<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45031</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ร.10’ทรงห่วงผู้ประสบอุทกภัยให้ดูแลดีที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลงพื้นที่ &amp;quot;พิษณุโลก-สุโขทัย&amp;quot; &amp;nbsp;ประชุมผู้ว่าฯ 17 จังหวัดภาคกลาง กำชับคุยเอกชนหาพื้นที่บริหารกักเก็บน้ำใช้ช่วงแล้ง เผยในหลวง ร.10 ทรงห่วง ปชช.ประสบอุทกภัย รับสั่งให้ดูแลให้ดีที่สุด &amp;quot;มท.&amp;quot; บอก &amp;quot;ผู้ว่าฯ&amp;quot; เกาะติดสถานการณ์ในพื้นที่ ย้ำจำเป็นต้องอพยพชาวบ้านทำได้ทันที อย่ากลัวถูกตำหนิ &amp;quot;ศักดิ์สยาม&amp;quot; ระบุน้ำท่วมเส้นทางเสียหายกว่า 2.3 พันล้าน &amp;quot;กรมอุตุฯ&amp;quot; แจ้งพายุ &amp;ldquo;คาจิกิ&amp;rdquo; ออกห่างเวียดนามเข้าสู่ทะเลจีนใต้แล้ว แต่ 29 จว.ยังเจอปลายหางฝนตกอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ จ.พิษณุโลก เวลา 12.50 น. เพื่อเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน ที่ศาลากลางจังหวัด โดยนายกรัฐมนตรีได้พบปะกับประชาชนที่มายื่นเรื่องร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม จ.พิษณุโลก พร้อมทั้งบอกประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนว่าจะให้เจ้าหน้าที่รับเรื่องไว้ เพื่อหาวิธีการช่วยเหลือต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัด พร้อมกล่าวมอบนโยบายว่า วันนี้นำรัฐมนตรีมาด้วย ทั้ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ส่วนรัฐมนตรีท่านอื่นบางคนติดการประชุมสภาเลยมาด้วยไม่ได้ แต่ก็ยังมีปลัดกระทรวงมาหลายท่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอกำชับเรื่องพื้นที่กักเก็บน้ำให้หาแนวทางคุยกับเอกชนที่มีพื้นที่ เพื่อจัดทำพื้นที่กักเก็บน้ำในโครงการต่างๆ เพื่อบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะในลุ่มน้ำยม พื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดสุโขทัย หากโครงการใหญ่ดำเนินการได้ยากก็ต้องเร่งดำเนินการในโครงการเล็กไปก่อน เพื่อให้สามารถได้ประโยชน์ในภาพรวม พร้อมทั้งจะต้องหาแนวทางในการบริหารจัดการน้ำ อย่าให้เกิดการระบายน้ำทิ้งอย่างเดียว แต่ต้องเอาน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ทางด้านพื้นที่การเกษตรด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลมีโครงการช่วยเหลือระยะสั้นประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เช่น การฝึกอาชีพหลังน้ำลด เพราะนอกเหนือจากการบริหารจัดการน้ำแล้ว ต้องดูในเรื่องของการประกอบอาชีพที่สามารถสร้างรายได้และเป็นที่ต้องการของตลาด ไม่ว่าจะเป็นชนิดของพืชหรือการปศุสัตว์ ส่วนเรื่องงบประมาณโครงการไหน ถ้ายังไม่มีงบประมาณ รัฐบาลก็พยายามจะจัดหางบให้ ทั้งนี้รู้สึกเสียใจกับการสูญเสียของประชาชน ซึ่งรัฐบาลจะดูแลอย่างเต็มที่ตามระเบียบ ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงห่วง และมีพระราชกระแสรับสั่งมาโดยตลอดให้ดูแลประชาชนให้ดีที่สุด&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้ปัญหาสำคัญของลำน้ำยมคือไม่สามารถสร้างเขื่อนใหญ่ได้ อย่างเช่นเขื่อนแก่งเสือเต้น ดังนั้นจึงต้องไปมองหาวิธีการสร้างเขื่อนเล็กๆ แทน แต่ตอนนี้ต้องดูเรื่องของการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งกระทรวงการคลังมีหลักเกณฑ์อยู่แล้ว ขอย้ำว่าข้าราชการระดับจังหวัดจะต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนส่งให้กับรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดจะต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการประชาสัมพันธ์แจ้งข่าวให้กับประชาชนล่วงหน้าพร้อมจัดเตรียมการดูแลประชาชนรองรับด้วย
