<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110583</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 15:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 15:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> 7 สายการบินอ่วมวอนรัฐเร่งเคาะซอฟต์โลน5 พันล้านช่วยต่อลมหายใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.2564 นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ในฐานะนายกสมาคมฯ เปิดเผยว่า สมาคมฯ ขอรับการสนับสนุนซอฟต์โลนตั้งแต่โควิดระบาดรอบแรกเดือน มี.ค.2563 โดยได้ติดตามต่อเนื่อง และเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี วันที่ 28 ส.ค.63 เพื่อให้เร่งพิจารณาเรื่องดังกล่าว จากนั้นเดือน พ.ค.2564 ส่งหนังสือติดตามอีกครั้ง จนปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับการพิจารณา รวมเป็นเวลากว่า 478 วันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การขนส่งทางอากาศได้รับผลกระทบรุนแรงมากกว่าวิกฤติใดๆ ในรอบ 10 ปี โดยปี 63 ผู้โดยสาร 7 สายการบินลดลง 64.7% เมื่อเทียบกับปี 62 ผู้โดยสารระหว่างประเทศ ลดลง 81.7% ภายในประเทศ ลดลง 44.9% เที่ยวบินในประเทศ ลดลง 33.8% ซึ่งเป็นผลมาจากการจำกัดการเดินทาง ล่าสุดได้สั่งให้หยุดทำการบินตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค.64 อีก เท่ากับว่ารายได้ของสายการบินเป็นศูนย์ ขณะที่ค่าใช้จ่ายเท่าเดิม ที่ผ่านมาทุกสายการบินขาดทุนต่อเนื่อง และขณะนี้เริ่มแบกภาระต้นทุนไม่ไหวแล้ว จึงอาจจะส่งผลต่อการกลับมาทำการบิน และการจ้างพนักงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาสายการบินทั้ง7 สายให้ความร่วมมือกับภาครัฐเป็นอย่างดี ขณะเดียวกันได้มีการปรับตัวในหลายมิติ เช่น การออกมาตรการด้านการลดค่าใช้จ่าย,การเพิ่มช่องทางในการหารายได้,การบริหารฝูงบินและเส้นทางบินให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำรงคงอยู่ได้และดำเนินการต่อไปได้ แต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดในละลอกใหม่ สายการบินในประเทศทุกสายถูกให้ระงับเที่ยวบินทั้งหมดส่งผลให้สมาชิกสายการบินทั้ง 7 สายต้องแบกรับภาระต้นทุนทางด้านการปฎิบัติการบินและด้านบุคลากรอันมหาศาล การถูกสั่งให้หยุดการบินนั้นเท่ากับว่ารายได้ที่จะเข้ามาเป็นศูนย์ในขณะที่ค่าใช้จ่ายยังเพิ่มขึ้นเท่าเดิมมองว่าขณะนี้ทุกสายการบินต่างก็ประสบภาวะขาดทุนอย่างต่อเนื่องและเริ่มที่จะแบกรับภาระต้นทุนไม่ไหวซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการกลับมาให้บริการและการจ้างงานในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุฒิพงษ์ กล่าวว่า เหตุผลหลักที่ทางสมาคมได้มีการประชุมในวันนี้เพื่อมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามความคืบหน้าเรื่องสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือซอฟต์โลนจากทางรัฐบาล จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาเร่งด่วน รวมถึงมาตรการความช่วยเหลือเช่น การพักชำระค่าธรรมเนียมต่างๆ ของภาครัฐ เพื่อลดผลกระทบ และต่อลมหายใจให้กับธุรกิจสายการบิน ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่นอกจากจะเป็นฟันเฟืองที่สำคัญต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศแล้ว ยังช่วยฟื้นฟูธุรกิจรายอื่นที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า ธุรกิจการบินถือว่าได้รับผลกระทบหนักสุดและขณะนี้ยังหาทางออกไม่ได้จากผลกระทบจากโควิด-19 มา 17 เดือน หรือเกือบ 1 ปีครึ่งแล้ว และจากคำสั่งงดบินเข้าออกพื้นที่สีเเดงเข้ม ตั้งเเต่วันที่ 21 ก.