<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118725</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 14:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมทางหลวงชนบท จัดรถรับ-ส่งผู้ประสบอุทกภัยบริเวณถนนสาย ชย.3055 จ.ชัยภูมิ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4 ต.ค.2564-รายงานข่าวจากกรมทางหลวงชนบท (ทช.) โดยแขวงทางหลวงชนบทชัยภูมิ ได้จัดเจ้าหน้าที่พร้อมรถบรรทุกให้บริการรับ-ส่ง และมอบน้ำดื่ม บรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ บนถนนทางหลวงชนบทสาย ชย.3055 แยก ทล.205 - แยก ทล.201 อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวได้รับผลกระทบจากพายุเตี้ยนหมู่ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถเดินทางด้วยยานพาหนะขนาดเล็กได้ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกปลอดภัยให้กับประชาชนผู้ใช้เส้นทาง บรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทช.จะติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิดและจะเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ หากเกิดเหตุอุทกภัยบริเวณสายทาง ประชาชนสามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118725</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวงชนบท (ทช.), ช่วยเหลือประชาชน, ทางหลวงชนบทชัยภูมิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615ab006a46ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 17:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 17:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.เฝ้าระวังอุทกภัย 24 ชม. ลุยจัดรถ Mobile Service ช่วยพาหนะเสียบนทางหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต.ค. 2564 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม มีความห่วงใยต่อประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม จึงได้กำชับหน่วยงานในสังกัดให้เร่งช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างเต็มกำลัง&amp;nbsp; พร้อมทั้งให้ติดตามเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยและทันท่วงที และให้รายงานผลการดำเนินงานมายังกระทรวงฯ รับทราบทุกวันและประชาสัมพันธ์การดำเนินการไปยังสื่อมวลชนและประชาชนให้รับทราบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้เตรียมพร้อมเครื่องมือ เครื่องจักร สะพานเบลีย์ และจัดเจ้าหน้าที่คอยช่วยเหลืออำนวยความสะดวกปลอดภัยให้กับประชาชนตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อีกทั้งช่วงนี้ยังอยู่ในฤดูฝนจึงกำชับหน่วยงานในพื้นที่ให้เตรียมพร้อมและเฝ้าระวังเป็นพิเศษ กรณีน้ำท่วมสูงได้ติดตั้งป้ายเตือน ป้ายแนะนำเส้นทาง หลักนำทาง ไฟกะพริบ จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจร เร่งสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่ วางแท่งแบริเออร์ เรียงกระสอบทราย และกำแพงดินเพื่อชะลอน้ำ กรณีถนนหรือสะพานขาด/ชำรุด ได้เร่งติดตั้งสะพานเบลีย์เชื่อมทาง และกรณีดินไหล่เขาข้างทาง Slide ได้นำเครื่องจักรเขาเกลี่ยดินออกเพื่อให้ประชาชนสัญจรได้สะดวก&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้ตั้งจุดให้บริการประชาชน จัดรถ Mobile Service&amp;nbsp; ช่วยเหลือประชาชนกรณีรถเสียบนทางหลวง&amp;nbsp; ช่วยขนย้ายประชาชนและสิ่งของไปยังพื้นที่ปลอดภัย จัดรถบรรทุกไว้บริการรับส่งประชาชนในพื้นที่ประสบภัย แจกจ่ายอาหารเครื่องอุปโภคบริโภค และช่วยล้างทำความสะอาดเก็บกวาดบ้านเรือนเพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์ให้ประชาชนในพื้นที่น้ำลดน้ำ และได้กำชับหน่วยงานในสังกัดกรณีเกิดภัยพิบัติให้ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย และสนับสนุนเครื่องมือเครื่องจักร ยานพาหนะ กรณีมีการร้องขอจากหน่วยงานอื่นๆ หรือประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์ประจำวันที่ 3&amp;nbsp; ตุลาคม 2564&amp;nbsp; เวลา 13.30 น. พบทางหลวงถูกน้ำท่วม/ดินสไลด์ และสะพานชำรุด จำนวน 14 จังหวัด 39 สายทาง&amp;nbsp; รวม 66&amp;nbsp; แห่ง&amp;nbsp; การจราจรผ่านได้ 37 แห่ง ผ่านไม่ได้ 29 แห่งโดยทางหลวงในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 14 จังหวัด ได้แก่ 1 จ.