<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2020 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2020 17:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผบ.ฉก.นราธิวาส&#039;สั่งตรึงกำลังแนวชายแดนป้องกันใช้ช่องทางธรรมชาติเข้าไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ธ.ค.63-พล.ต.ไพศาล หนูสังข์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่15 และผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุดควบคุมป้องกันชายแดน (ชค.ปชด) รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับมาตรการสกัดกั้นตามแนวชายแดน โดยสั่งกำชับเพิ่มมาตรการ คุมเข้ม สกัดกั้นป้องกันการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าว ในช่องทางธรรมชาติให้เข้มงวด รัดกุม ในการดูแลรักษาความปลอดภัยตามลำน้ำ ตลอดตะเข็บแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการลักลอบของผู้ที่มีเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) เข้ามาในประเทศไทยได้โดยเด็ดขาด ซึ่งขณะนี้ประเทศไทย กำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) รอบที่ 2 ให้หน่วยในพื้นที่บูรณาการ กำลังทุกภาคส่วน และประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการป้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้เน้นย้ำกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ให้ปฎิบัติตัวอย่างเคร่งครัด การ์ดห้ามตก ตามวิถี New Normal ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือ รักษาระยะห่างทางสังคม หลีกเลี่ยงไปสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูง และสื่อสาร ให้ถึงประชาชนขอให้ประชาชนตระหนัก แต่ไม่ตื่นตระหนก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ให้มีประสิทธิภาพต่อไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88123</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉก.นราธิวาส, ช่องทางธรรมชาติ, พล.ต.ไพศาล หนูสังข์, ลักลอบเข้าประเทศ, แนวงทางแดน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201227/image_big_5fe85ece508c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 13:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 13:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ผบ.ตร’บอกมีเบาะแสขบวนการขนแรงงานเถื่อนแล้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีการขยายผลสืบสวนขบวนการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ว่า มีเบาะแสแล้ว แต่การดำเนินคดีจะต้องมีพยานหลักฐานด้วย ซึ่งเขาก็ดำเนินการอยู่ ทั้งฝ่ายตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ก็ช่วยกันดูแล เรื่องนี้ นายกฯ ได้มอบ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ดูแลในเรื่องนี้ ส่วนเรื่องแรงงานต่างด้าวนั้น เราเน้นเรื่องกระบวนการขนคน ไม่ได้เน้นจับคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามา เพราะตอนนี้จะหนีหรือไม่หนีนั้นไม่รู้ แต่ถ้าเป็นผู้ป่วยต้องดูแล และเราต้องทำให้เขารู้สึกว่ารัฐไทยมีมนุษยธรรมที่จะดูแล เพราะถ้าเราไม่ดูแลเขา คนไทยเองก็จะมีปัญหา จึงฝากถึงผู้ใช้แรงงานชาวเมียนมาจะเข้ามาผิดหรือถูก ก็เรื่องหนึ่ง แต่ขอให้เชื่อฟังเจ้าหน้าที่ของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าขบวนการลักลอบนำแรงงานเข้าเมืองผิดกฎหมายมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องหรือไม่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า อยู่ระหว่างการสืบสวนดำเนินการ ถ้าหลักฐานชัดเจนก็ดำเนินคดีหมด ไม่ว่าจะเป็นใคร โดยเป็นเรื่องที่ นายกฯ เน้นย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่าเป็นเรื่องที่มีมานานแล้วหรือไม่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า เป็นเหมือนของคู่สังคมไทย ถ้าเราทุ่มทรัพยากรเข้าไปปราบปราม