ค.64 ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด ทำให้เครื่องบินของ 7 สายการบิน กว่า 170 ลำต้องจอดนิ่ง แต่ยังมีค่าจ้างพนักงานกว่า 2 หมื่นคน รวม เกือบ 1,000 ล้านบาทต่อเดือน ขณะที่รายได้เป็นศูนย์ จึงเป็นที่มาที่รัฐบาลต้องช่วยเหลือ ซึ่งจำทำให้ธุรกิจการบินอาจจะไปต่อไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยเวียตเจ็ท กล่าวว่า ทางสมาคมฯ ได้ปรับลดตัวเลขวงเงินการขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ รวม 7 สายการบิน จาก 2.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยื่นขออนุมัติครั้งแรกเมื่อ มี.ค.63 เหลือ 1.5 หมื่นล้านในการยื่นขออนุมัติเมื่อต้นปี 64 แต่ก็ยังไม่ได้รับการอนุมัติ จนล่าสุดปรับลดเหลือเพียง 5 พันล้านบาท เพื่อใช้รักษาการจ้างงานพนักงานทั้ง 7 สายการบิน กว่า 2 หมื่นคน ในครึ่งปีหลังของ 64 เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเงื่อนไขการขอรับเงินกู้ฯ ยอมรับว่าสายการบินไม่มีสินทรัพย์ในการค้ำประกันเงินกู้ จึงอยากให้รัฐบาลผ่อนผันให้นำตารางบิน (สล็อต) สิทธิการบิน และใบอนุญาตประกอบการกิจการค้าขายในการเดินอากาศใหม่ (เอโอแอล) ซึ่งเป็นใบอนุญาตที่ได้รับจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) มาเป็นหลักค้ำประกัน เพื่อให้สามารถกู้เงินได้ จึงขอความเห็นใจจากรัฐบาล กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาวงเงิน 5,000 พันล้านเป็นการต่อลมหายใจให้สายการบิน และเป็นวงเงินที่ทำให้สามารถรักษาการจ้างของพนักงานต่อไปได้&amp;rdquo; นายวรเนติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางชาริตา ลีลายุทธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยสมายล์แอร์เวย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาสายการบินไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามหาหนทางที่จะมาช่วยให้สามารถจ้างพนักงานได้ต่อ แต่เนื่องด้วยยังติดข้อในจำกัดที่จะช่วยเหลือเฉพาะธุรกิจขนาดย่อมขณะที่ธุรกิจสายการบินเป็นธุรกิจขนาดใหญ่เพราะฉะนั้นวงเงินที่จะช่วยเหลือให้กูได้จะอยู่ที่ 15 ล้านบาท ซึ่งล่าสุดอยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงแรงงาน เพื่อให้ช่วยเรื่องการรักษาการจ้างแรงงาน อย่างไรก็ตามถ้าสุดท้ายแล้วหากสายการบินไม่ไหวจริงๆ และไม่สามารถจ้างพนักงานไว้ได้แล้ว จะต้องขอเข้าพบนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110583</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 สายการบิน, ซอฟท์โลน, ต่อชีวิตธุรกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7ddbada691.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94756</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2021 15:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2021 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สันติ&#039;การันตีปรับครม.ไม่รื้อทีมศก.ปัดข่าวเสียบเก้าอี้รมว.การคลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค.2564 นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง กล่าวว่า การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจ แม้ว่าประชาชนและนักลงทุนจะรู้สึกอึดอัดไม่ทันใจกับการทำงานของทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล เพราะในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลได้ทำงานอย่างเต็มที่แล้ว สะท้อนจากภาพรวมการแก้ปัญหาการระบาดของโควิด-19 และภาพรวมเศรษฐกิจของไทยที่ยังดีกว่าหลายประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกรัฐมนตรีไม่เพียงให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาการระบาดของโควิด-19 เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไปไม่น้อยกว่ากัน นายกรัฐมนตรีเห็นว่าโควิด-19 เป็นต้นเหตุของปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้ต้องเร่งควบคุมการแพร่ระบาดก่อน และตอนนี้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ก็เริ่มเข้ามาในไทยแล้ว ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีความเชื่อมั่นมากขึ้น&amp;quot; นายสันติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสันติ กล่าวอีกว่า หลังจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ดีขึ้น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจะทำได้เร็วกว่าหลายประเทศ ซึ่งทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลได้วางแผนไว้ล่วงหน้าไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัญหาเรื่องการปล่อยกู้จาก พ.ร.ก.ซอฟท์โลน ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ไขกฎหมาย โดยการออก พ.ร.ก. แก้ พ.ร.ก. ดังกล่าว ปลดล็อกปัญหาต่าง ๆ ทั้งหมด ซึ่งยอมรับว่าการดำเนินการอาจไม่ทันใจผู้ประกอบการที่รออยู่ แต่ในภาวะเช่นนี้มันไม่มีอะไรทันใจใครไปได้หมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องของนักธุรกิจนักลงทุน ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลเข้าใจดี แต่การอัดฉีดมาตรการหลายรูปแบบลงไป ต้องดูเวลาของการระบาดของโควิด-19 ด้วย ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลทุกคนทำงานแข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่มันก็อาจทำให้นักลงทุนอึดอัดกันบ้างในภาวะเช่นนี้ ให้อัดฉีดลงไปให้ผู้ประกอบการเป็นจำนวนมาก แต่กำลังซื้อยังไม่มี การอัดฉีดก็ไม่ได้ผล ช่วงนี้เป็นช่วงประคองเศรษฐกิจ ตอนนี้เศรษฐกิจไทยเป็นไข้อยู่ จะให้กินยาบำรุงกำลังเท่าไร ก็ช่วยไม่ได้&amp;quot; นายสันติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า นายสันติ จะขึ้นเป็น รมว.การคลังนั้น นายสันติ ระบุว่า เป็นเพียงข่าวลือ ไม่เป็นความจริง อยู่อย่างนี้ดีที่สุดแล้ว และอยู่ตรงไหนก็ทำงานได้ และ รมว.การคลังคนปัจจุบันก็ดี ทำงานแข็งขัน มีประสิทธิภาพ มีความรู้ ความสามารถ เห็นภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมทำงานสนับสนุนการงานของ รมว.การคลัง คนปัจจุบันเต็มที่ ส่วนจะได้เป็น รมว.กระทรวงอื่นหรือไม่ ผมยังไม่ทราบแล้ว แต่ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ตัดสินใจ&amp;quot; นายสันติ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94756</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซอฟท์โลน, ทีมเศรษฐกิจ, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.), สันติ พร้อมพัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603df64cc6564.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2020 15:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2020 15:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชง“อาคม”เคาะปล่อยกู้7สายการบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค. 2563 นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือเอ็กซิมแบงก์ เปิดเผยว่า ธนาคารจะเสนอแผนการปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟท์โลน) กับ 7 สายการบินต้นทุนต่ำ ให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง พิจารณาเห็นชอบ เพื่อเสนอให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการต่อไป
