<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119333</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 19:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 19:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด&#039;พลายขุนแผน&#039; อาการน่าห่วง ล้มพับคาปางช้าง เร่งส่งกลับบ้านสุรินทร์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.64 - นายสัตวแพทย์ เผด็จ ศิริดำรง นายสัตวแพทย์โรงพยาบาลสัตว์เนินพลับหวาน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี &amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือพลายขุนแผน ช้างเพศผู้วัย 64 ปี ของปางช้างสยาม กระทิงลาย @พัทยา หลังเกิดล้มพับนอนอ่อนแรงภายในพื้นที่ดูแลช้างของปางช้างช้างสยาม กระทิงลาย @พัทยา จ.ชลบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสัตวแพทย์ เผด็จ กล่าวว่า &amp;nbsp; เมื่อคืนวานที่ผ่านมา พลายขุนแผนได้ล้มตัวลงนอนแล้วลุกไม่ขึ้นอีกเลย ทางปางช้างจึงแจ้งมาเพื่อให้ช่วยเดินทางไปตรวจสอบ พบว่าพลายขุนแผนมีอาการอ่อนแรงจึงทำการให้น้ำเกลือเข้าเส้นเลือดที่ใบหูจำนวน 50 ขวด ยาบำรุงเลือด วิตามินบำรุงต่างๆ ยาลดการอักเสบ และโซเดียมไบคาร์บอเนต &amp;nbsp;ก่อนจะปล่อยให้พลายขุนแผนนอนพักผ่อนเพื่อเอาแรงอย่างเต็มที่ จากนั้นได้นำรถแม็คโครมายกพลายขุนแผน เพื่อพาไปเข้าไปในซองช้าง และแขวนยก โดยใช้รอกแขวนเพื่อช่วยพยุง
ทั้งนี้จาก ผลการตรวจเลือดของพลายขุนแผน พบว่า มีภาวะเลือดจาง ทอทัลโปรตีนสูง โกลบบูลินสูง และมีภาวะขาดน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังพบว่าโซเดียมไบคาร์บอเนต และโซเดียมคลอไรด์ในร่างกายต่ำ จึงอยู่ในภาวะ Diabetic Ketoacidosis หรือ ภาวะเลือดเป็นกรดจากคีโตน เนื่องจากผลของการเคยเป็นเบาหวาน จึงต้องเฝ้ารักษาตามอาการ ด้วยการให้น้ำเกลือ ให้โซเดียมไบคาร์บอเน็ตในน้ำเกลือ สารอาหาร อละยาบำรุงเลือด ถ้ามีการปวดก็จะให้ยาแก้ปวด และวิตามินรวมเสริมเป็นระยะๆ เบื้องต้นพบว่าขุนแผนมีอาการค่อนข้างหนัก ซึ่งทางสัตวแพทย์จะดูแลอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายสัตวแพทย์ เผด็จ&amp;nbsp; ระบุด้วยว่า &amp;nbsp;ขณะนี้อาการของช้างพลายขุนแผนยังทรงๆ ทั้งนี้ได้วางแผนในการเคลื่อนย้ายช้างพลายขุนแผนไปที่สถาบันสุขภาพช้างแห่งชาติ จ.สุรินทร์ เพราะว่าช้างขาดควาญประจำดูแล พร้อมที่จะส่งกลับบ้านที่จังหวัดสุรินทร์ตามขั้นตอนในช่วงค่ำคืนวันพุธที่ 13 ต.ค.นี้..&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119333</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช้าง, ปางช้างสยาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_6162d106e025f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 13:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 08:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อลังการ..ช้างป่า-กระทิง รวมตัวออกหากินในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี หลังปิดเพราะโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&amp;#39;ความอลังการจากการรวมตัว...ช้างป่าและกระทิงรวมตัวกันออกหากินในทุ่งหญ้าเป็นจำนวนมาก&amp;#39;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เพจประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผย ความอลังการจากการรวมตัว...ช้างป่าและกระทิงรวมตัวกันออกหากินในทุ่งหญ้าเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับการขนานนามว่า KUIBURI SAFARI เมืองไทย และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่นิยมชมสัตว์ป่า ประเภทช้าง และกระทิง ทุกวันนี้ผืนป่ากุยบุรีที่มีความอุดมสมบูรณ์ แปลงหญ้าแต่ยอดอ่อนเขียวขจี ต้นไม้แตกใบใหม่ ให้สัตว์ป่าได้กินเป็นอาหาร ทำให้ทุกวันพบปริมาณสัตว์ป่าทั้งช้างและกระทิงกลับมาหาหินตามแปลงหญ้าและจุดชมสัตว์ป่าต่างๆเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีจะมีการจัดเก็บข้อมูลในทุกวันเพื่อนำไปสู่การวางแผนการบริหารจัดการด้านการอนุรักษ์รวมถึงการท่องเที่ยวในพื้นที่อีกด้วย....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2564 เป็นต้นมา เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อุทยานแห่งชาติกุยบุรีจึงได้มีการประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมทุกแห่งในพื้นที่จนกว่าสถานการณ์จะเป็นปกติ นักท่องเที่ยวสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เพจ : อุทยานแห่งชาติกุยบุรี - Kui Buri National Park.