<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110107</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2021 20:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2021 20:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วอนเร่งผลักดัน พรบ.ปกป้องช้างไทย ให้ความสำคัญสวัสดิภาพสัตว์มากกว่าบังคับโชว์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.64 - นายปัญจเดช สิงห์โท ที่ปรึกษาด้านนโยบาย องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก เปิดเผยว่า ภาคีองค์กรภาคประชาชนได้ร่วมกันขับเคลื่อนงานด้านสวัสดิภาพช้างไทย โดยผลักดัน ร่างพรบ.ปกป้องและคุ้มครองช้างไทย เข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนรัฐสภาแล้ว หวังให้เป็นกฎหมายในการคุ้มครองสวัสดิภาพช้าง และปกป้องช้างจากการถูกทารุณกรรมอย่างแท้จริง เนื่องจากกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับช้างเลี้ยง คือ พรบ.สัตว์พาหนะ พ.ศ.2482 เป็นกฏหมายอายุกว่า 80 ปี ไม่ทันต่อสถานการณ์ ทั้งมีข้อบังคับสนับสนุนการนำช้างป่ามาใช้งาน ส่วน พรบ.ป้องกันการทารุณกรรมและจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 ไม่ได้ระบุชัดถึงลักษณะที่เข้าข่ายการทารุณกรรมช้างเลี้ยง ช้างในประเทศไทยจึงได้รับการคุ้มครองน้อยมากภายใต้กฎหมายที่มีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พ.ร.บ.ช้างไทยฉบับใหม่นิยามการป้องกันการทารุณกรรม กำหนดขข่ายทรมานไว้ชัดเจน เน้นการจัดสวัสดิภาพช้างเลี้ยงให้เหมาะสม มีอิสระแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติ ไม่ถูกบังคับใช้งานหนักหรือไม่บังคับการแสดงเพื่อความบันเทิง ได้รับการรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย สนับสนุนให้ปางช้างปรับรูปแบบที่เป็นมิตรกับช้าง มีกองทุนชดเชยกรณีต่างๆ เช่น ช้างทำร้ายคนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ภายใต้กฏหมายนี้จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างช้างเลี้ยงทั้งระบบ&amp;rdquo; นายปัญจเดช กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปัญจเดช กล่าวอีกว่า การผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ต้องการเป็นศัตรูกับสวนสัตว์หรือปางช้าง แต่เป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการปรับตัวรองรับเทรนด์การท่องเที่ยวของโลกภายหลังวิกฤติโควิด-19 คลี่คลาย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากยุโรปและอเมริกาให้ความสำคัญกับเรื่องสวัสดิภาพสัตว์อย่างมาก มีแนวโน้มปฏิเสธการท่องเที่ยวช้างแบบเก่า ที่ให้คนขี่ช้าง ป้อนอาหารช้าง อาบน้ำกับช้าง และการแสดงโชว์ละครสัตว์ เป็นต้น เห็นได้จากกฏหมายด้านสวัสดิภาพสัตว์ของประเทศเหล่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในอังกฤษหากพบว่านักท่องเที่ยวมีการท่องเที่ยวสถานที่ที่มีการแสดงโชว์ของสัตว์ป่า จะมีความผิดตามกฎหมาย ขณะที่สมาคมท่องเที่ยวยุโรปประกาศไม่สนับสนุนแหล่งท่องเที่ยวที่มีการนำสัตว์ป่ามาบังคับแสดงเพื่อความบันเทิง จึงต้องขอแรงสนับสนุนจากภาคธุรกิจ และประชาชนที่เห็นด้วยกับเจตนารมณ์ของกฏหมายฉบับนี้ รวมทั้งการขอแรงสนับสนุนจากรัฐสภาเพื่อให้ภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในชั้นกรรมาธิการฯ ได้นำเสนอข้อมูลและข้อเท็จจริง ผลักดันให้เกิดการปรับปรุงกฏหมายเกี่ยวกับช้างเลี้ยงให้ดีขึ้นตามเจตนารมณ์ของคนไทยผู้รักช้าง&amp;rdquo; นายปัญจเดช กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ เครือข่ายภาคประชาชนที่ร่วมร่างและผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ กล่าวว่า ภายใต้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ช้างไทยจะไม่ใช่สัตว์พาหนะตามกฎหมายเก่าอีกต่อไป เพราะช้างเลี้ยงส่วนใหญ่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ไม่ได้ถูกใช้งานลากไม้เหมือนในอดีตอีกแล้ว นอกจากนี้จะเป็นการแก้ไขปัญหาลักลอบค้าช้างหรือซากช้าง เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการออกตั๋วรูปพรรณจากเดิมกำหนดให้ขึ้นทะเบียนเมื่อลูกช้างอายุ 8 ปี ซึ่งเกิดปัญหาสวมทะเบียนช้าง และนำไปสู่การค้าช้างผิดกฏหมาย เป็นการกำหนดให้ขึ้นทะเบียนช้างเลี้ยงทุกตัวตั้งแต่แรกเกิด นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งกองทุนช้างเพื่อดูแลสวัสดิภาพช้าง และชดเชยกรณีเกิดเหตุเกี่ยวกับช้างอย่างครอบคลุมมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พ.