<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 15:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ช้าง&#039;รุกตลาดเบียร์ทางเลือก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อปลายปี 2563 ที่ผ่านมา นักดื่มทั่วประเทศต่างให้ความสนใจกับสินค้าใหม่จากฝั่ง &amp;ldquo;ช้าง&amp;rdquo; ที่แอบเปิดตัวแบบเงียบ ๆ แต่สร้างกระแสอย่างถล่มทลาย ให้นักดื่มต่างออกมาตามหา และตั้งคำถามถึงความแปลกตาจากรูปลักษณ์ของบรรจุภัณฑ์ และความแปลกใหม่ของรสชาติที่ไม่เคยมีมาก่อน กับ ช้าง เอสเปรสโซ่ ลาเกอร์ (Chang Espresso Lager) ที่ทางแบรนด์เคลมว่าเป็น ลาเกอร์ เบียร์ ผสมกาแฟสกัด (Coffee Infused Beer) เจ้าแรก และเจ้าเดียวในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;มร. เลสเตอร์ ตัน ผู้บริหารสูงสุดสายธุรกิจเบียร์ประเทศไทย บริษัท ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล (จำกัด) กล่าวว่า &amp;ldquo;ผู้บริโภคในปัจจุบันให้คุณค่ากับความละเมียดในการใช้ชีวิต ซึ่งก็คือการใส่ใจในรายละเอียดและความซับซ้อนของสิ่งที่เลือกให้ตัวเองมากขึ้น และความละเมียดในที่นี้ ยังชื่อมโยงกับความพรีเมียม แปลกใหม่ และการมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว&amp;rdquo; การส่ง ช้าง เอสเปรสโซ่ ลาเกอร์ ลงแข่งในตลาดเบียร์เป็นการสร้างสีสันให้ตลาด มุ่งตอบโจทย์กลุ่มคอเบียร์ที่มีความสนใจผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มองหาประสบการณ์และบรรยากาศที่ดีในการดื่มให้กับตัวเองอยู่เสมอ โดย ช้าง เอสเปรสโซ่ ลาเกอร์ นับว่าเป็นนวัตกรรมการผลิตเบียร์ที่ผสมผสานลาเกอร์เบียร์เข้ากับกาแฟสกัดออกมาได้อย่างลงตัว ถือว่าครั้งนี้ ช้าง กล้าเขย่าวงการเบียร์กลุ่มทางเลือก (Specialty Beer) ด้วยการนำเสนอสินค้าที่ไม่เคยมีในตลาดมาก่อน และผลที่ได้รับคือกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากกลุ่มลูกค้าในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักดื่มทั่วไปที่อยากทดลองอะไรใหม่ๆ หรือสายคราฟท์ที่สนใจความมีเอกลักษณ์ ยังรวมไปถึงกลุ่มคอกาแฟซึ่งถือเป็นการเจาะอีกฐานกลุ่มลูกค้า และยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงอีกด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช้าง เอสเปรสโซ่ ลาเกอร์ เติบโตได้ดีอย่างสวนทางกับการเติบโตของตลาดเบียร์ทางเลือกโดยรวม (Specialty Beer Market) จากกระแสการตอบรับที่ดีของกลุ่มลูกค้าที่มีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วางขาย การันตีคุณภาพภายใต้แบรนด์ช้างที่ให้ความสำคัญกับทุกหยดของน้ำเบียร์ ผ่านกรรมวิธีการปรุงจาก ช้าง บรูว์ มาสเตอร์ ทีม (Chang Brew Master Team) ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรุงเบียร์กับประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ที่ออกแบบกรรมวิธีการปรุงเบียร์สุดพิเศษ ให้ได้น้ำเบียร์ที่มีคุณภาพและรสชาติที่ถูกใจนักดื่มชาวไทย ซึ่ง ช้าง ให้ความสำคัญเรื่องการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการดื่มและครองใจลูกค้าทั้งในและต่างประเทศมาโดยตลอด
&amp;nbsp;