ชัยภูมิ &amp;nbsp; 2จ.ขอนแก่น &amp;nbsp; 3จ.นครราชสีมา&amp;nbsp;4จ.นนทบุรี&amp;nbsp; 5จ.สระบุรี&amp;nbsp; 6จ.อ่างทอง&amp;nbsp; 7จ.สุโขทัย&amp;nbsp; 8จ.ลพบุรี&amp;nbsp; 9จ.กำแพงเพชร &amp;nbsp; 10 จ.พระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp; 11จ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp; 12จ.นครสวรรค์ 13จ.อุทัยธานี&amp;nbsp; 14จ.ตาก การจราจรผ่านไม่ได้&amp;nbsp; 29 แห่ง&amp;nbsp; ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. จ.ขอนแก่น (การจราจรผ่านไม่ได้ 1 แห่ง) ได้แก่ ทล. 2065 พล &amp;ndash; ลำชี ช่วง กม.ที่ 33+000 &amp;ndash; 34+500 ระดับน้ำสูง 10 ซม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. จ.นนทบุรี (การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง)ได้แก่ ทล. 302 สะพานพระนั่งเกล้า-ต่างระดับบางใหญ่ ช่วง กม.ที่ 16+950&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 20-25 ซม. ใช้จุดกลับรถต่างระดับ บางใหญ่ที่ กม.18+500 แทนแทน. ทล. 302 สะพานพระนั่งเกล้า-ต่างระดับบางใหญ่ ช่วง กม.ที่ 17+000&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 15-20 ซม. ใช้จุดกลับรถใต้สะพานคลองบางไผ่ที่ กม.16+600 ทดแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. จ.สระบุรี (การจราจรผ่านไม่ได้&amp;nbsp; 2 แห่ง) ได้แก่ ทล.1 หนองแค-หินกอง ช่วง กม.ที่ 85+143&amp;nbsp; (ทางลอดใต้สะพานระพีพัฒน์ทั้ง 2 ฝั่ง) ระดับน้ำสูง 40 ซม. ทล.3020&amp;nbsp; พระพุทธบาท-หนองโดน ช่วง กม.7+301 (คอสะพานหนองโดนถูกน้ำกัดเซาะชำรุด การจราจรผ่านไม่ได้ ปิดการใช้สะพานทั้งสองฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. จ.อ่างทอง (การจราจรผ่านไม่ได้ 5 แห่ง) ได้แก่ทล.33 นาคู-ป่าโมก ช่วง กม.ที่ 36+000 &amp;ndash; 36+200 (จุดกลับรถใต้สะพานฝั่งป่าโมก) ระดับน้ำสูง 40 ซม. ทล.32 นครหลวง-อ่างทอง ช่วง กม.33+200 จุดกลับรถใต้ท่อ Box Cul.(วัดค่าย) ระดับน้ำสูง 60 ซม. ทล.32&amp;nbsp; นครหลวง-อ่างทอง ช่วง กม.ที่ 32+607 (จุดกลับรถคลองกะท่อ) &amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 150 ซม. เส้นหลักผ่านได้ จุดกลับรถผ่านไม่ได้. ทล. 32 นครหลวง-อ่างทอง ช่วง กม.ที่ 39+843 (จุดกลับรถวัดดอกไม้)&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 55 ซม. เส้นหลักผ่านได้ จุดกลับรถผ่านไม่ได้ ทล.32 นครหลวง-อ่างทอง ช่วง กม.ที่ 43+719 (จุดกลับรถหลวงปู่ทวด๗ ระดับน้ำสูง 65 ซม.เส้นหลักผ่านได้&amp;nbsp; จุดกลับรถผ่านไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. จ.ลพบุรี&amp;nbsp; (การจราจรผ่านไม่ได้ 5 แห่ง) ได้แก่ ทล.1 แยกโรงพยาบาลอานันทมหิดล-โคกสำโรง ช่วง กม.ที่ 168+228-169+328&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 50 ซม.&amp;nbsp; ทางเลี่ยง จ.ลพบุรี เลี้ยวที่ กม.170 เข้าวัดหนองคู ทล. 205 คลองห้วยไผ่-เทศบาลลำนารายณ์ ช่วง กม.ที่ 68+000 &amp;ndash; กม.71+000 ระดับน้ำสูง 5 ซม. เดินทางไปลพบุรี ใช้ ทล.2&amp;nbsp; หรือ ทล.21 แทน ทล. 2243 บัวชุม &amp;ndash; สี่แยกบัวชุม ช่วง กม.ที่ 0+800 -2+500 ระดับน้ำสูง 50 ซม. ทล. 3019&amp;nbsp; สามแยกโคกกระเทียม-สถานีรถไฟโคกกระเทียม ช่วง กม.