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113314</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทิง, ช้าง, อุทยานแห่งชาติกุยบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_611871ddc2d78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 19:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 19:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช้างน้ำตาไหลพรากได้กินเต็มอิ่ม ทหารขนผลไม้ 10 ตันเลี้ยงช่วงโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค.64 -&amp;nbsp;ที่ปางช้างไทรโยค ต.ลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี พ.ท.นพโรจน์ ชัยอมราพัฒน์ ผบ.ร.29 พัน 1 ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.บรรยง ทองน่วม ผบ.พล.ร.9 กกล.สุรสีห์ และพ.อ.วินิจ สว่างเนตร ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29&amp;nbsp;นำอาหารช้าง อาทิขนุน แตงโม กล้วยจำนวนกว่า 10 ตัน ใส่รถยนต์บรรทุกของหน่วย มามอบให้ที่ปางช้าง โดยมีนายวินัย แสนดี ประธานมูลนิธิอนุรักษ์และบริบาลช้างไทย เจ้าของปางช้างไทรโยค พร้อมนางเชื้อ แสนดี ภรรยา น.ส.กันตา วิทูรผดุงกิจ กรรมการผู้จัดการสายธารไอยรา รีสอร์ท นางกุลนันทร์ แสนดี น.ส.อลิสา แสนดี ผู้จัดการปางช้างไทรโยค บุตรสาว ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ท.นพโรจน์ ชัยอมราพัฒน์ ผบ.ร.29 พัน 1 เปิดเผยว่า ตามนโยบายผู้บัญชาการทหารบก และแม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.บรรยง ทองน่วม ผบ.พล.ร.9 กกล.สุรสีห์ และพ.อ.วินิจ สว่างเนตร ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29 ได้สั่งการให้หน่วยร.29 พัน 1 ให้เข้าทำการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดในปัจจุบัน ส่งผลกระทบในหลายส่วน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะคนที่ได้รับผลกระทบเท่านั้น สัตว์อื่นๆก็ได้รับผลกระทบไปด้วย โดยเฉพาะช้างบ้านหรือช้างเลี้ยง ที่ต้องการอาหารเป็นจำนวนมาก จากเมื่อก่อนจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมช้างไทย ซึ่งชาวไทยส่วนใหญ่ยังได้ยกย่องและให้เกียรติว่าในอดีตช้างเป็นช้างทรงคู่บารมีของพระมหากษัตริย์ ในการทำศึกปกป้องรักษาแผ่นดินไทย ให้เป็นเอกราชมาถึงทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในอดีตเคยนำรูปช้างเผือกมาเป็นสัญลักษณ์ของธงชาติไทย เราจึงให้ความสำคัญ และในวันนี้พลต.บรรยงทองน่วม ผบ.พล.ร.9 ได้สั่งการให้ร.29(หน่วยร.29พัน1) นำกำลังพลชุดจิตอาสา ร่วมกับจิตอาสาประชาชน และผู้มีจิตศรัทธาได้ซื้อพืชสวนจากชาวบ้าน เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ มาบริจาคเป็นอาหารให้กับช้าง ที่ปางช้างไทรโยคจำนวน19เชือก ก็อยากให้คนไทยทุกคนร่วมใจ หันหน้าเข้าหากันเพื่อฝ่าวิกฤติภัยโรคไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวินัย แสนดี พร้อมครอบครัวได้กล่าวขอบคุณทหารที่ให้ความช่วยเหลือปางช้าง โดยที่ผ่านมาจากเกิดสถานการณ์โควิดครั้งแรกจนถึงครั้งนี้เป็นครั้ง3ทางปางช้างทั่วไป ต้องรับภาระอย่างหนักมาก เมื่อไม่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชม ก็ไม่มีเงินมาซื้ออาหารให้ช้าง อีกทั้งควาญช้างก็ต้องลำบากเช่นกัน ขณะนี้ช้างได้กินอาหารเพียงหญ้าบาน่าที่ปลูกไว้ และต้นสับปะรดเท่านั้น อีกทั้งก็ให้มากไม่ได้ ก็เพียงแค่ให้กินแค่ประทังไปวันๆ ทั้งๆที่ปางช้างทุกแห่ง ก็รู้ว่าช้างกินอาหารต่อตัววันละ 300 กก. แต่ไม่มีเงินก็ต้องพยายามเลี้ยงเขาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก็ขอวิงวอนท่านผู้ใจบุญใจกุศล ได้ร่วมบริจาคอาหารเลี้ยงช้าง ก็จะเป็นการทำบุญและช่วยอนุรักษ์ช้างไทยเรา ให้อยู่คู่เมืองไทยตลอดไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหาร และจิตอาสากำลังกำลังช่วยกันนำ ขนุน แตงโม กล้วยมาให้ฝูงช้าง ทุกคนได้เห็นภาพอันประทับใจ เมื่อนายวินัย เรียกให้ช้างออกจากคอก มากินอาหาร บรรดาฝูงช้างต่างวิ่งออกจากคอกมายังบริเวณที่จัดทำไว้ สำหรับนักท่องเที่ยวให้อาหาร ที่ยกสูงและมีลูกกรงกั้นเป็นราวยาว โดยมีลูกช้างชื่อ &amp;quot;วันใหม่&amp;quot; ได้ยินเสียงเรียก ได้วิ่งตามหลังออกมา นายวินัยได้ตะโกนบอกว่าช่วยดูน้องวันใหม่หน่อย บรรดาช้างที่วิ่งมาเพื่อกินอาหาร ต่างหยุดแล้วหันเดินกลับ ไปรับช้างน้อยน้องวันใหม่ ซึ่งเป็นภาพที่ประทับใจแก่ทุกคนที่พบเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งขณะที่ทุกคนหยิบแตงโมออกมาส่งให้บรรดาช้าง ป๋าวินัยได้พูดว่า &amp;ldquo;ลูกๆได้กินของดีๆแล้วนะ กินให้อิ่ม ทหารพล.