<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2021 19:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2021 19:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>16 ปี “กองทุนสวัสดิการชุมชน”  เครือข่ายทั่วประเทศร่วมผลักดัน ‘พ.ร.บ.’ สร้างชุมชน-กองทุนเข้มแข็ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลทับมา&amp;nbsp; จ.ระยอง&amp;nbsp; มอบสิ่งของเยี่ยมผู้สูงอายุ&amp;nbsp; และให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;rsquo; ถือเป็น &amp;lsquo;กองบุญ&amp;rsquo; ที่ชาวบ้านในชุมชนท้องถิ่นต่างๆ ร่วมกันจัดตั้งขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อนำเงินกองทุนมาช่วยเหลือสมาชิกในยามที่จำเป็น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เจ็บป่วย&amp;nbsp; คลอดบุตร&amp;nbsp; เสียชีวิต&amp;nbsp; ทุนการศึกษา&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; รวมทั้งยังช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ปัจจุบันมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศแล้วจำนวน 6,051 กองทุน &amp;nbsp;มีสมาชิกรวมกันมากกว่า &amp;nbsp;5.7 ล้านคน&amp;nbsp; มีเงินกองทุนทั้งหมดกว่า 18,406 ล้านบาท&amp;nbsp; !!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม กองทุนสวัสดิการชุมชนต่างๆ เหล่านี้ยังไม่มีกฎหมายรองรับ ยังไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคล รวมทั้งยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง บางกองทุนมีความเข้มแข็งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ แต่หลายกองทุนยังขาดความเข้มแข็ง &amp;nbsp;การบริหารจัดการยังไม่เป็นระบบ ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดังนั้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แกนนำ เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศจึงได้เริ่มขับเคลื่อนเพื่อผลักดันให้มี &amp;lsquo;กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมระบบสวัสดิการของชุมชน&amp;rsquo; ขึ้นมา&amp;nbsp; มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้กองทุนสวัสดิการชุมชนมีความเข้มแข็ง&amp;nbsp; เป็นหลักประกันสร้างความมั่นคงในชีวิตให้แก่ประชาชนทั่วไปที่ไม่มีระบบสวัสดิการรองรับเหมือนกับข้าราชการและพนักงานบริษัทเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;16 ปี &amp;nbsp;&amp;lsquo;สวัสดิการภาคประชาชน&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนเริ่มจัดตั้งอย่างเป็นทางการในปี 2548 &amp;nbsp;โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นที่มีความพร้อมจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนในระดับตำบลหรือเทศบาลขึ้นมาทั่วประเทศ&amp;nbsp; จำนวน 99 กองทุน&amp;nbsp; หลักการสำคัญ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; สมาชิกกองทุนจะต้องสมทบเงินเข้ากองทุนวันละ 1 บาท&amp;nbsp; หรือเดือนละ 30-31 บาท&amp;nbsp; ปีละ 365&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; เพื่อนำเงินกองทุนมาช่วยเหลือสมาชิกในยามจำเป็น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เจ็บป่วย&amp;nbsp; คลอดบุตร&amp;nbsp; เสียชีวิต&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แนวคิดสวัสดิการชุมชนดังกล่าว&amp;nbsp; มีที่มาจาก &amp;lsquo;กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์แบบพัฒนาครบวงจรชีวิต&amp;rsquo; ของ &amp;lsquo;ครูชบ&amp;nbsp; ยอดแก้ว&amp;rsquo; (ปัจจุบันเสียชีวิต) ครูประชาบาลในอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา&amp;nbsp; ที่เริ่มจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ในโรงเรียนวัดน้ำขาวตั้งแต่ปี 