ร.บ.ช้างไทยฉบับนี้อาจต้องถกอีกหลายยก ซึ่งหวังว่าจะมีรายชื่อของภาคประชาชนเข้าไปร่วมด้วยในชั้นกรรมาธิการ เพื่อเข้าไปนำเสนอข้อมูลให้ชัดเจน หวังว่าภาคการเมืองจะเห็นความสำคัญกับร่าง พรบ.ช้างไทย ที่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจกันของภาคประชาชน&amp;rdquo; นายหาญณรงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายประสบ ทิพย์ประเสริฐ ผู้เชี่ยงชาญช้างไทย กล่าวว่า สิ่งที่ภาคประชาชนเสนอ คือการสร้างความสมดุลระหว่างการนำช้างมาใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ กับหลักสวัสดิภาพสัตว์ โดยเฉพาะด้านการจัดการท่องเที่ยวของไทย ที่มีการนำช้างมาใช้หารายได้ ควรปรับรูปแบบจากการบังคับช้างเพื่อการแสดง หรือรองรับนักท่องเที่ยวด้วยความบันเทิง เปลี่ยนเป็นการให้ช้างได้อยู่อย่างใกล้ชิดธรรมชาติ มีอิสระในการแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติมากที่สุด นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปสัมผัสหรือสังเกตพฤติกรรมของช้าง โดยไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป ซึ่งเป็นรูปแบบการจัดการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับช้าง โดยกฎหมายจะเข้ามาช่วยกำหนดมาตรฐานรูปแบบการจัดการท่องเที่ยวของปางช้างให้เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชเร สังข์ขาว เจ้าของปางช้าง Following Giants จ.กระบี่ กล่าวว่า ตนเลือกทำปางช้างที่เป็นมิตรกับช้าง โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นยุโรป 95 เปอร์เซ็น ต้องยอกรับว่านักท่องเที่ยวฝรั่งให้ความสำคัญกับเรื่องสวัสดิภาพสัตว์มาก เขามองว่าการการขี่ช้าง หรือการแสดงช้าง หรือมีรูปแบบที่ใกล้ชิดกับคนมากเกินไปคือการบังคับสัตว์ เพราะการที่ควาญต้องควบคุมหรือสั่งการช้างให้ทำตลอดเวลานั้น ควาญต้องบังคับช้าง โดยกว่าช้างจะยอมให้บังคับต้องถูกฝึกหนัก หรืออาจถูกทารุณกรรมจากการฝึก ซึ่งแนวโน้มของนักท่องเที่ยวหลังโควิด-19 จะให้ความสำคัญกับเรื่องสวัสดิภาพสัตว์มากขึ้นกว่านี้อย่างแน่นอน ปางช้างในไทยควรปรับตัวรองรับความต้องการของนักท่องแที่ยวในอนาคตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปางช้างที่ภูเก็ตหรือพัทยา ช้างต้องเดินวันละ 10 ชั่วโมง สำหรับช้างถือว่าหนักมาก เคยลองถามนักท่องเที่ยวว่า หากมีคนบังคับคุณเดิน นั่ง ตลอดเวลาจะรู้สึกอย่างไร นั่นแหละช้างย่อมรู้สึกแบบเดียวกัน แรกๆ นักท่องเที่ยวบางกลุ่มอาจไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ให้ขี่ช้าง เราก็ต้องอธิบาย เขาก็เข้าใจและเห็นด้วย ถ้ามีกฎหมายเข้ามาดูแลสวัสดิภาพช้างจะช่วยให้ปางช้างต่างๆ ปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เป็นมิตรกับช้างได้ง่ายขึ้น&amp;rdquo; นายชเร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110107</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช้างป่า, ช้างไทย, พรบ.สัตว์พาหนะ, สวัสดิภาพช้างไทย, หาญณรงค์ เยาวเลิศ, องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210717/image_big_60f2e03b53d94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108074</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 20:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 20:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระทึก! ช้างป่าละอู 2 ตัวเดินหากินในหมู่บ้าน ใช้งวงทักทายกันก่อนบุกขโมยอาหารแมว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย.64 - นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายอิทธิพล ไทยกมล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ว่าเมื่อวันที่ 27 มิย.64 ได้นำชุดควบคุมปัญหาช้างป่า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ทหาร สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า WCS ประเทศไทย และนายทองใบ เจริญดง ผู้ประสานงานสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า