ก็จะเบาบางลงไป หากถามว่าจะหมดไปจากประเทศไหม ตนมองว่ายาก เพียงแต่เป็นช่วงเวลาที่ขณะนี้เราทุ่มทรัพยากรลงไป ซึ่งการทำอย่างต่อเนื่อง มีข้อจำกัดหลายๆเรื่อง ก็จะยาก แต่ตอนนี้นโยบายหลักของรัฐบาลชัดเจน เราจะจัดการกับขบวนการแรงงานเถื่อน โดยเฉพาะกระบวนการนำเข้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าขบวนการใช้เส้นทางใดในการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่เส้นทางธรรมชาติ ทั้งทางบกและทางเรือ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87790</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่องทางธรรมชาติ, ผบ.ตร., ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, แรงงานต่างด้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201223/image_big_5fe2e1864623a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 13:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ผบ.ตร’บอกมีเบาะแสขบวนการขนแรงงานเถื่อนแล้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีการขยายผลสืบสวนขบวนการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ว่า มีเบาะแสแล้ว แต่การดำเนินคดีจะต้องมีพยานหลักฐานด้วย ซึ่งเขาก็ดำเนินการอยู่ ทั้งฝ่ายตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ก็ช่วยกันดูแล เรื่องนี้ นายกฯ ได้มอบ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ดูแลในเรื่องนี้ ส่วนเรื่องแรงงานต่างด้าวนั้น เราเน้นเรื่องกระบวนการขนคน ไม่ได้เน้นจับคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามา เพราะตอนนี้จะหนีหรือไม่หนีนั้นไม่รู้ แต่ถ้าเป็นผู้ป่วยต้องดูแล และเราต้องทำให้เขารู้สึกว่ารัฐไทยมีมนุษยธรรมที่จะดูแล เพราะถ้าเราไม่ดูแลเขา คนไทยเองก็จะมีปัญหา จึงฝากถึงผู้ใช้แรงงานชาวเมียนมาจะเข้ามาผิดหรือถูก ก็เรื่องหนึ่ง แต่ขอให้เชื่อฟังเจ้าหน้าที่ของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าขบวนการลักลอบนำแรงงานเข้าเมืองผิดกฎหมายมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องหรือไม่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า อยู่ระหว่างการสืบสวนดำเนินการ ถ้าหลักฐานชัดเจนก็ดำเนินคดีหมด ไม่ว่าจะเป็นใคร โดยเป็นเรื่องที่ นายกฯ เน้นย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่าเป็นเรื่องที่มีมานานแล้วหรือไม่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า เป็นเหมือนของคู่สังคมไทย ถ้าเราทุ่มทรัพยากรเข้าไปปราบปราม ก็จะเบาบางลงไป หากถามว่าจะหมดไปจากประเทศไหม ตนมองว่ายาก เพียงแต่เป็นช่วงเวลาที่ขณะนี้เราทุ่มทรัพยากรลงไป ซึ่งการทำอย่างต่อเนื่อง มีข้อจำกัดหลายๆเรื่อง ก็จะยาก แต่ตอนนี้นโยบายหลักของรัฐบาลชัดเจน เราจะจัดการกับขบวนการแรงงานเถื่อน โดยเฉพาะกระบวนการนำเข้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าขบวนการใช้เส้นทางใดในการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่เส้นทางธรรมชาติ ทั้งทางบกและทางเรือ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87789</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่องทางธรรมชาติ, ผบ.ตร., ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, แรงงานต่างด้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201223/image_big_5fe2e1864623a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นำเข้าโควิดจากพม่าอีก1 สั่งสกัดลักลอบข้ามแดน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สธ.พบหญิงไทยติดโควิดเพิ่มอีก 1 รายใน จ.เชียงราย หลังลักลอบข้ามแดนช่องทางธรรมชาติจากเมียนมาพร้อมเพื่อนอีก 2 คน นายกฯ จี้ดำเนินคดีพวกลักลอบมุดเข้าเมืองผิดกฎหมาย วอน ปชช.-อสม.ช่วยเป็นหูเป็นตา แต่อย่าตื่นตระหนก &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; จวกเป็นความเห็นแก่ตัวของคนไม่กี่คนทำให้คนอื่นเดือดร้อนมากมาย สั่ง สธ.