<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2020 08:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2020 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ออมสิน&#039;เตรียม15,000ล้านปล่อยกู้อาชีพอิสระ-ท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย. 2563 นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ในวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ก.ย. 2563&amp;nbsp;ธนาคารออมสินเตรียมเปิดให้ประชาชนที่สนใจลงทะเบียนในโครงการสินเชื่อเสริมพลังฐานราก วงเงินดำเนินการ&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ล้านบาท เพื่อให้ความช่วยเหลือครอบคลุมถึงผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้มีรายได้ประจำ รวมถึงบุคคลในครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;รายละไม่เกิน&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;บาท คิดอัตราดอกเบี้ย&amp;nbsp;0.35%&amp;nbsp;ต่อเดือน ระยะเวลากู้เงินไม่เกิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี และให้เพิ่มเติมระยะเวลาปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ยในช่วง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;จนทำให้รายได้ลดลง โดยสินเชื่อดังกล่าวจะเป็นทุนในการต่อยอดเพื่อสร้างรายได้ให้ทั้งผู้ที่มีอาชีพอิสระ และผู้ที่มีรายได้ประจำ แต่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp;เช่น ถูกลดเงินเดือน หรือลูกเลิกจ้าง เด็กจบใหม่ที่ต้องการสร้างอาชีพ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;ldquo;ก่อนหน้านี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;(ครม.)&amp;nbsp;ได้เห็นชอบให้มีการจัดสรรวงเงินจากโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีรายได้ประจำที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp; วงเงิน&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp; ล้านบาท&amp;nbsp; ซึ่งออมสินนำไปปล่อยสินเชื่อไม่เกินรายละ&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;บาท แต่ปรากฎว่ามีการยื่นเรื่องขอกู้ และอนุมัติสินเชื่อไปจำนวนไม่มาก แม้จะมีการเปิดลงทะเบียนรอบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส.ค.&amp;nbsp;ที่ผ่านมา เพราะผู้มีรายได้ประจำส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp;ทำให้ไม่เข้าเงื่อนไข ส่งผลให้ ครม.&amp;nbsp;เห็นควรให้จัดสรรวงเงิน จำนวน &amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ล้านบาทจากโครงการดังกล่าว มาใช้ใช้ในโครงการสินเชื่อเสริมพลังฐานรากแทน&amp;rdquo; นายวิทัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;โดยโครงการสินเชื่อเสริมพลังฐานรากนั้น ได้มีการปรับปรุงเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อให้คล่องตัวมากขึ้นด้วย เช่น ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน มีช่วงปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ระยะเวลา&amp;nbsp;6 &amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อให้ประชาชนที่เดือดร้อนและได้รับผลกระทบสามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งโครงการนี้จะเปิดกว้างให้ทั้งผู้มีรายได้ประจำ และอาชีพอิสระ ที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่ แผงลอย สามารถเข้ามาขอสินเชื่อได้&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.&amp;nbsp;ยังเห็นชอบให้ดึงวงเงินอีก&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;ล้านบาท จากโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีรายได้ประจำที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;ล้านบาท มาใช้ในโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ &amp;nbsp;(ซอฟท์โลน) &amp;nbsp;ออมสินฟื้นฟูท่องเที่ยวไทย เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นบุคคลธรรมดา เช่น ร้านอาหาร สปา นวดแผนไทย รถรับจ้างนำเที่ยว เป็นต้น โดยจะปล่อยกู้รายละไม่เกิน&amp;nbsp;500,000&amp;nbsp;บาท คิดอัตราดอกเบี้ย&amp;nbsp; 3.99%&amp;nbsp;ต่อปี ระยะเวลากู้&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี ปลอดชำระเงินต้นนาน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี โดยผู้ประกอบการที่สนใจสามารถยื่นเรื่องขอกู้เงินได้โดยตรงที่ธนาคารออมสิน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นายวิทัย กล่าวอีกว่า การปล่อยสินเชื่อในโครงการออมสินฟื้นฟูท่องเที่ยวไทยนั้น ได้มีการปรับเกณฑ์ เงื่อนไขต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ซึ่งทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โครงการใหม่นี้ไม่ได้ใช้งบประมาณจากรัฐบาล แต่เป็นวงเงินของธนาคารเองที่ใช้ในโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีรายได้ประจำที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp;โดยเห็นว่าการจัดสรรวงเงินจากโครงการดังกล่าวมาใช้ในโครงการอื่น ๆ เพิ่มเติมจะเป็นประโยชน์มากกว่า ทั้งหมดจะมีการเสนอที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารออมสินรับทราบในวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ก.ย.&amp;nbsp;นี้&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;อย่างไรก็ดี ออมสินยังจัดสรรวงเงิน&amp;nbsp;10,000 &amp;nbsp;ล้านบาท จากโครงการซอฟท์โลนเดิม วงเงิน&amp;nbsp;150,000&amp;nbsp;ล้านบาท มาเพื่อใช้ปล่อยกู้ให้กับสถาบันการเงินต่าง ๆ ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้สถาบันการเงินต่าง ๆ นำไปปล่อยกู้ต่อให้กับผู้ประกอบการในภาคการท่องเที่ยว โดยที่ผ่านมาได้มีการลงนามข้อตกลง&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;ร่วมกับสถาบันการเงินต่าง ๆ ไปเรียบร้อยแล้ว และคาดว่าสถาบันการเงินต่าง ๆ จะเริ่มปล่อยกู้ได้ตั้งแต่อาทิตย์หน้าเป็นต้นไป
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76708</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซอฟต์โลนออมสิน, วิทัย รัตนากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200822/image_big_5f41056c3ca2c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72889</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2020 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2020 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟเขียวปล่อยนอนแบงก์กู้ซอฟต์โลนออมสินนำเงินไปปล่อยช่วยลูกหนี้รายย่อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค. 2563 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 63 ว่า ที่ประชุมเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราส่วนทุนกับเงินกู้ที่จะใช้ในการประกอบธุรกิจแก่ผู้ประกอบธุรกิจการเงินที่มิใช่สถาบันการเงินจากเหตุระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ ซึ่งอนุมัติให้ผู้ประกอบธุรกิจการเงินที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นอน แบงก์) สามารถเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ(ซอฟต์โลน) วงเงิน 100,000 ล้านบาท ของธนาคารออมสินได้ และได้นำสินเชื่อนั้นไปช่วยเหลือผู้ประกอบการหรือลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งกำหนดสาระสำคัญคือ จะต้องไม่นำเงื่อนไขอัตราส่วนทุนกับเงินกู้ที่จะใช้ในการประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 43 พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 มาใช้บังคับนอน แบงก์ ที่ได้รับสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง ทั้งนี้ เงื่อนไขที่ระบุไว้ ณ ปัจจุบัน ในกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดอัตราส่วนทุนกับเงินกู้ที่จะใช้ในการประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาต ฉบับที่2 (พ.ศ.2516) คือ เงินกู้ทั้งสินที่จะใช้ในการประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตต้องไม่เกิน 7 เท่าของเงินทุนส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น ซึ่งเบื้องต้นกฏกระทรวงดังกล่าวจะยกเว้นไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวรัชดา กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวถือว่าเป็นมาตรการเร่งด่วน โดยจะให้ทางกฤษฎีกาตรวจสอบทันทีและจะมีผลบังคับใช้หลังจากที่ประกาศออกมา ขณะที่ร่างกฎกระทรวงผ่อนปรนเงื่อนไขฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ถึง วันที่ 30 มิ.ย. 2566 และได้ผ่านการเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลนอน แบงก์เรียบร้อยแล้ว โดย ธปท.มีความเห็นว่า การผ่อนปรนดังกล่าวจะสามารถช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด19ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ขัดกับหลักการของแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินระยะที่ 3 ซึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การกู้เงินดังกล่าวสถาบันการเงินต่าง ๆ อย่างพวกลิซซิ่ง ที่ต้องการจะเข้าร่วม ต้องมีการทำรายงานการกู้เงินว่าจะทำการกู้ซอฟต์โลนไปเท่าไหร่ และปล่อยเงินให้กับลูกค้าไปเท่าไหร่ รวมทั้งมีเกณฑ์หรือมาตรการผ่อนปรนอย่างไรบ้างให้กับลูกหนี้ที่ดูแลอยู่ เพื่อไม่ให้เป็นการเข้ามาใช้เงินไปเปล่า ๆ แต่ต้องให้เกิดผลอย่างแท้จริง&amp;quot;นางสาวรัชดา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72889</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., ช่วยลูกหนี้รายย่อย, ซอฟต์โลนออมสิน, นอนแบงก์, รัชดา ธนาดิเรก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200721/image_big_5f16ddcaaebc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
