<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2021 06:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 06:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอกชนอ้อนรัฐฟื้น ‘ช้อปดีมีคืน’ดันเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค. 2564 นายฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ รองประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยถึงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นค้าปลีก&amp;nbsp;Retail Sentiment Index (RSI)&amp;nbsp;เดือน ก.ย. 2564ว่า&amp;nbsp;ส่งสัญญาณที่ดีโตขึ้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เท่า&amp;nbsp;จากเดือนก่อนหน้า ที่ระดับ&amp;nbsp;59.0จากมาตรการการผ่อนปรนให้เปิดกิจการและธุรกิจเพิ่มเติม ส่งผลให้ความถี่ในการจับจ่ายเพิ่มมากขึ้น แต่ยอดการใช้จ่ายต่อครั้งเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย สะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และต้องการการกระตุ้นจากภาครัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ดัชนี&amp;nbsp;RSI&amp;nbsp;ในอีก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือนข้างหน้า ปรับตัวดีมาอยู่ที่ระดับ&amp;nbsp;63.8&amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;25%&amp;nbsp;จากเดือนก่อนหน้า&amp;nbsp;สะท้อนว่าผู้ประกอบการยังมีความวิตกกังวลอยู่มากต่อมาตรการการผ่อนคลาย และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังไม่มีความชัดเจน&amp;nbsp;และหากแยกตามประเภทร้านค้าปลีก มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกประเภทธุรกิจอย่างชัดเจน โดยเฉพาะร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ตกแต่ง ซ่อมบำรุง ขณะที่ร้านสะดวกซื้อดัชนีความเชื่อมั่นยังอยู่ต่ำกว่าค่ากลาง จากมาตรการเคอร์ฟิว ส่งผลกระทบยอดขายในรอบดึก รวมถึงมาตรการ&amp;nbsp;WFH&amp;nbsp;และการปิดสถานศึกษา ส่งผลให้ปริมาณลูกค้าลดน้อยลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มีการประเมินผลกระทบต่อยอดขายและกำลังซื้อและแนวโน้มกิจกรรมทางเศรษฐกิจ จากมุมมองผู้ประกอบการในเดือน&amp;nbsp;ก.ย.&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;68%&amp;nbsp;ผู้ประกอบการคาดว่าการบริโภคภาคเอกชนในไตรมาส&amp;nbsp;3&amp;nbsp;น่าจะหดตัวถึง&amp;nbsp;30%ส่วน&amp;nbsp;57%&amp;nbsp;ผู้ประกอบการระบุว่ายอดขายในไตรมาส&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จะลดลงมากกว่า&amp;nbsp;50%&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;73%&amp;nbsp;ของผู้ประกอบการคาดว่า สถานการณ์จะกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ในช่วงครึ่งปีหลังของปี&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีข้อเสนอต่อภาครัฐ อาทิ ภาครัฐต้องเร่งฟื้นโครงการช้อปดีมีคืนอย่างเร่งด่วน เพื่อสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ กระตุ้นการจับจ่ายในช่วงไฮซีซั่นให้กลับมาคึกคัก รวมถึงการใช้มาตรการทางภาษีเพื่อช่วยผู้ประกอบการในด้านค่าใช้จ่ายทางสาธารณสุข และเร่งการกระจายการฉีดวัคซีนให้รวดเร็วและเข้าถึงประชาชนมากกว่า&amp;nbsp;70%&amp;nbsp;ของประชากรทั้งหมดของประเทศ&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายฉัตรชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118502</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช้อปดีมีคืน, สมาคมผู้ค้าปลีกไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210505/image_big_6091fd1a4e0db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 10:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 10:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดอะมอลล์ชมเปาะมาตรการรัฐกระตุ้นกำลังซื้อ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย. 2563 นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า จากมาตรการของภาครัฐที่กระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปี นับว่ามีส่วนกระต้นให้เกิดการจับจ่ายในกลุ่มผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะป็นเราเที่ยวด้วยกัน, คนละครึ่ง โดยเฉพาะช้อปดีมีคืนมาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่เกิน 30,000 บาท &amp;nbsp;นับว่าเป็นปัจจัยที่ช่วยให้ภาคค้าปลีกกลับมาคึกคักอีกครั้ง