<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111860</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 17:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 17:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มังคุดใต้ขายเกลี้ยง พรรคกล้าซื้อเพิ่มอีก 5,000 กิโล ช่วยเกษตรกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค. 2564 ตามที่พรรคกล้า ได้ช่วยซื้อมังคุดจากชาวสวนภาคใต้จำนวน 3,000 กิโลกรัม เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ที่ประสบปัญหาขนส่งไม่ได้ ทำให้ผลผลิตตกค้างเป็นจำนวนมาก ราคาผลผลิตตกต่ำเหลือเพียงกิโลกรัมละ 5 บาทเท่านั้น พรรคกล้าจึงได้จัดซื้อมังคุดเกรดพรีเมี่ยมในราคากิโลกรัมละ 20 บาท &amp;nbsp;เพื่อนำมาจำหน่ายให้กับผู้บริโภคในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ผ่านช่องทาง PokPok ในราคาต้นทุน โดยสินค้าจะส่งมาในวันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หลังจากที่ได้ประกาศผ่านเพจพรรคกล้า และ PokPok รถอาหารแสนอร่อย &amp;nbsp;ทำให้มีผู้สนใจสั่งจองเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทำให้สินค้าหมดลงในเวลาอันรวดเร็ว &amp;nbsp;นายนัฐพงศ์ จารวิจิต เจ้าของและผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น PokPok &amp;nbsp;จึงต้องสั่งไปเพิ่มอีก 700 กิโลกรัม เพื่อให้เพียงพอต่อออเดอร์ที่ให้การตอบรับอย่างล้นหลาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปีอกให้บริการจำหน่ายมังคุดรอบนี้เป็นรอบที่ 2 &amp;nbsp;โดยจะร่วมมือจาก &amp;nbsp;MuvMi ที่นำรถตุ๊ก ตุ๊ก ไฟฟ้าจำนวน 4 คัน &amp;nbsp;มาช่วยจัดส่งมังคุดจำนวน 3,700 กิโลกรัม ให้ถึงมือผู้บริโภคโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น &amp;nbsp;โดย 1 คัน สามารถขนได้ครั้งละ 500 กิโลกรัม&amp;rdquo; นายนัฐพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรคกล้า หัวหน้าทีมเศรษฐกิจเพื่อคนตัวเล็ก กล่าวว่า จากกระแสการตอบรับที่ดีที่มีผุ้สนใจมังคุดจากสวนภาคใต้เป็นจำนวนมาก พรรคกล้า จึงจะจัดซื้อมังคุดภาคใต้อีก &amp;nbsp;5,000 กิโลกรัมเพื่อมาจำหน่ายให้กับประชาชนในเขตเมืองและปริมณฑล &amp;nbsp;และจะทำการไลฟ์สดขายในเวลา 19.00 น. และจะจัดส่งให้ในวันรุ่งขึ้น &amp;nbsp;สามารถติดตามข่าวสารความคืบหน้าได้ที่ เพจ พรรคกล้า-KLA Party และที่เพจ &amp;nbsp;วรวุฒิ อุ่นใจ &amp;ndash; เศรษฐกิจเพื่อคนตัวเล็ก นอกจากนี้ ยังเตรียมขยายผลช่วยเหลือเกษตรกรทั่วประเทศ ทั้งชาวสวนลำไย สับปะรด และพืชผลทางการเกษตรอื่นที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111860</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยเหลือเกษตรกร, พรรคกล้า, มังคุด, สวนภาคใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210801/image_big_6106767b09c30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2018 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2018 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกษตรกรเฮ! ธ.ก.ส. จ่อชง ครม. ลุยโครงการพักชำระหนี้-ลดดอกเบี้ย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกษตรกรเฮ! บอร์ด ธ.ก.ส. ไฟเขียวโครงการพักชำระหนี้ ลดดอกเบี้ย 3% หวังช่วยเหลือเกษตรกรกว่า 3.81 ล้านราย เล็งอ้อน ครม. ขอชดเชยดอกเบี้ย 1.63 หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งมีนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เป็นประธาน ได้เห็นชอบโครงการลดภาระหนี้เพื่อสนับสนุนการปฏิรูปภาคเกษตรตามแนวทางเกษตรประชารัฐ เรียบร้อยแล้ว และจะมีการเสนอโครงการให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาวันที่ 31 ก.ค.