<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29415</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใครไม่ยิ้ม..ก็บ้าแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มิได้คิดจะห้อยโหนกระแสการเมืองอะไรกับใครเขาหรอกนะ ..แต่มนุษย์ป้าแค่อยากจะแชร์ไอเดียว่า &amp;quot;การยิ้ม&amp;quot; นั้นมีประโยชน์มากมายนะจ๊ะ ถึงขั้นมีผลวิจัยช่วยการันตีกันเลยทีเดียวว่า รอยยิ้มพิมพ์ใจ ไม่ได้สร้างความรู้สึกเป็นมิตรภาพและความประทับใจเท่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักวิจัยบอกว่า แม้คุณจะยิ้มด้วยความไม่จริงใจออกมา แต่จากที่อารมณ์บูดๆ อยู่คุณจะรู้สึกดีขึ้นได้ เพราะรอยยิ้มนั้น ..อธิบายให้เข้าใจก็คือ แม้สมองจะเป็นฝ่ายผลิตอารมณ์ความรู้สึก แต่กล้ามเนื้อบนใบหน้าที่ทำหน้าที่สื่อสีหน้าของบุคคลสามารถเข้&amp;shy;&amp;shy;าไปเปลี่ยนแปลงอารมณ์ที่สมองสั่งการมาได้ ดังนั้นแม้คุณจะรู้สึกกดดันแค่ไหน ทว่าเพียงแค่ฉีกยิ้มออกมาก็จะรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่เชื่อก็อ่านข้อมูลนี้ต่ออีกนิดค่ะ...ผลการทดลองจากคณะวิทยาศาสตร์จิตวิทยาของมหาวิทยาลัยแคนซัส ได้ทด&amp;shy;ลองให้กลุ่มอาสาสมัครราว 170 คน คาบตะเกียบไว้ที่ปากเป็น 3 รูปแบบที่กำหนดไว้ จากนั้นก็ทำให้อาสาสมัครยิ้มโดยไม่ต้องกังวลกับตะเกียบที่คาบอย&amp;shy;&amp;shy;ู่ในปาก ซึ่งผลการทดลองก็พบว่า กลุ่มอาสาสมัครที่ยิ้มได้กว้างมากกว่าใคร มีอัตราการเต้นของหัวใจที่สม่ำเสมอขึ้น ในขณะที่อารมณ์ที่สื่อถึงความตึงเครียดกลับลดระดับลงเมื่อเทียบ&amp;shy;&amp;shy;กับอาสาสมัครที่ไม่ค่อยยิ้ม เพราะมัวกังวลกับตะเกียบที่คาบอยู่&amp;shy; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องรอยยิ้มไม่ใช่เรื่องที่จะมาดูแคลนกันง่ายๆ นะคะ เพราะ ฌอร์น อาเชอร์ นักเขียนชื่อดัง เจ้าของหนังสือ The Happiness Advantage ได้กล่าวว่า แค่เพียงยิ้มทุกวันก็เหมือนได้เทรนสมองให้เข้าใกล้ขีดความสุขมา&amp;shy;&amp;shy;กขึ้น แม้ในช่วงเวลาที่พบกับความเครียด หรือเมื่อสมองสั่งการให้คิดอะไ&amp;shy;&amp;shy;รในแง่ลบ สมองจะได้จดจำว่าการยิ้มจะช่วยลดความคิดแง่ลบเหล่านั้น แล้วแทนที่ด้วยระดับความสุขที่มากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ ซอนดรา บาร์เรตต์ ศิลปินผู้เป็นเจ้าของหนังสือ Secrets of Your Cells ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ในหนังสือของเธอว่า เซลล์ในร่างกายทั้งหมดมีส่วนสำคัญในการสร้างสมดุลความรู้สึกทั้&amp;shy;&amp;shy;งหมดทั้งมวลในร่างกายมนุษย์ ซึ่งก็เท่ากับว่าทุกความรู้สึกนึกคิดของเราส่งผลกระทบโดยตรงไปย&amp;shy;&amp;shy;ังเซลล์ในร่างกายตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อเรายิ้มก็เหมือนได้ช่วยลดความตึงเครียดของเซลล์ในร&amp;shy;&amp;shy;่างกาย ต่อสู้กับความเครียดอันเป็นต้นเหตุใหญ่ของปัญหาเซลล์เปลี่ยนแปล&amp;shy;&amp;shy;งจนเป็นสาเหตุของโรคความดันและโรคมะเร็งต่างๆ อีกทั้งยังช่วยฟื้นฟูสภาพของเซลล์ให้พร้อมทำงานอย่างเต็มที่จ้า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก เผยผลวิจัยที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการยิ้ม&amp;shy;&amp;shy;กับระดับอารมณ์ของบุคคลเมื่อปี 2013 ว่า คนที่มีความสุขและยิ้มแย้มเป็นประจำมีแนวโน้มจัดการกับปัญหาและ&amp;shy;&amp;shy;ความยากลำบากต่างๆ ได้ดีกว่าคนที่มีระดับความสุขน้อย แถมยังมีความสามารถในการหาทางออกของปัญหาได้หลากหลายมากกว่า เนื่องจากเมื่อเรามีความสุขร่างกายจะหลั่งโดพามีนออกมาเป็นสารส&amp;shy;&amp;shy;ื่อประสาทที่ช่วยส่งเสริมกระบวนการคิดและการตัดสินใจที่แม่นยำมา&amp;shy;ก&amp;shy;ขึ้นนั่นเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับมนุษย์ป้า การยิ้มทำให้แก่ช้านะจ๊ะ ...ของฟรีๆ แบบนี้ถึงได้บอกไงว่า ใครไม่ยิ้มก็บ้าแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ป้าเอง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29415</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซอนดรา บาร์เรตต์, ฌอร์น อาเชอร์, ป้าเอง, มองมุมสูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37680816e92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
