<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 21:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 21:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐจวกอิหร่านซ้อมรบจมเรือบรรทุกเครื่องบินจำลอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพเรือสหรัฐวิจารณ์อิหร่านว่า &amp;quot;ไร้ความรับผิดชอบและบุ่มบ่าม&amp;quot; ที่ซ้อมรบในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันอังคาร ซึ่งรวมถึงการยิงมิสไซล์จมเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐจำลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีกล่าวว่า การซ้อมรบของอิหร่านเมื่อวันอังคารที่ 28 กรกฎาคม เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สหรัฐและอิหร่านตึงเครียดมากขึ้น และกองทัพของสองฝ่ายเผชิญหน้ากันในอ่าวอาหรับเป็นครั้งคราวในช่วงไม่กี่ปีมานี้ รวมถึงเหตุการณ์ที่สหรัฐกล่าวหากองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านว่าส่งเรือเร็วก่อกวนเรือรบของสหรัฐขณะเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การซ้อมรบของอิหร่านเมื่อวันอังคารหนักหน่วงมากถึงขั้นทำให้ฐานทัพของสหรัฐ 2 แห่งในภูมิภาคนี้เตรียมพร้อมขั้นสูง โดยกองทัพเรือสหรัฐประณามการซ้อมรบของอิหร่านว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่รับผิดชอบและบุ่มบ่าม และถือเป็นความพยายามขู่ขวัญสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรารู้ว่าการฝึกซ้อมของอิหร่านเกี่ยวข้องกับการโจมตีเรือจำลองที่คล้ายกับเรือบรรทุกเครื่องบินที่ลอยลำอยู่กับที่&amp;quot; รีเบกกา รีบาริช โฆษกของกองเรือที่ 5 ของสหรัฐกล่าวกับเอเอฟพี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในขณะที่เราเฝ้าระวังพฤติกรรมที่ไม่รับผิดชอบและบุ่มบ่ามของอิหร่านในบริเวณใกล้เคียงทางน้ำระหว่างประเทศที่พลุกพล่านมาโดยตลอด การฝึกซ้อมนี้ไม่ได้ขัดขวางความร่วมมือของชาติพันธมิตรในพื้นที่นี้ หรือส่งผลกระทบใดๆ ต่อการค้าอย่างเสรีในช่องแคบฮอร์มุซและน่านน้ำโดยรอบ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72880</URL_LINK>
                <HASHTAG>จมเรือบรรทุกเครื่องบินจำลอง, ช่องแคบฮอร์มุซ, ซ้อมรบ, สหรัฐ, อิหร่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d88c47c1beeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65628</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2020 14:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2020 14:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิหร่านพลาดยิงมิสไซล์จมเรือรบพวกเดียวกัน ทหารดับ 19 นาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พลาดอีกแล้ว กองทัพอิหร่านจัดการฝึกซ้อมทางทะเลด้วยกระสุนจริงในอ่าวโอมานเมื่อวันอาทิตย์ แต่เกิดอุบัติเหตุเรือฟริเกตยิงมิสไซล์โดนพวกเดียวกัน ส่งผลให้เรือรบลำนั้นอับปาง ทหารเรือเสียชีวิต 19 นาย และบาดเจ็บหลายนาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เรือของกองทัพเรืออิหร่านซ้อมรบในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2555 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีกล่าวว่า อุบัติเหตุยิงพวกเดียวกันของกองทัพอิหร่านครั้งนี้เกิดขึ้นในเส้นทางเดินเรือที่มีความอ่อนไหว ซึ่งเชื่อมระหว่างช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 1 ใน 5 ของโลก กับอ่าวเปอร์เซีย รายงานของสถานีโทรทัศน์ทางการอิหร่านเมื่อวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2563 กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดในทะเลโอมาน ใกล้กับเมืองบันดารีจาสก์ เมืองท่าชายฝั่งทางใต้ของสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ เมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์ของสถานีโทรทัศน์อิหร่านกล่าวว่า เรือที่โดนยิงคือเรือโคนารัก ซึ่งเป็นเรือส่งกำลังบำรุงขนาดเบา น้ำหนัก 447 ตัน ยาว 47 เมตร ผลิตโดยเนเธอร์แลนด์ กองทัพอิหร่านซื้อเรือลำนี้มาตั้งแต่ก่อนการปฏิวัติอิสลามเมื่อปี 