<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 10:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุชา&#039;แพลมคนไทยมีแนวโน้มดูฟุตบอลยูโรครบทุกคู่ ใช้เอ็นบีทีเป็นแม่ข่ายดิวเอกชนเป็นสปอนเซอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 มิ.ย.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย&amp;nbsp; รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการเข้าพบ&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เพื่อรายงานความคืบหน้ากรณีสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (เอ็นบีที) กรมประชสัมพันธ์ ได้รับลิขสิทธิ์ การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป2020 หรือ ยูโร 2020 ว่า&amp;nbsp; นายกฯเป็นกังกลว่ารายการฟุตบอลยูโรเป็นที่สนใจของคนไทยและประชาชนทั้งโลก และในปีนี้บ้านเรายังไม่มีการถ่ายทอดสด&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายกฯจึงดำริเรื่องนี้มาก่อนหน้านี้แล้วทำอย่างไรถึงจะมีฟุตบอลยูโรเพื่อให้คนไทยดู เพื่อให้ความสุขแก่คนไทย&amp;nbsp; จึงมีการประสานงานทั้งหน่วยราชการและ เอกชน เพื่อร่วมกันสนับสนุนเพื่อให้เกิดการถ่ายทอดสด&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยตอนนี้พยายามประสานอยู่รายละเอียดยังพูดอะไรไม่ได้&amp;nbsp; เพราะยังไม่เรียบร้อย แต่เชื่อว่าในช่วงบ่ายวันนี้จะได้คำตอบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; มีแนวโน้มข้างมากที่คนไทยจะได้ดูฟุตบอลยูโรตั้งแต่นัดแรกในเวลา 02.00 น. วันที่ 12 มิ.ย.&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งยังเหลือเวลาไม่มาก ขณะนี้เร่งประสานอยู่ทั้งส่วนภาครัฐและเอกชน เพราะต้องใช้เงินจำนวนหนึ่งเป็นค่าลิขสิทธิ์ที่อยู่ระหว่างการตกลงกัน&amp;nbsp; เพราะช่วงเริ่มต้นใช้งบประมาณ 10 ล้านยูโร &amp;quot; นายอนุชา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าทางเอ็นบีที เหมือนระบุว่าได้รับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโรแล้ว นายอนุชา กล่าวว่า&amp;nbsp; ทางเอ็นบีทีมีความมั่นใจ เพราะเราให้นโยบายไป หากได้ลิขสิทธิ์&amp;nbsp; จะให้เอ็นบีที เป็นแม่ข่ายถ่ายทอดสด&amp;nbsp; และทางอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ก็ระบุว่าสามารถถ่ายทอดได้และเป็นสิ่งที่เอ็นบีทีจะทำเพื่อความสุขของพี่น้องประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าจะถ่ายทอดสดทางเอ็นบีทีเพียงช่องเดียว และ ถ่ายครบทุกคู่หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า&amp;nbsp; ตอนนี้ถ่ายทอดผ่านเอ็นบีทีเป็นหลัก เพราะเราประสานง่ายที่สุดและไม่ได้เป็นเชิงธุรกิจ เพราะตอนนี้หากเป็นเชิงธุรกิจคงทำอะไรไม่ทัน&amp;nbsp; จึงต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจริงๆ อย่างไรก็ตามหากประสานงานกันได้ลงตัว ก็คิดว่าจะได้ดูทุกคู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนงบประมาณ ที่จะจ่ายค่าลิขสิทธิ์&amp;nbsp; นายอนุชา กล่าวว่า แม้ภาครัฐมีความพร้อม แต่ยังจ่ายเงินไม่สะดวกเพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp; เราก็หวังพึ่งภาคเอกชนเพื่อช่วยเหลือสังคม โดยมีการคุยกันหลายราย ที่มีความพร้อมและอาสาอยากทำเรื่องนี้&amp;nbsp; แต่ยังติดปัญหาเรื่องรายละเอียด อาทิ การจ่ายเงินสดแบบเร่งด่วน ที่จะต้องเซ็นสัญญา&amp;nbsp; เป็นปัญหาที่เราจะพยายามเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106005</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่องเอ็นบีที, นายอนุชา นาคาศัย, ฟุตบอลยูโร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c2d5b42f3b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6369</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 16:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2018 16:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปล่อยผีหอยม่วง!&#039;ไก่อู&#039;ชงม.44ปลดล็อกNBTฉายโฆษณาให้คนดูได้ อ้างประหยัดเงินหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.61- พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ในฐานะรักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ &amp;nbsp;เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ในส่วนกรมประชาสัมพันธ์ตนได้เสนอให้ที่ประชุมคสช.เมื่อสัปดาห์ก่อนที่ผ่านมา ออกคำสั่งตามมาตรา 44 ช่วยกรมประชาสัมพันธ์ &amp;nbsp;ให้สื่อฯและผู้ประกอบการที่ร่วมผลิตสื่อภายใต้ช่องทางของกรมประชาสัมพันธ์สามารถหารายได้จากการโฆษณาได้ เพราะกฎหมายเดิมใบอนุญาตประกอบกิจการกรมประชาสัมพันธ์เป็นประเภทที่ 3 คือ ใบอนุญาตทีวีช่องสาธารณะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ข้อจำกัดของกรมฯคือมีงบประมาณอย่างเดียว แต่ไม่สามารถหาโฆษณาได้ ทำให้ผู้ประกอบการที่มีคุณภาพไม่อยากมาผลิตรายการให้ &amp;nbsp;ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ได้ต้องการขอให้มีโฆษณาเพื่อมีเงินจำนวนมาก &amp;nbsp;หรือเป็นช่องเชิงธุรกิจ เพราะเราไม่ได้เป็นอยู่แล้ว &amp;nbsp;แต่ต้องการให้มีผู้ประกอบการที่มีฝีมือ ตอบโจทย์ต่อรัฐ แต่การผลิตแบบนี้ต้องใช้ต้นทุนสูง หากใช้งบประมาณอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาในแต่ละปีกรมประชาสัมพันธ์จะได้รับงบประมาณในการทำรายการข่าวทั้งวิทยุ &amp;nbsp;โทรทัศน์ รวมกันเพียง 239 ล้านบาทต่อปีเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมาก ขณะที่ต้นทุนในการผลิตรายการดี ๆ มีคุณภาพ ต้องใช้ต้นทุนมากถึง 60-70 ล้านบาท ดังนั้นกรมประชาสัมพันธ์จึงไม่สามารถที่จะผลิตรายการดีๆ ได้ จึงจำเป็นที่ต้องยืดหยุ่นในส่วนนี้ด้วย &amp;nbsp;และไม่ได้หมายความว่าการเปิดทางครั้งนี้ &amp;nbsp;กรมประชาฯจะมีโฆษณาจนเกินเหตุ แต่จะเป็นการโฆษณาที่มีเงื่อนไขในระยะเวลาที่น้อยกว่าทีวีช่องอื่น ๆ ซึ่งไม่ได้เป็นการหาโฆษณาในเชิงพาณิชย์อย่างแน่นอน&amp;rdquo; พล.ท.สรรเสริญ กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6369</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่องเอ็นบีที, พล.ท.สรรเสริญ  แก้วกำเนิด, ม.44, โฆษกรัฐบาล, โฆษณาได้, ไก่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5aba0d12eb3a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