2522 เพื่อให้ครูและนักเรียนมีความประหยัด&amp;nbsp; อดออม&amp;nbsp; มีสัจจะ&amp;nbsp; โดยนำเงินออมมาช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงขยายไปสู่หมู่บ้านต่างๆ ในตำบล&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยมีแนวคิดคือ &amp;ldquo;ให้ชาวบ้านลดรายจ่ายเพียงวันละ 1 บาท&amp;nbsp; แล้วนำเงิน 1 บาทมาสะสมร่วมกัน เพื่อให้คนเดือดร้อนกู้ยืม&amp;nbsp; หรือนำไปประกอบอาชีพ โดยคิดดอกเบี้ยเพียงเล็กน้อย&amp;nbsp; เมื่อกลุ่มมีรายได้จากดอกเบี้ยจะนำมาปันผลให้สมาชิก&amp;nbsp; และช่วยเหลือสวัสดิการสมาชิกตั้งแต่เกิดจนถึงตาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ครูชบ&amp;nbsp; ยอดแก้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากแนวคิด &amp;lsquo;กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์แบบพัฒนาครบวงจรชีวิต&amp;rsquo; ของครูชบ&amp;nbsp; ยอดแก้ว&amp;nbsp; จึงมีผู้นำชุมชน&amp;nbsp; พระนักพัฒนา&amp;nbsp; ฯลฯ จากทั่วประเทศได้มาศึกษาเรียนรู้และนำไปขยายผล&amp;nbsp; รวมทั้งครูชบยังได้เดินสายไปบรรยายเพื่อส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ขึ้นมาทั่วประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีหลักการคือ สมาชิกจะต้องสะสมเงินเข้ากลุ่มตามที่กำหนด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เดือนละ 1 ครั้ง&amp;nbsp; อย่างน้อย 100 บาท&amp;nbsp; เมื่อสมาชิกมีความจำเป็นก็สามารถกู้ยืมเงินไปใช้จ่ายได้ตามข้อตกลงของกลุ่ม&amp;nbsp; โดยเสียดอกเบี้ยเพียงเล็กน้อย (ไม่เกิน 1 บาทต่อเดือน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกัน&amp;nbsp; แนวคิด &amp;ldquo;สะสมเงินเพียงวันละ 1 บาทเพื่อนำเงินมาช่วยเหลือกัน&amp;rdquo; นั้น&amp;nbsp; ได้ถูกต่อยอดจากชุมชนหลายแห่ง&amp;nbsp; จนพัฒนามาเป็น &amp;lsquo;กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;rsquo; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; สนับสนุนให้มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนขึ้นมาอย่างเป็นทางการในปี 2548 &amp;nbsp;เป็นกองทุนสวัสดิการชุมชนในระดับตำบล&amp;nbsp; หรือเทศบาล&amp;nbsp; (หากเป็นกรุงเทพฯ จะเป็นกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเขต)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา 16 ปี&amp;nbsp; มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศแล้ว (กรกฎาคม 2564) รวม 6,051 กองทุน&amp;nbsp; จำนวนสมาชิกรวมกัน &amp;nbsp;5,739,396 คน &amp;nbsp;เงินกองทุนรวมกัน&amp;nbsp; 18,406&amp;nbsp; ล้านบาท (18,406,719,388 บาท)&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือเฉลี่ยกองทุนแต่ละแห่งจะมีเงินกองทุนแห่งละ 3 ล้านบาทเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; เพื่อคนในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนส่วนใหญ่เป็นการริเริ่มจัดตั้งโดยผู้นำในตำบล (บางแห่งริเริ่มโดยผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่น เช่น อบต. เทศบาล)&amp;nbsp; ชักชวนแกนนำหมู่บ้าน&amp;nbsp; กลุ่ม&amp;nbsp; องค์กรต่างๆ มาประชุมร่วมกัน&amp;nbsp; เพื่อชี้แจงเป้าหมาย&amp;nbsp; วัตถุประสงค์การจัดตั้งกองทุน&amp;nbsp; คัดเลือกตัวแทนเข้ามาเป็นคณะกรรมการกองทุน&amp;nbsp; ร่วมกันกำหนดระเบียบกองทุน คุณสมบัติของสมาชิก&amp;nbsp; การสมทบเงิน&amp;nbsp; สวัสดิการที่จะช่วยเหลือสมาชิก&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนส่วนใหญ่จะให้สมาชิกสมทบเงินเข้ากองทุนเป็นรายเดือนหรือรายปีตามความสะดวก&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เดือนละ 30 บาท&amp;nbsp; หรือปีละ 