<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2021 06:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2021 06:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา&#039;อบรมส.ส.ก้าวไกลอวดเก่ง แนะศึกษารธน.เอาไว้บ้าง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
6 เม.ย.64- นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ว่ามีผลตามมาจากการที่ฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการอภิปรายของ ส.ส.พรรคก้าวไกล &amp;nbsp;ได้ฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายจาก ส.ส. คนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฎว่าบรรดาผู้อวดเก่งทั้งหลายแต่ไม่รู้อะไรเลยออกมาให้ความเห็นกันมากมายด้วยการด่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าเป็นเผด็จการแตะต้องไม่ได้ ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องของบุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหาย โดยพลเอกประยุทธ์ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๒๔ ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่ประชุมวุฒิสภา หรือที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา สมาชิกผู้ใดจะกล่าวถ้อยคําใดในทางแถลงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็นหรือออกเสียงลงคะแนน ย่อมเป็นเอกสิทธิ์โดยเด็ดขาด ผู้ใดจะนําไปเป็นเหตุฟ้องร้องว่ากล่าวสมาชิกผู้นั้นในทางใด ๆ มิได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอกสิทธิ์ตามวรรคหนึ่งไม่คุ้มครองสมาชิกผู้กล่าวถ้อยคําในการประชุมที่มีการถ่ายทอดทาง วิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์หรือทางอื่นใด หากถ้อยคําที่กล่าวในที่ประชุมไปปรากฏนอกบริเวณรัฐสภา และการกล่าวถ้อยคํานั้นมีลักษณะเป็นความผิดทางอาญาหรือละเมิดสิทธิในทางแพ่งต่อบุคคลอื่นซึ่งมิใช่รัฐมนตรีหรือสมาชิกแห่งสภานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทบัญญัติในมาตรา ๑๒๔ วรรคสอง มีความหมายชัดเจนว่า การกล่าวถ้อยคำใดๆ ที่มีการถ่ายทอดทางวิทยุหรือโทรทัศน์โดยสามารถรับฟังได้นอกบริเวณรัฐสภาและมีความผิดทางอาญาหรือละเมิดสิทธิในทางแพ่งต่อบุคคลอื่น ผู้กล่าวถ้อยคำย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองตามวรรคหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีของ ส.ส.ก้าวไกลเป็นการอภิปรายนายกรัฐมนตรีแต่พาดพิงไปถึงโจทก์ซึ่งทำให้เขาเสียหาย และในการประชุมในวันนั้นมีการถ่ายทอดการประชุมโดยสถานีโทรทัศน์รัฐสภาซึ่งสามารถรับฟังการถ่ายทอดภายนอกรัฐสภาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกล่าวถ้อยคำที่ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายดังกล่าวจึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๑๒๔ วรรคแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องทั้งคดีอาญาเพื่อขอให้ศาลลงโทษและฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่โจทก์ฟ้องเพียงคดีแพ่งเรียกค่าเสียหาย โดยไม่ได้ฟ้องคดีอาญา ก็เป็นสิทธิของโจทก์ที่จะกระทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนจะให้ความเห็นใดๆ ควรจะศึกษาหาความรู้โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญให้รู้เรื่องบ้างไม่ใช่เอาแต่ความรู้สึกนึกคิดของตนเองมาวิพากษ์วิจารณ์บุคคลอื่นๆ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98461</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูชาติ ศรีแสง, ซักฟอกนายกฯ, ส.ส.ก้าวไกล, อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_6056d509ca9b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2020 18:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2020 18:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จตุพรชี้วิ่งไล่ลุงแค่จุดเริ่มต้น ย้ำถ้าแก้โกงและเศรษฐกิจไม่ได้ รัฐบาลไม่รอดแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ม.ค. 2563 ที่ร้านกาแฟ พีซคอฟฟี่แอนด์ ไลบรารี่ อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 5 มีการจัด รายการลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์ &amp;nbsp;ที่ออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีซทีวี โดยมีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ มาพบปะพูดคุย ร้องรำทำเพลงกันสนุกสนานกันเป็นประจำทุกสัปดาห์

&amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาประเทศไทยเจอเรื่องแปลกๆ ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะเรื่องสงคราม เรื่องการก่ออาชญากรรม เรื่องการยิงรถ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หรือบิ๊กโจ๊ก ที่เต็มไปด้วยความแปลกประหลาด ซ่อนเงื่อน ทั้งทางข้อเท็จจริงและการเมือง รวมถึงกรณีการปล้นร้านทองที่จังหวัดลพบุรี ก็เห็นได้ชัดเจนว่าต้องการพื้นที่ข่าวมากกว่าจำนวนทองที่จะได้เนื่องจากมีการฆ่าคนโดยไม่ต้องใช้เหตุผลใดๆทั้งสิ้น&amp;nbsp;ส่วนเรื่องสงครามอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา ที่สหรัฐอเมริกาใช้โดรนสังหารผู้นำทางการทหารของอิหร่าน และทางการอิหร่านก็ไปทำปืนลั่นใส่เครื่องบินของยูเครนตายยกลำ ขณะเดียวกันรมว.ต่างประเทศของไทย ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรก็ทำ ประทัดลั่นใส่มือตัวเอง สร้างความเดือดร้อนกันทั่วหน้า พูดในลักษณะชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน แต่สุดท้ายก็บอกว่าข้อมูลดังกล่าวข้างคลาดเคลื่อนแต่กลับไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ ทำให้หามาตรฐาน ทางจริยธรรมในทางการเมืองได้ยาก แต่กรณีนี้หากเกิดในต่างประเทศรัฐมนตรีก็จะต้องลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ดังนั้นหากรัฐมนตรีไม่แสดงความรับผิดชอบ นายกรัฐมนตรีก็ต้องปลดรัฐมนตรีคนนั้น แต่กลับเงียบ

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร กล่าวว่า วันนี้ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดีไม่ว่าจะเป็นการวิ่งไล่ลุงที่สวนรถไฟที่มีประชาชนไปร่วมจำนวนมากโดยเฉพาะคนที่ไม่พอใจรัฐบาลและคนที่ได้รับความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจ รวมถึงผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลาย ส่วนฝ่ายเดินเชียร์ลุง ก็ไปรวมตัวกันที่สวนลุมพินี&amp;nbsp;ดังนั้นท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว เราอยู่ในสนามรบมานาน เข้าใจสถานการณ์ต้องไม่ใจร้อน และไม่กลัว เพราะที่ผ่านมาเราอยู่ในสถานการณ์ของความตายมาหลายครั้ง จึงไม่มีเรื่องความกลัวใดๆ แต่ที่ต้องคิดมากคือในสถานการณ์ความเป็นจริงนั้นเรารู้ว่าอยู่ตรงไหนในสถานการณ์นี้อย่างไรตนเข้าใจสถานการณ์ และพร้อมเป็นผู้ตาม &amp;nbsp;เพราะผ่านสัจธรรมทางการเมืองมามาก ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้นำทุกเวลา เหมือนยุคที่เราเป็นผู้นำ คนในวันนี้ก็เป็นผู้ตาม ซึ่งตนก็บอกอยู่เสมอว่าวันนี้เป็นเวลาของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจเป็นผู้นำ &amp;nbsp;ดังนั้นต้องให้โอกาสเดินกันอย่างเต็มที่&amp;nbsp;

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพียงแต่ที่ผ่านมาได้ส่งเสียงเตือนทั้งรัฐบาล และผู้กิจกรรมวิ่งไล่ลุงก็ได้นำไปปฏิบัติในแนวทางเพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด อย่างไรก็ตามกิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้จบลง เพระทางผู้จัดได้ประกาศจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงอีกครั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ดังนั้นถือเป็นการเริ่มต้นซึ่งส่วนตัวเคยวิเคราะห์ไว้ว่าการจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงนี้เป็นกิจกรรมที่น่ารัก เพียงแต่วันนี้ ต้องการให้เห็นทั้งกระดาน ซึ่งถือว่าเป็นยกแรกที่ผ่านพ้นไปด้วยดี และถือว่าเป็นการจุดประกายกันทั้ง 2 ฝ่าย

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่มีความหวังใดๆทั้งสิ้น เพราะการไปตั้งคณะกรรมาธิการ ศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อซื้อเวลานั้นส่วนตัวมองว่า ฝ่ายค้าน 7 พรรคไม่ควรไปเล่นการเมืองใดๆทั้งสิ้นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงแค่มอบให้พรรคประชาธิปัตย์ได้ดำเนินการเนื่องจากเป็นเงื่อนไขของพรรคประชาธิปัตย์ที่เข้าไปร่วมรัฐบาล หากเดินแนวทางนี้ก็จะไม่เสียเวลา &amp;nbsp;โดยมุ่งไปที่มาตรา 256 ดังนั้นการที่ตนบอกให้เริ่มต้นที่มาตรา 256 ซึ่งทุกฝ่ายก็เห็นด้วย ส่วนที่เหลือให้เป็นเรื่องของประชาชนทั้งหมด