ดำเนินคดีทุกมาตรา ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ควงภาคเอกชนแถลงให้ความมั่นใจ หากใครติดเชื้อให้รายละ 1 แสนทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศ ว่าพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 10 ราย โดยเป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และพบในสถานกักกันที่รัฐจัดให้ ทุกรายเข้าสถานกักกันที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา 3 ราย, ซูดาน 1 ราย, รัสเซีย 4 ราย และปากีสถาน 2 ราย ซึ่งวันนี้มีผู้ป่วยรักษาหายเพิ่ม 2 ราย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศ ล่าสุดอยู่ที่ 4,008 ราย เป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 2,454 ราย และผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 1,554 ราย ส่วนผู้ป่วยรักษาหายแล้วเพิ่มอีก 8 ราย รวมเป็น 3,811 ราย ยังมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 137 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 60 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค แถลงพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่อีก 1 ราย ใน จ.เชียงราย เป็นหญิงไทย อายุ 25 ปี ภูมิลำเนา จ.พะเยา ซึ่งทำงานในสถานบันเทิงในประเทศเมียนมา แห่งเดียวกับหญิงไทยที่ จ.เชียงใหม่ และใน จ.เชียงราย ที่พบการติดเชื้อก่อนหน้านี้ โดยเดินทางจากเมียนมามาตามช่องทางธรรมชาติเมื่อวันที่ 24 พ.ย. พร้อมเพื่อนอีก 2 คนมาที่ อ.แม่สาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 24-27 พ.ย. เข้าพักที่โรงแรมใน อ.แม่สาย ไม่ได้ออกจากห้องพักไปไหน สั่งอาหารทาง Grab ต่อมาวันที่ 28-30 พ.ย. ย้ายมาพักที่โรงแรมในเขต อ.เมืองเชียงราย ประสานเจ้าหน้าที่ขอมารับการตรวจ และในวันที่ 30 พ.ย. เข้าไปรับการกักตัว และทำการตรวจหาเชื้อ ผล SAR-COV-2 Detected ได้รับการส่งตัวมารักษาที่ห้องแยกโรค รพ.ศูนย์เชียงรายประชานุเคราะห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้สัมผัสได้แก่ เสี่ยงสูง 4 ราย เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิด 2 ราย คือเพื่อนหญิงไทย อายุ 23 ปี ที่เดินทางกลับจากประเทศเมียนมาพร้อมผู้ป่วย ผลตรวจพบเชื้อ, พนักงานโรงแรมที่ขี่จักรยานยนต์พาผู้ป่วยไปร้านสะดวกซื้อ 1 ราย อยู่ระหว่างรอผลตรวจ ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงอีก 2 รายคือ รถจักรยานยนต์รับจ้างจากหมู่บ้านต้นทางถึงโรงแรมใน อ.แม่สาย อยู่ระหว่างรอตรวจ, รถจักรยานยนต์รับจ้าง จาก อ.แม่สายไป อ.เมืองฯ และโรงพยาบาลเอกชน แต่ผลตรวจไม่พบเชื้อ ขณะที่ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 23 ราย แบ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์ 20 ราย และแม่ค้าร้านอาหาร พนักงานร้านสะดวกซื้อ พนักงานโรงแรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. กล่าวว่า การพบผู้ติดเชื้อโควิดทั้ง 4 รายใน จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย ยังอยู่ในภาวะควบคุมได้ และให้ความร่วมมืออย่างดี ไม่ได้มีการแพร่ระบาดรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการทบทวนมาตรการผ่อนผันกิจกรรมกิจการที่เกี่ยวข้องกับแรงงานต่างด้าว ภายหลังมีการพบการแพร่ระบาดโควิด-19 ว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นทุกที ตนเคยบอกแล้วว่าเราพยายามอย่างเต็มที่ไม่ให้คนเข้า-ออกนอกประเทศในช่องทางที่ไม่ถูกต้อง แต่ก็ยังมีการลักลอบอยู่นั่นแหละ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ต้องดูว่าเมื่อมีการลักลอบ มีการแพร่ระบาด เราสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้หรือไม่ ติดตามตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องมาได้หรือไม่ ซึ่งมันมีกระบวนการอยู่แล้ว