ร.9 ท่านนำมาให้ ต้องขอบคุณทหารท่านนะ&amp;rdquo; หลังพูดจบ ทุกคนต้องพบกับ ภาพที่สะเทือนใจ เมื่อเห็นน้ำตาของช้างหลายเชือกไหลออกมา เสมือนว่าดีใจ ซึ้งใจ ขอบคุณทหาร ที่เข้ามาช่วยเหลือดูแล ให้หายอดอยาก ทุกคนต่างถ่ายเก็บภาพช้างร้องไห้นี้ กันเป็นทิวแถว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102708</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, ช้าง, ปางช้างไทรโยค, มูลนิธิอนุรักษ์และบริบาลช้างไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609bcccc97913.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 15:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ช้าง&#039;รุกตลาดเบียร์ทางเลือก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อปลายปี 2563 ที่ผ่านมา นักดื่มทั่วประเทศต่างให้ความสนใจกับสินค้าใหม่จากฝั่ง &amp;ldquo;ช้าง&amp;rdquo; ที่แอบเปิดตัวแบบเงียบ ๆ แต่สร้างกระแสอย่างถล่มทลาย ให้นักดื่มต่างออกมาตามหา และตั้งคำถามถึงความแปลกตาจากรูปลักษณ์ของบรรจุภัณฑ์ และความแปลกใหม่ของรสชาติที่ไม่เคยมีมาก่อน กับ ช้าง เอสเปรสโซ่ ลาเกอร์ (Chang Espresso Lager) ที่ทางแบรนด์เคลมว่าเป็น ลาเกอร์ เบียร์ ผสมกาแฟสกัด (Coffee Infused Beer) เจ้าแรก และเจ้าเดียวในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;มร. เลสเตอร์ ตัน ผู้บริหารสูงสุดสายธุรกิจเบียร์ประเทศไทย บริษัท ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล (จำกัด) กล่าวว่า &amp;ldquo;ผู้บริโภคในปัจจุบันให้คุณค่ากับความละเมียดในการใช้ชีวิต ซึ่งก็คือการใส่ใจในรายละเอียดและความซับซ้อนของสิ่งที่เลือกให้ตัวเองมากขึ้น และความละเมียดในที่นี้ ยังชื่อมโยงกับความพรีเมียม แปลกใหม่ และการมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว&amp;rdquo; การส่ง ช้าง เอสเปรสโซ่ ลาเกอร์ ลงแข่งในตลาดเบียร์เป็นการสร้างสีสันให้ตลาด มุ่งตอบโจทย์กลุ่มคอเบียร์ที่มีความสนใจผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มองหาประสบการณ์และบรรยากาศที่ดีในการดื่มให้กับตัวเองอยู่เสมอ โดย ช้าง เอสเปรสโซ่ ลาเกอร์ นับว่าเป็นนวัตกรรมการผลิตเบียร์ที่ผสมผสานลาเกอร์เบียร์เข้ากับกาแฟสกัดออกมาได้อย่างลงตัว ถือว่าครั้งนี้ ช้าง กล้าเขย่าวงการเบียร์กลุ่มทางเลือก (Specialty Beer) ด้วยการนำเสนอสินค้าที่ไม่เคยมีในตลาดมาก่อน และผลที่ได้รับคือกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากกลุ่มลูกค้าในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักดื่มทั่วไปที่อยากทดลองอะไรใหม่ๆ หรือสายคราฟท์ที่สนใจความมีเอกลักษณ์ ยังรวมไปถึงกลุ่มคอกาแฟซึ่งถือเป็นการเจาะอีกฐานกลุ่มลูกค้า และยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงอีกด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช้าง เอสเปรสโซ่ ลาเกอร์ เติบโตได้ดีอย่างสวนทางกับการเติบโตของตลาดเบียร์ทางเลือกโดยรวม (Specialty Beer Market) จากกระแสการตอบรับที่ดีของกลุ่มลูกค้าที่มีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วางขาย การันตีคุณภาพภายใต้แบรนด์ช้างที่ให้ความสำคัญกับทุกหยดของน้ำเบียร์ ผ่านกรรมวิธีการปรุงจาก ช้าง บรูว์ มาสเตอร์ ทีม (Chang Brew Master Team) ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรุงเบียร์กับประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ที่ออกแบบกรรมวิธีการปรุงเบียร์สุดพิเศษ ให้ได้น้ำเบียร์ที่มีคุณภาพและรสชาติที่ถูกใจนักดื่มชาวไทย ซึ่ง ช้าง ให้ความสำคัญเรื่องการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการดื่มและครองใจลูกค้าทั้งในและต่างประเทศมาโดยตลอด
&amp;nbsp;
