<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32457</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2019 19:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2019 19:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาพประทับใจช่วย&#039;ลูกช้างป่า6ตัว&#039;จากบ่อโคลนโป่งดินเก่าอุทยานฯทับลาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค.62- เพจกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยภาพประทับใจ เร่งช่วยลูกช้างป่า 6 ตัว ตกบ่อโคลน โป่งดินเก่า ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน โดยระบุว่า 28 มี.ค 62 &amp;nbsp;นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน รายงานว่า &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 มี.ค 62 เจ้าหน้าที่เขตการจัดการอุทยานแห่งชาติ.ทับลาน ที่ 4 (ลำปลายมาศ) ได้ร่วมกันออกตรวจลาดตระเวนป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ เมื่อไปถึงบริเวณป่าลำน้ำเขียว ท้องที่ต.บ้านราษฎร์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา เวลาประมาณ 14.00 น.ของวันที่ 27 มี.ค 62 พบลูกช้างป่า จำนวน 6 ตัว ติดอยู่ในบ่อโคลนซึ่งเป็นโป่งดินเก่า โดยพบว่ายังมีร่องรอยฝูงช้างป่าวนเวียนอยู่โดยรอบเชื่อได้ว่ายังคงรอให้ลูกช้างเหล่านั้นขึ้นจากบ่อโคลน เฝ้าสังเกตการณ์อยู่นานจนเชื่อได้ว่าลูกช้าง 6 ตัวดังกล่าวไม่สามารถขึ้นจากบ่อโคลนเองได้จึงได้พยายามช่วยลูกช้างป่าขึ้นจากบ่อ แต่ไม่สามารถช่วยได้ ประกอบกับเป็นเวลาใกล้ค่ำมืด จึงวางกำลังเฝ้าดูสถานการณ์ส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งได้เดินออกมาเพื่อขอกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือลูกช้างดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันที่ 28 มี.ค 62 ตั้งแต่แต่เวลา 07.00 น. นายประวิทย์ แสงสกุล หัวหน้าเขตการจัดการ อช.ทล.ที่ 4 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่นำอุปกรณ์เดินเท้าเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มลูกช้างดังกล่าวโดยวิธีขุดปากบ่อ ให้เป็นทางลาดเพื่อที่จะให้ช้างป่าเดินขึ้นจากบ่อได้ จนเวลาประมาณ 12.00 น.สามารถช่วยเหลือช้างป่าขึ้นจากบ่อโคลนได้อย่างปลอดภัยทั้งหมด จำนวน 6 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32457</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, ช่วยลูกช้างป่า, เขตอุทยานแห่งชาติทับลาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190328/image_big_5c9cbb71b7d3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2018 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2018 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรบมือรัวๆสวนนงนุชช่วยลูกช้างป่าถูกยิงรอดพ้นความตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ธ.ค.61- นายกัมพล ตันสัจจา ผอ.สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมด้วย &amp;nbsp;น.สพ.เผด็จ ศิริดำรง สัตวแพทย์ ได้นำคณะผู้บริหาร และสื่อมวลชน เฝ้าติดตามความคืบหน้าอาการของลูกช้างป่า &amp;ldquo;พังใบตอง&amp;rdquo; วัยแรกเกิด ที่ได้รับบาดเจ็บถูกอาวุธปืนยิง และถูกบ่วงสลิงพรานป่า จนขาหน้าซ้ายได้รับบาดเจ็บหวิดขาด พร้อมเกาะติดการผ่าตัดนำหัวกระสุนปืน ชนิดปืนแก๊ป ลูกเหล็กทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.2 มม. ออกจากบริเวณข้อพับขาเหนือบาดแผลถูกบ่วงสลิง ที่ฝังอยู่ใต้ผิวหนังความลึกเกือบ 3 นิ้ว ได้เป็นที่สำเร็จพ้นขีดอันตราย ท่ามกลางเสียงของลูกช้าง ที่โหยหวนอย่างทุกข์ทรมาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ ได้นิมนต์ พระครูเกษมกิตติโสภณ (อาจารย์จ่อย) เจ้าอาวาสวัดสามัคคีบรรพต บางเสร่นอก มากระทำพิธีประพรมน้ำพระพุทธมนต์ให้กับลูกช้าง &amp;ldquo;พังใบตอง&amp;rdquo; เพื่อเกิดความเป็นสิริมงคล แคล้วคลาดปลอดภัย ซึ่งขณะทำพิธีอยู่นั้น ลูกช้าง ได้มีอาการสงบนิ่ง ซบเข้าที่ชายจีวรของพระอาจารย์ เสมือนขอพรให้ตนเองนั้นได้ ได้พ้นจากความทุกข์ทรมาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.สพ.เผด็จ กล่าวว่า จากวันที่รับตัวลูกช้าง &amp;ldquo;พังใบตอง&amp;rdquo; จากที่ทำการอุทยานแห่งชาติอ่างฤาไนย จ.