นี้ พร้อมกับขอวงเงินชดเชยดอกเบี้ยจากรัฐบาล 1.63 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปช่วยลดภาระหนี้ให้กับเกษตรกร โดยมีเกษตรกรที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมาย 3.81 ล้านราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในรายละเอียดประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ส่วนแรกเป็นการขยายเวลาชำระหนี้เงินกู้ โดยธ.ก.ส.จะพักชำระเงินต้นตามความสมัครใจแก่เกษตรกรที่มีหนี้กับธ.ก.ส.ก่อนวันที่ 31 ก.ค. 2561 ระยะเวลา 3 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1ส.ค. 2561- 31 ก.ค. 2564 และให้มีการผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ย โดยถ้าเป็นดอกเบี้ยเดิมก่อนเข้าโครงการ จะให้ชำระตามงวดอย่างน้อยปีละ1ครั้ง ส่วนต่อมาเป็นการลดดอกเบี้ยเงินกู้ โดยธ.ก.ส.จะลดดอกเบี้ยเงินกู้ที่เกิดขึ้นใหม่เป็นเวลา 1ปี สำหรับเงินกู้ 3แสนบาทแรก ในอัตรา 3% ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดอกเบี้ยเงินกู้ที่ลดให้เกษตรกร 3% เวลา 1 ปี จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2561-31 ก.ค. 2562 โดยเป็นส่วนที่ ธ.ก.ส.ลดให้ 0.5% อีกส่วนมาจากที่รัฐบาลช่วยชดเชยอีก 2.5% นอกจากนี้ในระหว่างที่มีการพักชำระหนี้ ธนาคารยังเปิดให้เกษตรกรสามารถกู้เงินปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตได้ หรือกู้ทำการผลิตโครงการใหม่ได้ใหม่ได้ ทั้งโครงการของตนเองหรือโครงการปฏิรูปการเกษตรของกระทรวงเกษตร&amp;rdquo; รายงานข่าว ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ลูกหนี้ที่เป็นภาระหนี้เสีย ธนาคารยังเปิดให้มีการปรับโครงสร้างหนี้พร้อมกับ ให้ขอใช้สินเชื่อฉุกเฉินและจัดหาปัจจัยการผลิตเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นหนี้นอกระบบซ้ำ รวมถึงกรณีลูกหนี้ที่ไม่เข้าร่วมโครงการขยายเวลาชำระหนี้เงินกู้ สามารถเข้าร่วมโครงการสินเชื่อเพิ่มศักยภาพการประกอบอาชีพดอกเบี้ยพิเศษได้ด้วย อีกทั้งยังมีโครงการส่งเสริมการออมเงิน เช่น เงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้เกษตรกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า ในสิ้นเดือน ก.ค.นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการพักชำระเงินต้นของลูกหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เข้า ครม. มูลหนี้ไม่เกินคนละ 3 แสนบาท เป็นระยะเวลา 3 ปี รวมถึงการช่วยเหลืออุดหนุนดอกเบี้ยให้กับลูกหนี้ธ.ก.ส.เพื่อแบ่งเบาภาระการชำระหนี้แก่เกษตรกรรายย่อย โดยการช่วยเหลือจะเป็นโครงการแบบภาคสมัครใจ ใครจะเข้าหรือไม่ก็ได้ หากคนที่มีปัญหาผ่อนไม่ไหวก็ขอให้ไปเจรจากับธ.ก.ส.ในการพักชำระเงินต้นได้เอง ส่วนใครที่คิดว่ายังผ่อนไหวและไม่อยากเสียดอกเบี้ยเพิ่มก็ยังสามารถผ่อนชำระได้ตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้รัฐบาลมีนโยบายในการเน้นการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสให้พึ่งพาตัวเองได้ โดยเฉพาะเกษตรกรที่ส่วนใหญ่ยังเป็นคนยากจนกว่า 30 ล้านคน หรือประมาณครึ่งหนึ่งของคนทั้งประเทศ โดยที่ผ่านมาภาครัฐมีการตั้งงบกลางปีเพิ่มเติม 1.5 แสนล้านบาท เพื่อดำเนินการด้านปฎิรูปเกษตรกร เพื่อเน้นการลดต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต การเพาะปลูกสินค้าเกษตรให้ตรงกับความต้องการของตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การแก้ปัญหาความยากจนให้เกษตรกรจะเป็นหัวใจหลักในการแก้ปัญหาความยากจนของประเทศ โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ประเมินว่า หากเศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้เฉลี่ย 4% ต่อเนื่อง จะทำให้ไทยหลุดพ้นประเทศความยากจนได้ภายใน 18 ปีข้างหน้า แต่หากจีดีพีขยายตัวได้ถึง5%จะทำให้ไทยหลุดพ้นความยากจนได้ภายใน 11 ปี ดังนั้นรัฐบาบลจึงพยายามปฎิรูปภาคการเกษตร ให้มีรายได้มากขึ้นอย่างยั่งยืน เพราะถ้าเกษตรกรหายจนได้เมื่อไร &amp;nbsp;มั่นใจว่าจะทำให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลางขึ้นไปเป็นประเทศที่มีรายได้สูงอย่างแน่นอน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14411</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., ช่วยเหลือเกษตรกร, ธ.