ด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ ช้าง เอสเปรสโซ่ ลาเกอร์ เบียร์คุณภาพมาตรฐานระดับสากล ตามแบบฉบับเบียร์ช้าง ถูกคิดค้นโดย ช้าง บรูว์ มาสเตอร์ ทีม (Chang Brew Master Team) ผู้ปรุงเบียร์ที่ได้รับการรับรองจากสถาบันสอนการปรุงเบียร์ระดับโลกและประกาศนียบัตรจากหลากหลายสถาบันเก่าแก่ที่มีชื่อเสียง อาทิ สถาบัน The Scandinavian School of Brewing ประเทศเดนมาร์ก, สถาบัน The Versuchs &amp;ndash; Under Lehranstalt fuer Brauerei ประเทศเยอรมัน และ สถาบัน International Centre for Brewing and Distilling (ICBD) Herion-Watt University ประเทศสก็อตแลนด์ ซึ่งได้ร่วมกันรังสรรค์สูตรน้ำเบียร์จากวัตถุดิบที่เลือกมาอย่างพิถีพิถัน มอลต์ ฮอปส์ และน้ำที่ได้มาตรฐาน ผสมผสานอย่างลงตัวกับเมล็ดกาแฟสองสายพันธุ์ อาราบิก้าและโรบัสต้า โดย ช้าง เลือกที่จะใช้เมล็ดกาแฟที่เพาะปลูกโดยเกษตรกรท้องถิ่นบนพื้นที่ที่ยึดหลักวิถียั่งยืน (Sustainability) จาก 3 ประเทศ ไทย ลาว และเวียดนาม
&amp;nbsp;
- ประเทศไทย &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมล็ดกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า ชุมชนเกษตรกร จังหวัด น่าน
- ประเทศลาว &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมล็ดกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า จากไร่ปลูกกาแฟ บนพื้นที่ราบสูงโบลาเวน เมืองปากซอง
&amp;nbsp;- ประเทศเวียดนาม &amp;nbsp; เมล็ดกาแฟโรบัสต้า จากแหล่งเพาะปลูกที่ราบสูงภาคตะวันตก ตอนกลางของประเทศ
&amp;nbsp;
&amp;nbsp; เป็นที่มาของคำว่า Asian Blend บนบรรจุภัณฑ์ ที่หมายถึงการนำเมล็ดกาแฟที่เป็นผลิตผลที่มีคุณค่าของกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาใช้ และสนับสนุนการเกษตรแบบยั่งยืนของชุมชนในท้องถิ่น ส่งผลต่อการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเลือกเมล็ดกาแฟ ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของ ช้าง บรูว์ มาสเตอร์ ทีม (Chang Brew Master Team) ที่ต้องทำความเข้าใจและเรียนรู้เรื่องการนำกาแฟมาเป็นหนึ่งในวัตถุดิบการผลิตที่ไม่เคยทำมาก่อน เป็นการเปิดกว้างองค์ความรู้ที่มากกว่าการ Brew Beer นั่นคือการ Brew Coffee ด้วยเช่นกัน &amp;nbsp;ถึงแม้ว่า ช้าง เอสเปรสโซ่ ลาเกอร์ (แอลกอฮอล์ 4.8 เปอร์เซ็นต์) จะมีปริมาณคาเฟอีนจากเมล็ดกาแฟเพียง 5 มิลลิกรัมต่อปริมาตร 490 มิลลิลิตร ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับกาแฟกระป๋องพร้อมดื่มทั่วไปปริมาณคาเฟอีนถึง 140 มิลลิกรัมต่อปริมาตร 180 มิลลิลิตร แต่ผลลัพธ์ที่ได้จากการศึกษาและคิดค้นอย่างมุ่งมั่นของ ช้าง บรูว์ มาสเตอร์ ทีม (Chang Brew Master Team) คือเบียร์ผสมกาแฟสกัด (Coffee Infused Beer) ที่ยังคงความหอมของเมล็ดกาแฟคั่วที่โดดเด่น ถูกปากนักดื่ม โดยลูกค้าทุกคนยังสามารถสัมผัสรสชาติของกาแฟและได้รับประสบการณ์ในช่วงเวลาที่ดีจากการดื่มเบียร์ได้เช่นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ช้าง เอสเปรสโซ่ ลาเกอร์&amp;rdquo; วางจำหน่ายแล้วที่ร้านสะดวกซื้อ และ ซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วประเทศ และยังคงได้รับกระแสการตอบรับที่ดีเกิดคาดจากกลุ่มลูกค้า จนเริ่มมีการวางแผนสำหรับการขยายช่องทางการจัดทำหน่ายเพิ่มเติม &amp;nbsp; ทั้งในและต่างประเทศ ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองของแบรนด์เครื่องดื่มตราช้าง ในฐานะผู้นำตลาด &amp;nbsp;ที่นอกจากจะวางกลยุทธ์เพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดของเบียร์กระแสหลักแล้ว ยังพยายามตอบโจทย์ลูกค้าด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องอีกด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98938</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช้าง, ช้าง เอสเปรสโซ่ ลาเกอร์, เลสเตอร์ ตัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_60700ab0a44a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95892</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 20:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 20:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาคประชาชนจ่อเสนอร่าง พรบ.ช้างไทย เข้าสภาฯ เผยช้างถูกทารุณต่อเนื่องแลกเม็ดเงินท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.64 -&amp;nbsp;มีรายงานข่าวว่าวันพรุ่งนี้ (13 มีนาคม) ซึ่งเป็น &amp;ldquo;วันช้างไทย&amp;rdquo; ภาคประชาชนในหลายเครือข่ายจะร่วมกันรณงค์ผลักดันให้เกิด พ.ร.บ.