<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25712</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2019 21:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2019 21:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธี&quot;ซักซ้อมผอ.รร.-สพท.ศธจ.รับประเมินคุณภาพแบบใหม่ ย้ำตอบคำถาม3ข้อให้ได้  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3ธ.ค.62- &amp;ldquo;หมอธี&amp;rdquo; ประชุมวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ &amp;nbsp;ผอ.สพท.-ศธจ.-ผู้บริหารโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ ซักซ้อมความเข้าใจการประกันคุณภาพแบบใหม่ ย้ำผอ.รร.ทำเพียงแค่ตอบคำถาม 3ข้อให้ได้และส่งให้สมศ.พิจารณา &amp;nbsp;ส่วนการรับเด็กปฐมวัยรร.อนุบาลสังกัดสพฐ.ให้รับอนุบาล 2 4ปีขึ้นไปส่วนระดับ 3ขวบหลักทางให้รร.เอกชนในพื้นที่รับไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ เรื่องแนวทางบูรณาการการจัดการศึกษาในระดับพื้นที่ ให้แก่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) &amp;nbsp;ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และผู้บริหารโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ ว่า ในที่ประชุมตนได้ย้ำแนวปฏิบัติในการดำเนินการขับเคลื่อนการศึกษาในปีการศึกษา 2562 นี้ ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยในเรื่องการประกันคุณภาพการศึกษาแนวใหม่ จะให้สถานศึกษาที่เข้ารับการประกันคุณภาพการศึกษา ประเมินของตนเองให้ผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นผู้ประเมินโรงเรียนและเขียนรายงาน เพื่อตอบคำถาม 3 ข้ออย่างสั้นที่สุด คือ ปัจจุบันโรงเรียนมีมาตรฐานการศึกษาในระดับใด มีหลักฐานหรือข้อพิสูจน์ใดที่แสดงว่าโรงเรียนมีคุณภาพหรือมาตรฐานในระดับนั้น และโรงเรียนมีแนวทางในการพัฒนาคุณภาพให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้นอย่างไร จากนั้นส่งรายงานให้ต้นสังกัดส่งต่อให้สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เข้าไปติดตาม ตรวจสอบ เพื่อพัฒนาก่อนส่งผลการประเมินต่อไป ซึ่งสถานศึกษาเอกชนก็ให้ดำเนินการตามรูปแบบนี้เช่นกัน ทั้งนี้ในส่วนของนโยบายและแนวปฏิบัติการรับนักเรียนปี 2562 ย้ำให้สถานศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รับเด็กชั้นอนุบาล 2 (อายุ 4 ปี) และ อนุบาล 3 (อายุ 5 ปี) เข้าเรียนในสถานศึกษาเป็นหลัก และการรับเด็กอนุบาล (อายุ 3 ปี) จะต้องคำนึงถึงบริบทของพื้นที่ถ้าในพื้นที่ใดมีโรงเรียนเอกชนให้เอกชนรับก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังได้หารือถึงการแก้ไขปัญหาสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลผู้อำนวยการ ครู และบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนเอกชน สามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลจาก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ตาม มาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยจะต้องไปทั้งระบบ ไม่สามารถเลือกไปรับบริการจาก สปสช. เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ รวมถึงหารือเกี่ยวกับแนวทางส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาเอกชน เช่น การลดขั้นตอนการดำเนินงาน ปรับแก้ไขกฎระเบียบการยื่นเรื่องขอจัดตั้งโรงเรียนเอกชน การจัดทำหลักเกณฑ์ออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสำหรับครูโรงเรียนเอกชนที่ได้รับการผ่อนผันครบ 3 รอบ เพราะไม่อยากสูญเสียครูดีๆเก่งๆที่ไม่สามารถขอต่อใบอนุญาตได้ ดังนั้นจึงมอบคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) ไปดูรายละเอียดในการขอใบอนุญาตฯดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ผมยังมอบหมายให้ สพฐ.กลับไปจัดทำปฏิทินการบรรจุข้าราชการครู เช่น กำหนดให้มีการบรรจุครูในช่วงต้นสัปดาห์แรกของเดือน ตุลาคมและเมษายน เป็นต้น ซึ่งปีที่ผ่านมาเราก็มีการจัดสอบและมีการบรรจุครูในช่วงเวลานั้น แต่ก็ยังมี ศธจ. บางแห่งปฏิบัติไม่ได้ ดังนั้นผมจึงมอบเป็นโยบายกำหนดปฏิทินการบรรจุข้าราชการครูออกมา เพื่อให้ทุกเขตและทุก ศธจ.ถือเป็นแนวปฏิบัติให้ชัดเจนต่อไป เพราะไม่เช่นนั้นจะส่งผลกระทบโรงเรียนเอกชน สอนนักเรียนอยู่ก็ต้องทิ้งการสอนไปบรรจุครูแล้ว&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25712</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ผอ.สพท., #ศธจ., กลุ่มผอ.รร., การประเมินคุณภาพการศึกษาแบบใหม่, ซักซ้อมผู้บริหารการศึกษาทั่วประเทศ, นพ.ธีระเกียรติ จริญเศรษฐศิลป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190103/image_big_5c2e218dcafcc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