สั่ง สธ.เอาผิดทุกมาตรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อย่าลืมว่าเหตุที่เชียงรายและเชียงใหม่ ช่วงนี้เป็นช่วงไฮซีซั่น และเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น เขาก็มีการตรวจสอบไปกว่า 100 คนที่เกี่ยวข้อง ก็ไม่มีใครติด ซึ่งหญิงคนดังกล่าวนี้ก็ทราบกันดีว่าเขาไปทำอาชีพอยู่ฝั่งโน้นแล้วกลับมา ก็มีการมาพบปะกับผู้คนอีกเยอะแยะพอสมควร และนี่คือสิ่งที่ทุกคน สังคม ต้องช่วยกันดูแลว่าในชุมชนของตัวเองมีคนหน้าแปลกๆ เข้ามาหรือไม่ มาอย่างไร ก็ต้องไปสอบถามอาสาสมัคร (อสม.) ก็ไปช่วยถามช่วยตามว่ามาอย่างไร มีการตรวจสอบหรือเปล่า ติดโควิดหรือไม่ ซึ่งกรณีนี้ก็ต้องดำเนินคดีด้วย เพราะลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย แต่เราอย่าตื่นตระหนกกันจนเกินไป จนยกเลิกการจองโรงแรมกัน แล้วอย่างนี้ใครได้ประโยชน์ ใครเสียประโยชน์ อยากให้สื่อเสนอข่าวที่เหมาะสม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ที่ผ่านมามีทั้งเรื่องการลักลอบข้ามแดน การติดเชื้อ การป้องกันการแพร่ระบาด การตรวจสอบ เราทำทุกอย่างแล้วขณะนี้ ก็เขาไม่ผ่านด่าน แล้วถามว่ามันกี่กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ก็ดูแลเต็มที่ แล้วบางทีคนคนเดียวหรือสองคนมันก็มุดเข้ามาตรงโน้น ตรงนี้ก็ฝากไปดูตามแนวชายแดนให้ด้วยก็แล้วกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กรณีพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ว่า ขณะนี้เรามีการตรวจซ้ำเพื่อขยายผลให้มากที่สุด ซึ่งเรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้น เป็นความเห็นแก่ตัวของคนไม่กี่คน ที่ทำความเดือดร้อนให้กับประชาชนคนไทยอื่นๆ อีกมากมาย เนื่องจากเรามีการประกาศไม่รู้ต่อกี่ครั้งแล้ว ว่าห้ามเดินทางออกนอกประเทศ แต่ปรากฏว่ามีถึง 2-3 ราย หรือมากกว่ายังเดินทางเข้า-ออกเป็นว่าเล่นผ่านช่องทางธรรมชาติ ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย และตนได้สั่งการไปที่สาธารณสุขจังหวัดให้ดำเนินการดำเนินคดีให้แรงที่สุด เพราะเป็นสิ่งที่ทำร้ายบ้านเมือง ไม่ควรสงสารหรือให้ความชื่นชมคนที่ทำความเดือดร้อน ทั้งที่เรากำลังจะเปิดประเทศ แต่ต้องมาทบทวนวิธีการผ่อนคลายใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการจัดรถชีวนิรภัยพระราชทานไปตรวจในพื้นที่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เรามีการส่งไปตลอด แต่เพราะความเห็นแก่ตัวของคนไม่กี่คนต้องทำให้เราเสียงบประมาณเพิ่มขึ้นมากมาย ทั้งที่ในความจริงหากกลับมาก็ควรกักตัว แต่กลับไปเที่ยวห้าง กินหมูกระทะ ไปหลับนอนอะไรเยอะแยะไปหมด และพอป่วยแล้วก็ไม่กล้าบอกความจริง ขอชื่นชมตำรวจและฝ่ายปกครองที่ไปตรวจสอบจากโทรศัพท์ถึงจะทราบว่าบุคคลดังกล่าว เดินทางไปที่ไหนมาบ้าง อยากบอกว่าบุคคลดังกล่าวนั้นแย่ ส่วนการดำเนินคดีนั้นจะใช้ทุกมาตรา อาทิ ลักลอบเข้าเมือง ผิด พ.ร.บ.โรคติดต่อ ไม่ปฏิบัติตามกฎการกักตัว 14 วัน แม้กระทั่งโรงแรมที่ให้พักอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายด้วย ทางสาธารณสุขจังหวัดจะเป็นผู้นำเรื่องแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดให้เป็นเจ้าภาพในการแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดี หรือหากมีช่องทางให้ สธ.สามารถดำเนินคดีได้ก็จะดำเนินการเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากมีการตรวจสอบพบผู้ป่วยเพิ่มจำเป็นต้องปิด จ.เชียงใหม่หรือไม่ รมว.สาธารณสุขกล่าวว่า เราควรไปตรวจสอบที่ช่องทางธรรมชาติ ตะเข็บชายแดนต่างๆ เพราะตามด่านนั้นไม่มีปัญหา และไม่มีทางหลุดรอดได้แน่นอน ส่วนการสร้างความมั่นใจให้ประชาชน ขอให้ใส่หน้ากากอนามัย อย่าไปตกใจกับสิ่งเหล่านี้ เพราะสถานการณ์ตอนนี้ไม่เหมือนกับตอนที่ระบาดใหม่ๆ วันนี้เราเข้าใจสถานการณ์ของโรคเป็นอย่างดี การตรวจสอบ ป้องกัน และควบคุมเราทำได้ดี และที่สำคัญเรามียา เวชภัณฑ์พร้อม โดยสรุปคือขณะนี้เรามีความพร้อมเป็นอย่างมาก และที่ผ่านมาเราคาดการณ์กันไว้แล้ว แต่ไม่คิดว่าจะเกิดกับคนไทยด้วยกันเอง