WCS ประเทศไทย ออกดูแลความปลอดภัยให้ชาวบ้าน ป้องกันการนำเปลือกทุเรียนและผลไม้มาทิ้ง หมู่บ้านเฉลิมเกียรติพัฒนา และบ้านป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และตามเส้นทางสายพุไทรไทรเอน หลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบช้างป่าจำนวน 2 ตัว เดินออกหากินบริเวณตลาดนัดภายในหมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายทองใบ เจริญดง ผู้ประสานงานสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า WCS ประเทศไทย &amp;nbsp;พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ขับรถไปตามถนนเส้นทางสายพุไทร ไทรเอนเข้าตรวจสอบช้างป่าแต่ไม่พบ จากนั้นได้ขับรถเข้ามาในหมู่บ้าน จนพบช้างป่าจำนวน 2 ตัว ชื่อพลายบุญช่วย (มีงา) และพลายบุญมี (ไม่มีงา) เดินเที่ยวหากินอยู่ในหมู่บ้านแถวย่านตลาดนัด ก่อนบันทึกภาพไว้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พบพลายบุญมีและพลายบุญช่วย กำลังเดินหากินแถวตลาดนัดในหมู่บ้านก่อนเดินยกงวงปรี่เข้าหน้ากัน จากนั้นก็หยุดและใช้งวงทักทายกันก่อนเจ้าหน้าที่ทำการผลักดันช้างทั้ง 2 ตัวกลับเข้าป่าไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา พลายบุญช่วยได้เดินเข้าไปหากินที่บริเวณด้านหลัง ศูนย์ข้อมูลอนุรักษ์ช้างป่าแก่งกระจาน ก่อนใช้งวงแอบหยิบอาหารแมวไปกินหมด 1 ถุง สักพักยังไม่ไปไหน เดินวนกัดกินหญ้าด้านหลังของศูนย์ข้อมูลอนุรักษ์ช้างป่าแก่งกระจาน ก่อนเจ้าหน้าที่ทำการผลักดันพลายบุญช่วยกับพลายบุญมีเข้าป่าไปในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108074</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเพชรบุรี, ช้างป่า, แก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60db192a74717.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106978</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2021 15:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2021 15:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าของบ้านเล่าระทึกนาที&#039;พลายบุญช่วย&#039;ช้างป่าละอูบุกพังครัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.64-นางรัชฎาวรรณ ผึ้งประสพพร หรือบิ๊ก&amp;nbsp; อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 134 หมู่ 1 บ้านเฉลิมเกียรติพัฒนา ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เล่าเหตุการณ์ช้างป่าบุกเข้ามาพักห้องครัวว่า เมื่อช่วงตี 2 ที่ผ่านมาขณะนอนหลับสนิทอยู่กับครอบครัวภายในบ้านปูนชั้นเดียว ต้องตกใจตื่นกับเสียงโครมครามคล้ายของสิ่งของตกหล่นภายในครัว จึงออกมาดูถึงกลับตกตะลึงพบช้างป่าละอูจำได้ว่าเป็น &amp;ldquo;พลายบุญช่วย&amp;rdquo; ช้างป่าละอูที่ออกหากินตามชุมชนอยู่เป็นประจำกำลังใช้หัวมุดกำแพงครัวที่พังเป็นรูใหญ่ใช้งวงรื้อหาของกินอย่างจ้าละหวั่น จนหม้อ-กระทะตกหล่นกระจาย โชคดีช้างติดเคาเตอร์ครัวเข้ามาในบ้านไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จึงตะโกนขับไล่พร้อมนำโทรศัพท์มือถือถ่ายภาพไว้ หลังพลายบุญช่วย รื้อหาของกินจนหนำใจแล้วได้เดินหายไปกับความมืด จนรุ่งเช้าจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ &amp;ldquo;พลายบุญช่วย&amp;rdquo; ก่อนหน้านั้นราว 2 เดือน ได้เข้ามาหากินถึงบ้านพักตนคงได้กลิ่นอาหารก่อนใช้หัวดันกำแพงปูนและฝ้าหลังคาบ้านจนพังทลายมูลค่าเสียหายเกือบ 5 หมื่น หลังเกิดเหตุได้แจ้งให้ ทาง อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ทราบแต่เรื่องก็เงียบไป หลังจากนั้น &amp;ldquo;พลายบุญช่วย&amp;rdquo;ก็ย้อนกลับเข้ามาหาของกินที่บ้านตนอีกหลายครั้งตรงจุดเดิม ซึ่งตนพยายามเก็บอาหารให้มิดชิดไม่ให้มีกลิ่น ก็ยังไม่วายถูกช้างบุกเข้ามาอีกและครั้งนี้สามารถถ่ายภาพได้ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106978</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ประจวบคีรีขันธ์, ช้างป่า, บุกพังครัว, พลายบุญช่วย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210620/image_big_60cef7af42fe4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106974</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2021 