<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25340</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2018 07:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2018 07:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ.ศ.2561 ปีล้มเหลวของทีมลูกหนังชาติไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปี พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมาเริ่มต้นปีขึ้นมาแฟนบอลชาวไทยมีความหวังและคาดหวันกันว่า ทีมลูกหนังชาติไทยจะพัฒนาก้าวไกลไปอยู่ระดับแถวหน้าของทวีปเอเชีย เนื่องจากสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ภายใต้การนำนาวาของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง นายกสมาคมฯ ที่พยายามเปลี่ยนแปลงการบริหารด้วยการไว้เนื้อเชื่อใจชาวต่างชาติ ทำการว่าจ้างทีมงานและสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติจากต่างประเทศเข้ามาบริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือว่าเป็นการใช้งบประมาณที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากค่าจ้างเหล่าบรรดากุนซือต่างประเทศ ที่จ้างมาวางระบบนั้นเป็นเม็ดเงินที่มากทีเดียว เหมือนที่สมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นกระทำและได้ผลชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ยุค พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง เองได้พยายามลอกเลียนแบบการทำงานของสมาคมกีฬาฟุตบอลญี่ปุ่นเกือบจะทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันลีกอาชีพ รวมไปถึงทีมชาติไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ปรากฏว่าปี 2561 กลายเป็นปีที่ทีมชาติไทยล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง จนแทบจะมองได้ว่าถอยหลังไปจากเดิมเสียอีก จนทำให้มองว่าที่ผ่านมาการบริหารงานของ พล.ต.อ. สมยศ ในช่วงเวลา 3 ปี ที่ผ่านมา ไม่ได้พัฒนาไปจากเดิมเลย ทั้งที่ก่อนเข้ามาบริหารได้ลั่นวาจาเอาไว้ว่าจะพัฒนาแน่นอน และหากไม่ดีขึ้นไปจากเดิมจะ &amp;quot;ลาออก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เริ่มต้นปี 2561 ด้วยการส่งทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เดินทางไปฟาดแข้ง ฟุตบอล อายุไม่เกิน 23 ปี ชิงแชมป์เอเชีย 2018 (2018 AFC U-23 Championship) ที่ประเทศจีน ระหว่าง วันที่ 9 มกราคม &amp;ndash; 27 มกราคม 2561 มี 16 ชาติผ่านเข้ามาในการแข่งขัน โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Group A : จีน (เจ้าภาพ), กาตาร์, อุซเบกิสถาน, โอมาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Group B : ญี่ปุ่น, เกาหลีเหนือ, ไทย, ปาเลสไตน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Group C : อิรัก, จอร์แดน ,ซาอุดิอาระเบีย, มาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Group D : เกาหลีใต้, ออสเตรเลีย, ซีเรีย, เวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับทีมชาติไทย รุ่นอายุ ไม่เกิน 23 ปี ชุดนี้อยู่ภายใต้การคุมทัพของ โซรัน ยานโควิช&amp;nbsp; ซึ่งจากการแบ่งกลุ่มออกมายอมรับว่าเป็นงานหนัก แต่โอกาสในการเข้ารอบถือว่าพอมีหากมีการเตรียมทีมที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นัดแรก ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ลงสนาม ในวันที่ 10 ม.ค. พบ เกาหลีเหนือ ทีมไทย แพ้ ไป 0-1จากนั้น เกมที่ 2 ในวันที่ 13 ม.ค. พบกับ ญี่ปุ่น ปรากฏว่าทีมไทยแพ้ไปอีก 0-1 นัดสุดท้ายรอบแรก ในวันที่ 16 ม.ค. พบกับ ปาเลสไตน์ ปรากฏว่าเราแพ้ย่อยยับ 1-5 ตกรอบแรกแบบไม่มีแต้มเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่น่าอับอายที่สุดก็คือหลังเสร็จสิ้นการแข่งขัน ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย 2018 รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ทางฝ่ายจัดการแข่งขันของ เอเอฟซี ได้ทำการสรุปอันดับ ปรากฎว่า ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทัพของ โซรัน ยานโควิช&amp;nbsp; ทำผลงานได้ย่ำแย่ที่สุดของการแข่งขัน ด้วยการรั้งอันดับที่ 16 ด้วยผลงานแข่ง 3 นัดแพ้รวด ยิงได้ 1 เสีย 7 ประตู ขณะที่อันดับ 1 เป็น อุซเบกิสถาน, อันดับที่ 2 เวียดนาม และ อันดับที่ 3 กาตาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผลงานของเพื่อนร่วมชาติในย่านอาเซียนมาเลเซีย ที่ตกรอบน็อคเอาท์ 8 ทีมสุดท้าย ส่วน เวียดนาม ที่เซอร์ไพรส์ด้วยการทะลุถึงรอบชิงชนะเลิศ ก่อนจบด้วยการคว้าตำแหน่งรองแชมป์มาครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเข้าสู่กีฬาเอเชียนเกมส์ 2018 หรือ จาการ์ตา ปาเล็มบัง 2018 ครั้งที่ 18 ประเทศอินโดนีเซีย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 สิงหาคม ถึง 2 กันยายน พ.