ด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ ช้าง เอสเปรสโซ่ ลาเกอร์ เบียร์คุณภาพมาตรฐานระดับสากล ตามแบบฉบับเบียร์ช้าง ถูกคิดค้นโดย ช้าง บรูว์ มาสเตอร์ ทีม (Chang Brew Master Team) ผู้ปรุงเบียร์ที่ได้รับการรับรองจากสถาบันสอนการปรุงเบียร์ระดับโลกและประกาศนียบัตรจากหลากหลายสถาบันเก่าแก่ที่มีชื่อเสียง อาทิ สถาบัน The Scandinavian School of Brewing ประเทศเดนมาร์ก, สถาบัน The Versuchs &amp;ndash; Under Lehranstalt fuer Brauerei ประเทศเยอรมัน และ สถาบัน International Centre for Brewing and Distilling (ICBD) Herion-Watt University ประเทศสก็อตแลนด์ ซึ่งได้ร่วมกันรังสรรค์สูตรน้ำเบียร์จากวัตถุดิบที่เลือกมาอย่างพิถีพิถัน มอลต์ ฮอปส์ และน้ำที่ได้มาตรฐาน ผสมผสานอย่างลงตัวกับเมล็ดกาแฟสองสายพันธุ์ อาราบิก้าและโรบัสต้า โดย ช้าง เลือกที่จะใช้เมล็ดกาแฟที่เพาะปลูกโดยเกษตรกรท้องถิ่นบนพื้นที่ที่ยึดหลักวิถียั่งยืน (Sustainability) จาก 3 ประเทศ ไทย ลาว และเวียดนาม
&amp;nbsp;
- ประเทศไทย &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมล็ดกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า ชุมชนเกษตรกร จังหวัด น่าน
- ประเทศลาว &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมล็ดกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า จากไร่ปลูกกาแฟ บนพื้นที่ราบสูงโบลาเวน เมืองปากซอง
&amp;nbsp;- ประเทศเวียดนาม &amp;nbsp; เมล็ดกาแฟโรบัสต้า จากแหล่งเพาะปลูกที่ราบสูงภาคตะวันตก ตอนกลางของประเทศ
&amp;nbsp;
&amp;nbsp; เป็นที่มาของคำว่า Asian Blend บนบรรจุภัณฑ์ ที่หมายถึงการนำเมล็ดกาแฟที่เป็นผลิตผลที่มีคุณค่าของกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาใช้ และสนับสนุนการเกษตรแบบยั่งยืนของชุมชนในท้องถิ่น ส่งผลต่อการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเลือกเมล็ดกาแฟ ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของ ช้าง บรูว์ มาสเตอร์ ทีม (Chang Brew Master Team) ที่ต้องทำความเข้าใจและเรียนรู้เรื่องการนำกาแฟมาเป็นหนึ่งในวัตถุดิบการผลิตที่ไม่เคยทำมาก่อน เป็นการเปิดกว้างองค์ความรู้ที่มากกว่าการ Brew Beer นั่นคือการ Brew Coffee ด้วยเช่นกัน &amp;nbsp;ถึงแม้ว่า ช้าง เอสเปรสโซ่ ลาเกอร์ (แอลกอฮอล์ 4.8 เปอร์เซ็นต์) จะมีปริมาณคาเฟอีนจากเมล็ดกาแฟเพียง 5 มิลลิกรัมต่อปริมาตร 490 มิลลิลิตร ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับกาแฟกระป๋องพร้อมดื่มทั่วไปปริมาณคาเฟอีนถึง 140 มิลลิกรัมต่อปริมาตร 180 มิลลิลิตร แต่ผลลัพธ์ที่ได้จากการศึกษาและคิดค้นอย่างมุ่งมั่นของ ช้าง บรูว์ มาสเตอร์ ทีม (Chang Brew Master Team) คือเบียร์ผสมกาแฟสกัด (Coffee Infused Beer) ที่ยังคงความหอมของเมล็ดกาแฟคั่วที่โดดเด่น ถูกปากนักดื่ม โดยลูกค้าทุกคนยังสามารถสัมผัสรสชาติของกาแฟและได้รับประสบการณ์ในช่วงเวลาที่ดีจากการดื่มเบียร์ได้เช่นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ช้าง เอสเปรสโซ่ ลาเกอร์&amp;rdquo; วางจำหน่ายแล้วที่ร้านสะดวกซื้อ และ ซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วประเทศ และยังคงได้รับกระแสการตอบรับที่ดีเกิดคาดจากกลุ่มลูกค้า จนเริ่มมีการวางแผนสำหรับการขยายช่องทางการจัดทำหน่ายเพิ่มเติม &amp;nbsp; ทั้งในและต่างประเทศ ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองของแบรนด์เครื่องดื่มตราช้าง ในฐานะผู้นำตลาด &amp;nbsp;ที่นอกจากจะวางกลยุทธ์เพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดของเบียร์กระแสหลักแล้ว ยังพยายามตอบโจทย์ลูกค้าด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องอีกด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98938</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช้าง, ช้าง เอสเปรสโซ่ ลาเกอร์, เลสเตอร์ ตัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_60700ab0a44a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