365 บาท&amp;nbsp; เมื่อเป็นสมาชิกแล้วอย่างน้อย 6 เดือนจึงจะได้รับสวัสดิการช่วยเหลือพื้นฐานตั้งแต่เกิดจนตาย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; คลอดบุตรช่วยเหลือ 500 บาท&amp;nbsp; นอนโรงพยาบาลช่วยเหลือคืนละ 100 บาท&amp;nbsp; ปีหนึ่งไม่เกิน 10 คืน&amp;nbsp; ช่วยสมาชิกที่เสียชีวิต&amp;nbsp; 3,000-20,000 บาท (ตามอายุการเป็นสมาชิก)&amp;nbsp; ช่วยภัยพิบัติไม่เกิน 2,000 บาท ฯลฯ&amp;nbsp; โดยสมาชิกจะต้องนำหลักฐานมาเบิกจ่ายแก่คณะกรรมการ&amp;nbsp; แม้จำนวนเงินที่ช่วยเหลือจะไม่มากนัก&amp;nbsp; แต่ก็เป็นการช่วยเหลือที่ทันท่วงที&amp;nbsp; ไม่มีระเบียบขั้นตอนมากมาย&amp;nbsp; ไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลบางเลน จ.นครปฐม&amp;nbsp; มอบเงินช่วยเหลือผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้บางกองทุนอาจจัดสวัสดิการให้สมาชิกได้หลากหลายตามความเหมาะสม&amp;nbsp; เช่น กองทุนสวัสดิการชุมชน เทศบาลตำบลอุโมงค์&amp;nbsp; อ.เมือง&amp;nbsp; จ.ลำพูน จัดตั้งขึ้นในปี 2550 ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 7,000 คน&amp;nbsp; มีสวัสดิการถึง 24 ประเภท เช่น&amp;nbsp; ค่ารถไปโรงพยาบาล &amp;nbsp;สวัสดิการเมื่อบวช&amp;nbsp; เกณฑ์ทหาร&amp;nbsp; แต่งงาน&amp;nbsp; ขึ้นบ้านใหม่&amp;nbsp; จบการศึกษา&amp;nbsp; ช่วยเหลือผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ส่งเสริมกลุ่มอาชีพ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยที่ผ่านมาเทศบาลตำบลอุโมงค์จัดสรรงบประมาณสมทบเงินเข้ากองทุนสวัสดิการประมาณปีละ 1 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สวัสดิการ &amp;ldquo;ควายออกลูก&amp;rdquo; ที่ จ.สุรินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กองบุญคุณธรรมเพื่อจัดสวัสดิการชุมชนตำบลเมืองลีง&amp;nbsp; อ.จอมพระ&amp;nbsp; จ.สุรินทร์ นอกจากจะจัดสวัสดิการพื้นฐานให้แก่สมาชิกแล้ว ยังส่งเสริมให้สมาชิกมีความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp; สร้างแหล่งอาหารปลอดภัย&amp;nbsp; ทำเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp; ส่งเสริมการเลี้ยงควายเพื่อนำมูลควายมาทำปุ๋ยอินทรีย์&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมี &amp;lsquo;สวัสดิการควายออกลูก&amp;rsquo; มอบเงินสวัสดิการเมื่อควายของสมาชิกออกลูกตัวละ 200 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; (สมาชิกคลอดบุตรช่วยเหลือ 500 บาท)&amp;nbsp; มีสมาชิกกองบุญฯ ประมาณ 2,300 คน&amp;nbsp; สมาชิกที่เลี้ยงควายจำนวน 228 ครอบครัว&amp;nbsp; มีควายรวมกันจำนวน 984 ตัว ที่ผ่านมาจ่ายสวัสดิการควายออกลูกไปแล้วจำนวน&amp;nbsp; 443 ตัว รวมเป็นเงิน&amp;nbsp; 886,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;คนออกลูกได้ 500 บาท&amp;nbsp; ควายออกลูกได้ 200 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วิเชียร&amp;nbsp; สัตตธารา &amp;nbsp;เลขานุการกองบุญคุณธรรมฯ&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ตำบลเมืองลีงเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่สำคัญของจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp; มีผลผลิตส่งขายประมาณปีละ 10,000 ตัน&amp;nbsp; จึงอยากส่งเสริมให้ชาวบ้านและสมาชิกกองทุนฯ เลี้ยงควายเอาไว้&amp;nbsp; เพราะถึงแม้ส่วนใหญ่จะไม่ได้ใช้ควายทุยไถนา&amp;nbsp; เพราะหันไปใช้ควายเหล็กกันหมดแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;แต่มูลควายก็นำเอามาหมักทำปุ๋ยอินทรีย์ใส่ในนาข้าวและแปลงผักได้ผลดี ยิ่งเป็นข้าวหอมมะลิอินทรีย์ยิ่งขายได้ราคาดี&amp;nbsp; คนกินและคนปลูกข้าวก็จะปลอดภัย&amp;nbsp; เพราะไม่ได้ใช้สารเคมี&amp;nbsp; กองบุญคุณธรรมฯ จึงส่งเสริมเรื่องการเลี้ยงควาย&amp;nbsp; เพราะถือว่าเป็นควายเป็นต้นทางของการทำเกษตรอินทรีย์&amp;rdquo;&amp;nbsp; วิเชียรย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ร่วมขับเคลื่อน (ร่าง) พ.