ทั้งนี้การเลือกตั้งภายใต้กติกาอย่างเดิมไม่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาประเทศได้ บวกกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้นและปัญหาเศรษฐกิจ ที่มาพร้อมกับภัยแล้ง หากรัฐบาลแก้ไขสถานการณ์ไม่ได้ อย่างไรเสียรัฐบาลก็อยู่ไม่ได้ ติดตามสถานการณ์บ้านเมืองอย่างใกล้ชิดและรู้ว่าเวลาไหนควรทำอะไร เพียงแต่ไม่สะใจก็เท่านั้น ดังนั้นอย่าร้อนเกินสถานการณ์&amp;nbsp;


นายจตุพรยังกล่าวถึงกรณีของฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้นส่วนตัวมองว่า หากสมาชิกพรรคฝ่ายค้านเอาเรื่องที่ใช่ ใช้คนพูดไม่มาก หากพูดกันคนละเล็กน้อยก็ไม่ได้ใจความก็จัดการรัฐบาลไม่ได้ แต่หากนำเรื่องที่ใช่เช่นเรื่องทุจริตฉ้อฉล หากเป็น พฤติกรรมที่คนไทยฟังแล้วรับไม่ได้เพียงไม่กี่เรื่อง โดยไม่จำเป็นต้องอภิปรายข้ามวันข้ามคืน &amp;nbsp;ดังนั้นเพียงแต่เอาเรื่องที่ใช่รวมถึงคนที่มีความสามารถในการอภิปราย

อย่างไรก็ตามหลังจากพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ที่ฝ่ายค้านงดออกเสียงนั้นก็เป็นเรื่องปกติ ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่อย่างเรียบร้อย และแสดงจุดยืนงดออกเสียงทุกครั้ง เพราะงบประมาณ ไม่ใช่เรื่องการล้มรัฐบาล &amp;nbsp;แม้ว่าฝ่ายค้านจะเป็นเสียงข้างน้อย แต่หากอภิปรายแล้วรัฐบาลไร้ซึ่งความชอบธรรมทั้งปวง รวมถึงความเดือดร้อนของประชาชน เหล่านี้ก็อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมือง&amp;nbsp;

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54368</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร  พรหมพันธุ์, ซักฟอกนายกฯ, วิ่งไล่ลุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191215/image_big_5df63f0267165.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45971</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2019 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2019 16:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039;ยันซักฟอกนายกฯไม่มีอะไรมาก ทุกคนต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.62- &amp;nbsp; นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญ ในประเด็นกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ ในวันพรุ่งนี้ (18 ก.ย.) ว่า เป็นการประชุมตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ซึ่งไม่เคยทำมาก่อน แต่เชื่อว่าคงไม่มีอะไรมาก เพราะกฎหมายระบุชัดเจนทั้งเรื่องการซักถามและการแนะนำ ส่วนประเด็นการแสดงที่มาของรายได้รัฐบาลก็เป็นการอภิปรายตามปกติ ทั้งนี้ ไม่มีความกังวลใดๆ เนื่องจากการประชุมมีข้อบังคับกำหนดไว้ ทุกคนมีหน้าที่ปฏิบัติตามข้อบังคับและกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีส.ว.เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญร่วมกัน นายชวน กล่าวว่า ยังไม่ได้รับคำเสนอเข้ามา แต่หากมีทางที่จะให้ทุกฝ่ายได้หารือร่วมกันก็น่าจะเป็นเรื่องดี ทั้งนี้ เมื่อเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยหน้า ญัตติการขอตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของ 7 พรรคฝ่ายค้าน จะได้พิจารณาเป็นวาระแรก.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45971</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ซักฟอกนายกฯ, ประธานสภาผู้แทนฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190911/image_big_5d7888beac8bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2019 15:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2019 15:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจอกันที่สภา!