ศ. 2561 โดยการแข่งขันฟุตบอลชายเอเชียนเกมส์ 2018 ครั้งที่ 18 มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 27 ทีม แบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม ซึ่งทีมฟุตบอลไทย อยู่กลุ่ม บี ร่วมกับ อุซเบกิสถาน, บังคลาเทศ และ กาตาร์ ทีมนี้อยู่ภายใต้การทำทีมของ &amp;quot;โค้ชโย่ง&amp;quot; วรวุธ ศรีมะฆะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรากฏว่าผลงานที่ไม่เข้าเป้าของทีม &amp;quot;ช้างศึก&amp;quot; เจ้าของอันดับ 4 ถึง 4 สมัย พลาดท่าตกรอบแรก ชนิดที่ไม่ชนะคู่แข่งใน 3 เกม กลับบ้านเร็วหนแรกในรอบ 24 ปี เล่นเอาสะเทือนไปทั้งวงการ จนคนใหญ่คนโตอยู่นิ่งไม่ได้ สุดท้าย สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ตัดสินใจปลด &amp;quot;โค้ชโย่ง&amp;quot; วรวุฒิ ศรีมะฆะ รวมถึงเปลี่ยนประธานพัฒนาเทคนิคที่จะไม่มี &amp;quot;เฮงซัง&amp;quot; วิทยา เลาหกุล อีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมแรก ในวันที่ 14 ส.ค. ทีมไทยลงสนามพบ กาตาร์ ตลอดเกมดูเหมือนว่าทีมไทยจะเล่นได้เหนือกว่าแต่สุดท้ายทำได้แค่เสมอกันไป 1-1 จากนั้นเกมที่ 2 ลงสนามในวันที่ 16 ส.ค. พบกับ บังคลาเทศ ปรากฏว่ายังทำได้ไม่ดีจบลงด้วยการเสมอ 1-1 นัดสุดท้ายพบกับ อุซเบกิสถาน พ่ายแพ้ไปแบบหวุดหวิด 0-1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนอย่าง เวียดนาม ทะลุเข้าไปไกลถึงรอบตัดเชือก ถือว่าเป็นหน้าเป็นตาที่สุดให้กับภูมิภาคอาเซี่ยน แถมรอบแบ่งกลุ่มเอาชนะญี่ปุ่น 1-0 อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเลเซีย เป็นอีกหนึ่งตัวแทนของอาเซี่ยนที่เข้าสู่รอบสองด้วยผลงานที่น่ายกย่องกับการเอาชนะ &amp;quot;โสมขาว&amp;quot;เกาหลีใต้ ที่มี&amp;nbsp; &amp;quot;ซน ฮึง มิน&amp;quot; 2-1 ถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของพลพรรคเสือเหลืองในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมียนมา ที่มี อ่อง ธู ดาวยิงจาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด แม้จะตกรอบแรก แต่เป็นการตกรอบแรกที่ชนะใจแฟนบอลกับการเก็บได้ 4 แต้มจาก 3 นัด ยันเจ๊า เกาหลีเหนือ 1-1 รวมถึงเกมสุดท้ายที่อัด อิหร่าน 2-0 ทำให้มี 4 แต้มเท่ากันหมด 4 ทีม แต่เมียนมาซวยที่สุด วัดลูกได้-เสีย กลายเป็นว่าต้องตกรอบไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนปลายปีศึกใหญ่ในอาเซียนนั่นก็คือ ศึกชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน หรือ เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ ซึ่งรายการนี้ทีมชาติไทยอยู่ในกลุ่ม บี ร่วมด้วย อินโดนีเซีย,ฟิลิปปินส์,สิงคโปร์ และ ติมอร์เลสเต้&amp;nbsp; ทีมชาติไทยถูกยกให้เป็น เต็ง 1 ในการคว้าแชมป์ เนื่องจากเป็นแชมป์เก่า อีกทั้งในย่านอาเซียนฟุตบอลเมืองไทยเหนือกว่าทุกชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมชาติไทยชุดใหญ่ทำทีมโดย มิโลวาน ราเยวัช กุนซือชาวเซอร์เบีย โดยชุดนี้ไม่มี 4 นักเตะตัวหลักที่ออกไปค้าแข้งต่างประเทศอย่าง กวิน ธรรมสัจจานันท์ นายทวาร รวมไปถึง ธีราทร บุญมาทัน, ชนาธิป สรงกระสินธิ์ และ ธีรศิลป์ แดงดา แต่นักเตะที่ติดทีมถือว่ายังเหนือกว่าชาติอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเดิม นัดแรกด้วยการไล่ถล่ม ติมอร์ เลสเต้ ไปแบบสบายๆ 7-0 จากนั้นในวันที่ 17 พ.ย. พบกับ อินโดนีเซีย เล่นในบ้านยังเอาชนะไปได้ 4-2 นัดที่ 3 ออกไปเยือน ฟิลิปปินส์ ในวันที่ 21 พ.ย. ปรากฏว่าทำได้แค่เสมอ 1-1 นัดสุดท้าย วันที่ 25 พ.ย. เปิดบ้านรับ สิงคโปร์ เอาชนะไปได้ 3-0 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศเป็นที่ 1 ของกลุ่ม ไปพบกับ มาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ต้องบุกไปเยือน มาเลเซีย ในวันที่ 1 ธ.ค. ปรากฏว่า เสมอกัน 0-0 โดยรูปเกมเป็นรองค่อนข้างชัดเจน นัดที่ 2 กลับมาเล่นกันที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 5 ธ.ค. เกมจบลงด้วยการเสมอกัน 2-2 ชนิดที่แฟนบอลช็อกเพราะท้ายเกมทีมไทยได้จุดโทษแต่ยิงไม่เข้า ทำให้ทีมไทยตกรอบไม่ได้เข้าไปชิงชนะเลิศด้วยกฏประตูทีมเยือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเกิดปัญาหาตามมามากมายหลายฝ่ายมองว่าการทำทีมของ ราเยวัช นั้นเหมาะสมกับทีมไทยหรือไม่ เพราะตลอดทัวร์นาเม้นท์ไม่เห็นเกมรุกที่น่ากลัวเลย ต่างจากเกมรุกในยคุที่ &amp;quot;โค้ชซิโก้&amp;quot; ทำทีม หรือจะเป็นเกมรับที่มองกันว่า ราเยวัช ถนัดในการทำทีม แต่ยังมีชอ่งโหว่ให้เห็นมากมาย โดยเกมที่เจอมาเลเซียและฟิลิปปินส์หากกองหน้าของทั้ง 2 ชาติ เฉียบคมโอกาสเสียประตูมีมากกว่าที่ผ่านมาแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง เคยลั่นวาจาเอาไว้หลังเข้าไปบริหารสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ทำนองว่าหากตนเองบริหารแล้วไม่พัฒนาจะลาออก ส่งผลให้แฟนบอลตามทวงถามคำมั่นสัญญานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ออกมายืนยันว่า ไม่ออก และยังให้โอกาส ราเยวัช ทำทีมสู้เอเชี่ยนคัพต่อไปโดยมีข้อแม้ว่าถ้าไม่เข้ารอบ 16 ทีมปลดแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.อ.