<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 08:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 08:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอสเอ็มอีแบงก์ทุ่ม1.5หมื่นล.เติมทุนต่อลมหายใจให้SME</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3 ส.ค. 2564 นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ภายในประเทศที่ยังขยายตัวในวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อเอสเอ็มอีเป็นจำนวนมาก ทั้งปัญหายอดขายและรายได้ลดลง ดังนั้นเอสเอ็มอีแบงก์จึงออกมาตรการทางการเงินเสริม ด้วยแพคเกจสินเชื่อเติมทุน SMEs มีสุข ยิ้มได้ วงเงินรวม 15,000 ล้านบาท ภายใต้ 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่ ได้แก่ 1. SMEs D เติมทุน, 2. SMEs มีสุข และ 3. SMEs ยิ้มได้ ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ให้มีวงเงินเพิ่มขึ้น นำไปใช้เสริมสภาพคล่อง และลดต้นทุนทางการเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ โดยเปิดกว้างเอสเอ็มอีทุกกลุ่มธุรกิจ คุณสมบัติกู้ได้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ วงเงินกู้สูงขึ้นถึง 15 ล้านบาทต่อราย ได้แก่ สินเชื่อ SMEs D เติมทุน วงเงิน 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 4% ต่อปี เปิดโอกาสรับรีไฟแนนซ์จากสถาบันการเงินเดิม ช่วยลดต้นทุนทางการเงิน ผ่อนนานถึง 10 ปี และสินเชื่อ SMEs มีสุข วงเงิน 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 5% ต่อปี สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเงินลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ หรือปรับเปลี่ยนธุรกิจ รองรับการเติบโตในอนาคต ผ่อนนานถึง 10 ปี และสินเชื่อ SMEs ยิ้มได้ วงเงิน 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 5.5% ต่อปี ทบทวนวงเงินได้ทุกปี ช่วยเติมทุนหมุนเวียนให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สามารถบริหารจัดการธุรกิจไม่มีสะดุด โดยเปิดรับคำขอกู้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สถานการณ์โควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลาย ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของเอสเอ็มอีอย่างรุนแรง ธนาคารจึงดำเนินนโยบายให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม ด้วยการออกแพคเกจสินเชื่อใหม่ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มีเงินทุนเพิ่มขึ้น ต้นทุนทางการเงินลดลง สามารถนำไปใช้เสริมสภาพคล่องเพียงพอสูงถึงรายละ 15 ล้านบาท ช่วยบริหารจัดการธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้&amp;rdquo; นางสาวนารถนารี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สนใจใช้บริการแจ้งความประสงค์ได้ผ่านทางออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ https://www.smebank.co.th/, แอปพลิเคชัน SME D Bank ดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ IOS และ Android และ LINE Official Account: SME Development Bank เป็นต้น รวมถึง สาขาของ SME D Bank ทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112012</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยเอสเอ็มอี, นารถนารี รัฐปัตย์, สินเชื่อ, เอสเอ็มอีแบงก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e42b10b17a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91528</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2021 12:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2021 12:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039;บี้ประยุทธ์ปรับวงเงิน9แสนล้านของธปท.ช่วยเหลือSME  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ม.ค. 2564 นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส.หนองคาย และคณะทำงานเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คณะทำงานเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์เร่งช่วยเหลือธุรกิจ SMEs ให้ผ่านวิกฤตไวรัสโควิดนี้ไปได้ โดยปรับวงเงินทั้งหมด 9 แสนล้านบาทจากธนาคารแห่งประเทศไทย ให้มาช่วย SMEs ทั้งหมด โดยผ่อนคลายเงื่อนไขการปล่อยกู้ โดยรัฐต้องค้ำประกันหนี้เสีย หากยังไม่พอ ต้องเพิ่มวงเงิน อยากให้พล.อ.ประยุทธ์ เร่งปรับวงเงินจากโครงการจ้างงานใหม่ 250,000 ตำแหน่ง ที่รัฐบาลเคยคุยโวไว้ตอนปรับครม.ใหม่ๆ แต่กลับไม่ได้ทำ โดยให้มาเป็นเงินสนับสนุน SMEs ให้รักษาการจ้างงาน อย่างน้อย 50% ของเงินเดือน เพื่อป้องกันการตกงาน และหากจำเป็นก็ควรต้องเพิ่มวงเงินเพื่อแก้ปัญหาการว่างงานที่จะเป็นปัญหาใหญ่ ทั้งนี้หากมีการจัดการให้มีการฉีดวัคซีนได้ทั่วถึงได้โดยเร็ว ก็จะไม่ต้องสนับสนุนนาน อยากให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยนำ โครงการ น้ำประปาฟรี ไฟฟ้าฟรี (ในปริมาณที่จำกัด) รถเมล์ฟรี รถไฟฟรี ที่รัฐบาลพรรคพลังประชาชนเคยทำไว้กลับมาทำใหม่ เพื่อลดค่าใช้จ่ายประชาชนที่กำลังลำบากกันอย่างมาก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากให้ มีการเร่ง ปลดล็อค​ดาว​น์​เพื่อให้ทำธุรกิจกันได้อย่างปกติ และ อยากให้เปิดโรงเรียนและมหาวิทยาลัย เพื่อนักเรียน และนักศึกษาจะได้ศึกษาหาความรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้มีข้อมูลพิสูจน์แล้วว่าการติดเชื้อไวรัสในเด็กและเยาวชน มีปริมาณที่น้อยมากและอัตราการทำอันตรายถึงชีวิตต่อเด็กและเยาวชนมีน้อยจนแทบไม่มีเลย ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ต้องการให้พล.อ.ประยุทธ์ ปรับกรอบคิดและคิดล่วงหน้าก่อนปัญหาจะเกิด เพื่อจะได้นำพาประเทศไทยให้พัฒนาต่อไปได้ ถ้าหากพลเอกประยุทธ์รู้ตัวว่าขาดความรู้ความสามารถที่จะพัฒนากรอบคิดได้ ก็ไม่ควรจะอยู่ในตำแหน่งเพื่อถ่วงความเจริญของประเทศอีกต่อไปแล้ว เพราะจะทำให้ประเทศไทยเสื่อมถอยต่อไปอีก 10 ปีตามคำเตือนของสื่อต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91528</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยเอสเอ็มอี, วงเงินแบงก์ชาติ, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210117/image_big_6003a312b7d90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