2522 เรือโคนารักติดตั้งมิสไซล์ครูซ 4 ลูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานอีกชิ้นของสื่ออิหร่านกล่าวว่า เรือลำนี้จมลงภายหลังโดนมิสไซล์ที่ยิงมาจากเรือรบอิหร่านอีกลำ &amp;quot;เรือลำนี้โดนยิงหลังจากเคลื่อนย้ายเป้าซ้อมไปยังจุดหมาย แล้วเรือไม่ได้ทิ้งระยะห่างระหว่างเรือกับเป้าหมายได้ไกลพอ&amp;quot; โทรทัศน์อิหร่านเผยในเว็บไซต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวทัสนิมทวีตเป็นภาษาอังกฤษว่า เรือโคนารักจมลงจากการโดนพวกเดียวกันเองยิง หลังจากเรือฟริเกตจามารันยิงมิสไซล์โดนเรือลำนี้โดยบังเอิญ ระหว่างการฝึกซ้อมด้วยกระสุนจริงในพื้นที่ของเมืองจาสก์ ภายในน่านน้ำอ่าวเปอร์เซียเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา กองทัพอิหร่านออกแถลงการณ์ยืนยันว่า มีลูกเรือเสียชีวิต 19 นาย บาดเจ็บ 15 นาย และว่ากำลังมีการสอบสวนหาสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า รายงานข่าวยังไม่มีความชัดเจนว่ามีลูกเรืออยู่บนเรือรบลำนี้กี่นายในช่วงเวลาเกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงปีที่ผ่านมา อิหร่านและสหรัฐ ซึ่งเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมาช้านาน มักกล่าวโทษกันไปมาว่าอีกฝ่ายอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับกองทัพของตนภายในน่านน้ำอ่าวเปอร์เซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความตึงเครียดนี้เพิ่มพูนขึ้นนับแต่ปี 2559 ที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นำสหรัฐถอนตัวจากความตกลงนิวเคลียร์ที่มหาอำนาจ 6 ฝ่ายทำไว้กับอิหร่าน แล้วเริ่มรื้อฟื้นการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความขัดแย้งพุ่งถึงขีดสุดเมื่อเดือนมกราคมปีนี้ หลังจากทรัมป์ออกคำสั่งให้กองทัพสหรัฐส่งโดรนยิงมิสไซล์ลอบสังหารนายพลกาซิม สุไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังกุดส์ของอิหร่าน ใกล้กับสนามบินแบกแดดของอิรักเมื่อวันที่ 3 มกราคม ทำให้อิหร่านตอบโต้โดยการระดมยิงมิสไซล์โจมตีฐานทัพในอิรักที่ทหารอเมริกันประจำการอยู่ เมื่อวันที่ 8 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์บานปลายเป็นโศกนาฏกรรมเมื่อกองทัพอิหร่านพลาดยิงมิสไซล์โจมตีเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 737 ของสายการบินยูเครน ที่เพิ่งทะยานขึ้นจากสนามบินในกรุงเตหะรานเพื่อไปยังกรุงเคียฟ ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิตทั้งลำ 176 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพอิหร่านยอมรับความผิดพลาดหลังจำนนด้วยหลักฐาน โดยอ้างว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศที่อยู่ในภาวะตื่นตัวสูงพร้อมรับการตอบโต้จากสหรัฐในเช้าวันเดียวกันนั้น เข้าใจผิดว่าเครื่องบินพลเรือนเป็นภัยคุกคาม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65628</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่องแคบฮอร์มุซ, ยิงพวกเดียวกัน, ยิงมิสไซล์จมเรือ, อิหร่าน, เรือโคนารัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200511/image_big_5eb8fd0e5577f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/01/2020 21:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2020 21:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อังกฤษส่งเรือรบคุ้มกันเรือสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สถานการณ์ไม่สู้ดี กองทัพเรืออังกฤษจะส่งเรือฟริเกตและเรือพิฆาตติดตามคุ้มกันเรือสินค้าสัญชาติอังกฤษที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากวิตกสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐลุกลาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เรือพิฆาตเอชเอ็มเอส ดีเฟนเดอร์ แห่งกองทัพเรืออังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม กล่าวว่า กระทรวงกลาโหมอังกฤษมีแถลงการณ์เมื่อคืนวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่นว่าเรือฟริเกต เอชเอ็มเอส