&#039;บิ๊กตู่&#039;ไม่ตื่นเต้น พร้อมตอบฝ่ายค้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.62- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการรับมือฝ่ายค้าน ในการอภิปรายประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ และแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา โดยไม่แจ้งที่มางบประมาณ วันที่ 18 กันยายนนี้ว่า มีความพร้อมเสมอมา เมื่อไหร่ที่สามารถดำเนินการได้ ตนก็จะไปตอบ และไปรับฟังความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์จากทุกคน จึงไม่มีอะไรตื่นเต้นสักอย่าง เพราะมันเลยเวลา เกินขั้นตอนที่จะตื่นเต้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า วันที่ 18 กันยายนนี้ นายกฯมีงานทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น แต่ระหว่างนั้น จะอยู่ที่สภาทั้งวันเลยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คิดว่าจะอยู่ให้ได้มากที่สุด แต่ก็ต้องทำงานด้วย สำหรับการอภิปรายนั้นไม่ได้ขัดข้องหรือขัดแย้งกับใคร เพราะไม่ว่านายกฯจะอยู่หรือไม่อยู่ ก็สามารถอภิปรายกันได้อยู่แล้ว แต่คิดว่าอยากอยู่ให้ได้มากที่สุด ส่วนข้อมูลที่จะชี้แจงนั้นมีอยู่แล้ว โดยมีฝ่ายกฎหมายเตรียมข้อมูลทั้งหมดให้ ไม่ได้เตรียมข้อมูลด้วยตัวเอง จึงต้องฟังข้อมูลจากฝ่ายกฎหมายและคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ว่าความมุ่งหมายและวัตถุประสงค์แต่ละอย่างนั้นเป็นอย่างไร และคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ก็มีผลในส่วนนี้ด้วย ขอให้ฟังกันบ้างก็แล้วกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าวันที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมา นายกฯพูดว่าจะเอานายกฯแบบเดิมหรือแบบใหม่นั้น หมายถึงอะไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องการทำงานแต่ก่อนนี้ กับปัจจุบัน ซึ่งวันนี้อารมณ์ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าว พล.อ.พล.อ.ประยุทธ์ พยายามมีสมาธิในการตอบคำถามสื่อมวลชน โดยระมัดระวังคำพูด ใช้น้ำเสียงราบเรียบ ไม่ตอบโต้และมีอารมณ์ฉุนเฉียว เหมือนวันที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมา.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45960</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซักฟอกนายกฯ, นายกฯ, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190917/image_big_5d808fb9135f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45953</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2019 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2019 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส้มหวานซุ่มฟอร์มทีม!&#039;ป๊อก-โรม&#039;นำทัพซักฟอก&#039;บิ๊กตู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.62- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคอนาคตใหม่งดการประชุมประจำสัปดาห์ ของ ส.ส. ซึ่งตามปกติในช่วงบ่ายของวันอังคาร จะมีเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันพุธ-พฤหัสบดี แต่เนื่องจากวันพุธที่ 18 กันยายนนี้ จะมีการอภิปรายไม่ลงมติตามมาตรา 152 &amp;nbsp;กรณี การถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูณ 2560 &amp;nbsp;ของ พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านลงชื่อยื่นอภิปราย จึงมีการงดประชุมเพื่อให้ผู้ที่จะอภิปรายในโควต้าของพรรคได้เตรียมตัว โดยเฉพาะ นายปิยบุตร แสงกนกุกล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งเตรียมเนื้อหาสำหรับการอภิปรายไว้ถึง &amp;nbsp;1 ชั่วโมงเต็ม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนายปิยบุตรแล้ว ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ที่เตรียมอภิปรายในญัตติเดียวกันนี้อีกได้แก่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล, นายคารม พลพรกลาง, นายรังสิมันต์ โรม, นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม โดยคาดว่า นายปิยบุตรจะอภิปรายเป็นคนแรกของพรรคในเวลาประมาณ 10.30 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ นายปิยบุตร คือ สมาชิกที่ลุกขึ้นหารือในที่ประชุมรัฐสภา ในการแถลงนโยบายของรัฐบาล เมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยแสดงความเป็นห่วงต่อกรณีการนำคณะรัฐมนตรีถวายสัตย์ปฏิญาณ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ซึ่งเนื้อหาไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 นั้น จะมีผลต่อสถานะของคณะรัฐมนตรี รวมถึงการแถลงนโยบายในวันดังกล่าวหรือไม่ แต่ทว่าก็ไม่มีคำตอบจากที่ประชุมรัฐสภาวันนั้น และแม้มีความพยายามในการที่จะตั้งกระทู้สดถามนายกรัฐมนตรีในสภาผู้แทนราษฎรหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีการมาตอบ ทำให้พรรคฝ่ายค้านต้องยื่นญัตติขอเปิดอภิปราย ไม่ลงมติตามมาตรา 152 .