<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21639</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ฝึกสมาธิ”...ช่วยลดโรคทางอารมณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;การฝึกสมาธิ&amp;rdquo; นอกจากทำให้จิตใจสงบร่มเย็นตามความเชื่อของศาสนาพุทธแล้ว ยังช่วยป้องกันโรคทางอารมณ์ให้กับผู้สูงวัยได้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะหลักของการทำสมาธิ ที่ช่วยลดการยึดมั่นถือมั่นนั่น จึงทำให้ผู้ปฏิบัติเดินทางสายกลางในทุกๆ เรื่องได้โดยอัตโนมัติ ภายใต้การมีสติระลึกตัวอยู่เสมอ แม่ชีประทิน ขวัญอ่อน นายกสมาคมสถาบันแม่ชีไทย ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ของการฝึกสมาธิกับคนสูงวัย เพราะเชื่อว่ามีคนหลัก 5 หลัก 6 หลายคนที่อยากฝึกสติ แต่ยังเป็นห่วงเรื่องความฟุ้งซ่านภายในใจ ตลอดจนสภาพแวดล้อมที่อาจทำให้ไม่สามารถฝึกจิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม่ชีประทิน ขวัญอ่อน อธิบายว่า &amp;ldquo;กุศลที่ผู้ฝึกจะได้จากการทำสมาธิ อันดับแรกจะช่วยทำให้เราไม่สร้างเวรสร้างกรรมกับใคร ขณะเดียวกันก็จะทำให้เรามีความสุข และอยู่กับการที่เราไม่ยึดมั่นถือมั่น ทั้งนี้ เราจะมองเห็นว่าผู้อื่นทำอะไรอยู่ โดยที่ตัวเราไม่ได้ประพฤติอย่างนั้น แต่ทั้งนี้ ผู้สูงอายุที่จะฝึกสมาธินั้นจะต้องมีศีลเป็นพื้นฐานสำคัญ รวมถึงต้องรู้ว่าขณะที่จะฝึกจิตมักจะมีเจ้ากรรมนายเวรคอยเป็นมารผจญ ซึ่งประโยชน์ที่สำคัญอีกอย่างที่บอกไว้ คือการลดการ &amp;ldquo;ยึดติด&amp;rdquo; ที่มีค่อนข้างสูงในคนกลุ่มนี้ โดยเฉพาะคนสูงวัยที่ยังเป็นห่วงเป็นกังวล เรื่องลูกหลาน สามี และคนรอบข้าง ดังนั้นจึงเป็นกลุ่มที่ต้องฝึกสมาธิ เพื่อให้อยู่กับปัจจุบันได้อย่างมีความสุข &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญการฝึกสมาธิยังช่วยลด &amp;ldquo;โรคทางอารมณ์&amp;rdquo; เพราะเมื่อใดก็ตามที่จิตไม่ยึดมั่นถือมั่นแล้ว ความโกรธ ความเกลียด ความอาฆาต ก็จะลดหายไป เมื่อนั้นโรคภัยที่เป็นโรคประจำตัวก็จะลดลง นั่นจึงทำให้ผู้ปฏิบัติมีสุขภาพดี ที่เริ่มมาจากใจกระทั่งปล่อยออกสู่กายนั่นเอง เพราะว่าร่างกายเป็นที่อยู่ของจิต ถ้าจิตไม่สงบ ร่างกายก็เดือดร้อน แต่ถ้าเมื่อไรที่ถ้าจิตสงบร่มเย็นจากการฝึกสมาธิ ก็จะทำให้กายแข็งแรงโดยอัตโนมัติ และถ้าถามว่าสามารถป้องกันโรคอะไรได้บ้างนั้น คือโรคที่เกี่ยวกับทางอารมณ์ เช่น &amp;ldquo;โรคเครียด&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;โรคความดันโลหิตสูง&amp;rdquo; เป็นต้น แต่คงไม่ใช่โรคร้ายแรงอย่าง &amp;ldquo;โรคมะเร็ง&amp;rdquo; ที่อาจจำเป็นต้องพบแพทย์เฉพาะทาง เพื่อรักษาตามอาการของโรค&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนรูปแบบของการฝึกสมาธิที่สามารถทำได้แม้กระทั่งอยู่ที่บ้าน ได้แก่ การที่ผู้สูงวัย นั่งสมาธิ หรือ การเดินจงกรม การยืนสมาธิ และ การนอนสมาธิ ซึ่งทำในรูปแบบของการที่เรามีสติ อยู่กับตัวทุกขณะ หรือรู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ เป็นต้นว่า ขณะที่กำลังนอนทำสมาธิอยู่นั้น เราหายใจเข้า เราก็รู้ว่าตัวเอง กำลังเปล่งวาจาว่า &amp;ldquo;พุท&amp;rdquo; ขณะที่เรากำลังหายใจออก ก็รู้ว่าตัวเองท่องคำว่า &amp;ldquo;โธ&amp;rdquo; หรือ ขณะที่กำลัง &amp;ldquo;หายใจสั้น&amp;rdquo; เราก็รู้ว่าตัวเอง &amp;ldquo;หายใจสั้น&amp;rdquo; และเมื่อใดที่เรา &amp;ldquo;หายใจยาว&amp;rdquo; เราก็จะรู้ว่าเรา &amp;ldquo;หายใจยาว&amp;rdquo; หรือหากไม่ต้องการนั่งทำสมาธิ แต่การทำกิจวัตรประจำวันพร้อมๆ กับ &amp;ldquo;พิจารณาดูสังขารของตัวเราเองที่ทรุดโทรมลงเมื่อวันคืนเริ่มล่วงไป วันตายก็เข้ามาเยือน&amp;rdquo; กระทั่งการที่เรานั่งบนเก้าอี้และลุกขึ้นเดิน ซึ่งในระหว่างนั้นให้ผู้สูงอายุรู้ว่าตัวเองกำลังก้าวขาข้างใด เช่น &amp;ldquo;กำลังก้าวขาข้างขวา ก็รู้ว่าตัวเองกำลังก้าวเท้าขวา&amp;rdquo; ก็ถือเป็นฝึกสติและทำสมาธิได้เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่สำหรับผู้สูงวัยที่อาจจะมีปัญหาเรื่องของ &amp;ldquo;ความฟุ้งซ่าน&amp;rdquo; กระทั่งเป็นกังวลว่าจะฝึกไม่ได้ แม่ชีแนะนำว่า อันที่จริงแล้วทุกอย่างมันอยู่ที่ใจ และทุกคนสามารถทำได้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าอาจจำเป็นต้องค่อยๆ เริ่มทีละนิด และหากอยู่ในขั้นตอนการฝึกครั้งแรกๆ นั้น สามารถฝึกสติในรูปแบบที่แม่ชียกตัวอย่าง โดยเริ่มเพียงวันละ 10 นาที จากนั้นก็ค่อยๆ ฝึกไปเรื่อยๆ และเพิ่มเวลาเป็น 20 นาที กระทั่ง 30 นาที จนสามารถฝึกได้ทั้งเช้า กลางวัน และเย็น สุขภาพก็จะดีทั้งกายและใจค่ะ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21639</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ช่วยลดโรคทางอารมณ์, ฝึกสมาธิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181108/image_big_5be45aa2409af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