สมยศ ยืนยันว่าฟุตบอลไทยจะพัฒนาต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีก 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลงานสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ยุคที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง บริหารในปี 2561 แต่เมื่อรวมกับที่ได้รับการเลือกเข้าไปบริหารสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ถึงปี 2561 รวมแล้ว 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลงานกลับตกต่ำไปจากยุดเดิม แต่ยังคุยโวว่ามีผลงานมากมาย ทั้งที่ไม่เป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนปี 2562 ผลงานทีมฟุตบอลชาติไทยยุค พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง เป็นนายกสมาคมฯ จะออกมาอย่างไรต้องติดตามกันต่อไป หากยังไม่ดีขึ้นแฟนบอลต้องอดทน เพราะ พล.ต.อ.สมยศ ยืนยันว่าไม่ลาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เริ่มต้นปี 2562 ทีมชาติไทยจะลงสนามทำศึกเอเชี่ยนคัพ รอบสุดท้าย ที่ประเทศ ยูเออี ส่วนจะจบลงแบบไหนคงต้องติดตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากต้นปีเปิดหัวไม่สวยเห็นที ปี 2562 คงจะไม่ต่างไปจาก ปี 2561 ที่ผ่านมาเป็นแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25340</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, กีฬาฟุตบอล, ช้างศึก, ช้างศึก เอเชียนคัพ, ช้างศึก เอเอฟเอฟ, ทีมชาติ, ทีมชาติไทย, พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง, สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, สวัสดีปีใหม่, เชียร์ทีมชาติไทย, เชียร์ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181229/image_big_5c26c4fcd84aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23732</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2018 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2018 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมยศ&#039; แนะ &#039;ราเยวัช&#039; ช้างศึกต้องทำเกมบุกมากขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง&amp;nbsp; เคลียร์ มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีม &amp;quot;ช้างศึก&amp;quot; หลังประสบความล้มเหลว ไม่สามารถพาทีมชาติไทยเข้าชิง &amp;quot;ซูซูกิ คัพ 2018 &amp;quot; พร้อมแนะนำปรับรูปแบบการเล่นฟุตบอลให้มีความหลากหลายขึ้น แฟนบอลอยากเห็นเกมรุก ในศึกชิงแชมป์เอเชียนคัพ&amp;nbsp; และขอประเมินผลงานหลังจบทัวร์นาเมนต์เอเชีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2561 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 ภายในสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ ได้ร่วมประชุมกับ มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนและสตาฟฟ์โค้ชทีม &amp;quot;ช้างศึก&amp;quot; เพื่อสรุปผลการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2018 &amp;quot;ซุซูกิ คัพ&amp;quot; และวางแผนงานก่อนลงแข่งขันฟุตบอลเอเชียน คัพ 2019 ในต้นปีหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง กล่าวว่า &amp;quot;ถือเป็นเรื่องปกติหลังจบทัวร์นาเมนต์ที่โค้ชและทีมงานต้องเข้ามารายงานผลการแข่งขัน และเราได้วางแผนเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่ไทยจะเดินทางไปแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียในต้นปีหน้า ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เราต้องเตรียมความพร้อมในการแผนการฝึกซ้อม ที่พัก การเดินทางของนักเตะและทีมงาน ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของสมาคมฯ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมบอกกับ ราเยวัช ว่าการแข่งขันชิงแชมป์อาเซียน ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดการทำงานของตัวเขา แต่ในการแข่งขันชิงแชมป์เอเชียนั้นจะถือเป็นการชี้วัดว่าเขาจะได้ต่อสัญญากับสมาคมฯ ออกไปอีกหรือไม่ เพราะสัญญาของเราจะหมดลงในเดือนพฤษภาคมปีหน้า ผมได้มีการบอกกับโค้ช ราเยวัช ว่าแฟนบอลไทยอยากเห็นรูปแบบการเล่นที่หลากหลาย และเล่นเกมรุกมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ก้าวก่ายความคิดเห็นของเขาแต่อย่างใด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โค้ช ราเยวัช ได้บอกว่า ในการแข่งขันชิงแชมป์เอเชียการเล่นของไทยจะเปลี่ยนไปเพราะได้นักเตะตัวหลักกลับมา เขายืนยันว่าในระดับเอเชียจะเล่นเหมือนในอาเซียนไม่ได้ หากบุกมากก็จะโดนโจมตีได้ง่ายเหมือนเราเคยเจอมาแล้วในอดีตที่ผ่านมา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมต้องการให้ทีมชาติไทยผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียให้ได้ หากไปได้ไกลกว่านั้นก็คือเป็นเรื่องดี ผมได้คุยกับนักเตะ วันนี้ก็เพิ่งทานอาหารกลางวันกับ อาร์ม (ศุภชัย ใจเด็ด) เขาก็บอกว่านักเตะในทีมสปิริตดีเยี่ยม โค้ชเอาใจใส่นักเตะดีมาก ทุกคนในทีมมีความตั้งใจ อดิศักดิ์ ไกรษร เขาก็เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมอยากให้เขาลืมอดีตไป แล้วมองไปข้างหน้า มุ่งมั่นในเรื่องของอนาคตดีกว่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมในฐานะนายกสมาคมฯ ต้องการพัฒนาฟุตบอลไทยในทุกมิติ ผมมาทำหน้าที่ตรงนี้ 3 ปี สามารถทำผลงานมากมายให้กับสมาคมฯ เรื่องของผลงานสนามเป็นเรื่องของโค้ชและนักเตะ แต่ว่าผมเองก็คงไม่อาจปัดความรับผิดชอบนี้ได้ แต่ว่าอยากให้แฟนบอลเข้าใจว่าตอนนี้เรากำลังวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับฟุตบอลไทย มันต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะทำสำเร็จ ผมพยายามนำแนวคิดจากชาติที่เขาประสบความสำเร็จมาประยุกต์ใช้กับประเทศไทย ผมคิดว่ามันต้องใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะออกผล ผมพร้อมรับฟังคำแนะนำและท้วงติงจากแฟนบอลไทยทุกคน เพราะทุกคนรักฟุตบอลไทย ต้องการให้ฟุตบอลไทยเดินไปข้างหน้า แต่ทุกอย่างต้องใช้เวลาครับ ผมหวังว่าคนที่เข้ามารับหน้าที่ต่อจากผมจะได้เดินบนถนนคอนกรีตไม่ใช่ทางที่ขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้จะโดนวิพากษ์วิจารณ์อยากหนักแต่ผมไม่ได้เสียกำลังใจแต่อย่างใด ผมยืนยันว่าผมเข้ามารับตำแหน่งนายกสมาคมฯ มา 3 ปี ทำงานหลายอย่างไว้เยอะมาก ผมยืนยันว่าจะขอพัฒนาและวางรากฐานของสมาคมฯ ให้แข็งแกร่ง เพื่ออนาคตที่ดีของวงการฟุตบอลไทยต่อไปครับ&amp;quot; นายกสมาคมฯ กล่าวปิดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับทีมชาติไทย จะลงแข่งขันฟุตบอลเอเชียน คัพ 2019 ระหว่างวันที่ 5 มกราคม- 1 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งทีม &amp;quot;ช้างศึก&amp;quot; อยู่สายเอ ร่วมกับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (เจ้าภาพ), บาห์เรน และ อินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23732</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช้างศึก, ช้างศึก เอเชียนคัพ, ช้างศึก เอเอฟเอฟ, มิโลวาน ราเยวัช, สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง, สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, เชียร์ทีมชาติไทย, เชียร์ไทย, เอเอฟเอฟ, เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ, เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2018</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181207/image_big_5c0a50485249e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23589</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2018 21:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2018 21:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ช้างศึก&#039; เสียประตูในบ้านชวดชิงเอเอฟเอฟคัพ 2018</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดิศักดิ์ ไกรษร พลาดลูกโทษที่จุดโทษช่วงท้ายเกม &amp;quot;ช้างศึก&amp;quot; ทีมชาติไทย ทำได้เพียงเสมอ &amp;quot;เสือเหลือง&amp;quot; มาเลเซีย 2-2 รวมผลสองแมทช์เสมอ 2-2 แต่ชวดชิงชนะเลิศเพราะเสียประตูในบ้าน ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเชียน &amp;quot;เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2018&amp;quot; รอบรองชนะเลิศ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23589</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬาฟุตบอล, ช้างศึก, ช้างศึก เอเอฟเอฟ, ทีมชาติ, ฟุตบอลชิงแชมป์อาเชียน, ฟุตบอลชิงแชมป์อาเชียน 2018, ราชมังคลากีฬาสถาน, เชียร์ทีมชาติไทย, เชียร์ไทย, เอเอฟเอฟ, เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ, เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2018</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181205/image_big_5c07de4da59d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23466</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 15:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 15:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฉัตรชัย&#039; ขอให้นักเตะเสือเหลืองฝันดี เพราะพรุ่งนี้ฝันร้ายแน่นอน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉัตรชัย บุตรพรม ผู้รักษาประตูของทีมชาติไทยวอนกองเชียร์หนุนหลังพร้อมบอกขอให้นักเตะมาเลเซียนอนหลับฝันดี เพราะพรุ่งนี้ต้องเจอฝันร้ายแน่นอน ขณะที่ มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอน บอกจะทำทุกวิถีทางให้ทัพช้างศึกผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่ห้อง 127 สนามราชมังคลากีฬาสถาน ฝ่ายจัดการแข่งขัน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จัดงานแถลงข่าวความพร้อมก่อนเกมที่ ทีมชาติไทย จะเปิดบ้านพบกับ ทีมชาติมาเลเซีย ในศึกชิงแชมป์อาเซียน 2018 รอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 โดย ช้างศึก บุกไปเสมอ ทัพเสือเหลือง ในนัดแรกมา 0-0 ทำให้ต้องเปิดบ้านชนะให้ได้สถานเดียว จึงจะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ เพราะหากจบลงด้วยผลเสมอแบบมีสกอร์ จะตกรอบด้วยกฎอเวย์โกลทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;สำหรับเกมพรุ่งนี้ก็พร้อมเต็มที่ โดยพรุ่งนี้ถือเป็นเกมตัดสินที่ราชมังคลาฯ ก็อยากให้แฟนบอลเข้ามาชมเกมให้เยอะๆ เหมือนที่บูกิต จาลิล ก็หวังว่าพรุ่งนี้จะได้เจอบรรยากาศที่ยอดเยี่ยม