สั่ง จว.บริหารจัดการน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์เสริมว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ถือว่ามีการสูญเสียมาก ขอให้ผู้ว่าฯ ใช้กลไกที่มีแจ้งเตือนประชาสัมพันธ์ประชาชน ขณะเดียวกันประชาชนจะต้องไม่ประมาท เช่น การเข้าไปในพื้นที่น้ำไหลแรงแล้วถูกน้ำพัดเสียชีวิต โดยที่จังหวัดร้อยเอ็ดเสียชีวิต 4 คน ขอนแก่น 3 คน นอกจากนี้ยังมีความเสียหายของอาคารบ้านเรือน ในส่วนของความพร้อมได้สั่งทุกจังหวัดให้มีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า มีการประสานงานที่ชัดเจน และเตรียมความพร้อมพายุลูกใหม่ที่อาจจะมีเข้ามาให้เกิดการทำงานต่อเนื่อง และจะต้องมีการเตรียมความพร้อมไปยังพื้นที่แนวลุ่มน้ำเจ้าพระยาด้วย และต้องประสานงานกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในการบริหารจัดการน้ำภาพรวม โดยเน้นความสำคัญตอนนี้คือการจูงน้ำไปเก็บไว้ในพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อที่จะนำมาใช้ประโยชน์ในภายหลังฤดูน้ำแล้ง ซึ่งจะต้องมีการจัดทำแผนเป็นรายจังหวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้สิ่งสำคัญที่รัฐบาลต้องดำเนินการคือการดูแลประชาชนอย่างทันท่วงทีในทุกด้าน จะต้องมีการประเมินผลอย่างมีประสิทธิภาพ หากพื้นที่ไหนต้องมีการอพยพประชาชนต้องแจ้งอย่างรวดเร็ว และให้การช่วยเหลือตามขั้นตอน ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องกังวลที่จะถูกตำหนิ ซึ่งผู้ว่าฯ สามารถสั่งการด้านนโยบายได้ทันทีตามความเหมาะสม โดยสรุปคือต้องเข้าพื้นที่โดยเร็ว ดำรงเส้นทางคมนาคม ดูการดำรงชีพของประชาชน&amp;quot; รมว.มหาดไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายเฉลิมชัยกล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ มีการเตรียมความพร้อมเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง โดยบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงาน เตรียมฟื้นฟูหลังน้ำลด ส่งความช่วยเหลือให้ประชาชนอย่างเร็วที่สุด ซึ่งจะต้องเร่งเข้าตรวจสอบข้อมูลความเสียหาย โดยกรมส่งเสริมการเกษตร เกษตรอำเภอ เกษตรตำบล ทุกพื้นที่ ต้องเร่งสำรวจความเสียหาย และภายใน 1 สัปดาห์หลังน้ำลดจะต้องมีการรายงานข้อมูลเข้ามา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องพยายามจูงน้ำมาใช้ประโยชน์ในภายหลัง และจะต้องพิจารณาแนวทางการเยียวยาที่เหมาะสม กรมประมงจะต้องจัดหาพันธุ์ปลาเลี้ยงเพื่อสร้างรายได้เพิ่มอีกทางหนึ่ง ส่วนพืชไร่พืชสวนที่ได้รับความเสียหาย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าไปดูเรื่องเมล็ดพันธุ์ การปลูกพืชทดแทน&amp;quot; รมว.เกษตรฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.00 น. พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะเดินทางไปที่วัดดงพลวงศรีวนาราม ต.วังพิกุล อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยและมอบถุงยังชีพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ปัญหาบ้านเราคือระบายน้ำได้ยาก พอท่วมพื้นที่หนึ่งแล้วก็ส่งผลไปท่วม กทม. เพราะไม่มีการกักเก็บ ไม่มีเขื่อนตรงกลาง จะสร้างเขื่อนก็สร้างไม่ได้มีปัญหาตรงกลาง พอเวลาพายุเข้ามา พื้นที่นี้เก็บไม่ไหว น้ำก็ไหลไปที่เขื่อนเจ้าพระยา เข้า กทม.ก็เสียหายกันไปหมด คณะรัฐมนตรี (ครม.)คิดทุกวันจะแก้ปัญหาน้ำท่วมให้ประชาชนอย่างไร ต้องคิดใหม่ทั้งหมด แต่ทั้งหมดต้องได้รับความเห็นชอบจากประชาชน จะมากเกินไปก็ไม่ได้ ขอให้อยู่กันอย่างพอเพียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมดูแลประชาชนเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล คสช. หรือรัฐบาลเลือกตั้งเหมือนกันหมด เพราะเป็นนายกฯ แม้เป็นคนพูดเร็ว แต่สิ่งที่พูดคือออกมาจากใจ ไม่เป็นคนโกหก ทหารไม่โกหก และสิ่งที่ทุกคนต้องระลึกอยู่เสมอ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 ท่านทรงห่วงใยประชาชน วันนี้ขอประชาชนอย่าเกลียดทหาร เพราะทหารคือแรงงานสำคัญของเราที่เขามาช่วยตลอด 24 ชั่วโมง&amp;quot; นายกฯกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.30 น. พล.