&amp;quot;ข้อเสนอของธนาคาร คือ การปล่อยกู้ซอฟท์โลนให้ 7 สายการบิน ซึ่งจะให้กู้เฉพาะในส่วนที่จะไปใช้ในการจ่ายเงินเดือนพนักงาน เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีการจ้างงานต่อ และกู้เพื่อจ่ายค่าน้ำมันเครื่องบินเท่านั้น หากจะให้ปล่อยกู้เพิ่มมากกว่านี้ จะต้องเป็นนโยบายจากรัฐบาลสั่งการลงมา&amp;quot; นายพิศิษฐ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า การลดภาษีน้ำมันให้ผู้ประกอบการสายการบินต่อนั้น เป็นเรื่องที่ต้องหารือกับกระทรวงการคลังถึงความเหมาะสมและความจำเป็น รวมถึงผลกระทบที่จะมีต่อการเก็บภาษีของกรมสรรพสามิต และรายได้ภาพรวมของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะประธานศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 (ศบศ.) รับข้อร้องเรียนของคณะผู้บริหารระดับสูง 7 สายการบิน ที่ขอให้รัฐช่วยเหลือใน 3 ประเด็นคือ ประกอบด้วย1. มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟท์โลน) แก่ผู้ประกอบการสายการบิน วงเงิน 24,000 ล้านบาท2.ขยายระยะเวลาการลดภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินไอพ่น ต่อไปอีก 1 ปี จากที่จะสิ้นสุดในเดือน ก.ย. 2563 เป็นเดือน ก.ย. 2564 โดยให้คงภาษีน้ำมันอยู่ที่ 20 สตางค์ต่อลิตร จากเดิมลิตรละ 4.762 บาท3. ลดค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของสายการบิน เช่น ค่าธรรมเนียมการลงจอดเครื่องบิน ค่าบริการ (service charge) และค่าธรรมเนียมผู้โดยสาร ไปจนถึงเดือน ธ.ค. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อเสนอที่ต้องการให้รัฐบาลลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินต่อไปอีก 1 ปี จากที่จะสิ้นสุดในเดือน ก.ย.63 เป็นเดือน ก.ย.64 โดยให้คงภาษีน้ำมันอยู่ที่ 20 สตางค์ต่อลิตร จากเดิมลิตรละ 4.762 บาทนั้น กระทรวงการคลังเคยชี้แจงว่า ไม่สามารถทำได้ เพราะราคาน้ำมันปรับลดลงมากกว่า 70% แล้ว ทำให้ต้นทุนเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงลดลงตามไปด้วย ทั้งนี้ 7 สายการบินอ้างว่า หากได้รับความช่วยเหลือดังกล่าวจากรัฐบาล จะช่วยคงการจ้างงานพนักงานกว่า 20,000 คนไว้ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80360</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 สายการบิน, ซอฟท์โลน, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180115/5a5c49dd884f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2020 09:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2020 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บี้แบงก์รัฐอุ้มลูกค้าฝ่าไวรัส&#039;อุตตม&#039;ปลื้มสินเชื่อฉุกเฉิน-ซอฟท์โลนเนื้อหอมปล่อยกู้เกลี้ยง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เมษายน 2563 นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้บริหารสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทุกแห่ง เกี่ยวกับความคืบหน้ามาตรการเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ว่า ได้มอบหมายให้แบงก์รัฐทั้งหมดกลับไปดูมาตรการในการให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมในส่วนต่าง ๆ ที่ยังจำเป็น ซึ่งเป็นการต่อยอดจากมาตรการที่ได้ทำในขณะนี้ เนื่องจากยังไม่สามารถประเมินได้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะเป็นอย่างไรต่อ จึงจำเป็นต้องมีการเตรียมมาตรการเพิ่มเติม และต้องช่วยเหลืออย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการที่ได้ดำเนินการไปแล้ว อาทิ มาตรการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟท์โลน) วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งดำเนินการโดยธนาคารออมสิน ได้มีการปล่อยกู้เต็มวงเงินแล้ว ขณะที่สินเชื่อฉุกเฉิน ที่ปล่อยผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน แห่งละ 2 หมื่นล้านบาท รับแจ้งว่าวงเงินสินเชื่อเต็มหมดแล้ว จะขยายวงเงินเพิ่มเติมหรือไม่ต้องไปพิจารณาก่อน ส่วนซอฟท์โลน วงเงิน 5 แสนล้านบาท ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีกำหนดจะให้สินเชื่อได้วันที่ 8 พ.ค. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในส่วนของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เพื่อวางแนวทางในการดำเนินโครงการค้ำประกันสินเชื่อ Portfolio Guarantee Scheme ระยะที่ 9 (PGS9) ซึ่งเบื้องต้นกำหนดเป้าหมายในการสนับสนุนให้สามารถบันการเงินสามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการได้มากขึ้น หลังจากที่โครงการ PGS8 วงเงิน 9 หมื่นล้านบาท ได้มีการค้ำประกันสินเชื่อให้ผู้ประกอบการไปแล้ว 7.6 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้ขอให้ออกมาตรการที่ครอบคลุมประชาชนมากที่สุด เพราะประชาชนประสบสภาพคล่อง ขอให้ดูแลเป็นพิเศษ ส่วน ธ.ก.ส. ในส่วนการดูแลเกษตรกรรายย่อยให้ดูแลให้ครอบคลุมและทั่วถึง เพราะผลกระทบมีกันทุกภาคส่วน ส่วนเรื่องการฟื้นฟูในช่วงต่อไปหลังสถานการณ์ต่าง ๆ คลี่คลายนั้น ได้ให้ ธ.ก.ส. เตรียมการไว้ก่อน เพื่อให้สอดรับกับการที่รัฐบาลจะใช้เงินดูแลด้านเกษตรกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ธนาคารกรุงไทย ให้ดูเรื่องสินเชื่อซอฟท์โลน 5 แสนล้านบาทให้ครอบคลุมผู้ประกอบการและชัดเจนมากที่สุด ส่วนธนาคารเพื่อการส่งออกและการนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) ให้ดูแลลูกค้าส่งออก โดยเฉพาะรายกลางและเล็ก เพราะภาคการส่งออกตอนนี้ลำบาก ดังนั้นจึงต้องช่วยดูแลสภาพคล่องเพื่อให้ผู้ประกอบการอยู่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ได้มอบหมายให้ สศค. ร่วมกับสภาแบงก์รัฐในการจัดระบบเพื่อจะนำเสนอมาตรการทั้งหลายของแบงก์รัฐให้ประชาชนเข้าใจง่าย เช่น ผ่านทางระบบเว็บไซด์เราไม่ทิ้งกัน เพื่อยึดโยงไปถึงเว็บไซด์ของแบงก์รัฐต่าง ๆ ให้ชัดเจน เข้าใจง่าย และเปิดรับคำร้องเข้ามา เพื่อประสานกับแบงก์รัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยได้สั่งการให้ทำให้เสร็จโดยเร็ว&amp;rdquo; นายอุตตม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ซอฟท์โลน 1.5 แสนล้านบาท แบ่งเป็น ส่วนแรก 5.5 หมื่นล้านบาท ปล่อยให้ธนาคารพาณิชย์ ส่วนที่ 2 วงเงิน 8 หมื่นของนอนแบงก์ มีปริมาณที่คนที่จองสิทธิ์เกินวงเงินแล้ว ส่วนอีก 1 หมื่นล้านบาท สำหรับสินเชื่อท่องเที่ยว ซึ่งยื่นกู้มาแล้ว 1.6 พันราย วงเงิน 8 พันล้าน แต่ก็ยังมีทยอยยื่นกู้เข้ามาต่อเนื่อง โดยคาดว่าในส่วนนี้จะเต็มวงเงินภายใน 1-2 เดือนนี้ ส่วนอีก 5 พันล้านบาทปล่อยทุกกลุ่มอุตสาหกรรม มีจองแล้ว 6 พันล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64095</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซอฟท์โลน, ดร.อุตตม สาวนายน, มาตรการเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19), สินเชื่อฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200403/image_big_5e872fd00d629.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59628</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2020 07:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2020 07:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “ออมสิน”ประกาศพร้อมปล่อยกู้ซอฟท์โลน1.5แสนล.พยุงเศรษฐกิจ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มี.ค. 2563 นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารมีความพร้อมปล่อยกู้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟท์โลน) 1.5 แสนล้านบาท ให้ธนาคารพาณิชย์ และธนาคารรัฐนำไปปล่อยกู้ต่อเพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ในอัตราดอกเบี้ย 2% ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว โดยธนาคารมีสภาพคล่องเหลือมากกว่า 3 แสนล้านบาท ซึ่งเพียงพอรองรับได้ และหลังจากนี้จะนัดลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ร่วมกันกับธนาคารทุกแห่ง เพื่อเริ่มปล่อยเงินลงสู่ระบบได้ภายในเดือน มี.