มอนโทรส และเรือพิฆาต เอชเอ็มเอส ดีเฟนเดอร์ จะรื้อฟื้นภารกิจติดตามคุ้มกันเรือสินค้าสัญชาติอังกฤษในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบน วอลเลซ รัฐมนตรีกลาโหมของอังกฤษบอกว่า เขามีคำสั่งให้กองทัพเรือเตรียมการส่งเรือ 2 ลำนี้กลับไปปฏิบัติภารกิจติดตามคุ้มกันการขนส่งทางเรือของเรดเอนไซน์ โดยรัฐบาลอังกฤษจะดำเนินการที่จำเป็นเพื่อปกป้องเรือและพลเมืองของอังกฤษในช่วงเวลานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพเรืออังกฤษเปิดปฏิบัติการติดตามคุ้มกันเรือในช่องแคบฮอร์มุซภายหลังเกิดเหตุการณ์อิหร่านยึดเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติอังกฤษ สเตนาอิมเพโร เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว แต่ปฏิบัติการนี้หยุดลงในเดือนพฤศจิกายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่สหรัฐส่งโดรนลอบสังหารนายพลกาเซม สุไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังกุดส์ซึ่งถือว่าทรงอิทธิพลอันดับสองของอิหร่าน ใกล้กับสนามบินแบกแดดของอิรักเมื่อวันศุกร์ ทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคนั้นตึงเครียดทวีคูณ โดยผู้นำอิหร่านประกาศจะล้างแค้นขั้นรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วอลเลซเผยผ่านแถลงการณ์ทางทวิตเตอร์ด้วยว่า เขาได้สนทนากับมาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐเมื่อวันศุกร์ กองกำลังในอิรักที่อิหร่านหนุนหลังโจมตีกำลังพลของสหรัฐในอิรักซ้ำแล้วซ้ำอีกในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ และนายพลสุไลมานีคือหัวใจสำคัญของการใช้นักรบตัวแทนบ่อนทำลายประเทศเพื่อนบ้านและพุ่งเป้าโจมตีศัตรูของอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ สหรัฐมีสิทธิป้องกันตนเองจากพวกที่เป็นภัยคุกคามจวนตัวต่อพลเมืองของพวกเขา&amp;quot; วอลเลซกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ รัฐบาลอังกฤษเพิ่งออกคำแนะนำพลเมืองหลีกเลี่ยงการเดินทางไปอิรักและอิหร่าน ส่วนนายกฯ บอริส จอห์นสัน อยู่ระหว่างพักร้อนที่แคริบเบียนและจะกลับอังกฤษในวันอาทิตย์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53878</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่องแคบฮอร์มุซ, สหรัฐ, อังกฤษ, อิหร่าน, เรือพิฆาต, เรือฟริเกต, เอชเอ็มเอส ดีเฟนเดอร์, เอชเอ็มเอส มอนโทรส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200105/image_big_5e11f66d5d5b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2019 20:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2019 20:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญี่ปุ่นส่งเรือพิฆาตคุ้มกันทะเล ตอ.กลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลญี่ปุ่นแถลงเมื่อวันศุกร์ว่าญี่ปุ่นจะส่งเรือพิฆาต 1 ลำ และเครื่องบินลาดตระเวน 2 ลำ คุ้มกันเส้นทางเดินเรือในภูมิภาคตะวันออกกลางตั้งแต่ปีหน้า โดยเป็นภารกิจของญี่ปุ่นเองไม่เกี่ยวกับกองกำลังผสมของสหรัฐและจะไม่ยุ่งกับช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทาโร โคโน รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่นแถลงข่าวที่กระทรวงเมื่อวันศุกร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันที่ 27 ธันวาคมกล่าวว่า ตามแผนที่ผ่านการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีของนายกฯ ชินโซ อาเบะ เรือพิฆาตบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ 1 ลำ และเครื่องบินลาดตระเวน พี-3 ซี 2 ลำ จะถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจรวบรวมข่าวกรองสำหรับการรักษาความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือสำหรับเรือสินค้าญี่ปุ่นที่เดินทางผ่านในภูมิภาคนั้น แต่หากมีสถานการณ์ฉุกเฉิน รัฐมนตรีกลาโหมจะมีคำสั่งพิเศษอนุญาตให้ใช้อาวุธเพื่อปกป้องเรือที่ตกอยู่ในอันตรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โยชิฮิเดะ ซูกะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวขณะแถลงข่าวประจำวันเมื่อวันศุกร์ว่า