เชียงใหม่จ่ายรายละ 1 แสน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ตัวแทนจากภาคเอกชนคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน หอการค้า สภาอุตสาหกรรม สมาคมและองค์กรภาคธุรกิจด้านการท่องเที่ยวของ จ.เชียงใหม่ ร่วมกันแถลงข่าวยืนยันความมั่นใจในการเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดย นายเจริญฤทธิ์กล่าวย้ำว่า ขณะนี้ทางจังหวัดได้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง เพื่อดูแลจุดสุ่มเสี่ยง รวมถึงการติดตามผู้สัมผัสเสียงทุกระดับที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยรายที่ 42 ซึ่งผลการตรวจเชื้อทั้งหมดเป็นลบ 220 ราย ที่เหลือยังรอผล และได้นำเข้าสู่กระบวนการเฝ้าระวังคัดกรองตามมาตรฐานของกรมควบคุมโรคและ ศบค. โดยเฉพาะกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูง 90 ราย อีกทั้งยังไม่มีสัญญาณการระบาดของเชื้อใดๆ ในเวลานี้ ดังนั้นกิจกรรมทุกด้าน โดยเฉพาะการท่องเที่ยวหรือการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คน ยังคงเป็นปกติ ไม่มีการล็อกดาวน์จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่นายแพทย์สาธารณสุข จ.เชียงใหม่ยืนยันว่า การตรวจค้นผู้สัมผัสเสี่ยง ได้ทำครอบคลุมทั้ง 312 ราย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงหลักที่เสี่ยงสูง 90 ราย เหลืออีกเพียง 2 รายที่อยู่ระหว่างการติดตามตัว ผลการตรวจเชื้อที่เป็นลบสร้างความมั่นใจ และเป็นสัญญาณที่ดีว่าไม่พบการระบาดเพิ่มอีก แม้ล่าสุดชาวพะเยาที่พบเชื้อเข้ามาพื้นที่ก็ได้ประสานตรวจสอบผู้สุ่มเสี่ยงทันทีแล้ว ยังไม่มีเบาะแสที่น่าห่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพัลลภ แซ่จิว ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ถ้าหากผู้ใดหรือนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในเชียงใหม่ปฏิบัติตามมาตรการการเฝ้าระวัง ลงทะเบียนไทยชนะทุกครั้ง แล้วมีการติดเชื้อ ภาคเอกชนได้ลงขันเพื่อเป็นกองทุนเยียวยาให้รายละ 1 แสนบาททันที ซึ่งภาคเอกชนตกลงในการร่วมลงขัน ท้าให้เที่ยวเชียงใหม่ เพื่อสร้างความมั่นใจนักท่องเที่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องการอมเบี้ยเลี้ยงโควิด-19 ว่าเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งให้ทุกหน่วยเข้ามารายงานความคืบหน้า ว่าที่ ตร.สั่งให้กองบัญชาการต่างๆ ไปตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงนานกว่า 5 สัปดาห์ มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง เพราะเดิมขีดเส้นตายไว้ว่าต้องมีข้อยุติในวันที่ 30 พ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผลการตรวจสอบในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (บช.ภ.8) มีการภาคทัณฑ์ตำรวจ สภ.ป่าตอง ซึ่งโอนเงินผิดระเบียบไปที่สารวัตรการเงิน ทางการเงินก็โอนให้ตำรวจผู้มีสิทธิ์ทันที ก็เป็นการทำผิดระเบียบ แต่ไม่มีเจตนาทุจริต ส่วนที่ สภ.ทุ่งสง โอนถูกระเบียบ แต่ให้ผู้มีสิทธิ์ถอนเงินออกมา ภายหลังมีการคืนเงินกันไปหมดแล้ว โดยคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงของภาค 8 สั่งกักยามสารวัตรการเงินทั้งหมด รวมทั้งกักยาม พ.ต.อ.สมพงศ์ ทิพย์อาภากุล ผกก.ทุ่งสง เป็นเวลา 3 วัน และ บช.ภ.8 อยู่ระหว่างพิจารณากักยามเพิ่มเติมอีก 15 วัน ส่วนกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และกองบัญชาการภาค 1-9 ทาง ผบ.ตร. เร่งรัดให้สืบสวนข้อเท็จจริงโดยเร็ว และรายงานผลให้ทราบภายใน 10 วัน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85671</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ช่องทางธรรมชาติ, ลักลอบข้ามแดน, หญิงไทยติดโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เข้าเมืองผิดกฎหมาย, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201201/image_big_5fc6587099fc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