ปกป้องและคุ้มครองช้างไทย เนื่องจากสถานการณ์ช้างไทยยังตกอยู่ในสถานการณ์ถูกคุกคาม &amp;ldquo;ช้างไทยกลายเป็นสินค้า&amp;rdquo;&amp;nbsp;อย่างครบวงจร เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง รวมไปถึงการค้าช้าง งาช้าง และอวัยวะช้าง มูลค่ามหาศาล ส่งผลให้ช้างตกเป็นผู้ถูกล่าในโลกสมัยใหม่อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากข้อมูลขององค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) จากรายงาน&amp;nbsp;&amp;ldquo;ช้างไม่ใช่สินค้า&amp;rdquo;&amp;nbsp;ระบุว่า ปัจจุบันช้างเลี้ยงในประเทศไทยถูกผสมพันธุ์เพื่อใช้ในการท่องเที่ยวมีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เดือนมกราคม 2563 พบว่า มีช้างเลี้ยง 2,798 ตัว เพิ่มขึ้น 70% จาก 10 ปีก่อน โดยมีการตั้งข้อสังเกตจากนักปกป้องสวัสดิภาพสัตว์ว่า แนวโน้มการเพิ่มจำนวนของช้างเลี้ยงไม่ได้สะท้อนถึงประโยชน์ในด้านการอนุรักษ์ช้างอย่างยั่งยืน หากแต่เพื่อตอบสนองผลประโยชน์ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานฉบับนี้ยังชี้ให้เห็นว่า เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดการทารุณกรรมต่อช้าง เช่น การแยกลูกช้างจากแม่ช้างตั้งแต่ยังเล็ก การขังในซองแคบๆ การใช้ตะขอสับและขูดที่หัวลูกช้าง การใช้ไม้ทุบตี การล่ามโซ่สั้นๆ ไปจนถึงการบังคับให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ตึงเครียด ช้างจึงถูกทรมานทั้งร่างกายและจิตใจเพื่อป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยพบว่าช้างในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกว่า 70% มีสภาพความเป็นอยู่ในเกณฑ์ย่ำแย่ ถูกใช้งานในการโชว์ช้างและขี่ช้าง ขาดอิสรภาพ ไม่ได้รับอาหารเพียงพอ และอยู่ในสภาพแวดล้อม ตึงเครียด ขณะที่มีเพียง 25% เท่านั้น ที่มีสภาพความเป็นอยู่ปานกลาง ไม่มีการโชว์ช้าง อาหารและสภาพแวดล้อมเหมาะสม แต่ยังมีกิจกรรมที่ ช้างต้องปฏิสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยวอย่างการอาบน้ำช้างอยู่บ้าง ส่วนกลุ่มสุดท้ายคือช้างที่มีสภาพความเป็นอยู่ดี ไม่ถูกบังคับให้สร้างความบันเทิงให้นักท่องเที่ยว สามารถเดินเล่น หาอาหาร อาบน้ำได้อย่างอิสระ มีโอกาสแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวแจ้งว่าแม้ประเทศไทยจะมีกฏหมายคุ้มครองสัตว์หลายฉบับ แต่สำหรับช้างที่ถือเป็นสัตว์ประจำชาติไทย แสดงถึงอัตลักษณ์ความเป็นไทย กลับไม่เคยมีกฏหมายเฉพาะคุ้มครองสวัสดิภาพหรือปกป้องการถูกทารุณกรรม ภาคประชาชนที่ขับเคลื่อนงานสวัสดิภาพสัตว์จึงมีการร่วมมือผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.ปกป้องและคุ้มครองช้างไทย ฉบับภาคประชาชน โดยอยู่ระหว่างการยกร่างกฏหมายฉบับสมบูรณ์ ก่อนเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปัญจเดช สิงห์โท ที่ปรึกษาด้านนโยบาย องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ในฐานะองค์ขับเคลื่อนกฎหมายฉบับนี้ กล่าวว่า แม้ประเทศไทยมีกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลช้างอย่างน้อย 27 ฉบับ และเป็นประเทศเดียวในโลกที่ช้างอยู่ในสถานะเป็นทั้งช้างป่าและช้างเลี้ยง แต่ไม่มีกฏหมายเฉพาะสำหรับช้างที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย โดยกฎหมายสำคัญอย่าง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ให้ความคุ้มครองเฉพาะช้างป่าเท่านั้น สำหรับกฏหมายฉบับอื่น ยังมีช่องว่างให้เกิดการใช้งานช้างเลี้ยง และเสี่ยงให้เกิดการทารุณกรรมช้างมากกว่าการป้องกันสวัสดิภาพช้าง เช่น พ.ร.บ.สัตว์พาหนะ พ.ศ.2482 ที่นิยามให้ช้างเป็นสัตว์พาหนะเพื่อใช้งาน รวมถึง&amp;nbsp; พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557&amp;nbsp; ยังมีช่องว่างที่ยังไม่คลอบคลุมถึงการปกป้องช้างเลี้ยงอย่างทั่วถึง จึงจำเป็นต้องมีกฏหมายเฉพาะเพื่อให้เกิดกลไกการปกป้องคุ้มครองสวัสดิภาพช้างอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความซับซ้อนและไม่ทันสมัยของกฏหมายไทยเกี่ยวกับช้าง ทำให้การปกป้องดูแลสวัสดิภาพของช้างมีความยากลำบากมากขึ้น หวังว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบันนี้จะเป็นกฏหมายของช้างและคนรักช้างทุกคน ที่สามารถป้องกันการทารุณกรรมและส่งเสริมสวัสดิภาพช้าง โดยนำแนวคิดอิสระห้าประการ(Five Freedoms) มาประยุกต์ใช้เป็นหัวใจของกฎหมาย&amp;nbsp; เช่น การมุ่งเน้นให้เกิดการปกป้องการทารุณกรรมช้างเลี้ยงในทุกรูปแบบ การห้ามแยกลูกช้างออกมาฝึก การป้องกันการบังคับเพื่อใช้ในการแสดงความบันเทิงให้กับมนุษย์ การทำร้ายช้าง การใช้ตะขอสับ โดยเฉพาะการฝึกและการบังคับที่ทรมาณ รวมทั้งการจัดสวัสดิภาพที่ดีแก่ช้าง ปางช้างหรือผู้ครอบครอง ต้องจัดสถานทีให้เหมาะสมมีร่มเงา จัดสถานที่เพียงพอให้ช้างมีพฤติกรรมตามธรรมชาติ ไม่ปล่อยให้ช้างหิว&amp;nbsp; ต้องมีหน่วยดูแลสุขภาพช้างหรือได้รับการตรวจสุขภาพทุก 6 เดือน เป็นต้น&amp;rdquo; นายปัญจเดช กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายปัญจเดช&amp;nbsp; กล่าวอีกว่า นอกจากนี้การยกร่างกฏหมายฉบับนี้เป็นไปเพื่อการปรับปรุงนโยบายที่ส่งเสริมให้เกิดสวัสดิภาพช้างอย่างยืน ซึ่งเป็นกระแสสังคมโลกที่มุ่งเน้นการท่องเที่ยวแบบคำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์มากขึ้น นักท่องเที่ยวจะไม่มาเที่ยวการโชว์ช้างที่มีการแสดงหรือบังคับช้างให้แสดงอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปัญจเดช ยังมองอีกว่า กฏหมายที่มีในปัจจุบันยังมีช่องว่างให้เกิดการลักลอบค้าช้างและค้าชิ้นส่วนหรือซากช้าง ด้วยการนำตั๋วรูปพรรณช้างไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เปลี่ยนมือผู้ครอบครอง โดยวิธีการอำพรางว่ามิใช่การซื้อขายช้างเพื่อเลี่ยงความผิด ช่องทางนี้เองที่นำช้างไปสู้ขบวนการค้าสัตว์ป่า หรือการลักลอบค้างาช้างและชิ้นส่วนอวัยวะช้าง ที่กำลังเป็นที่นิยม ดังนั้นร่าง พรบ.ปกป้องและคุ้มครองช้างไทย ฉบับภาคประชาชน จึงกำหนดให้เจ้าของช้างสามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่คนในครอบครัวหรือทายาทตามกฏหมายได้เท่านั้น เพื่อเป็นการปิดช่องว่างเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สวัสดิภาพสัตว์ หรือ Animal Welfare คือแนวคิดใหม่ต่อการสร้างความสุขกายและสบายใจให้แก่สัตว์ ที่หลายประเทศในยุโรปนำมาใช้เป็นหลักการบัญญัติกฏหมายในการปกป้องคุ้มครองสวัสดิภาพของสัตว์ ประกอบด้วยหลักอิสระ 5 ประการ คือ 1.อิสระจากความหิวโหย 2.อิสระจากความไม่สบายกาย 3.อิสระจากความเจ็บป่วย 4.อิสระจากความกลัวหรือมีความปลอดภัย 5.สัตว์มีอิสรถสามารถแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายหาญณรงค์ เยาวเลิศ อดีตคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มองว่า ปัจจุบันสังคมไทยต้องเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อช้าง เพราะช้างวันนี้ไม่ใช่สัตว์พาหนะใช้งานลากซุง ไม่ใช่สินค้า ไม่ใช่นักแสดงในสวนสัตว์่ให้นักท่องเที่ยวชมอีกต่อไปแล้ว แต่ช้างคือสัตว์แสนรู้เป็นสัญลักษณ์อันน่าภาคภูมิใจของประเทศไทย ถ้าเราจับกระแสการท่องเที่ยวของโลกโดยเฉพาะกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วจะพบว่า มีการออกกฏหมายปกป้องคุ้มครองสวัสดิภาพช้าง ดังนั้นแม้แต่การให้นักท่องเที่ยวขึ้นนั่งช้างก็ถืิอเป็นสิ่งผิดกฏหมาย ดังนั้นหากยังปล่อยให้ช้างไทยถูกนำไปใช้งานแสดงโชว์ ให้นักท่องเที่ยวขึ้นขี่หลังท่องเที่ยวแบบเดิมๆ ไทยอาจถูกถูกแอนตี้จากนักท่องเที่ยวอเมริกาและกลุ่มประเทศยุโรปที่ให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพช้าง และนิยมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสัตว์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้นายหาญณรงค์ ยังชี้ให้เห็นสถานการณ์การค้าสัตว์ป่าโดยเฉพาะช้างอีกว่า ปัจจุบันสินค้าจากชิ้นส่วนอวัยวะต่างๆ ของช้าง มีวางขายอยู่บนร้านค้าออนไลน์ชื่อดัง หาซื้อได้ง่ายตั้งแต่ขนช้าง หางช้าง เครื่องรางจากงาช้าง อวัยวะแทบทุกส่วน แต่กฏหมายของไทยห้ามซื้อขายเฉพาะงาช้างเท่านั้น ดังนั้นหากยังไม่มีการควบคุมโดยกฏหมายอย่างครอบคลุม ช้างจะกลายเป็นสินค้ามากขึ้น โดยเฉพาะ พ.ร.บ.สัตว์พาหนะ พ.ศ.2482 ที่กำหนดให้ช้างเลี้ยงต้องทำตั๋วรูปพรรณช้างเมื่ออายุ 8 ปี ตนมองว่าเป็นกฏหมายที่ไม่เท่าทันสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้เกิดกรณีการลักลอบค้าช้างหรือส่งช้างไปต่างประเทศได้ และการค้าชิ้นส่วนอวัยวะโดยวิธีการสวมทะเบียนตั๋วช้างซึ่งตรวจสอบได้ยาก โดยในร่าง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองช้างไทย ฉบับภาคประชาชน ได้บัญญัติว่าต้องขึ้นทะเบียนช้างมีความละเอียดชัดเจนมากขึ้น ต้องมีการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ และฝังไมโครชิปช้างลูกช้างภายใน 7 วันนับตั้งแต่ตกลูก เพื่อจัดทำฐานข้อมูลรูปพรรณช้าง และกรณีช้างตายต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน 12 ชั่วโมง ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้จะสามารถป้องกันช้างไม่ให้กลายเป็นสินค้า และป้องกันการพรากลูกช้างจากแม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล ประธานอนุกรรมาธิการศึกษาความเป็นไปได้การถ่ายโอนภารกิจทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความคิดเห็นสนับสนุนร่าง พร.