ร.บ.ส่งเสริมระบบสวัสดิการของชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แก้ว&amp;nbsp; สังข์ชู &amp;nbsp;ประธานอนุกรรมการเครือข่ายสวัสดิการชุมชนระดับชาติ &amp;nbsp;ซึ่งมีบทบาทส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;บอกว่า &amp;nbsp;กองทุนสวัสดิการชุมชนถ้าพูดในหลักของธรรมะ &amp;nbsp;ถือเป็น &amp;lsquo;กองบุญ&amp;rsquo; ที่สมาชิกทุกคนร่วมกันบริจาค หรือสมทบเงินเข้ามาเพื่อเป็นกองบุญคนละ 1 บาท &amp;nbsp;เพื่อเป็นเงินเอาไว้ดูแลสมาชิกในยามทุกข์ยากลำบาก หรือคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนก็ยังช่วยเหลือ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รวมทั้งยังช่วยเหลือสมาชิกและชุมชนในรูปแบบที่ไม่ได้เป็นตัวเงิน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp; การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ดูแลป่าชุมชน&amp;nbsp; สร้างแหล่งอาหารตามธรรมชาติในป่า&amp;nbsp; ดูแลและปกป้องท้องทะเล&amp;nbsp; ทำให้มีแหล่งอาหารเอาไว้ให้ลูกหลาน&amp;nbsp; เป็นสวัสดิการชุมชนที่ยั่งยืน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ในช่วงสถานการณ์โควิดตั้งแต่ปี 2563 &amp;nbsp;กองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศยังนำเงินกองทุนของตนเองมาผลิตหน้ากากผ้าอนามัยแจกจ่ายให้แก่ประชาชนทั่วไปประมาณ 1 ล้านชิ้นทั่วประเทศ&amp;nbsp; รวมทั้งยังนำข้าวปลา&amp;nbsp; อาหารสดแห้ง&amp;nbsp; รวมทั้งสิ่งของจำเป็นแจกจ่ายให้แก่พี่น้องในชุมชนและประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดด้วย&amp;nbsp; ถือเป็นการช่วยเหลือจุนเจือกันในยามเดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลบ้านส้อง&amp;nbsp; อ.เวียงสระ&amp;nbsp; จ.สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; ร่วมทำหน้ากากผ้าอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนขึ้นมาในปี 2548&amp;nbsp; จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา 16 ปี&amp;nbsp; แต่กองทุนสวัสดิการชุมชนต่างๆ ยังไม่มีกฎหมายรองรับ &amp;nbsp;ยังไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคล &amp;nbsp;รวมทั้งยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ &amp;nbsp;อย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;บางกองทุนมีความเข้มแข็งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ &amp;nbsp;แต่หลายกองทุนยังขาดความเข้มแข็ง &amp;nbsp;การบริหารจัดการยังไม่เป็นระบบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดังนั้นในช่วง &amp;nbsp;2-3 ปีที่ผ่านมา &amp;nbsp;แกนนำและเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศจึงได้เริ่มขับเคลื่อนเพื่อผลักดันให้มีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมระบบสวัสดิการของชุมชนขึ้นมา&amp;nbsp;โดยมีนักวิชาการด้านกฎหมายจากสถาบันพระปกเกล้าช่วยร่าง &amp;lsquo;พ.ร.บ.ส่งเสริมระบบสวัสดิการของชุมชน พ.ศ...&amp;rsquo; &amp;nbsp;ขึ้นมา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากนั้นจึงรวบรวมรายชื่อประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 14,106 ราย&amp;nbsp; เสนอร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp; เมื่อ 23 กันยายน 2563 เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการเสนอกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผู้แทนกองทุนสวัสดิการชุมชนยื่นรายชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมระบบสวัสดิการฯ ต่อเลขานุการสภาผู้แทนราษฏร เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สาระสำคัญของ พ.ร.บ.ฉบับนี้&amp;nbsp; คือให้มี &amp;lsquo;คณะกรรมการส่งเสริมระบบสวัสดิการของชุมชนแห่งชาติ&amp;rsquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน &amp;nbsp;และมี &amp;lsquo;คณะกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนระบบสวัสดิการของชุมชนระดับจังหวัด&amp;rsquo; มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน &amp;nbsp;เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมระบบสวัสดิการชุมชนตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงระดับท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนความคืบหน้าของการขับเคลื่อนร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้&amp;nbsp; สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฏรได้ส่งร่าง พ.ร.บ.ไปให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาลงนาม&amp;nbsp; เนื่องจากเป็นร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน&amp;nbsp; ทั้งนี้ตามรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; พ.ศ. 2560&amp;nbsp; มาตรา 133 &amp;nbsp;กำหนดว่า&amp;nbsp; หากเป็นร่าง พ.ร.บ.เกี่ยวด้วยการเงินจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรได้ก็ต่อเมื่อมีคํารับรองของนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; โดยนายกฯ จะต้องลงนาม&amp;nbsp; หากไม่ลงนาม ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนั้นก็จะตกไป&amp;nbsp; คาดว่าจะรู้ผลได้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แก้ว สังข์ชู ในฐานะประธานผู้ริเริ่มเสนอกฎหมาย &amp;nbsp;บอกว่า &amp;ldquo;กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายเชิงส่งเสริมให้ชุมชนเข้มแข็ง เป็นเครื่องมือที่จะสร้างให้ชุมชนพึ่งพาตนเองเป็นหลัก คิดว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นฉบับแรกที่เข้าถึงภาคประชาชนที่มาจากฐานราก และพวกเราก็ต้องการให้กฎหมายฉบับนี้เป็นเครื่องมือสำคัญของชุมชนของสังคม&amp;nbsp;ที่ผ่านมาก็ทำงานเรื่องนี้มาโดยตลอดถึงแม้ว่าจะไม่มีกฎหมาย แต่ถ้าเกิดเป็นกฎหมายขึ้นมาแล้ว สาระสำคัญคือ จะเกิดความเชื่อมั่น ความศรัทธา และบริหารความเสี่ยง ซึ่งจะทำให้กฎหมายฉบับนี้เกิดความยั่งยืนมั่นคงต่อการปฏิบัติ &amp;nbsp;กฎหมายฉบับนี้จะดูแลเราตั้งแต่เกิดจนตาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (อ่านรายละเอียดร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้ที่เว็บไซต์สถาบันพระปกเกล้า &amp;nbsp;https://www.kpi.ac.th/news/news/data/867)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109082</URL_LINK>
                <HASHTAG>16 ปี  ‘สวัสดิการภาคประชาชน’, กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมระบบสวัสดิการของชุมชน, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์แบบพัฒนาครบวงจรชีวิต, กองทุนสวัสดิการชุมชน, กองบุญ, คณะกรรมการส่งเสริมระบบสวัสดิการของชุมชนแห่งชาติ, ครูชบ  ยอดแก้ว, ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส, ประธานอนุกรรมการเครือข่ายสวัสดิการชุมชนระดับชาติ, พ.ร.บ.ส่งเสริมระบบสวัสดิการของชุมชน, วิเชียร  สัตตธารา, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สวัสดิการควายออกลูก, สะสมเงินเพียงวันละ 1 บาทเพื่อนำเงินมาช่วยเหลือกัน, แก้ว  สังข์ชู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210708/image_big_60e6f15c8f74a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