คาดการณ์ว่าภาพรวมค้าปลีกในปี 2564 จะติดลบเหลือ 6% จากเดิมที่หลายฝ่ายคาดการณ์กันว่าน่าจะติดลบที่ 7.8-7.9% &amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่มองว่าตัวเลขของจีดีพีปีนี้ จะดีขึ้นอยู่ที่ลบ 6% &amp;nbsp;จากเดิมคาดการณ์ -7.8%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในปี 2564 ได้คาดการณ์การกันว่าตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยจะอยู่ที่ 3.5% - 4.5% เป็นผลมาจากความสำเร็จในการป้องกันและควบคุมการระบาดของไทย พร้อมทั้งแรงกระตุ้นจากมาตรการของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการผ่อนปรนการเดินทางเข้าประเทศสำหรับนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม อาทิ กองถ่ายภาพยนตร์, ผู้มาเข้าร่วมงานแสดงสินค้า, กลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง และ กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบพิเศษ (Special Tourist Visa) หรือ STV &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังจากที่มาตรการช้อปดีมีคืนเริ่มได้เพียง 10 วัน ก็พบว่าลูกค้าที่เข้าใช้บริการ 25% เลือกที่จะเข้าร่วมมาตรการดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าลูกค้าอยากจับจ่ายและอั้นไว้ในช่วงโค้งสุดท้ายเพื่อรอโปรโปโมชั่นจากผู้ประกอบการ ซึ่งพอมีมาตรการของรัฐบาลมาช่วยเสริมก็ยิ่งสร้างแรงจูงใจมากขึ้น คาดว่าลูกค้าจะเข้าร่วมมากขึ้นเป็น 35% นับว่ามากกว่าช่วงช้อปช่วยชาติ เนื่องจากระยะเวลาที่นานกว่า สิทธิที่มากกว่าเดิม และความคุ้นเคยที่ไม่เหมือนช่วงแรกๆ ที่มีการสับสนกับมาตรการลดหย่อนภาษี&amp;rdquo; นางสาววรลักษณ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การที่จะให้สภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อกลับมาเหมือนในอดีต ต้องยอมรับว่าการจับจ่ายของต่างชาติยังคงมีส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย อาจจะต้องมีการเปิดประเทศให้กว้างขึ้น ภายใต้มาตรการการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ เพื่อที่ให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามาได้ แม้ว่าในช่วงนี้จะมีคนไทยเดินทางท่องเที่ยวและช้อปปิ้งในไทยมากขึ้น แต่ก็คงจะมาทดแทนกับกำลังซื้อจากคนต่างชาติที่มาไทยมากถึง 30 ล้านคนต่อปีไม่ได้แน่นอน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาววรลักษณ์ ยังกล่าวอีกว่า ไตรมาสสุดท้ายปีนี้บริษัทฯ ใช้งบการตลาดรวม 250 ล้านบาท จัด 2 แคมเปญใหญ่ &amp;ldquo;HAPPIER TOGETHER 2021&amp;rdquo; จัดที่ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ทุกสาขา, เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน, เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์ และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ และ&amp;ldquo;THE MALL JOY OF GIVING HAPPY FACTORY&amp;rdquo; จัดที่ ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ทุกสาขา วันที่ 30 พ.ย. 63 &amp;ndash; 6 ม.ค. 64 &amp;nbsp;อัดโปรโมชั่นทั้งส่วนลด, ของรางวัลพิเศษ รวมมูลค่ากว่า &amp;nbsp;100 ล้านบาท และกิจกรรมอีกมากมาย และปีนี้พิเศษรถยนต์ TOYOTA MAJESTY มูลค่า 1,914,000 บาท จำนวน 1 คัน มอบให้ลูกค้าที่ช้อปภายใน &amp;nbsp; &amp;nbsp;ห้างฯและศูนย์ฯครบทุก 1,000 บาท ร่วมลุ้นรับ โดยคาดว่าทั้งปีนี้จะมียอดขายรวมทั้งกลุ่ม 50,000 ล้านบาท น้อยกว่าปีที่แล้วที่ทำได้ประมาณ 52,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84960</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช้อปดีมีคืน, บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201125/image_big_5fbdd3ee9ccf6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2020 07:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2020 07:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกคึกคักเทงบปลุกยอดขายรับ&#039;ช้อปดีมีคืน&#039; เชื่อโครงการเงินสะพัดแสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค.2563 นางมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายส่งเสริมการตลาดและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เปิดเผยว่า ศูนย์การค้ากลุ่มวันสยาม ได้แก่ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ขานรับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชนไทยของภาครัฐในการออกมาตรการช้อปดีมีคืน