บ.สงวนและคุ้มครองช้างไทย ฉบับภาคประชาชนอย่างเต็มที่ เนื่องจากเชื่อว่าจะเป็นนวัตกรรมใหม่ในการแก้ปัญหาช้างในประเทศไทย ทั้งได้เสนอว่าควรมีการกำหนดให้เกิดสมัชชาช้างที่มีส่วนประกอบจากทุกภาคส่วน ทั้ง ภาครัฐ ภาคประชาชน และนักวิชาการ เพื่อเป็นกลไกใหม่ในการเสนอหรือพิจารณาการออกกฏหมายลูกภายหลังประกาศใช้ ร่าง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองช้างไทย ฉบับภาคประชาชน เพื่อถ่วงดุลอำนาจการออกกฎหมายลูกโดยอธิบดีกรมหรือรัฐมนตรี โดยต้องผ่านกระบวนการของสมัชชาช้างก่อน ซึ่งเป็นกระบวนการปรึกษาหารือตามระบบสังคมแบบประชาธิปไตย เช่น โมเดลของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติในงานด้านสาธารณสุข เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.ธนพร ชี้ให้เห็นว่า ร่าง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองช้างไทย ฉบับภาคประชาชน ยังได้กำหนดให้มีกองทุนสนับสนุนปางช้างที่เป็นมิตรกับช้าง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ส่งเสริมให้ปางช้างหรือสวนสัตว์ ปรับรูปแบบการท่องเที่ยวให้สอดรับกับแนวคิดการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับช้างมากขึ้น แต่ควรมีการกำหนดโทษสูงขึ้นให้อยู่ในเกณท์สูง เช่น หากมีการทารุณกรรมช้าง ต้องกำหนดโทษให้ไปถึงเจ้าของธุรกิจ ไม่ใช่จับควาญช้างติดคุกฝ่ายเดียว และต้องมีโทษปรับสูง เช่น ปรับ 1 ล้านบาท เพื่อป้องกันไม่ให้ปางช้างกล้ากระทำผิด เป็นต้น นอกจากนี้ควรมีการแต่งตั้งชาวบ้านเป็นผู้ช่วยปฏิบัติการ โดยได้รับความคุ้มครองและดูแลตามกฏหมาย เพื่อสามารถแจ้งความเอาผิดกับปางช้างหรือสวนสัตว์ได้หากพบว่ามีการกระทำทารุณกรรมเกิดขึ้นในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยดูแลช้างได้อย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่อาจารย์ประสบ ทิพย์ประเสริฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านช้าง กล่าวว่า หัวใจสำคัญของกฏหมายเพื่อดูแลและปกป้องช้างไทย ต้องคำนึงถึงหลักการสวัสดิสัตว์ 5 ประการ เพื่อส่งสนับสนุนได้รับการดูแลทั้งทางร่างการและจิตใจ โดยเฉพาะช้างเลี้ยงที่อยู่ในปางช้างหรือสวนสัตว์ ที่ถูกนำมาใช้งานสร้างความบันเทิง แต่นักท่องเที่ยวไม่รู้ว่ากว่าช้างจะสามารถออกมาแสดงได้นั้น ต้องผ่านการฝึกอย่างหนัก หรือการถูกนำแหยง(ที่นั่ง) ขึ้นวางบนหลังช้าง เพื่อบริการนักท่องเที่ยวเดินบนพื้นปูซีเมนต์ร้อนๆ ทั้งวันโดยแทบไม่มีเวลาพัก ถือเป็นการทรมานช้างอย่างหนัก รวมไปถึงการอาบน้ำกับช้างและกิจกรรมต่างๆ ที่ผิดธรรมชาติของช้างนั้นก็เช่นเดียวกัน ผู้ประกอบการปางช้างจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการให้เป็นการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับช้างมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันพบว่าหลายแห่งเรื่มมีการปรับเปลี่ยนมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กฏหมายจะเป็นตัวช่วยสำคัญในการปรับเปลี่ยนทิศทางการท่องเที่ยวให้เป็นมิตรกับช้างได้ ต้องมีการออกระเบียบที่ชัดเจนถึงการจัดสวัสดิการที่เหมาะสมกับช้าง ช้างต้องกินอาหารที่หลากหลาย มีพื้นที่ขนาดใหญ่เพียงพอให้แสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเฝ้าสังเกตุ ได้เรียนรู้ความฉาดของช้าง ช้างรู้จักสมุนไพร แต่ละตัวมีนิสัยใจคอที่แตกต่างกัน การเรียนรู้จากควาญช้าง สิ่งเหล่านี้คือรูปแบบการท่องเที่ยวใหม่ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้การยอมรับ และเจ้าของปางช้างก็สามารถอยู่ได้ด้วย&amp;rdquo; อาจารย์ประสบ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95892</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช้าง, วันช้างไทย, องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604b6d354c940.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2021 15:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2021 15:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดยื้อ!