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45953</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซักฟอกนายกฯ, นายปิยบุตร แสงกนกกุล, รังสิมันต์ โรม, อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190917/image_big_5d8085e79738d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2019 13:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2019 13:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิลึก!ฝ่ายค้านเตรียมแผนวอล์คเอ้าท์หากรัฐบาลตีรวนซักฟอกนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.62- ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุม 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อหารือแนวทางการอภิปรายพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา152 กรณีถวายสัตย์ไม่ครบถ้วนและการไม่ยอมแจกแจงที่มาของงบประมาณ ระหว่างแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาฯ &amp;nbsp;โดยมีตัวแทนแต่ละพรรคเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง &amp;nbsp;ประธานคณะกรรมาการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) &amp;nbsp;นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย นายรังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทิน &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมถึงการวางตัวผู้อภิปรายฯว่า มีการปรับลดจำนวนผู้อภิปรายเหลือเพียง 15 คน เนื่องจากต้องการเน้นคุณภาพไม่ต้องการเน้นปริมาณ หากอภิปรายได้ครอบคลุมทุกประเด็น ทั้งการซักถามและการชี้แจงของนายกรัฐมนตรี รวมถึงได้รับความร่วมมือจากพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ประท้วงมากจนเกินไปก็อาจจะทำให้การอภิปรายจบเร็วกว่าเวลาที่กำหนด ประเด็นการถวายสัตย์ผู้อภิปรายหลัก นำโดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ &amp;nbsp;พรรคเสรีรวมไทย และนายวันมูฮะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ &amp;nbsp;ส่วนประเด็นการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาที่ไม่ชี้แจงแหล่งที่มาของงบประมาณจะนำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ขณะที่ตนจะเป็นผู้อภิปรายสรุปปิดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คิดว่าส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล อาจจะยกคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาประท้วง ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการอภิปรายของฝ่ายค้าน ซึ่งจะทำให้เสียเวลาหรืออาจจะหาเหตุจนต้องทำให้มีการขอเปิดประชุมลับ หรือหาเหตุมาประท้วงจนทำให้อภิปรายไม่ได้ หากรัฐบาลตีรวนโดยไม่มีเหตุผล การวอล์คเอ้าท์จากห้องประชุม ก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่พรรคฝ่ายค้านวางไว้ แต่จะเป็นแนวทางสุดท้าย เพราะฝ่ายค้านต้องการชี้แจงหาทางออกของปัญหานี้ &amp;nbsp;ไม่ใช่จ้องทำลาย หากรัฐบาลชี้แจงได้ก็จะเป็นผลดีกับรัฐบาลเองเพราะประชาชนจับตาดู&amp;rdquo;นายสุทินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทินกล่าวอีกว่า รูปแบบการอภิปรายก็จะปรับตามความเหมาะสมโดยเฉพาะปมถวายสัตย์ที่นายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นผู้ที่ชี้แจงเท่านั้น &amp;nbsp;ส่วนการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาฯ ที่ไม่ชี้แจงงบประมาณซึ่งทราบว่าจะมอบหมายให้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ มาเป็นผู้ชี้แจงแทน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็สามารถทำได้หากมีรายละเอียดและคำตอบที่ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า นายสุทิน ยังได้แจ้งต่อที่ประชุมตอนหนึ่งว่า นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ &amp;nbsp;ขอร่วมอภิปรายปมถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนของนายกรัฐมนตรีด้วย ซึ่งได้แบ่งเวลาให้นายมงคลกิตติ์อภิปราย 10 นาที &amp;nbsp;ส่วนการอภิปรายโดยเฉพาะการขอประชุมลับสามารถใช้เสียงส.