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจัดสรรวงเงินสินเชื่อซอฟท์โลนทั้ง 1.5 แสนล้านบาท จะเป็นของออมสินเอง 10% ประมาณ 1.5หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือจัดสรรเป็นโควตาให้ธนาคารตามขนาดหากมีลูกค้ามากก็จะได้รับวงเงินมาก ซึ่งแตกต่างจากซอฟท์โลนครั้งก่อนที่ใช้วิธีใครขอกู้ก่อนมีสิทธิก่อน และมั่นใจว่าวงเงินสินเชื่อรอบนี้จะช่วยเหลือเอสเอ็มอีและภาคธุรกิจที่เดือดร้อนได้ทั่วถึงทุกกลุ่ม เพราะมีการจำกัดวงเงินกู้ให้ไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อรายเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง ทำให้วงเงินกระจายออกไปได้หลายราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันคณะกรรมการธนาคารออมสินยังเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือลูกค้า ด้วยการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระเงินกู้ และแบ่งเบาภาระสินเชื่อ เพื่อช่วยให้ลูกค้ามีเงินสดหมุนเวียนใช้จ่ายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการใช้จ่ายซื้อสิ่งของจำเป็นต่อการรับมือเชื้อไวรัส โดยเปิดให้ลงทะเบียนแสดงความจำนงเข้าโครงการที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th ตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค.63 -31 ธ.ค.64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มาตรการ ครอบคลุมกลุ่มลูกค้ารายย่อย สินเชื่อธุรกิจ สินเชื่อบุคคล ตลอดจนสินเชื่อเอสเอ็มอี ประกอบด้วย การพักชำระเงินต้นไม่เกิน 2 ปี ให้ชำระแต่ดอกเบี้ย 50-100% ของดอกเบี้ยประจำงวด (ในอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ในสัญญา แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 4% ต่อเนื่อง 1 ปี แล้วธนาคารฯ จะจ่ายคืนดอกเบี้ยให้ 20% ของดอกเบี้ยที่ชำระนั้นคืนให้ลูกค้าทุก 6 เดือน จำนวน 2 ครั้ง ระยะเวลา 1 ปี โดยในส่วนดอกเบี้ยที่ค้างชำระหรือที่ชำระไม่ครบนั้น ให้เฉลี่ยจ่ายคืนสูงสุดไม่เกิน 10 ปี และขยายระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกิน 2 เท่าของระยะเวลาพักชำระเงินต้นแต่สูงสุดไม่เกิน 4 ปี โดยการเข้ามาตรการนี้ลูกค้าจะยังคงสถานะเป็นลูกหนี้ปกติ ไม่เข้าติดเครดิตบูโรแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากลูกค้าพักเงินต้นแล้วจ่ายแต่ดอกเบี้ยทั้งจำนวน เช่น จ่ายดอกเบี้ยเดือนละ 5 พันบาท ต่อเนื่อง 12 เดือน รวมเป็นเงิน 6 หมื่นบาท ธนาคารจะจ่ายคืนเงินสดทุก 6 เดือน รวม 2 งวด เท่ากับ 1.2 หมื่นบาท เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ลูกค้าในภาวะที่อาจต้องใช้จ่ายจำเป็น เพื่อซื้อสิ่งของจำเป็นสำหรับช่วยดำรงชีพในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีสินเชื่อโครงการธนาคารประชาชน ช่วยลูกค้าเดิมในวงเงินกู้ไม่เกิน 5 หมื่นบาท อัตราดอกเบี้ย 0.50% ต่อเดือน ชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 5 ปี ไม่ต้องมีหลักประกัน ไม่ต้องมีบุคคลค้ำประกัน และปลอดชำระคืนเงินกู้ใน 6 เดือนแรก&amp;rdquo; นายชาติชาย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คุณสมบัติลูกค้าที่สามารถใช้มาตรการนี้ต้องได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ สงครามการค้า ภัยธรรมชาติ และการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ลดลง โดยต้องมีหลักฐานยืนยันชัดเจนสามารถเชื่อมโยงกับผลกระทบได้ ซึ่งรวมถึงลูกค้าปกติจนถึงลูกค้าที่เป็นหนี้เสีย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59628</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาติชาย พยุหนาวีชัย, ซอฟท์โลน, ธนาคารออมสิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191125/image_big_5ddb8b856d7de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