เราจะสร้างประวัติศาสตร์ไปด้วยกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จริงอยู่ที่ทีมชุดนี้ส่วนใหญ่ยังไม่เคยได้แชมป์ในรายการนี้ แต่ทุกคนก็รู้เป้าหมายของเราว่าเป็นอะไร เพราะมันสำคัญมากสำหรับแฟนบอลชาวไทย แต่อย่างที่บอกพรุ่งนี้เป็นเกมที่ใหญ่ เราต้องตีตั๋วผ่านสู่รอบชิงชนะเลิศไปให้ได้ เราต้องมองไปที่ละสเต็ป ไม่อยากมองข้ามขั้น พรุ่งนี้เราจะจบงานนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากสถานการณ์ผลออกมาเสมอ และต้องต่อเวลา หรือ ดวลจุดโทษ ผมพร้อมทำทุกสถานการณ์ไม่ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร แต่เป้าหมายของเราตั้งเป้าไว้ที่ชัยชนะ อย่างเกมแรกเราไม่ได้ตั้งใจไปรับ แต่ด้วยบรรยากาศในวันนั้นที่บูกิต จาลิล ทำให้นักเตะมีแรงกระตุ้น แรงใจที่จะเล่นนับตั้งแต่เริ่มเกม พรุ่งนี้ที่ราชมังฯ เราจะพยายามทำประตูให้ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ฉัตรชัย บุตรพรม ผู้รักษาประตูของทีม กล่าวว่า &amp;ldquo;เกมแรกมาเลเซียเขาเล่นดี และทำให้เราเหนื่อย มันก็ไม่แปลกหรอกเพราะว่าเราไปเยือนเขา แต่ในทางกลับกันพรุ่งนี้จะรู้ดีว่าเขาจะเจอกับอะไร ตั้งแต่เขาลงเครื่องมา เขารู้แล้วว่าต้องเจอกับอะไร บรรยากาศที่แตกต่าง หน้าตาผู้คนที่เปลี่ยนไป จะทำให้เขาคิดได้เองว่าที่นี่ประเทศไทย ถิ่นของช้างศึก ถิ่นที่แฟนบอลคอยซัพพอร์ตเราเต็มที่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมในฐานะคนไทย และเป็นนักกีฬาทัพหน้า ผมอยากให้แฟนบอลชาวไทยเข้าใจเกม เข้าใจฟุตบอล เข้าใจประเทศของเรา นักฟุตบอลทุกคนทำงานหนัก หลังจากจบลีกมาก็มาเข้าแคมป์ทีมชาติ เสียสละพร้อมสู้กันหมด อยากให้แฟนบอลเป็นเหมือนกำแพงอยู่หลังพวกเรา ไม่ว่าจะเราจะผิดพลาดหรือผิดหวัง แฟนบอลจะเป็นกำแพงให้ผลักเรากลับไปสู้ใหม่ได้ ไม่ใช่วันหนึ่งที่พลาดมากลับไม่มีใครอยู่หลังเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมว่าทุกคนเสียสละทำเพื่อชาติ เชื่อว่าวันที่เราผิดพลาดจะยังมีคนคอยเชียร์อยู่ ทำทุกอย่างให้เป็นพลังบวก ทำให้ประเทศประสบความสำเร็จไปด้วยกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้มาเลเซียนอนให้ฝันดีคืนนี้ เพราะพรุ่งนี้จะเป็นคืนที่ฝันร้ายของเขา ผมมั่นใจครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ตัน เชง โฮ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติมาเลเซีย กล่าวว่า&amp;nbsp; &amp;quot;อย่างที่ทุกคนรู้ เกมแรกที่มาเลเซีย ลูกทีมของผมทำได้ดีที่สุดแล้ว ส่วนผลการแข่งขัน แม้จะทำประตูไม่ได้แต่เราก็พอใจ เกมนี้ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เรายังเชื่อมั่นว่าจะเราสามารถรักษาโมเมนตัม และรักษาความกระหายได้ ผมเชื่อว่าเราจะสร้างผลการแข่งขันที่ดีเพื่อชาวมาเลเซียทุกคน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับการเล่นกับทีมชาติไทยครั้งนี้ เรารู้ว่าทีมชาติไทยแข็งแกร่งในบ้าน พวกเขายิงไป 14 ประตู ดังนั้นมันน่าจะเป็นเกมที่ยาก ถ้าเรามุ่งมั่นและฟิตพร้อม รวมถึงความมั่นใจ ผมเชื่อว่าเราจะหยุดทีมชาติไทย และคว้าผลการแข่งขันที่ดีกลับไปได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังจากจบเกมแรก เราจะไม่จับตาตัวผู้เล่นบางคน ผมคิดว่านักเตะไทยทุกคนต่างมีความแข็งแกร่ง ไม่ใช่แค่เบอร์ 9 (อดิศักดิ์ ไกรษร) หรือ เบอร์ 29 (สรรวัชญ์ เดชมิตร) เพราะยังมีอีกหลายคนทั้ง เบอร์ 22 (ศุภชัย ใจเด็ด) และ เบอร์ 14 (นูรูล ศรียานเก็ม) เป็นต้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทีมของเรามีอาการบาดเจ็บบางคน บางคนก็มาที่ประเทศไทยครั้งแรก แต่ผมคิดว่านักเตะที่มีประสบการณ์สูงจะสามารถช่วยลดความกดดันให้กับบรรดาดาวรุ่งได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การทะลุมาถึงรอบนี้ก็เป็นเรื่องที่ดีของนักเตะ โดยเฉพาะดาวรุ่ง แม้ทีมเราจะมีนักเตะประสบการณ์สูงอยู่บ้าง แต่การมาถึงจุดนี้ก็ทำให้เราต้องการทำงานหนักต่อไปเพื่อพัฒนาตัวเองขึ้นไปอีก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการแข่งขันที่ผ่านมา ที่บูกิต จาลิล มาเลเซียชุดนี้มุ่งมั่นเป็นพิเศษ ทั้งการฝึกซ้อมต่างๆ แม้สถิติที่ผ่านมาจะไม่ค่อยดีนัก แต่เราสามารถเปลี่ยนแปลงทั้งหมดได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร การเป็นทีมเยือนเราเองก็ต้องการเก็บผลลัพธ์ที่ดี เกมนัดที่สองกับไทย เราต้องรัดกุมมากกว่าเดิม และถ้ามีโอกาสทำประตูเราก็ต้องทำให้ได้ เพื่อผลลัพธ์ที่เราต้องการ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการแข่งขันติดต่อกัน การฟื้นฟูร่างกายเราก็ทำเป็นปกติ แต่สิ่งสำคัญคือความมุ่งมั่น และความกระหายที่ทำให้ร่างกายมีพลังแฝงมากขึ้น ส่วนนักเตะที่เจ็บ เราก็ต้องเช็คความฟิตไปจนถึงวินาทีสุดท้ายอีกครั้ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ซยาเมอร์ คุตตี้ นักเตะของมาเลเซีย กล่าวว่า &amp;quot;ผมและเพื่อนร่วมทีมมีความมั่นใจ และพร้อมเต็มที่ แม้เกมแรกจะไม่เป็นไปตามคาด แต่เราจะทำให้ดีที่สุดเพื่อผลการแข่งขันในเกมนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ทีมชาติไทย มีสถิติที่ดี ยามเปิดบ้านพบกับ ทีมชาติมาเลเซีย ในศึกชิงแชมป์อาเซียน เมื่อ 5 นัดที่ผ่านมา