สันติภาพและเสถียรภาพในตะวันออกกลางมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของประชาคมระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงญี่ปุ่น ขณะเดียวกัน ก็สำคัญมากเช่นกันที่จะต้องสร้างความมั่นใจว่าเรือที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุนสามารถเดินเรือได้อย่างปลอดภัยในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิหร่านและสหรัฐมีความบาดหมางกันมากขึ้นนับแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นำสหรัฐถอนตัวจากความตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 เมื่อปีที่แล้ว แล้วรื้อฟื้นการคว่ำบาตรอิหร่านอย่างเต็มรูปแบบ เดือนพฤษภาคมและมิถุนายนปีนี้ มีเรือสินค้าของหลายประเทศถูกโจมตีหลายครั้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งรวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันโคกุกะ เคอเรเจิส ของญี่ปุ่น สหรัฐกล่าวโทษการโจมตีเหล่านี้ว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน แต่อิหร่านปฏิเสธคำกล่าวหานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐได้จัดตั้งกองกำลังผสมทางทะเลขึ้นเพื่อปกป้องเรือในภูมิภาคนี้ โดยอังกฤษและออสเตรเลียเป็นกำลังหลักของหุ้นส่วนสหรัฐในโลกตะวันตกที่ตกลงจะส่งเรือรบมาช่วยคุ้มกันเรือสินค้าในอ่าวอาหรับ แต่ประเทศยุโรปส่วนใหญ่ปฏิเสธจะเข้าร่วมภารกิจนี้ ด้วยหวั่งเกรงว่าจะบั่นทอนความพยายามประคับประคองความตกลงนิวเคลียร์ที่ทำใว้กับอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนญี่ปุ่นนั้น แม้จะเป็นพันธมิตรของสหรัฐ แต่ยังรักษาความสัมพันธ์อันดีกับอิหร่านไว้ และเลือกที่จะเปิดปฏิบัติการของตนเองแทนที่จะเข้าร่วมภารกิจที่สหรัฐเป็นผู้นำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว อาเบะเพิ่งให้การต้อนประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่านที่มาเยือนกรุงโตเกียว และเขาได้แจ้งต่อผู้นำอิหร่านถึงแผนการส่งเรือรบไปยังภูมิภาคอ่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของกระทรวงกลาโหมคนหนึ่งเผยกับเอเอฟพีว่า ตามแผนนี้ ปฏิบัติการของกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นจะครอบคลุมน่านน้ำสากลในอ่าวโอมาน, ตอนเหนือของทะเลอาหรับ และอ่าวเอเดน แต่จะไม่รวมถึงช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นพื้นที่ปฏิบัติการของกองกำลังผสมของสหรัฐและเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมรายหนึ่งกล่าวว่า รัฐบาลญี่ปุ่นวางเป้าหมายว่าจะเริ่มปฏิบัติการบินลาดตระเวนได้ในเดือนมกราคม ส่วนเรือพิฆาตนั้นน่าจะเริ่มปฏิบัติการได้ในเดือนกุมภาพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภารกิจที่รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัตินี้มีระยะเวลา 1 ปี จนถึงวันที่ 26 ธันวาคม 2563 หากจะขยายเวลาภารกิจจะต้องให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐธรรมนูญฉบับรักสันติของญี่ปุ่นที่เริ่มใช้หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จำกัดขีดความสามารถในการป้องกันตนเองของญี่ปุ่นไว้อย่างเข้มงวด แต่นายกฯ อาเบะพยายามแก้ไขข้อจำกัดส่วนนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิบัติการของชาติยุโรปเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือในภูมิภาคอ่าวจะเริ่มต้นในเดือนหน้าเช่นกัน โดยฝรั่งเศสจะส่งเรือรบ 1 ลำลาดตระเวนในภูมิภาคนั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53387</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่องแคบฮอร์มุซ, ญี่ปุ่น, ตะวันออกกลาง, ทะเลอาหรับ, อิหร่าน, อ่าวโอมาน, เครื่องบินลาดตระเวน, เรือพิฆาต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191227/image_big_5e05ffa2e1b62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45895</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2019 20:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2019 20:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพอิหร่านยึดเรืออีกลำ อ้างลักลอบขนดีเซล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพอิหร่านยึดเรือลำหนึ่งในอ่าวเปอร์เซียเมื่อวันจันทร์ โดยกล่าวหาว่าเรือลำนี้ลักลอบขนน้ำมันดีเซล 250,000 ลิตรไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 30 เมษายน 2562 เรือลาดตระเวนของกองทัพอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ / ATTA KENARE / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่านและสำนักข่าวไอเอสเอ็นเอ ซึ่งเป็นสำนักข่าวกึ่งทางการของนักศึกษาในอิหร่าน รายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 16 กันยายน 2562 ว่าเรือลาดตระเวนของกองกำลังป้องกันชายฝั่งของอิหร่านเข้าสกัดเรือลำนี้ขณะแล่นอยู่ทางใต้ของช่องแคบฮอร์มุซ ใกล้กับเกาะทูนบ์ใหญ่ ในอ่าวเปอร์เซีย บนเรือพบน้ำมันดีเซล 250,000 ลิตร ที่ต้องสงสัยว่าลักลอบขนมา ส่วนลูกเรือ 11 คนถูกจับกุมและถูกส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของจังหวัดฮอร์มุซกาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเรือจัตวา อาลี อุซมายี ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันชายฝั่งอิหร่าน กล่าวว่า เรือลำนี้กำลังแล่นจากบันดาร์เลนเกห์ไปยังน่านน้ำของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก่อนที่อิหร่านจะเข้าสกัดและยึดเรือขณะอยู่ห่างจากเกาะทูนบ์ใหญ่ทางตะวันออก 32 กิโลเมตร ลูกเรือ 11 คนถูกจับกุม แต่เขาไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของเหตุการณ์หรือสัญชาติของลูกเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพข่าวโทรทัศน์เผยภาพบนดาดฟ้าเรือที่มีขนาดเท่าเรือลากอวน ประตูบนพื้นเรือถูกเปิดออกเผยให้เห็นถังหลายใบที่เข้าใจว่าบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า การยึดเรือครั้งนี้เกิดเป็นครั้งที่ 2 ของเดือนนี้ หลังจากอิหร่านยึดเรือลำหนึ่งที่ต้องสงสัยว่าลอบขนน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันที่ 7 กันยายน และจับกุมลูกเรือชาวฟิลิปปินส์ 12 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นในช่วงยามที่ภูมิภาคอ่าวตึงเครียดมากขึ้น ภายหลังเกิดเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่งของซาอุดีอาระเบียที่กระทบต่อการผลิตน้ำมันครึ่งหนึ่งของซาอุฯ และสหรัฐกล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน นอกจากนี้ ไม่นานที่ผ่านมายังเกิดเหตุเรือบรรทุกน้ำมันโดนลอบก่อวินาศกรรม, โดรนสอดแนมโดนยิงตก และการยึดเรือน้ำมันหลายลำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45895</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่องแคบฮอร์มุซ, ยึดเรือน้ำมัน, ลอบขนน้ำมัน, อิหร่าน, อ่าวเปอร์เซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190916/image_big_5d7f8d32cec28.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43971</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2019 19:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2019 19:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออสเตรเลียโดดร่วมภารกิจคุ้มครองเรือในช่องแคบฮอร์มุซ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกฯ สกอต มอร์ริสัน ประกาศนำออสเตรเลียเข้าร่วมภารกิจปกป้องการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ที่มีสหรัฐเป็นผู้นำและมีอังกฤษกับบาห์เรนตกลงเข้าร่วมด้วยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2562 เรือของหน่วยป้องกันชายฝั่งอิหร่านลาดตระเวนรอบเรือบรรทุกน้ำมันสเตนาอิมเพโรของอังกฤษ ที่ถูกอิหร่านยึดไว้และทอดสมออยู่นอกชายฝั่งเมืองบันดาร์อับบาสของอิหร่าน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของผู้นำรัฐบาลออสเตรเลียเมื่อวันพุธที่ 21 สิงหาคม 2562 แสดงความกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ด้านความมั่นคงภายในเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยกล่าวว่าพฤติการณ์ที่บั่นทอนความมั่นคงที่ว่านี้เป็นภัยคุกคามต่อผลประโยชน์ของออสเตรเลียในภูมิภาคนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มอร์ริสันประกาศระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับรัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรีต่างประเทศว่า ออสเตรเลียจะให้การสนับสนุนแบบ &amp;quot;พอประมาณ&amp;quot; ซึ่งรวมถึงการส่งเรือฟริเกต 1 ลำ, เครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล พี8 โพไซดอน 1 ลำ และเจ้าหน้าที่สนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลินดา เรย์โนลด์ส รัฐมนตรีกลาโหมออสเตรเลีย กล่าวว่า ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ออสเตรเลียจะส่งเจ้าหน้าที่ทหารไปยังสำนักงานใหญ่ของปฏิบัติการนี้ที่บาห์เรน ซึ่งเมื่อวันอังคารเพิ่งประกาศเข้าร่วมปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยในภูมิภาคอ่าวฯ ที่สหรัฐเป็นผู้นำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีกลาโหมหญิงผู้นี้กล่าวว่า เครื่องบิน พี8 โพไซดอน จะถูกส่งไปภูมิภาคนั้นภายในปีนี้โดยจะปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนนาน 1 เดือน ส่วนเรือฟริเกตซึ่งมีลูกเรือ 170 นาย จะถูกส่งไปร่วมภารกิจนี้อย่างเร็วในเดือนมกราคมปีหน้า และจะปฏิบัติภารกิจนาน 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจเข้าร่วมของออสเตรเลีย ต่อจากบาห์เรนและอังกฤษที่ประกาศร่วมปฏิบัติการนี้เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน เกิดภายหลังไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ และมาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ เรียกร้องต่อออสเตรเลียโดยตรงระหว่างมาเยือนออสเตรเลียเมื่อต้นเดือนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐกำลังดิ้นรนหาแนวร่วมในปฏิบัติการระหว่างประเทศเพื่อคุ้มกันเรือสินค้าที่เดินทางผ่านอ่าวเปอร์เซีย แต่หลายประเทศโดยเฉพาะในยุโรปไม่ร่วมมือด้วยเพราะไม่ต้องการถูกดึงเข้าวังวนความขัดแย้งกับอิหร่าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43971</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่องแคบฮอร์มุซ, ภารกิจคุ้มครองเรือ, สกอต มอร์ริสัน, สหรัฐ, ออสเตรเลีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5d3bb800ef6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41549</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2019 21:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2019 21:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิหร่านเผยคลิปวิดีโอบุกยึดเรือน้ำมันอังกฤษ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพอิหร่านเผยแพร่คลิปวิดีโอปฏิบัติการบุกยึดเรือน้ำมันสัญชาติอังกฤษในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันศุกร์ โดยอ้างว่าทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศ รัฐบาลอังกฤษระบุเป็นการกระทำที่เป็นข้าศึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพนิ่งจากวิดีโอเผยแพร่เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2562 เป็นภาพขณะทหารอิหร่านโรยตัวจากเฮลิคอปเตอร์ลงบนเรือบรรทุกน้ำมันสเตนา อิมเพโร ในช่องแคบฮอร์มุซ / SEPAH NEWS / IRAN&amp;#39;S REVOLUTIONARY GUARDS WEBSITE / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคมว่า วิดีโอที่กองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (ไออาร์จีซี) เผยแพร่ทางออนไลน์เมื่อวันเสาร์ เป็นภาพเหตุการณ์ที่เรือเร็วอิหร่านหลายลำแล่นขนาบเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติอังกฤษ สเตนา อิมเพโร ภายในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันศุกร์ วิดีโอที่ถ่ายจากเรือและเฮลิคอปเตอร์เผยให้เห็นคน 6 คนสวมหน้ากากไอ้โม่งพร้อมปืนกล โรยตัวจากเฮลิคอปเตอร์ลงบนดาดฟ้าเรือลำนี้ ซึ่งเป็นยุทธวิธีเดียวกับที่หน่วยนาวิกโยธินอังกฤษใช้ในการบุกยึดเรือบรรทุกน้ำมันเกรซวันของอิหร่าน