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2021 14:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุทยานฯพร้อมซ่อมแซมบ้านชาวบ้านโดนช้างป่าบุกพังครัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.64-เพจประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โพสต์ข้อความระบุว่า จากกรณีช้างป่าเข้าพังครัวชาวบ้านตามที่มีการแชร์ในสื่อออนไลน์ เบื้องต้นนายสัตวแพทย์ ภัทรพล มณีอ่อน นายสัตว์แพทย์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ประสานไปยังเจ้าของบ้านที่ได้รับความเสียหายดังกล่าว และลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือก่อนในเบื้องต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้ก็เคยเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้ ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติฯ ก็ได้ร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่เข้าช่วยเหลือ และในครั้งนี้ มี อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ฉก.จงอางศึก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมหารือเพื่อช่วยเหลือเยียวยา ก่อนที่จะเข้าซ่อมแซมบ้านเรือนผู้ได้รับความเสียหายโดยเร็วที่สุด
สำหรับสาเหตุที่ช้างเข้ามาพังห้องครัวในครั้งนี้เนื่องจากได้กลิ่นอาหาร ช้างเป็นสัตว์กินพืชจึงต้องการแร่ธาตุจากความเค็ม ที่จำเป็นต่อร่างกาย จึงออกหาแร่ธาตุมาทดแทน ทั้งนี้ได้สร้างความรู้ความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ รวมถึงแนวทางในการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับชาวบ้านและช้างต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106974</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ, ช้างป่า, พังบ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210620/image_big_60cef14123759.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2021 09:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.เร่งหาหลักฐานช้างป่าถูกยิงตายในพื้นที่อุทยานฯแก่งกระจาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:fbกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย.64-นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ได้รับรายงานจากนายอิทธิพล ไทยกมล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมหน่วยเฉพาะกิจฯ พญาเสือ และส่วนยุทธการฯ ร่วมกับ​ สภ.แก่งกระจาน เข้าตรวจสอบหาวัตถุพยานเพิ่มเติม ในการตรวจยึดซากช้างป่า ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน&amp;nbsp; ผลตรวจสอบบริเวณที่เจอซากช้างป่า บริเวณ พิกัด wgs1984 zone 47p 0551749E 1408344N ภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ด้วยเครื่องสแกนค้นหาโลหะ พบโลหะคล้ายหัวกระสุน จำนวน 55 ชิ้น ได้แก่ หัวกระสุนปืนคาร์บิน หัวกระสุนปืน AK47 หัวกระสุนปืน ลูกซอง (ลูกปราย 9 เม็ด) หัวกระสุนปืน ลูกซอง (ลูกโดด) หัวกระสุนปืนไรเฟิล และได้ตรวจยึดซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (ช้างป่า) จำนวน 1 ซาก ซึ่งภายในกระโหลกช้างมีรูต้องสงสัย จำนวน 2 รู&amp;nbsp; คาดว่าเป็นรูที่ถูกเจาะทะลุด้วยกระสุนปืน ทางอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ดำเนินการตรวจยึดซากสัตว์ป่า (ช้างป่า) และอุปกรณ์การกระทำความผิด (โลหะคล้ายกระสุนปืน) เพื่อสืบหาชนิดกระสุนที่แท้จริง ชนิดปืน ผู้ครอบครอง และกลุ่มผู้กระทำความผิด ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99902</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช้างป่า, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพชรบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607ce5b0a653a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2021 16:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2021 16:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งช่วยลูกช้างป่าพลัดตกคูกันช้างอุทยานฯเขาสอยดาวบาดเจ็บ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:เพจประชาสัมพันธ์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เม.