ที่ 1+750-กม.1+825 ระดับน้ำสูง 50 ซม. ทางเลี่ยงใช้ทางท้องถิ่นแทน ทล.3024&amp;nbsp; บ้านหมี่-เขาช่องลม ช่วง กม.ที่ 5+600-กม.7+300&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 150 ซม. ทางเลี่ยงใช้ทางท้องถิ่นแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. จ.กำแพงเพชร&amp;nbsp; (การจราจรผ่านไม่ได้ 7 แห่ง) ได้แก่ทล. 1 ตอน โนนปอแดง &amp;ndash; ปากดง ช่วง กม.ที่ 419+036 (จุดกลับรถคลองพะยอม) ระดับน้ำสูง 120 ซม. ทล. 1 ตอน โนนปอแดง &amp;ndash; ปากดง ช่วง กม.ที่ 432+030 (จุดกลับรถคลองสุวรรณ) ระดับน้ำสูง 70 ซม. ทล. 1 ตอน โนนปอแดง &amp;ndash; ปากดง ช่วง กม.ที่ 431+701 (จุดกลับรถคลองสุวรรณ) ระดับน้ำสูง 70 ซม. ทล.1117 ตอน คลองแม่ลาย-อุ้มผาง ช่วง กม.ที่ 432+030 ดินสไลด์ ทล.1117 ตอน คลองแม่ลาย-อุ้มผาง ช่วง กม.ที่ 87+415 ดินสไลด์&amp;nbsp; ทล.1117 ตอน คลองแม่ลาย-อุ้มผาง ช่วง กม.ที่ 83+220 ดินสไลด์ ทล.1117 ตอน คลองแม่ลาย-อุ้มผาง ช่วง กม.ที่ 89+100 ดินสไลด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. จ.พระนครศรีอยุธยา (การจราจรผ่านไม่ได้ 3 แห่งได้แก่ ทล. 347 บางกระสั้น&amp;ndash;บางปะหัน ช่วง กม.ที่ 40+860 (จุดกลับรถใต้สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา) ระดับน้ำสูง 40 ซม. ทล 3263 อยุธยา&amp;ndash;ไผ่กองดิน ช่วง กม.ที่ 10+940 (จุดกลับรถใต้สะพานสีกุก) ระดับน้ำสูง 160 ซม. ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน. ทล 3263 อยุธยา&amp;ndash;ไผ่กองดิน ช่วง กม.ที่ 11+100 (จุดกลับรถใต้สะพานสีกุก) ระดับน้ำสูง 150 ซม. ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. จ.สุพรรณบุรี (การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง) ได้แก่ทล. 33 สุพรรณบุรี - นาคู ช่วง กม.ที่ 9+886 (สะพานคลองทับน้ำ) ระดับน้ำสูง 55 ซม. ทล. 340 สาลี - สุพรรณบุรี กม.ที่ 59+674 (สะพานศาลเจ้าแม่ทับทิม)&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 100 ซม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. จ.นครสวรรค์&amp;nbsp; (การจราจรผ่านไม่ได้ 1 แห่ง) ได้แก่ทล. 1 บ้านหว้า &amp;ndash; วังไผ่&amp;nbsp; ช่วง กม.ที่ 339+600 ใต้สะพานเดชาติวงศ์ ระดับน้ำสูง 105 ซม. ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. จ.ตาก (การจราจรผ่านไม่ได้ 1 แห่ง) ได้แก่ ทล. 1175 ห้วยส้มป๋อย &amp;ndash; เจดีย์ยุทธหัตถี ช่วง กม.ที่ 55+300 คันทางทรุดตัว&amp;nbsp; ใช้ทางเลี่ยง ทล.12 แทนเดินทางไป อ.บ้านตาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางหลวงเดินทางด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่คาดว่าจะเกิดความสุ่มเสี่ยง พร้อมขอให้ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และหากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง สภาพการจราจร หรือต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ และสายด่วนกรมทางหลวง 1586&amp;nbsp; (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) และสามารถติดตามการรายงานสถานการณ์สภาพเส้นทางได้ที่ทวิตเตอร์กรมทางหลวง @prdoh1&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118642</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง, ช่วยเหลือประชาชน, อุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_6159867314e77.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114381</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กปภ. พร้อมช่วยเหลือประชาชน ติดตั้งมิเตอร์ประปา แก่ รพ.