ช้างป่ากุยบุรีถูกยิงบาดเจ็บล้มแล้วหลังสัตวแพทย์รักษาเกือบเดือน​ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค.64-นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์​ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี​ เปิดเผยว่า​ ได้รับรายงานจาก น.ส.สุพร พลพันธ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี สัตวแพทย์จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ,สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย ที่เข้าประเมินอาการช้างป่าบาดเจ็บและวางแผนการรักษา เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรีและทีมสัตวแพทย์ลงความเห็นว่าให้เคลื่อนย้ายช้างป่าไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรีเพื่อทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง​ เพื่อความสะดวกในการดูแลช้างตัวดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 10.48 น. ทีมสัตวแพทย์ได้ทำการตรวจร่างกายช้างป่าเบื้องต้นพบว่าช้างป่ามีอาการท้องอืด​ จึงทำการให้น้ำเกลือ, ยาแก้ท้องอืด , ลดปวด, ลดอักเสบ กระทั่งเวลา 14.30 น.จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายช้างด้วยรถบรรทุกมายังที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี แต่ช้างมีอาการหัวใจหยุดเต้น ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่เข้าทำการช่วยเหลือทันที แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้​ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 (ค่ายพระมงกุฏเกล้า) ต.ห้วยทราย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ นำโดย ร.ต.อ.ยงยุทธ โชติชนะเสรี ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ดำเนินการตรวจหาวัตถุด้วยเครื่องสแกนโลหะตามตัวช้าง พบโลหะทั้งหมด 25 จุด
ผลการผ่าชันสูตร โดยใช้เครื่องสแกนโลหะ พบกระสุนปืนลูกซอง เบอร์12 (ลูก9) จำนวน 40 เม็ด ลูกกระสุนปืน ขนาด .22 จำนวน 2 เม็ด และลูกปลาย จำนวน 1 เม็ด พบกระสุนในจุดสำคัญบริเวณใต้เบ้าตา 2 ลูก​ ซึ่งเป็นเหตุทำให้ตาขวามีอาการอักเสบมองไม่เห็นมีลักษณะเป็นฝ้าขาว ส่วนขาหน้าด้านซ้าย พบกระสุนในกระดูก 3 เม็ด มีหนองในข้อกระดูกจำนวนมาก พบกระสุนทะลุซี่โครง ซี่ที่ 7 และ ซี่ที่ 9 จำนวน 2 เม็ด และกระสุนอีก 38 เม็ด กระจายอยู่ทั่วบริเวณงวง ใต้รักแร้ และลำตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสภาพอวัยวะภายใน พบปอดมีอาการอักเสบบวมแดง ไตบวมสีซีด ตับซีด มีจุดเลือดออก และมีรอยแผลเป็น หัวใจพบจุดเลือดออก ผนังทางเดินอาหารหลุดลอก พบจุดเลือดออกอักเสบแดงและแผลหลุมในกระเพาะอาหาร ขาหน้าขวาบวมแดง พบหนองด้านใน สันนิษฐานสาเหตุการตายเกิดจากสภาพที่พบดังกล่าวทำให้อวัยวะภายในล้มเหลว ซึ่งสัมพันธ์กับผลค่าโลหิตวิทยา ที่ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ พบว่า มีค่าเม็ดเลือดแดง ค่าเม็ดเลือดขาว ค่าตับ และค่าไตผิดปกติ จึงเป็นสาเหตุทำให้ช้างป่าตาย เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันทำพิธีก่อนฝังกลบซากช้างตามหลักวิชาการ
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89363</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช้าง, ช้างล้ม, อุทยานแห่งชาติกุยบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210110/image_big_5ffabc65aa260.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77316</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2020 18:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2020 18:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อุทยานฯกุยบุรี&#039;โพสต์&#039;ดูพวกพี่ใหญ่เขาอาบน้ำปะแป้ง..น่ารักเชียว&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:เพจอุทยานแห่งชาติกุยบุรี - Kui Buri National Park&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย.63-เพจอุทยานแห่งชาติกุยบุรี - Kui Buri National Park โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า &amp;quot;ดูพวกพี่ใหญ่เขาอาบน้ำปะแป้งเรียบร้อบ น่ารักเชียว&amp;quot; พร้อม #อุทยานแห่งชาติกุยบุรี #ช้างป่ากุยบุรี #เที่ยวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77316</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช้าง, เพจอุทยานแห่งชาติกุยบุรี - Kui Buri National Pa</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200913/image_big_5f5e046301b39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