ย.64-นายสมบัติ ธรรมโชติ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว รายงานว่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีลูกช้างป่า อายุประมาณ 1 ปี พลัดตกลงไปในคูกันช้างบริเวณป่าสามพันไร่ หมู่ 18 ต.ทับช้าง อ.สอยดาว จ.จันทบุรี จากการตรวจสอบเบื้องต้นลูกช้างป่ายังหายใจอยู่ นอนแน่นิ่งไม่กระดิกตัว แต่อย่างใด หน.ขสป.เขาสอยดาว ร่วมกับนายอำเภอสอยดาว และจนท.ฝ่ายปกครองจึงได้ประสานกับสัตวแพทย์ สบอ.2 เพื่อให้มาตรวจอาการ ขณะนี้ทีมสัตวแพทย์จากสำนักยริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) และศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 2 กระบกคู่ กำลังดำเนินการรักษาอย่างเร่งด่วน หากมีความคืบหน้าทางเพจจะได้แจ้งให้ทราบทันที
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98296</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.จันทบุรี, ช้างป่า, สัตวแพทย์, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210404/image_big_606989c9d2435.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96682</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2021 15:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2021 15:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฉียดตาย! นศ.ซิ่งมอเตอร์ไซค์ชนช้างป่าออกหากิน โชคดีช้างตกใจวิ่งเตลิดเข้าป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มี.ค.64 - เมื่อเวลา 20.00 น. คืนวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา​ ร.ต.อ.ธีรยุทธ​ อังวะ​ รองสารวัตรเวรสอบสวน​ สภ.ลาดหญ้า​ จ.กาญจนบุรี​ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์​ ว่าเกิดอุบัติเหตุรถ​จักรยานยนต์&amp;nbsp;ชนฝูงชนช้างป่าในเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าสลักพระ​ ที่เดินข้ามถนนออกมาหากินในช่วงเวลากลางคืนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1​ ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุเกิดบนถนนสายกาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์​ เยื้องหมู่บ้านเด็ก​ และสนามกอลฟ์ไมด้า หมู่​ 2​ ต.วังด้ง​ อ.เมือง​ฯ​ หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถ​ จยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟล้มคว่ำอยู่​ &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กู้ชีพของมูลนิธิฯ​ กำลังทำการช่วยเหลือปฐมพยาบาล​เบื้องต้น เนื่องจากมีอาการเจ็บปวดทางกระดูกด้านหลัง ก่อนจะรีบนำตัวส่ง​ รพ.พหลพลพยุหเสนาฯ​ เพื่อให้แพทย์รักษาอาการบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นจากการสอบสวนทราบว่าหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ชื่อนายศุภกร​ เอี่ยมเทศ​ อายุ​ 20 ปี​ ไม่ทราบที่อยู่​ เป็นนักศึกษาแผนกช่างเครื่องยนต์​ ปวช.ปี​ 1​อยู่ที่วิทยาลัยการอาชีพ​ อ.พนมทวน​ จ.กาญจนบุรี​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนเกิดเหตุทราบว่า​ นายศุภกร​ ได้ขี่รถ​ จยย.เพื่อกลับไปบ้านที่​ อ.ศรีสวัสดิ์&amp;nbsp;หลังเสร็จธุระได้ขี่รถกลับหอพักโดยใช้เส้นทางดังกล่าว​&amp;nbsp;ระหว่างทางเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้เกิดเคราะห์ร้ายเจอฝูงช้างป่าในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ​ ซึ่งมักจะออกหากินในช่วงเวลาพลบค่ำ​ กำลังเดินข้ามถนน คาดว่า​ นายศุภกร​ หนุ่มนักศึกษาผู้เคราะห์ร้ายคงขับขี่รถมาด้วยความเร็วสูง​ ประกอบกับเส้นทางถนนสายดัวกล่าวตลอดเส้นทางไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง​ เมื่อเจอฝูงช้างป่า​ จึงเกิดเบรกรถไม่ทัน​ รถจึงพุ่งชนช้างอย่างจังจนทำให้รถ​ จยย.ล้มคว่ำ​ เดชะบุญที่ฝูงช้างป่าเกิดตกใจวิ่งเตลิดหนีเข้าป่าไปโดยไม่ได้ทำร้ายนายศุภกรหนุ่มนักศึกษาผู้โชคร้ายรายนี้แต่อย่างใด​ จึงรอดตายอย่างหวุดหวิด​ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96682</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, ช้างป่า, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210320/image_big_6055ad21076ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