สนามและศูนย์พักคอย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) พร้อมช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศ สั่งการ กปภ. ติดตั้งมิเตอร์ประปาและจ่ายน้ำฟรี พร้อมสนับสนุนน้ำดื่มบรรจุขวดตราสัญลักษณ์ กปภ. แก่โรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอย เพื่อช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยภาพรวมของการระบาดยังต้องคอยเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ในการนี้รัฐบาลได้มีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอย เพื่อให้การช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อในแต่ละพื้นที่ได้ทันทีภายใต้มาตรการที่สาธารณสุขกำหนด การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) หนึ่งในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงมหาดไทย มีภารกิจในการจัดหาแหล่งน้ำดิบ ผลิตจัดส่งและจำหน่ายน้ำประปาทั่วประเทศ (ยกเว้น กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ และระบบประปาที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) มีความห่วงใยประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนในภาวะวิกฤตนี้ ได้สนับสนุนภารกิจการดำเนินงานของภาครัฐ โดยติดตั้งมิเตอร์ประปาและจ่ายน้ำฟรี ให้กับโรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอย จำนวน 582 เครื่อง พร้อมสนับสนุนน้ำดื่มบรรจุขวดตราสัญลักษณ์ กปภ. ให้กับโรงพยาบาลสนาม 235 แห่ง จำนวน 367,018 ขวด หรือ 303,986 ลิตร (ข้อมูล ณ วันที่ 23 สิงหาคม 2564 )&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมบูรณ์ สุนันทพงศ์ศักดิ์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า กปภ. พร้อมช่วยเหลือเคียงข้างประชาชนให้ก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน ทั้งนี้ กปภ. พร้อมสนับสนุนรถบรรทุกน้ำเพื่อแจกจ่ายน้ำประปาให้ประชาชนได้มีน้ำประปาที่มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และหากหน่วยงานในพื้นที่ใดประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภค สามารถติดต่อได้ที่ กปภ. ทั้ง 234 สาขาทั่วประเทศ หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ PWA Contact Center โทร. 1662&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114381</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปภ., กระทรวงมหาดไทย, การประปาส่วนภูมิภาค, จ่ายน้ำฟรี, ช่วยเหลือประชาชน, ติดตั้งมิเตอร์ประปา, นายทรงศักดิ์ ทองศรี, นายสมบูรณ์ สุนันทพงศ์ศักดิ์, ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค, สนับสนุนรถบรรทุกน้ำ, โรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_6124b71644dbd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65042</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทหารเหนือใช้‘ล่อ’ ส่งถุงยังชีพบนเขา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;บรรทุกความห่วงใยใส่หลัง &amp;quot;ล่อ&amp;quot; ไม่ย่อท้อแม้เขาสูง &amp;ldquo;เพจทหาร&amp;rdquo; เผยภาพภารกิจหน่วยเฉพาะกิจทหารราบที่ 17 จัดชุดทหารแบกเป้เดินเท้า บรรทุกของบริจาคบนหลัง &amp;quot;ล่อ&amp;quot; ช่วยเหลือประชาชน ผู้ป่วยติดเตียง คนชราในพื้นที่ป่าเขาถิ่นทุรกันดาร จ.แม่ฮ่องสอน บรรเทาความเดือดร้อนในช่วงวิกฤติโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม เพจเฟซบุ๊ก SMART Soldiers Strong ARMY ได้เผยแพร่ภาพภารกิจของหน่วยเฉพาะกิจทหารราบที่ 17 (ฉก.ร.17 ) โดย ร้อย.ร.1742 จัดชุดทหารเดินเท้า (Delivery) และเจ้าหน้าที่เสนารักษ์ ร่วมกับหมวดบรรทุกสัตว์ต่างที่ 5 (มว.บต.ที่ 5 ) กกล.