตรการช่วยเหลือผลกระทบโควิด-19 โดยจะมีการแจกเงินคนจนทั่วประเทศ หัวละ 1,000-2,000 บาท ส่วนตัวมองว่า 1.รมว.คลังชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กสรุปความว่า &amp;quot;ท่านแจก หวังให้คนเอาไปใช้จ่าย หวังให้คนผลิตมากขึ้น หวังให้จ้างงานมากขึ้น ตรรกะข้อนี้ไม่ถูกต้อง ท่านทราบหรือไม่ว่า การใช้จ่ายของคน แปรผันตรงต่อกระแสรายได้ในระยะยาว ไม่ใช่เงินชั่วคราวในระยะสั้นหรือการแจกเงิน กระแสรายได้ระยะยาว มันคืองานสำคัญ คือประชาชนต้องมีงาน คนมีงานอยู่แล้วต้องป้องกันไม่ให้ตกงาน คนตกงานต้องรีบสร้างงานให้ คนใช้จ่ายเมื่อมีงาน รู้สึกมั่นคงในรายได้ ที่ท่านหวังแจกเงินเพื่อสร้างงาน เกรงว่ามันจะไม่เกิดขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ท่านทราบหรือไม่ว่า ไม่มีผู้ผลิตรายไหน จะเพิ่มการผลิต เพิ่มการจ้างงาน เพื่อรองรับกำลังซื้อชั่วคราวหัวละพันแบบนี้ ความหวังเรื่องการจ้างงานจากเงินแจก มันไม่ตั้งอยู่บนหลักคิดที่ถูกต้อง 3.ท่านทราบหรือไม่ว่า หัวใจของผลกระทบจากโควิด-19 อยู่ที่สายป่านของธุรกิจภาคท่องเที่ยวขนาดเล็กมันสั้น 2-3 เดือนเท่านั้น ต้องแก้ด้วยการต่อสายป่าน ให้ธุรกิจเหล่านี้ไม่ล้ม ถ้าล้มมันจะลาม มาตรการชุดนี้ในส่วนที่เป็นการต่อสายป่าน ผมเห็นด้วย แต่ส่วนที่แจกไปทั่ว มองว่าเป็นมาตรการที่ชุ่ย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ท่านทราบหรือไม่ว่า ปีที่แล้วทั้งปี ท่านได้ใช้มาตรการแจกเงินอย่างเข้มข้น ถ้าดีจริงควรเห็นผลสะสมตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีที่แล้ว แต่ผลงานนั้นได้สะท้อนผ่าน GDP ไตรมาสดังกล่าว ซึ่งต่ำสุดในรอบ 21 ไตรมาส ซึ่งโดยปกติแล้วไตรมาส 4 ควรเป็นช่วงที่ดี มีแรงส่งการผลิต การใช้จ่ายปลายปีสูง และการท่องเที่ยวสูง และช่วงนั้นยังไม่มีโควิด-19 ตัวเลขมันฟ้องว่าที่แจกมาทั้งปีมันผิดทาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.ท่านทราบหรือไม่ว่า ผลกระทบจากโควิด-19 กำลังจะลามไปนอกภาคท่องเที่ยว ซึ่งอันตรายมาก ต้องเอาเงินมาหยุดการลามตรงนี้แบบเฉพาะจุด ต้องหยุดเลือดเฉพาะที่ ไม่ใช่แจกหว่านไปทั่วประเทศอย่างนี้ ทำอย่างนี้เหมือนขาเจ็บ แต่รักษาโดยการทายาแก้คันไปทั้งตัว มาตรการแจกเงินก็แย่อยู่แล้ว ยิ่งฟังคำชี้แจงอีก ยิ่งทำให้เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลจึงออกมาตรการสารพัดแจกแบบนี้ออกมาเรื่อยๆ วันนี้เข้าใจแล้วว่ามันผิดมาตั้งแต่วิธีคิด&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59004</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ, ช่วยลดภาระประชาชน, พิษโควิด-19, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เงินเยียวยาเศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200304/image_big_5e5f66ff554cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