ซึ่งศูนย์การค้ากลุ่มวันสยามเป็นเดสติเนชั่นหลักของกรุงเทพมหานครในด้านการช้อปปิ้ง มีสินค้าและบริการที่หลากหลายตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม โดยเตรียมงบประมาณอัดฉีดกระตุ้นการจับจ่ายโดยเพิ่มสิทธิประโยชน์และความคุ้มค่าให้กับนักช้อปผ่านแคมเปญขนาดใหญ่ที่จะดำเนินงานต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากมติคณะรัฐมนตรีอนุมัติมาตราการช้อปดีมีคืน กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ สนับสนุนผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษี โดยลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาในปีภาษี 2563 สำหรับผู้ที่ซื้อสินค้าและบริการตามจำนวนจ่ายจริงแต่รวมกันไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน โดยสามารถนำใบกำกับภาษีจากผู้ประกอบการ ตั้งแต่วันนี้- 31 ธันวาคม 2563 มาใช้เป็นหลักฐานได้นั้น บริษัทฯ ได้เตรียมความพร้อมเพื่อขานรับนโยบายของภาครัฐเพื่อช่วยกระตุ้นการจับจ่ายอย่างเต็มที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจัดแคมเปญโปรโมชั่นเพื่อมาตอบโจทย์มาตรการจากภารรัฐ ควบคู่ไปกับมอบสิทธิประโยชน์และเพิ่มมูลค่าให้การช้อปปิ้งแก่ลูกค้าแบบเต็มที่ ประกอบด้วย 1.แคมเปญ &amp;ldquo;มหกรรม ช้อป ร่าง พัง ยกกำลัง 2&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 30 ต.ค. - &amp;nbsp;29 พ.ย. 63 ที่จะเพิ่มมูลค่าในการจับจ่ายมากขึ้นกว่าเดิม ด้วยมหกรรมขบวนสินค้าจากร้านค้าแบรนด์ดังที่พร้อมใจลดราคาพิเศษสูงสุด 90%, ช้อปหรือทานอาหารครบตามเงื่อนไขครบตามเงื่อนไขรับทันทีสยามกิ๊ฟการ์ดมูลค่าสูงสุด 1,000 บาท และทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ กระหน่ำโปรโมชั่นเพิ่มเติม ทั้งซื้อ 1 แถม 1 และสินค้าราคาเดียว (One Price) รวมถึงการลดพิเศษแบบออนท็อป ยังมีสิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการอีกมากมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปลายปีนี้นับเป็นช่วงเวลาที่ลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์อย่างสูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้าชาวไทยที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการช้อปดีมีคืน &amp;nbsp;บริษัทฯจึงตอบแทนลูกค้าด้วยแคมเปญโปรโมชั่นเพิ่มมูลค่าให้แก่ทุกการจับจ่ายให้คุ้มค่ามากที่สุด และมั่นใจว่าตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงใจในฐานะเป็นโกลบอลเดสติเนชั่นที่ครองใจนักช้อปมาโดยตลอด และสามารถสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของร้านค้าแบรนด์ดัง และผู้เช่า สร้างยอดขายเพิ่มในช่วงโค้งสุดท้ายของปี เป็นแรงผลักดันที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้&amp;rdquo; นางมยุรี กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด &amp;nbsp;กล่าวว่า ตามที่ภาครัฐได้ออกมาตรการช้อปดีมีคืน &amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจกลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงปลายปี &amp;nbsp;เพื่อร่วมขานรับมาตรการดังกล่าว เดอะมอลล์ กรุ๊ป ผนึกกำลัง วันสยาม จัดแคมเปญยิ่งใหญ่แห่งปีที่ทุกคนรอคอยที่ เดอะมอลล์ ทุกสาขา, ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์, สยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ โดยลูกค้าสามารถรับสิทธิ์นำค่าซื้อสินค้าและบริการมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามจำนวนจ่ายจริงรวมกันไม่เกิน 30,000 บาท จึงคาดว่าแคมเปญดังกล่าวจะส่งผลให้ผู้บริโภคออกมาจับจ่ายมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันการจัดแคมเปญ ช้อป ร่าง พัง ยกกำลัง2 ครั้งนี้ คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี พร้อมทั้งเชื่อมั่นว่ามาตรการช้อปดีมีคืน จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เนื่องจากมาตรการครั้งนี้ได้มีการขยายทั้งวงเงินการซื้อสินค้าและบริการ เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30,000 บาท รวมถึงขยายระยะเวลาร่วมรายการมากเป็น 2 เท่า ของมาตรการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ช้อปช่วยชาติที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งมีจำนวนผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเข้าร่วมโครงการ 10.3 ล้านคน อีกทั้งการจัดมาตรการดังกล่าวอยู่ในช่วงเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ถือเป็นช่วงสำคัญของกลุ่มธุรกิจรีเทล