นเรศวร (ฐานฯ ป่าแปก) นำเครื่องอุปโภคบริโภคบรรทุกต่างบนหลังล่อ ลงพื้นที่แจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนถึงบ้านในพื้นที่บ้านห้วยเฮี๊ยะ ตำบลปางมะผ้า อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทั้งนี้เพื่อมอบถุงยังชีพ อาหารแห้งบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกองพันสัตว์ต่าง เป็นหน่วยทหารแห่งหนึ่ง มีหน้าที่คอยฝึกสัตว์เพื่อใช้ในหน้าที่ของทางทหาร เน้นไปที่ม้าและล่อ ฝึกตามหลักสูตรของประเทศสหรัฐอเมริกา หน้าที่หลักที่ใช้สัตว์คือภารกิจลำเลียงการขนส่งต่างๆ ทั้งอุปกรณ์การยังชีพในภารกิจ อาวุธ เครื่องกระสุน รวมถึงปืนกลที่ติดบนหลังสัตว์เหล่านี้ หรือแม้แต่นำทหารที่ได้รับบาดเจ็บออกจากพื้นที่ โดยรวมก็เพื่อสนับสนุนทหารหน่วยอื่นของกองทัพบกในการปฏิบัติหน้าที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะกับพื้นที่ทุรกันดารที่ยานยนต์เข้าไม่ถึงทั้งทางบกและทางอากาศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ม้าและล่อ&amp;quot; ที่ใช้งานจะมีประสิทธิภาพในการลำเลียงบรรทุกสิ่งของเพื่อขนส่งได้ถึง 60 กิโลกรัม มีระยะการเดินต่อวันได้ถึง 20 กิโลเมตร และสามารถเดินติดต่อกันได้ถึง 5 ชั่วโมง โดยสัตว์ทุกตัวในกองพันสัตว์ต่างจะมีสัตวแพทย์ประจำอยู่เพื่อคอยดูแลสุขภาพ ที่ผ่านมามีการจำหน่ายสัตว์ออกไปยังกองพันต่างๆ ทั่วประเทศเพื่อไปช่วยเหลือในภารกิจที่แตกต่างกันไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17&amp;quot; &amp;nbsp;ได้โพสต์ข้อความว่า ทหารชายแดนเดินเท้าแบกเป้ มอบถุงน้ำใจให้ประชาชนถึงบ้าน ในช่วงระหว่างวันที่ 1-3 พ.ค.ที่ผ่านมา กองกำลังนเรศวร โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17 ได้จัดกำลังพลชุดทหารเดินเท้า และเจ้าหน้าที่เสนารักษ์ ร่วมกับชุดบรรทุกต่าง (ทหารล่อ) เดินเท้าเพื่อนำสิ่งของสิ่งอุปโภคและบริโภค ลงพื้นที่ไปมอบให้แก่มารดาของกำลังพลพลทหาร ซึ่งป่วยมีโรคประจำตัวไม่สามารถทำงานหรือประกอบอาชีพได้ รวมทั้งมอบถุงยังชีพอาหารแห้ง บรรเทาความเดือดร้อน ช่วยเหลือประชาชนที่มีฐานะยากจน ผู้ป่วยติดเตียงและคนชรา อาศัยอยู่ตามพื้นที่ที่เป็นภูเขาสูงและทุรกันดารในพื้นที่ อ.ปาย, อ.ปางมะผ้า และ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65042</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยเหลือประชาชน, ถิ่นทุรกันดาร, ถุงยังชีพ, ทหาร, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แบกเป้เดินเท้า, แม่ฮ่องสอน, ในพื้นที่ป่าเขา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200504/image_big_5eb008b3819c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61299</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2020 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2020 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรณ์&#039;ย้ำโยกงบกระทรวงละ10%ดูแลคนเดือดร้อนโควิดทุกกลุ่มสามารถทำได้ ไม่ต้องรีบกู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค.2563 นายกรณ์ จาติกวณิช ว่าที่หัวหน้าพรรคกล้า โพสต์เฟซบุคส่วนตัวถึงกรณีประชาชนจำนวนมาก ลงทะเบียนเพื่อรับขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล โดยระบุว่า เพียงคืนแรกมีประชาชนลงทะเบียนขอความช่วยเหลือ 5,000 บาท กว่า 10 ล้านคน ในขณะที่รัฐบาลเตรียมงบประมาณไว้เพื่อ 3 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอยํ้าอีกครั้งครับว่า รัฐบาลต้องเพิ่มวงเงินเพื่อดูแลผู้เดือดร้อนให้ทั่วถึง ผู้เดือดร้อนมีมากกว่า 3 ล้านคนแน่นอน และรัฐบาลจะถูกกล่าวหาว่าคัดเลือกผู้ได้สิทธิอย่างไม่เป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และนี่ยังไม่นับถึงผู้ประกันตนตามมาตรา 33 อีกจำนวนมากที่ถูกลดเงินเดือน หรือถูกพักงาน และไม่เข้าข่ายที่จะได้รับการช่วยเหลือตามมาตรการของสำนักงานประกันสังคม โดยเฉพาะพนักงานกลุ่มภาคการท่องเที่ยว และบริการทั้งหมด&amp;nbsp;