นอกชายฝั่งยิบรอลตาร์เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อังกฤษและสหรัฐกล่าวหาเรืออิหร่านลำนี้ว่ากำลังนำน้ำมันดิบไปส่งให้ซีเรีย ซึ่งเป็นการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของทั้งสหภาพยุโรป (อียู) และสหรัฐ ส่วนการยึดเรือน้ำมันของอังกฤษซึ่งเป็นเรือเปล่าในครั้งนี้ ไออาร์จีซีอ้างว่า เรือสเตนา อิมเพโร ทำผิดกฎการเดินเรือระหว่างประเทศ เนื่องจากเรือลำนี้ชนเรือประมงอิหร่านแล้วไม่ตอบรับสัญญาณขอความช่วยเหลือและยังปิดเครื่องรับสัญญาณด้วย อิหร่านบังคับให้เรืออังกฤษไปทอดสมอนอกชายฝั่งเมืองบันดาร์ อับบาส ของอิหร่าน เพื่อรอการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์เผชิญหน้าครั้งล่าสุดเกิดในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากศาลยิบรอลตาร์สั่งให้ขยายเวลาการควบคุมเรือเกรซวันต่อไปอีก 30 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารอิหร่านเตรียมโรยตัวจากเฮลิคอปเตอร์ลงบนเรือสเตนา อิมเพโร / SEPAH NEWS / IRAN&amp;#39;S REVOLUTIONARY GUARDS WEBSITE / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจเรมี ฮันต์ รัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษ ได้โทรศัพท์พูดคุยกับโมฮัมหมัด จาวัด ซาริฟ ของอิหร่านเพื่อแสดงความ &amp;quot;ผิดหวังสุดขีด&amp;quot; ขณะที่จาวัด ซาริฟ ยืนกรานว่าอิหร่านปฏิบัติตามกฎการเดินเรือระหว่างประเทศ เขายังทวีตเหน็บแนมอังกฤษด้วยว่า ต้องเลิกสมรู้ร่วมคิดกับการก่อการร้ายทางเศรษฐกิจของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรดารัฐมนตรีของอังกฤษยังได้ประชุมคณะทำงานรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน จากนั้นฮันต์เผยว่า เรือน้ำมันอังกฤษโดนยึดในน่านน้ำของโอมาน ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน แล้วจากนั้นเรือลำนี้จึงถูกบังคับให้เข้าน่านน้ำอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวด้วยว่า เรือเกรซวันโดนควบคุมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่อิหร่านกลับบอกว่าเป็นการปล้นเรือและขู่จะยึดเรือน้ำมันอังกฤษเพื่อเอาคืน &amp;quot;พวกนั้นมองเหตุการณ์นี้เป็นสถานการณ์ตอบโต้แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน&amp;quot; ฮันต์กล่าวถึงอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษยังได้เรียกอุปทูตอิหร่านในกรุงลอนดอนเข้าพบด้วย ขณะที่เพนนี มอร์ดอนต์ รัฐมนตรีกลาโหมอังกฤษ กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่าเป็น &amp;quot;การกระทำที่เป็นข้าศึก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลจัตวาราเมซัน ชาริฟ โฆษกไออาร์จีซี คุยว่า อิหร่านยึดเรืออังกฤษลำนี้ในช่องแคบฮอร์มุซได้ทั้งที่เผชิญกับการต้านทานและแทรกแซงจากเรือรบลำหนึ่งของอังกฤษที่ตามคุ้มกันเรือลำนี้ อย่างไรก็ดี ในวิดีโอของไออาร์จีซี ไม่ปรากฏเรือรบอังกฤษอยู่ในภาพด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือสเตนา อิมเพโร มีลูกเรือ 23 คน เป็นชาวอินเดีย 18 คน รวมกัปตัน, รัสเซีย 3 คน, ลัตเวีย 1 คน และฟิลิปปินส์ 1 คน รัฐบาลอินเดีย, ลัตเวีย และฟิลิปปินส์กล่าวว่าได้ติดต่อกับรัฐบาลอิหร่านเพื่อของให้ปล่อยตัวพลเมืองของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัลลาห์มูรัด อาฟิฟิปูร์ อธิบดีกรมการท่าเรือจังหวัดฮอร์มุซกาน กล่าวว่า เรือลำนี้จะทอดสมออยู่ที่ท่าเรือบันดาร์อับบาสระหว่างการสอบสวน ลูกเรือทุกคนยังอยู่บนเรือ อิหร่านพร้อมจะทำตามความต้องการของพวกเขาแต่ก็ต้องสอบสวนเรือลำนี้ด้วย การสอบสวนจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับความร่วมมือของลูกเรือและการมอบหลักฐานเพื่อใช้ตรวจสอบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41549</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่องแคบฮอร์มุซ, อังกฤษ, อิหร่าน, เรือน้ำมันอังกฤษ, เรือสเตนา อิมเพโร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190721/image_big_5d347748a9eb3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