ส. 1 ใน 4 หรือคณะรัฐมนตรีขอประชุมลับได้ อย่างไรก็ดีหากรัฐบาลตั้งแง่ดึงเวลาไม่ลงชื่อเข้าประชุม อาจทำให้เวลาเปิดประชุมต้องเลื่อนออกไป แต่ขอให้ทุกพรรคกำชับส.ส.ให้มาลงชื่อร่วมประชุมก่อนเวลาประชุม เพื่อเป็นการกดดัน ส.ส.พรรครัฐบาล.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45949</URL_LINK>
                <HASHTAG>การถวายสัตย์ปฏิญาณ, ซักฟอกนายกฯ, ตีรวน, ฝ่ายค้าน, วอล์คเอาท์, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190628/image_big_5d16062d199b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2019 17:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2019 17:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จิรายุ&#039;อ้างฝ่ายค้านต้องซักฟอกนายกฯ เพื่อหาข้อยุติทางการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย. 2562 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. และรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความพร้อมในการอภิปรายในญัตติเพื่อเสนอแนะตามมาตรา 152 ในวันพุธที่18 ก.ย.นี้ว่าผลของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญระบุอย่างชัดเจนว่าการกระทำของนายกรัฐมนตรีในกรณีดังกล่าวนี้ตีความว่าเป็นเรื่องทางการเมืองที่ฝ่ายการเมืองต้องนำไปพิจารณา หมายความว่าไม่มีทางอื่นใดที่จะแก้ไขปัญหาคาราคาซังของรัฐบาลชุดนี้ได้นอกจากใช้ที่ประชุมรัฐสภาในการแก้ไขปัญหาซึ่งถือว่าเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยทั้งนี้ถือเป็นข้อยุติที่ฝ่ายรัฐบาลพยายามนำมาเป็นข้ออ้างที่จะไม่ตอบคำถามของสังคม ไม่ได้อีกต่อไป ดังนั้นการอภิปรายของฝ่ายค้านในกรณีนี้ถือเป็นข้อยุติที่จะดำเนินการในวันพุธนี้เพื่อหาข้อยุติในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรายุกล่าวว่าส่วนการเตรียมความพร้อมในการอภิปรายพรรคร่วมฝ่ายค้านพร้อมมากว่า 2 สัปดาห์โดยจะเน้นใช้ข้อกฎหมายและคำวินิจฉัยที่ศาลรัฐธรรมนูญที่ให้รัฐสภาเป็นผู้พิจารณาโดยชี้ให้เห็นถึงการปฎิบัติดังกล่าวของนายกรัฐมนตรีที่จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างโดยเฉพาะหากกรณีดังกล่าวเป็นโมฆะหรืออาจจะเป็นบรรทัดฐานที่มิชอบในอนาคตของการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรีหรือหน่วยงานสำคัญที่ต้องเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันพุธนี้ประชาชนจะได้ทราบว่าตกลงผลกระทบในครั้งนี้ของนายกรัฐมนตรีที่ไม่ปฏิบัติให้ครบถ้วนจะเกิดผลต่อการบริหารประเทศอย่างไรและจะได้ยินนายกรัฐมนตรีตอบคำถามในสภาว่าสรุปแล้วตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ&amp;quot;ลืม&amp;quot;หรือว่า&amp;quot;หลง&amp;quot;ไม่ว่าอย่างไรก็ควรยอมรับในสภาจะได้ช่วยกันหาทางออกเพราะฝ่ายค้านก็มีเรื่องอื่นที่สำคัญในการติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลเหมือนกัน นอกจากนี้จะเป็นการอภิปรายตามฯญัตติที่ยื่นไว้เช่นการเสนอแนะและการสอบถามเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินของ ครม.และนโยบายการหาเงินของรัฐบาล นอกจากการรีดภาษีประชาชนและการกู้เงินรัฐบาลชุดนี้มีอะไรบ้างที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำของประเทศได้บ้างเป็นต้น นายจิรายุกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45803</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรายุ ห่วงทรัพย์, ซักฟอกนายกฯ, อภิปรายในญัตติเพื่อเสนอแนะตามมาตรา 152</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190605/image_big_5cf7b800db57c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