รัฐบาลให้สัญญาณว่าจะออก พรก.กู้เงินฉุกเฉิน 200,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ก่อนจะกู้เพิ่ม ผมขอเสนออีกครั้งว่า &amp;quot;รัฐควรปรับแผนการใช้เงินงบประมาณ และโอนงบที่ไม่เร่งด่วนหรือมีแนวโน้มว่าจะใช้ไม่ทันในปีงบประมาณมาเป็นเงินทุนเพื่อดูแลประชาชนให้ทั่วถึง ทุกกระทรวง กระทรวงละ 10% ได้เพิ่มอีกประมาณ 3 แสนกว่าล้าน&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วินัยทางการคลังยังสำคัญ ทุกคนเชียร์ให้รัฐบาลช่วยเหลือประชาชน แต่ต้องใช้เงินภาษีให้เหมาะสมที่สุดในยามนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61299</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาติกวณิช, ช่วยเหลือประชาชน, พรรคกล้า, ลดงบกระทรวง 10%, สู้โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200326/image_big_5e7cabcf4d191.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25859</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2019 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2019 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;บิ๊กป้อม&quot; กำชับกองทัพเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยอย่างเต็มที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ม.ค. 2562 พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห. เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนรม.และรมว.กห. ได้กำชับกองทัพ ให้น้อมนำความห่วงใยและพระราชกระแสสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทาน &amp;ldquo; แผนป้องกัน แผนเผชิญเหตุ และแผนฟื้นฟู&amp;rdquo; มาปฏิบัติในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ จากเหตุพายุ &amp;ldquo;ปาบึก&amp;rdquo; พร้อมทั้งให้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่ ที่ทยอยเข้ามารับแจกอาหาร จาก &amp;ldquo;โรงครัวพระราชทาน&amp;rdquo; พร้อมกับย้ำ ทุกเหล่าทัพ ขอให้อยู่เคียงข้างช่วยเหลือประชาชนต่อเนื่องกันไป ทั้งพื้นที่เฝ้าระวังทางภาคใต้ตอนบน ที่ยังคงมีฝนตกหนักสะสม &amp;nbsp; สำหรับพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว &amp;nbsp;ขอให้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่อพยพกลับเข้าพื้นที่ และร่วมสำรวจความเสียหายกับส่วนราชการในพื้นที่ เพื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู ให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษก กห. กล่าวว่า ที่ผ่านมา หน่วยทหารในพื้นที่ทุกเหล่าทัพ ได้ประสานและสนับสนุนการทำงานร่วมกับศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทุกจังหวัดอย่างใกล้ชิด &amp;nbsp;ในการนำกำลังพลและเครื่องมือช่าง เข้าไปช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ประชาชน ทั้งการจัดทำแนวกั้นน้ำและเปิดทางระบายน้ำ &amp;nbsp;การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและอพยพย้ายประชาชนออกจากพื้นที่อันตรายไปยังที่ปลอดภัย &amp;nbsp;การช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของจากสถานที่ราชการและบ้านเรือนประชาชนขึ้นที่สูง การขนส่งและแจกจ่ายสิ่งของยังชีพ &amp;nbsp;การจัดชุดแพทย์สนามเข้าพื้นที่ &amp;nbsp;การอำนวยความสะดวกการสัญจร รวมทั้งการสนับสนุนแก้ปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนเฉพาะหน้า กับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบ้านเรือนประชาชนและเส้นทางคมนาคม เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25859</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพ, ช่วยเหลือประชาชน, พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พายุ “ปาบึก”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190103/image_big_5c2ddcd374fa2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