ก.ส., พักชำระหนี้, ลดดอกเบี้ย, อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180125/image_big_5a6999dddaf14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13548</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2018 09:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2018 09:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวงพาณิชย์ชงครม.สั่งควบคุมนำเข้ามะพร้าว 3 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช ที่มี &amp;quot;สมคิด&amp;quot; เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบกำหนดมาตรการระยะสั้น สั่งควบคุมการนำเข้ามะพร้าว 3 เดือน ตั้งแต่ส.ค.-ต.ค.นี้ พร้อมมอบ &amp;quot;พาณิชย์-เกษตร&amp;quot;ติดตามสถานการณ์ และทบทวนว่ามีความจำเป็นต้องใช้ต่อหรือไม่ มั่นใจช่วยดึงราคามะพร้าวในประเทศและแก้ไขปัญหาราคาตกต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันที่ 16 ก.ค.2561 คณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช ที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้มีการประชุมและมีมติเห็นชอบการกำหนดมาตรการระยะสั้นช่วง 3 เดือน ในการควบคุมการนำเข้ามะพร้าว เพื่อแก้ไขสถานการณ์ราคามะพร้าวตกต่ำและช่วยเหลือเกษตรกรไทย โดยมาตรการดังกล่าวจะกำหนดการห้ามนำเข้ามะพร้าวชั่วคราวในช่วงเวลา 3 เดือน (ส.ค.-ต.ค.) โดยจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 17 ก.ค.นี้ และจากนั้นจะพิจารณาทบทวนสถานการณ์ว่ายังมีความจำเป็นหรือไม่ และให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกันหารือและติดตามสถานการณ์ในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อประกอบการพิจารณาความจำเป็นที่จะต่ออายุมาตรการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กระทรวงฯ เตรียมประกาศใช้มาตรการ เพื่อให้มีผลทันเวลาในช่วงที่ผลผลิตมะพร้าวในประเทศของไทยยังมีสูงพอเพียงที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมแปรรูปมะพร้าวสามารถใช้ผลผลิตมะพร้าวในประเทศ ซึ่งจะช่วยไม่ให้ผู้ผลิตกะทิเพื่อการส่งออกและบริโภคของไทยได้รับความเดือดร้อน ขณะเดียวกัน จะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวของไทยที่เผชิญปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำในช่วงนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในปี 2560 ไทยนำเข้ามะพร้าวจากทั่วโลกที่ปริมาณ 416,210 ตัน โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ไทยพบวิกฤตการณ์แมลงศัตรูพืชระบาด ทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้า แต่ในปี 2561 ผลผลิตมะพร้าวในประเทศมีปริมาณออกสู่ตลาดมาก ส่งผลให้ราคามะพร้าวปรับตัวลดลง โดยล่าสุดราคาอยู่ที่ประมาณ 5-6 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก และจากการนำเข้ามะพร้าว ทำให้มีมะพร้าวนำเข้ามามาก ยิ่งส่งผลกระทบต่อราคาภายในประเทศมากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13548</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, คณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช, ควบคุมนำเข้ามะพร้าว, ช่วยเหลือเกษตรกร, ราคามะพร้าวตกต่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180529/image_big_5b0d4ba94ce12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