อ.ประยุทธ์และคณะเดินทางจาก จ.พิษณุโลกไปยัง ต.ป่ากุมเกาะ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย เพื่อตรวจประตูระบายน้ำและระบบระบายน้ำแม่น้ำยม (บ้านหาดสะพานจันทร์) โดยทันทีที่มาถึงนายกรัฐมนตรีได้รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำ ก่อนจะเยี่ยมและพบปะประชาชน โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ที่มาวันนี้เพราะรัฐบาลเป็นห่วง ที่ไหนมีปัญหารัฐบาลจะดูแลเยียวยาให้ตามสิทธิของกระทรวงการคลังที่วางมาตรการให้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอแนะนำพื้นที่ใดน้ำท่วมมาก ให้ปรับเปลี่ยนอาชีพ เช่น เลี้ยงปลาแทนการทำนาปลูกข้าว อีกทั้งขอให้ประชาชนดูข้อมูลจากรัฐบาลผ่านทางโทรศัพท์มือถือ รัฐบาลจะแจกเงินอย่างเดียวไม่ได้ แจกเงินมากๆ ทำไม่ได้ เพราะผิดกฎหมาย นายกฯ ติดคุกไม่สงสารเหรอ&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เพื่อติดตามผลกระทบจากอุทกภัยที่ทำให้หลายเส้นทางคมนาคมขนส่งได้รับความเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์สยามกล่าวว่า ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปสำรวจความเสียหายทั้งหมดให้แล้วเสร็จใน 30 วัน หรืออย่างช้าไม่เกิน 45 วัน ถ้าพื้นที่ใดมีความเสียหายไม่มาก ก็ขอให้หน่วยงานใช้งบฉุกเฉินหรืองบกลางซ่อมบำรุงฟื้นฟูไปก่อน แต่ถ้าบริเวณไหนมีความเสียหายมาก หน่วยงานก็ต้องทำแผนการซ่อมบำรุงเพื่อให้กลับสู่สภาพเดิมภายในปีงบประมาณ 63
เส้นทางเสียหาย 2.3 พันล.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เบื้องต้นพบว่ากรมทางหลวงมีถนนที่ได้รับความเสียหายรวมกว่า 1,800-1,900 ล้านบาท ส่วนกรมทางหลวงชนบทเสียหายรวมกว่า 400 ล้านบาท หรือประมาณ 2.3 พันล้านบาท ซึ่งหากพบว่ามีความเสียหายไม่มากนัก ให้หน่วยงานใช้งบประมาณฉุกเฉิน หรืองบกลางให้เข้าดำเนินการซ่อมแซมไปก่อน&amp;quot; รมว.คมนาคมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยว่า มีเหลือ 7 จังหวัดที่ประสบอุทกภัย ได้แก่ พิษณุโลก พิจิตร อำนาจเจริญ ยโสธร ขอนแก่น อุบลราชธานี และร้อยเอ็ด โดยมีการอพยพประชาชนรวม 13 จุด 1,118 คน ในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ ขอนแก่น อำนาจเจริญ ยโสธร อุบลราชธานี ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดเจ้าหน้าที่ พร้อมระดมวัสดุอุปกรณ์ ยานพาหนะและเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและคลี่คลายสถานการณ์ภัย โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกเครื่องส่งสูบน้ำระยะไกลเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง รวมถึงดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัย โดยแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และถุงยังชีพ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในระยะนี้ประเทศไทยยังมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางแห่ง อีกทั้งบางพื้นที่มีปริมาณน้ำฝนสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ปภ.ได้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดเตรียมสรรพกำลัง วัสดุอุปกรณ์และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้เผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที&amp;quot; อธิบดี ปภ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หอประชุมเทศบาลเมืองบ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี ลงพื้นที่ติดตามการเกิดอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น พร้อมเชิญถุงพระราชทานร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ เครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 1,997 ถุง มอบให้แก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ เดินทางต่อไปที่วัดไทรทอง อ.