นอกจากชนะได้ทุกนัดแล้ว ยังไม่เสียประตูแม้แต่เกมเดียว เริ่มจาก เปิดบ้านชนะ 2-0 ในรอบรองชนะเลิศ เมื่อปี 2000 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน , เปิดบ้านชนะ 1-0 ในรอบแรก เมื่อปี 2007 ที่สนามศุภชลาศัย , เปิดบ้านชนะ 3-0 ในรอบแรก เมื่อปี 2008 ที่สนามกีฬาสุระกุล จังหวัดภูเก็ต , เปิดบ้านชนะ 2-0 ในรอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 เมื่อปี 2012 ที่สนามศุภชลาศัย และเปิดบ้านชนะ 2-0 ในรอบชิงชนะเลิศ นัดแรก เมื่อปี 2014 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย ทีมชาติไทย จะเล่นในบ้านพบกับ ทีมชาติมาเลเซีย ในศึกชิงแชมป์อาเซียน 2018 รอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 วันที่ 5 ธันวาคม 2561 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 19.00 น. บัตรมีจำหน่ายแล้วที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์&amp;nbsp; ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 HD&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23466</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬาฟุตบอล, ช้างศึก, ช้างศึก เอเอฟเอฟ, ฟุตบอลชิงแชมป์อาเชียน, ฟุตบอลชิงแชมป์อาเชียน 2018, มาเลเซีย, ราชมังคลากีฬาสถาน, เชียร์ทีมชาติไทย, เชียร์ไทย, เสือเหลือง, เอเอฟเอฟ, เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ, เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2018</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181204/image_mid_5c063c0c66cb4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2018 19:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2018 19:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ราเยวัช’ ตั้งเป้าพาช้างศึกบุกชนะมาเลเซียแบบไม่เสียประตู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความพร้อมของการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2018 &amp;quot;ซูซูกิ คัพ&amp;quot; รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ระหว่างทีมชาติไทย แชมป์กลุ่ม บี. กับ ทีมชาติมาเลเซีย รองแชมป์กลุ่ม เอ. ที่จะเตะในวันเสาร์ที่ 1 ธันวาคมนี้ ที่สนามบูกิต จาลิล กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ตรงกับประเทศไทยเวลา 19.45 น.นั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 เวลา 11.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น (เร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง) ทั้ง 2 ทีมได้แถลงข่าวความพร้อมที่สนามกีฬาแห่งชาติบูกิต จาลิล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า &amp;quot;ผมตั้งตารอกับเกมแมตช์นี้ เช่นเดียวกับเกมอีก 4 วันข้างหน้าที่กรุงเทพฯ การเล่นนอกบ้าน ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเรา เพราะผมคิดว่าสิ่งสำคัญหากเราทำตามแท็คติกที่ซ้อมกันมา ก็เชื่อว่าจะเก็บผลการแข่งขันที่ดีกลับไปได้แน่นอน โดยเกมที่ มาเลเซีย เปิดบ้านชนะ เมียนมา 3-0 ผมก็ได้ดู และนักเตะทุกคนก็ได้ดู เราศึกษามาเป็นอย่างดี และบรรยากาศในตอนนั้นมันดีมาก นี่คือจุดเด่นของมาเลเซียในการที่มีแฟนบอลคอยสนับสนุน ดังนั้นเราต้องมีสมาธิให้มากที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องสถิติที่ไม่เคยบุกมาชนะที่นี่ ผมมองว่าสถิติมีไว้ทำลาย มันเป็นสิ่งสำคัญเราต้องเล่นด้วยสไตล์ของตัวเอง เล่นในแบบฉบับที่เราซ้อมกันมา ซึ่งหากทำได้ผลการแข่งขันก็จะออกมาดี ผมอยากให้ทุกคนคิดว่า เป็นเรื่องดีที่เรากำลังจะได้เล่นท่ามกลางแฟนบอลที่เยอะขนาดนี้ ผมเชื่อว่าทุกคนไม่มีอะไรต้องกังวล ขณะที่เป้าหมาย เรามองถึงชัยชนะอยู่แล้ว และถ้าเป็นไปได้ เราอยากชนะกลับไปแบบไม่เสียประตู เราจะพยายามทำให้ดีที่สุด เพราะเรารู้ว่า นี่ไม่ใช่เกมที่ง่ายเหมือนกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน กรกช วิริยอุดมศิริ แบ็คซ้ายของทีม กล่าวว่า &amp;ldquo;มาเลเซีย เป็นทีมที่มีการพัฒนาอยู่ตลอด พวกเขามีเป้าหมายเหมือนหลายทีม ที่อยากขึ้นมาเป็นหัวแถวของอาเซียน ก็เป็นทีมที่ดีทีมหนึ่งครับ เราจะไม่ประมาท และจะพยายามเล่นให้ดีที่สุด การเล่นที่ บูกิต จาลิล ต้องบอกก่อนว่า นี่เป็นสนามที่สวยและใหญ่มาก ส่วนตัวก็ดีใจที่มีโอกาสมาสัมผัสบรรยากาศสนามแห่งนี้ แต่ในเรื่องของแฟนบอล ก็ไม่ได้กังวลอะไรครับ ผมมองว่า มันจะทำให้บรรยากาศในเกมสนุกมากขึ้น ที่สำคัญมันเป็นแรงกระตุ้นที่ดีสำหรับเรา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ตัน เชง โฮ กุนซือทีมชาติมาเลเซียกล่าวว่า &amp;ldquo;มันเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องไม่เสียประตู การได้ผลการแข่งขันที่ดีถือเป็นแรงจูงใจสำหรับเราก่อนที่จะไปเล่นที่กรุงเทพฯ ถ้าตราบใดที่เราไม่เสียประตูผมก็พอใจ การเจอกับทีมที่แข็งแกร่ง แน่นอนว่าเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เราจำเป็นต้องบุก ขณะเดียวกันก็ต้องระวังเกมรุกของฝ่ายตรงข้ามด้วย เพราะพวกเขามีคุณภาพเวลาบุก ดังนั้นกองหลังของเราต้องมีสมาธิและระวังให้มากๆ การเปลี่ยนจากรุกเป็นรับคือสิ่งที่สำคัญมาก เพราะเราจะบุกเพลินๆ ไม่ได้ นั่นคือสิ่งที่เราไม่ควรทำ และจำเป็นต้องมีสมาธิให้มากกว่าเดิม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน โมฮามาดู ซูมาเรห์ นักเตะทีมชาติมาเลเซีย กล่าวว่า &amp;ldquo;นี่เปรียบเสมือนเกมสุดท้าย เพราะถ้าเราแพ้ โอกาสตกรอบก็มีสูง ทีมชาติไทยมีสไตล์การเล่นที่แตกต่างจากชาติอื่น ดังนั้นเราทุกคนต้องทำงานหนักเป็นพิเศษตั้งแต่ต้นจนจบเกม เราต้องวิ่งให้มากขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทีมชาติไทย มีสถิติโดยรวมที่ดียามพบกับ ทีมชาติมาเลเซีย ในศึกชิงแชมป์อาเซียน เมื่อ 13 นัดที่ผ่านมา ชนะ 7 เสมอ 3 และแพ้ 3 นัด แต่ ช้างศึก ไม่เคยบุกไปชนะ เสือเหลือง ที่สนามกีฬาแห่งชาติบูกิต จาลิล แม้แต่ครั้งเดียว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23184</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬาฟุตบอล, ช้างศึก, ช้างศึก เอเอฟเอฟ, บูกิต จาลิล, ฟุตบอลชิงแชมป์อาเชียน, ฟุตบอลชิงแชมป์อาเชียน 2018, มาเลเซีย, มิโลวาน ราเยวัช, สนามบินกัวลาลัมเปอร์, เชียร์ทีมชาติไทย, เชียร์ไทย, เสือเหลือง, เอเอฟเอฟ, เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ, เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2018</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181130/image_mid_5c0130916ea54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22738</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2018 20:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2018 20:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีมชาติไทย ฉลุยตัดเชือกหลังเปิดบ้านอัด สิงคโปร์ 3-0</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศุภชัย ใจเด็ด ซัดประตูที่สองให้ทัพช้างศึกในนาทีที่ 23 หลังจาก เออร์ฟาน ฟานดี ทำเข้าประตูตัวเองตั้งแต่นาทีที่ 12&amp;nbsp; และ อดิศักดิ์ ไกรษร มายิงปิดท้ายในนาทีที่ 89 พาทีมชาติไทย ชนะ สิงคโปร์ 3-0&amp;nbsp; ในศึกลูกหนังชิงแชมป์อาเซียน 2018 หรือ เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปดเจอกับ มาเลเซีย ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22738</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬาฟุตบอล, ช้างศึก, ช้างศึก เอเอฟเอฟ, ฟุตบอลชิงแชมป์อาเชียน, ฟุตบอลชิงแชมป์อาเชียน 2018, ราชมังคลากีฬาสถาน, สิงค์โปร์, เชียร์ทีมชาติไทย, เชียร์ไทย, เอเอฟเอฟ, เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ, เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2018</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181125/image_big_5bfaa8ab9e45b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22662</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2018 16:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2018 16:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราเยวัช เน้นบอลหวังผลเกมชน สิงคโปร์ ศึกเอเอฟเอฟ 2018</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิโลวาน ราเยวัช ยอมรับ สิงคโปร์ วินัยในการเล่นดี แต่มั่นใจ &amp;ldquo;ช้างศึก&amp;rdquo; มีดีพอที่จะผ่านได้แต่จะไม่ประมาท โดยทีมชาติไทย มีโปรแกรมลงเตะกับ สิงคโปร์ ในวันที่ 25 พ.ย.นี้ ในศึกชิงแชมป์อาเซียน 2018 นัดสุดท้าย ของกลุ่ม บี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่ห้อง 127 สนามราชมังคลากีฬาสถาน ฝ่ายจัดการแข่งขัน จัดงานแถลงข่าวความพร้อมก่อนเกมที่ ทีมชาติไทย จะเปิดบ้านพบกับ ทีมชาติสิงคโปร์ ในศึกชิงแชมป์อาเซียน 2018 นัดสุดท้าย ของกลุ่ม บี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช้างศึก ยังนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มบี แม้มี 7 คะแนนจาก 3 นัดแรก เท่ากับ ฟิลิปปินส์ ที่เพิ่งบุกไปเสมอ 1-1 แต่ ทีมชาติไทย มีประตูได้เสียดีกว่า ทำให้ขอเพียง 1 คะแนนในเกมนี้จะผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศทันที ขณะที่ สิงคโปร์ ที่มี 6 คะแนน ต้องบุกมาชนะสถานเดียวเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า &amp;ldquo;หลังกลับจากฟิลิปปินส์ การฝึกซ้อมทุกอย่าง เป็นไปตามแผนที่เราวางไว้ การที่ทั้งสองกลุ่ม ยังมีโอกาสลุ้นเข้ารอบถึง 3 ทีม มันแสดงให้เห็นว่า การแข่งขันรายการนี้ เป็นรายการที่มีคุณภาพมากๆ และเรายังต้องทํางานหนักต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนตัว แม้ว่าเราจะเสมอมาในเกมล่าสุด แต่เกมนี้ ก็ไม่ได้รู้สึกกดดันอะไร ผมคิดว่าเกมนั้น เราเสียประตูเพราะความโชคร้ายด้วย แต่ก็ต้องชื่นชม ฟิลิปปินส์ เช่นกัน ที่เล่นได้ดี แต่เราลืมผลการแข่งขันเกมนั้นไปหมดแล้ว และ แน่นอนว่าเรากําลังโฟกัสอย่างเต็มที่ ในเกมกับ สิงคโปร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมมองว่า สิงคโปร์ ชุดนี้ มีจุดเด่นอยู่ที่วินัยในการเล่น และเท่าที่ผมศึกษา ผู้เล่นทุกคน ก็เล่นได้ตามแท็คติคของโค้ชมากๆ และอย่างที่เคยบอกไป เราไม่สามารถประมาททุกทีมได้เลย แต่เราก็เตรียมทีมมาดีเช่นกัน ที่สําคัญการที่เราได้เล่นในบ้าน เราก็หวังว่าจะได้ผลการแข่งขันที่ดี&amp;rdquo; .