จึงเชื่อมั่นว่ามาตรการช้อปดีมีคืนในปีนี้ จะทำให้มีเงินสะพัดหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจภายในประเทศไม่ต่ำกว่า 111,000 &amp;nbsp;ล้านบาท ดันจีดีพีเพิ่ม 0.33% ตามที่กระทรวงการคลังตั้งเป้าไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82134</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์, ช้อปดีมีคืน, มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์, วรลักษณ์ ตุลาภรณ์, าตราการช้อปดีมีคืน, เดอะมอลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201029/image_big_5f9a0a085177f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80248</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2020 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2020 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังฟุ้งช้อปดีมีคืนดันเงินเข้าระบบแสนล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค. 2563 นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงมาตรการช้อปดีมีคืน ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2563 ว่า มาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศในช่วงปลายปี 2563 และสนับสนุนผู้ประกอบการ รวมถึงการส่งเสริมการผลิตสินค้าท้องถิ่นที่เป็นเศรษฐกิจระดับฐานรากและส่งเสริมการอ่านอันเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ โดยคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นมูลค่าประมาณ 111,000 ล้านบาท และจะส่งผลให้จีดีพีเพิ่มขึ้นประมาณ0.30% ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ซึ่งจะเป็นการขยายฐานภาษีและส่งผลดีต่อการจัดเก็บรายได้ภาษีของรัฐในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเป็นหนึ่งในมาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งประกอบด้วย 3โครงการ/มาตรการ ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง จะช่วยเหลือดูแลพ่อค้าแม่ค้าขนาดเล็กที่ประกอบกิจการขายสินค้าหาบเร่แผงลอยที่เป็นบุคคลธรรมดา, โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะช่วยเหลือผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยการเพิ่มวงเงินพิเศษ สำหรับซื้อสินค้าบริโภคอุปโภคที่จำเป็น 500 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน และ มาตรการช้อปดีมีคืน จะช่วยเหลือผู้ประกอบการ รวมถึงการส่งเสริมการผลิตสินค้าท้องถิ่นและส่งเสริมการอ่าน ทั้งนี้ โครงการ/มาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายกว่า 28 ล้านคน โดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจกว่า 192,000 ล้านบาท ส่งผลให้จีดีพี เพิ่มขึ้นประมาณ 0.54%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาระสำคัญของมาตรการฯ ได้กำหนดให้ผู้มีเงินได้ซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล หักลดหย่อนค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการเท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการสำหรับการซื้อสินค้าหรือการรับบริการในประเทศที่จ่ายให้กับผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงค่าซื้อหนังสือและค่าบริการหนังสือที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และค่าสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นสินค้าที่ได้ลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนแล้ว ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค. ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2563 โดยไม่รวมถึงค่าสุรา เบียร์ และไวน์ ค่ายาสูบ ค่าน้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ ค่ารถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเรือ ค่าหนังสือพิมพ์และนิตยสารและค่าบริการหนังสือพิมพ์และนิตยสารที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ค่าบริการจัดนำเที่ยว และค่าที่พักในโรงแรม ทั้งนี้ ผู้มีเงินได้ต้องไม่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการคนละครึ่งหรือโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80248</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช้อปดีมีคืน, พรชัย ฐีระเวช, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190805/image_big_5d47a5c178f51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