เมืองฯ จ. ขอนแก่น เชิญสิ่งของพระราชทานมอบให้แก่ประชาชนผู้ประสบปัญหาอุทกภัย โดยในเขต อ.เมืองฯ จ.ขอนแก่น มีผู้ประสบภัยจำนวน 2 ตำบล 13 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 5,235 คน 1,500 ครัวเรือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอำพนได้เชิญกระแสพระราชดำรัสความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยพสกนิกรของพระองค์ มากล่าวให้ประชาชนได้รับฟังและทำพิธีมอบถุงพระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;
&amp;#39;คาจิกิ&amp;#39;เข้าทะเลจีนใต้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.พิจิตร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำป่าจาก อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก และ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ได้ไหลหลากท่วมพื้นที่ จ.พิจิตร 10 อำเภอ 32 ตำบล 185 หมู่บ้าน 9,436 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรประมาณ 110,698 ไร่ บ่อปลา 13 บ่อ วัดและโรงเรียน 7 &amp;nbsp;แห่ง &amp;nbsp;มีเสียชีวิตแล้ว 2 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระราชสิทธิเวที เจ้าคณะจังหวัดพิจิตร และรักษาการเจ้าอาวาสวัดท่าหลวง พร้อม อบจ.พิจิตร และองค์กรภาคประชาชน นำสิ่งของรวมถึงอาหารและน้ำดื่มลงพื้นที่แจกจ่ายช่วยเหลือราษฎรในเขตพื้นที่ อ.สากเหล็ก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 11 ซึ่งเป็นฉบับสุดท้ายของพายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) &amp;ldquo;คาจิกิ&amp;rdquo; มีผลกระทบจนถึงวันที่ 4 ก.ย.ว่า เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันที่ 4 ก.ย.2562 พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) &amp;ldquo;คาจิกิ&amp;rdquo; บริเวณทะเลจีนใต้ มีศูนย์กลางพายุอยู่ที่ละติจูด 17.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 109.3 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือค่อนทางตะวันออกเล็กน้อย อย่างช้าๆ ออกห่างจากประเทศเวียดนามเข้าสู่ทะเลจีนใต้ตอนบนในระยะต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเวียดนาม และประเทศจีนตอนใต้ ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ ที่มีฝนตกหนัก ภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ &amp;nbsp;จังหวัดบึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม กาฬสินธุ์ อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี, ภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี ลพบุรี และสระบุรี, ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด, ภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) &amp;ldquo;คาจิกิ&amp;rdquo; ในทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ยังคงมีกำลังแรงต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงโดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนงดออกจากฝั่ง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45031</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน, ทรงห่วงผู้ประสบอุทกภัย, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ร.10, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190904/image_big_5d6fca34e0935.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