ระยอง มาอยู่ในความดูแล เพื่อรักษายื้อชีวิตให้อยู่รอด ได้มีการให้น้ำนมจากแม่ช้าง ให้ยาปฏิชีวนะ ยาฆ่าเชื้อ ยาบรรเทาอาการอักเสบ และทำความสะอาดบาดแผลอยู่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันการอักเสบติดเชื้อ แต่หลังจากมีการเอกซเรย์ตรวจพบมีหัวกระสุนปืนฝังอยู่ภายในเหนือบาดแผล และพบว่ามีอาการอักเสบอย่างรุนแรง จึงได้รอบาดแผลจากบ่วงสลิงทุเลาลง และวันนี้จึงได้ทำการผ่าตัดนำหัวกระสุนออกพบว่า ลูกช้างมีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด บาดแผลทั้ง 2 จุด ลดการอักเสบลงมาก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ต้องรอดูบาดแผลจะมีการสร้างเนื้อเยื่อทนแทนขึ้นเองไหม หากเป็นเช่นนั้น ก็จะมีความหวังให้ลูกช้างเชือกนี้ไม่ต้องตัดขาส่วนปลายทิ้ง ซึ่งจากอาการโดยรวม ลูกช้าง มีอาการดีขึ้นสามารถเดิน และกินน้ำนม ได้เป็นปกติ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกัมพล กล่าวว่า &amp;nbsp;ไม่คิดว่าลูกช้างตัวน้อย ๆ จะมาถูกมนุษย์ทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บถึงขนาดนี้ วอนขอให้ผู้กระทำการอันทารุณโหดร้ายนี้ ได้ยุติการทารุณกรรมต่อสัตว์ หลังได้รับรายงานจาก อุทยานแห่งชาติอ่างฤาไนย ว่ามีช้างถูกอาวุธปืนชนิดเดียวกัน ยิงกระสุนฝังอยู่ในร่างกายจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม สวนนงนุชพัทยา จะพยายามช่วยชีวิตลูกช้างป่า &amp;ldquo;พังใบตอง&amp;rdquo; อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้พ้นจากความทุกข์ทรมาน และสามารถกลับไปดำรงชีวิตในป่า ร่วมกับพ่อแม่ของมันได้อีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25301</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยลูกช้างป่า, ช้างถูกยิง, สวนนงนุชพัทยา, สัตวแพทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181228/image_big_5c25de6bacf33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2018 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2018 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่วยชีวิตช้างป่าอายุ3ปีติดบ่วงรัดขาแผลเน่า เฝ้าติดตามอาการใกล้ชิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ย.61 -&amp;nbsp;สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ และนายกริชฐพร คุ้มโนนไชย สัตวบาลประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ชุดเฝ้าระวังและติดตามช้างป่าเขาอ่างฤาไน ชุดรักษาความปลอดภัยภายในหมู่บ้าน (ชรบ.) และกลุ่มอนุรักษ์และช่วยเหลือสัตว์ป่าเข้าพื้นที่ หมู่ที่ 1 ตำบลพวา อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ได้เดินทางไปช่วยลูกช้างป่าบาดเจ็บบริเวณขาหน้าขวาจากการโดนบ่วงรัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบลูกช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 3 ปี น้ำหนักประมาณ 1,500-1,800 กิโลกรัม อาศัยอยู่ตัวเดียวไม่พบโขลงช้างป่า พบว่าบ่วงยังคงรัดแน่นบริเวณขาหน้าข้างขวา สภาพแผลค่อนข้างเน่า มีเศษเนื้อตาย มีหนอง เจ้าหน้าที่สัตวบาลประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ต้องใช้วิธีโดยการยิงยาซึม และทำการล้างแผล ทำแผล ฉีดยาลดปวด ยาฆ่า วิตามิน หลังดำเนินการทำแผลเสร็จจึงทำการฉีดยาแก้ฤทธิ์ยาซึม หลังจากนั้นลูกช้างป่าฟื้นจากยาซึม และสามารถเดินได้ปกติ เจ้าหน้าที่ทุกคนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สัตวแพทย์ได้ทำการเจาะเก็บเลือดเพื่อส่งตรวจดูค่าเลือดว่ามีความผิดปกติหรือไม่ (อาจผิดปกติได้ถ้าแผลติดเชื้อ) และส่งตรวจโรคเพิ่มเติม และล่าสุดอาการของช้างป่าตัวนี้ปลอดภัยดีแล้ว แต่ต้องเฝ้าติดตามบาดแผลของช้างป่าตัวนี้อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ได้จัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ช้างป่าตัวนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรแก่งหางแมว ได้สืบหาข่าวเชิงลึกเพื่อเร่งติดตามพรานป่า หรือ ผู้ที่นำบ่วงมาดักสัตว์รายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22514</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันทบุรี, ช่วยลูกช้างป่า, ช้างป่าติดบ่วง, พรานป่าติดบ่วงล่าสัตว์, สภ.แก่งหางแมว, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา), อำเภอแก่งหางแมว, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181122/image_big_5bf6504361563.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
