<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82619</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ความทันสมัยของราชวงศ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พูดถึงกันเยอะ....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันอาทิตย์ &amp;quot;ในหลวง-พระราชินี &amp;quot; และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงพระดำเนิน เยี่ยมพสกนิกร จากพระบรมมหาราชวังถึง ถ.ราชดำเนิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โจนาธาน มิลเลอร์&amp;quot; ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็น ขอพระราชทานสัมภาษณ์ โดยถามว่า &amp;quot;What do you say to the protestors who&amp;#39;ve been on the streets who want reform?&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(พระองค์ท่านทรงคิดอย่างไรกับประชาชนที่กำลังประท้วงและต้องการการปฏิรูป?)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระองค์ทรงตอบและย้ำว่า &amp;quot;We love them all the same.&amp;quot; ถึง ๓ ครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(เรารักทุกคนเหมือนกัน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็นถามอีกว่า &amp;quot;Is there room for compromise?&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(คิดว่าสามารถประนีประนอมกันได้หรือไม่?)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระองค์ทรงตอบว่า &amp;quot;Thailand is a land of compromise.&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งการประนีประนอม)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วลองตัดภาพไปที่ม็อบ ๓ นิ้ว ที่บอกว่าต้องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ปราศรัย แสดงออก อย่างก้าวร้าว และหยาบคาย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนไทยส่วนใหญ่รู้สึกโกรธแทน ในหลวง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่พระองค์ท่านทรงให้อภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากบทสัมภาษณ์ ในหลวงก็เหมือน พ่อ ที่อภัยให้ลูก ไม่ว่าลูกจะทำผิดคิดร้ายแค่ไหน พ่อพร้อมที่จะประนีประนอม ประคับประคองเพื่อให้คนในครอบครัวอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุขเสมอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ่อยอมที่จะคุยกับลูกเสมอ....แต่น่าเสียดายครับ ลูกชั่ว ไม่นำพา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิดจะเปิดศึกต่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็คงนอนกินดีอยู่ดีในโรงพยาบาลพระรามเก้า คืนละหมื่นได้อีกไม่กี่วัน ต้องเดินคอตกเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขึ้นโรงพัก ไปศาล นอนคุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นว่าเหลืออีกตั้ง ๘๐ คดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้ายังเคลื่อนไหวต่อแบบเดิม มีแถมมาอีกเป็นพรวน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมอยากให้คนไทยได้เห็นบางสิ่งที่เราไม่ได้เห็นบ่อยนัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังพระเจ้าอยู่หัวและพระราชินีทรงพระดำเนินจากไป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ &amp;nbsp;ทรงพระดำเนินกลับมาหาผู้สื่อข่าวของซีเอ็นเอ็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และมีรับสั่งว่า &amp;quot;เรารักคนไทย ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ประเทศไทยเป็นประเทศที่สงบสุข เรารักประเทศไทย เรามีความสุขมาก นี่คือรักที่แท้จริง อย่างที่คุณสามารถเห็นได้&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าใครได้ดูคลิปจะสังเกตเห็น พระอิริยาบถที่ทันสมัย ใกล้ชิดกับประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกราชวงค์กับประชาชนไม่ได้อยู่ห่างกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่เป็นสิ่งยืนยันว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย มีความใกล้ชิดกับประชาชนกว่าสมาชิกราชวงศ์ประเทศอื่นๆ มากโข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และน่าจะเป็นที่อิจฉาของหลายๆ ประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟซบุ๊ก Nuntdach Makswat เขียนถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย จะบอกว่าคนไทยรู้อยู่แล้วก็ไม่ใช่ ไม่รู้ก็ไม่เชิง แต่อ่านแล้วได้ความรู้เพิ่ม และจะทำให้หลายๆ คน &amp;quot;ตาสว่าง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอคัดลอกมาตามนี้ครับ....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;....พระมหากษัตริย์ไทยในยุค ปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ ๔ ภาคที่ ๑&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีเรื่องหนึ่งที่ประเทศตะวันตก งงมากๆ และก็ไม่ชอบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือเรื่องที่ทำไม &amp;quot;สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย&amp;quot; จึงมีคนจงรักภักดีมากกว่า นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะประเทศตะวันตกเหล่านั้นเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และจะเป็นตัวอย่างที่จะทำให้ประชาธิปไตยในระบอบประธานาธิบดี ไม่มั่นคงมากขึ้นได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ระบอบประชาธิปไตย แบบประธานาธิบดี กำลังประสบความล้มเหลว ในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในหลายสิบประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในขณะเดียวกัน ประเทศตะวันตกเอง ก็รู้จักพระมหากษัตริย์ไทยได้ดีว่า พระมหากษัตริย์ของไทยนั้น ไม่เหมือนพระมหากษัตริย์ในประเทศอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะทรงงานเพื่อประชาชนอยู่ ตลอดเวลา ทรงปรับพระองค์ไปตาม ความเจริญก้าวหน้าของยุคสมัยและเทคโนโลยี โดยเริ่มเห็นได้ชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตั้งแต่รัชกาลที่ ๔ เป็นต้นมา จนถึงรัชกาลปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศไทยจึงรอดอยู่มาได้ทุกวันนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นประมุขของทุกประเทศประชาธิปไตย จึงให้ความนับถือพระองค์มาตลอด และไม่ได้มุ่งร้ายต่อสถาบันฯ จริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามที่พวกเด็กๆ บางคนคิดไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางประเทศก็มุ่งหวัง ที่จะมีความสัมพันธ์กับประชาชน ดังเช่นพระมหากษัตริย์ไทยบ้าง เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประมุขในกลุ่มประเทศสังคมนิยม ยิ่งให้ความเคารพ นับถือพระองค์มากกว่า โดยเฉพาะในเรื่องที่พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ ทรงทำงานให้ประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนกลายเป็น &amp;quot;หน้าที่ของพระมหากษัตริย์&amp;quot; ไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งตรงกับหน้าที่ของประมุขประเทศในระบอบสังคมนิยม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นกัน นายเติ้ง เสียวผิง อดีตนายกรัฐมนตรีจีน ได้เข้ามาร่วม พิธีตอนที่ในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ทรงรับโปรดเกล้าฯ เป็น &amp;quot;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องเหล่านี้เขียนไว้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อเตือนให้เข้าใจว่า อย่าเอาสถาบันกษัตริย์ไทยไปเปรียบเทียบกับ ประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเป็นประเทศที่ประชาชนตกอยู่ในอิทธิพลของความเชื่อหลากหลายชนิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้ มีการเปลี่ยนเป็นระบอบกลับไปกลับมา มากกว่า ๕ ครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอังกฤษเปลี่ยนกลับมาครั้งเดียวก็ไม่ยอมเปลี่ยนกลับไปอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบราณว่า:สนุกสนานตอนเด็กจะลำบากตอนโต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลำบากตอนเด็กจะสบายตอนเป็นผู้ใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก็เป็นเพียงคำโบราณนะครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟังไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม.. โบราณอีกแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์/ ๒ พ.ย.๖๓....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ....มีของดีอยู่กับตัว แต่คนบางกลุ่มมองไม่เห็น กลับอยากจะเดินตามก้นฝรั่ง เพราะคิดว่าเขาทันสมัยกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาดูอีกสักท่อนในหนังสือ &amp;quot;วิวัฒน์รัตนโกสินทร์&amp;quot; ของพลโทนันทเดช&amp;nbsp;
-------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; ........หลังจากแกนนำ คณะราษฎร เดินทางกลับจากการศึกษาที่ประเทศฝรั่งเศสแล้ว อีกประมาณ &amp;nbsp;๒๐ ปีต่อมา นักศึกษากัมพูชา กลุ่มหนึ่งก็ได้รับทุนไปศึกษาต่อที่ประเทศฝรั่งเศส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และตั้งสมาคมนักศึกษากัมพูชาประจำกรุงปารีส ขึ้นมา เลียนแบบ คณะราษฎร (นักศึกษาหลายประเทศ ก็ทำในลักษณะเดียวกัน)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อเตรียมกลับไปทำการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองในประเทศกัมพูชา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คล้ายคลึงกับการก่อตัวของ คณะราษฎร ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของกลุ่มเขมรแดงหรือ กลุ่มบุคคล ซึ่งเรียกกันว่า &amp;#39;กลุ่มปัญญาชนปารีส&amp;#39;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; Paris Student Group ในประวัติศาสตร์กัมพูชา หมายถึงกลุ่มนักศึกษาฝ่ายซ้ายชาวกัมพูชา ที่ได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลกัมพูชาให้ไปศึกษาต่อในกรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ในช่วงทศวรรษที่ &amp;nbsp;๑๙๕๐&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีแกนนำสำคัญ เช่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑.นาย พล พต (ซาลอธ ซาร์) ได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลเพื่อไปศึกษาต่อทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้าที่ฝรั่งเศส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๒.นาย เขียว สัมพัน ไปศึกษาเศรษฐศาสตร์และการเมืองการปกครองที่มหาวิทยาลัยปารีสจนจบปริญญาเอกในปี ค.ศ. ๑๙๕๙ และ กลับประเทศมาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยพนมเปญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๓.นาย เอียง ซารี จบการศึกษาจากวิทยาลัยสีสุวัตถิ์ กรุงพนมเปญ (มหาวิทยาลัยเดียวกับพล พต) ได้รับทุนการศึกษาเพื่อไปศึกษาต่อที่ฝรั่งเศสทางด้านการพาณิชย์ แต่กลับไปเรียนทางด้านรัฐศาสตร์ในสถาบันการเมืองศึกษาแห่งกรุงปารีส แทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๔.นาย ซอน เซน ได้ทุนไปเรียนต่อฝรั่งเศส ด้านศึกษาศาสตร์และวรรณกรรม เมื่อไปกรุงปารีส เขาได้รับแนวคิดแบบรุนแรงมาจาก พรรคคอมมิวนิสต์ฝรั่งเศส จึงถูกถอนทุนเพราะเข้าร่วมกับกลุ่มการเมืองหัวรุนแรง ต้องกลับมากัมพูชาก่อนเวลา โดยมาสอนหนังสือที่วิทยาลัยสีสุวัตถิ์ แล้วย้ายไปสอนต่อที่มหาวิทยาลัยพนมเปญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา ล่วงเลยมาถึงปัจจุบันแล้ว จึงมีข้อมูลเชิงประจักษ์ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ว่า ระบอบ การเมือง ทุกเรื่องในฝรั่งเศสล้วนแต่ ไม่ประสบผลสำเร็จเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้แต่ในประเทศฝรั่งเศสเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าไม่นำมาดัดแปลงให้ เหมาะสมกับวัฒนธรรม ประเพณี และสภาพภูมิศาสตร์ของแต่ละประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก็ยังมีผู้หลงใหลฝรั่งเศส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางคน พยายามจะนำ &amp;#39;ความเชื่อ&amp;#39; เหล่านั้น มาใช้ในประเทศไทยอีก......&amp;quot;
---------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิยบุตร จุดชนวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อานนท์ รับไม้ต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กวิ้น รุ้ง ไมค์ ไหลตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เศษฝรั่ง.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผักกาดหอม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82619</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซอน เซน, ซาลอธ ซาร์, ผักกาดหอม, เขียว สัมพัน, เติ้ง เสียวผิง, เอียง ซารี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08b9fab0d52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