&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขณะที่เกมล่าสุดที่เรามีการเปลี่ยนแปลงผู้รักษาประตู จริงๆ ผมคิดว่า ทั้ง แชมป์ (ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน) และ บอย (ฉัตรชัย บุตรพรม) มีศักยภาพที่เท่าเทียมกันอยู่แล้ว ทําให้ในแต่ละเกม เราสามารถเลือกใช้ได้ทั้ง 2 คน ดังนั้น ผมคิดว่า มันไม่ใช่ปัญหาอะไรสําหรับเรา และผมเชื่อมั่นในตัวลูกทีมทุกคน เพราะ ทั้งหมด คือผู้เล่นที่ดีที่สุด และ ผมเป็นตัดสินใจเรียกมา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในแง่แท็คติก ผมไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ก่อนเกมอยู่แล้ว ผมคงตอบไม่ได้ว่า เราจะเล่นอย่างไร แต่เราจะเล่นในแนวทางของเรา ผลการแข่งขันเป็นสิ่งสําคัญที่สุด และ ตอนนี้ ทุกคนก็มีสมาธิเต็มที่ ก่อนพบกับ สิงคโปร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ศุภชัย ใจเด็ด กองหน้าทีมชาติไทยที่ยิงไปแล้ว 2 ประตู กล่าวว่า &amp;ldquo;สภาพทีมตอนนี้สมบูรณ์เต็มที่ครับ แม้ว่าเราจะเหนื่อยล้าจากการเดินทางอยู่บ้าง แต่เราก็มีโปรแกรมฟื้นฟูสภาพร่างกายกัน ดังนั้นผมคิดว่าเราจะฟิต 100% เมื่อถึงวันแข่งขันครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเจอ สิงคโปร์ ก็ไม่ใช่งานง่ายครับ และพูดตามตรง มันก็ไม่ง่ายทุกเกมอยู่แล้ว แต่ก็อย่างที่โค้ชบอก เรามีการเตรียมทีมที่ดีอยู่ตลอด ดังนั้น ผมเชื่อว่าเราจะสามารถเก็บ 3 คะแนนสําคัญ เพื่อผ่านเข้ารอบต่อไปได้ และก็หวังว่าแฟนบอลจะเข้ามาให้กําลังใจเรากันเยอะๆ ครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน ฟานดี้ อาหมัด กุนซือทีมชาติสิงคโปร์ กล่าวว่า &amp;quot;เป็นเรื่องที่ดีมากกับผลการแข่งขันในเกมที่ผ่านมา (เปิดบ้านชนะ ติมอร์ เลสเต 6-1) เพราะลูกทีมผมรวมใจและสร้างผลงานได้ดี แต่เรารู้ดีทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งมาก อีกทั้งยังได้เล่นในบ้าน แต่เราก็มีความเชื่อเล็กๆ ว่าจะสร้างผลงานและผ่านเข้ารอบได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเดินทางมาที่นี่ เราไม่มีอะไรจะเสีย สิงคโปร์ ถูกหลายๆ คนดูถูก โดยเฉพาะแฟนบอลของเราที่คิดว่าพวกเราอาจมาไม่ได้ไกล แต่ในตอนนี้เราได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเรามีโอกาสที่จะผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ และผมเชื่อว่าหากทุกคนรวมใจเป็นหนึ่งเดียว เรามีโอกาสสร้างเซอร์ไพรส์ได้แน่นอน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรามีนักเตะสิงคโปร์มาเล่นที่ไทย และคิดว่าอาจได้เปรียบเล็กๆ ที่ผมได้ศึกษาข้อมูลของนักเตะไทยจากพวกเขา อย่างไรก็ตามโดยรวม ทีมชาติไทย ก็ยังแข็งแกร่ง แต่เรายืนยันว่า เราไม่กลัว และอะไรก็เกิดขึ้นได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp; ฮาริสส์ ฮารูน กองกลางทีมชาติสิงคโปร์ กล่าวว่า &amp;ldquo;พวกเราอยู่ในช่วงมีความมั่นใจ และคิดว่าตอนนี้ทีมไม่มีอะไรจะเสียแล้ว กับการที่จะเจอกับทีมชาติไทย เราจะทำผลงานให้ดีที่สุดในการเล่นที่ราชมังคลากีฬาสถาน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทีมชาติไทยชุดก่อนหน้านี้ (แชมป์อาเซียนปี 2016) มีซูเปอร์สตาร์อย่าง ธีรศิลป์ แดงดา , ธีราทร บุญมาทัน และ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ซึ่งเป็นทีมที่แข็งแกร่งมาก อย่างไรก็ตามแม้จะไม่มีพวกเขาในทีมชุดที่จะเจอกับเรา แต่ ณ ตอนนี้พวกเขาก็เต็มไปด้วยผู้เล่นที่มีคุณภาพ ดังนั้นไม่ว่าจะเล่นกับทีมชาติไทยชุดไหนก็ยากเสมอ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ทีมชาติไทย มีสถิติที่ดียามพบกับ ทีมชาติสิงคโปร์ ในศึกชิงแชมป์อาเซียน เมื่อ 8 นัดที่ผ่านมา ชนะ 4 เสมอ 2 และแพ้ 2 นัด ที่สำคัญ 3 นัดหลังสุดที่เจอกัน ยังเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะได้ทุกนัด เริ่มจากรอบชิงชนะเลิศ นัดที่ 2 เมื่อปี 2012 ที่เปิดบ้านชนะ 1-0 ตามด้วยรอบแบ่งกลุ่ม ปี 2014 และปี 2016 ที่ชนะด้วยสกอร์ 2-1 และ 1-0 ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โปรแกรมต่อไป ทีมชาติไทย จะเปิดบ้านพบกับ ทีมชาติสิงคโปร์ ในศึกชิงแชมป์อาเซียน 2018 นัดสุดท้าย ของกลุ่ม บี วันที่ 25 พฤศจิกายน&amp;nbsp; 2561 เวลา 19.00 น. ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ถ่ายทอดสดทาง ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 HD และ Bugaboo TV&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22662</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬาฟุตบอล, ช้างศึก, ช้างศึก เอเอฟเอฟ, ทีมชาติไทย, ฟุตซอลชิงแชมป์อาเชียน, มิโลวาน ราเยวัช, เชียร์ทีมชาติไทย, เชียร์ไทย, เอเอฟเอฟ, เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ, เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2018</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181124/image_big_5bf91e6bcb4aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
