<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49918</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2019 08:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2019 08:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลหนุนฝ่ายค้านเปิดศึกซักฟอกรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ย. 2562 &amp;nbsp;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;ถึงเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแล้วหรือยัง&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 6 &amp;ndash; 7 พฤศจิกายน 2562 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,271 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับฝ่ายค้านที่วางแผนจะขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และผลลัพธ์หากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณีที่ฝ่ายค้านจะขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งคณะ ในเดือนธันวาคม 2562 พบว่า ร้อยละ 51.61 ระบุว่า เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะ การบริหารที่ผ่านมายังไม่ดีขึ้น ควรจะได้รับการตรวจสอบการทำงาน จะได้รับรู้ถึงปัญหาต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้ทำ ร้อยละ 20.22 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย เพราะ การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของรัฐบาลยังไม่สามารถทำได้ดี จึงควรมีการตรวจสอบความถูกต้องของรัฐบาล ขณะที่บางส่วนระบุว่า เป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านที่จะทำการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอยู่แล้วร้อยละ 9.44 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะ รัฐบาลพึ่งเริ่มทำงานควรเปิดโอกาสให้ทำงานสร้างผลงานก่อน อย่างน้อยควรจะให้เวลาสัก 2 ปี &amp;nbsp; ร้อยละ 18.02 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย เพราะ การทำงานของรัฐบาลภาพรวมยังดีอยู่ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ระยะเวลาการทำงานของรัฐบาลยังน้อยอยู่ เร็วเกินไปที่ฝ่ายค้านจะทำการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และร้อยละ 0.71 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณีที่ฝ่ายค้านจะขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รายบุคคล &amp;nbsp;ในเดือนธันวาคม 2562 พบว่า ร้อยละ 49.41 ระบุว่า เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะ รัฐมนตรีบางท่านเข้ามาทำงานไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง ไม่โปร่งใส สมควรที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะที่บางส่วนระบุว่า อยากให้ปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีชุดใหม่ ร้อยละ 25.26 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย เพราะ รัฐมนตรีบางท่านยังไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง การบริหารงานยังไม่มีผลงาน สมควรที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ ร้อยละ 8.81 ระบุว่า &amp;nbsp; ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะ รัฐมนตรีแต่ละท่านพึ่งเข้ามารับตำแหน่งควรเปิดโอกาสให้ทำงานสร้างผลงานก่อน ขณะที่บางส่วนระบุว่า ฝ่ายค้านคอยจะโจมตีคณะรัฐมนตรีอยู่แล้ว ร้อยละ 14.32 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย เพราะ ระยะเวลาการทำงานยังน้อยไป อยากให้ทำงานเต็มที่ไปก่อน ขณะที่บางส่วนระบุว่า ฝ่ายค้านพยายามจะล้มรัฐบาลอยู่ตลอดเวลา และร้อยละ 2.20 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผลลัพธ์ของกรณีหากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งคณะ ในเดือนธันวาคม 2562 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 36.59 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ สามารถอยู่บริหารประเทศต่อไปได้ รองลงมา ร้อยละ 23.45 ระบุว่า ฝ่ายรัฐบาลจะชนะโหวต ร้อยละ 20.69 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออกหรือยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ร้อยละ 10.07 ระบุว่า หลังการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จำเป็น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องปรับคณะรัฐมนตรี ร้อยละ 8.10 ระบุว่า ฝ่ายค้านจะชนะโหวต ร้อยละ 1.97 ระบุว่า ส.ส. ฝ่ายค้านบางส่วนจะกลายเป็นงูเห่า ด้วยการออกเสียงไว้วางใจรัฐบาล หรืองดออกเสียง ร้อยละ 1.02 ระบุว่า หลังการอภิปราย ฝ่ายค้านจะถูกมองว่าไม่มีความสามารถในการตรวจสอบรัฐบาล &amp;nbsp; ร้อยละ 0.55 ระบุว่า ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลบางส่วนจะกลายเป็นงูเห่า ด้วยการออกเสียงไม่ไว้วางใจรัฐบาล หรืองดออกเสียง และร้อยละ 12.98 ระบุว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงผลลัพธ์ของกรณีหากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รายบุคคล ในเดือนธันวาคม 2562 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 24.31 ระบุว่า รัฐมนตรีผู้ถูกอภิปรายอยู่ในตำแหน่งต่อไป รองลงมา ร้อยละ 20.46 ระบุว่า ฝ่ายรัฐบาลจะชนะโหวต ร้อยละ 17.78 ระบุว่า หลังการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จำเป็นต้องปรับคณะรัฐมนตรี ร้อยละ 15.03 ระบุว่า รัฐมนตรีผู้ถูกอภิปรายลาออก &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้อยละ 13.45 ระบุว่า ฝ่ายค้านจะชนะโหวต ร้อยละ 1.73 ระบุว่า ส.ส. ฝ่ายค้านบางส่วนจะกลายเป็นงูเห่า ด้วยการออกเสียงไว้วางใจรัฐมนตรี หรือ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;งดออกเสียง ร้อยละ 1.02 ระบุว่า ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลบางส่วนจะกลายเป็นงูเห่า ด้วยการออกเสียงไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี หรืองดออกเสียง ร้อยละ 0.87 ระบุว่า หลังการอภิปราย ฝ่ายค้านจะถูกมองว่าไม่มีความสามารถในการตรวจสอบรัฐบาล และร้อยละ 16.05 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49918</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซักฟอกบิ๊กตู่, นิด้าโพล, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า), อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191110/image_big_5dc76a5a7831b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2019 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2019 15:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;สนธิรัตน์&#039;เผยครม.เคาะแล้ว 18 ก.ย.&#039;บิ๊กตู่&#039; เข้าสภาฯให้ฝ่ายค้านซักฟอกปมถวายสัตย์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.62- &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงานในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีการเข้าชี้แจงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เข้าชี้แจงญัตติ ในประเด็นการถวายสัตย์ไม่ครบ ว่า &amp;nbsp;ที่ประชุมครม.เห็นชอบให้วันที่ 18 ก.ย.นี้เป็นวันอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 ตามที่ฝ่ายค้านได้เสนอญัตติ โดยพล.อ.ประยุทธ์จะเดินทางไปชี้แจงกรณีดังกล่าวในสภาด้วยตัวเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สาเหตุที่ไม่กำหนดให้เป็นระหว่างวันที่ 11 และ 12 ก.ย.ตามที่วิปรัฐบาลเสนอนั้น เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ติดภารกิจ แต่ตนจำไม่ได้ว่า ติดภารกิจเรื่องอะไร เพราะมีหลายเรื่อง ส่วนวันที่ 16 ก.ย. จะเป็นการประชุมวุฒิสภานัดสุดท้าย ส่วนวันที่ 17 ก.ย.นั้นจะเป็นการประชุม ครม.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44913</URL_LINK>
                <HASHTAG>18 ก.ย., ซักฟอกบิ๊กตู่, นายสนธิรัตน์  สนธิจิรวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190801/image_big_5d424bae08457.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2019 19:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2019 19:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธรรมนัส’ ลุยทำงานไม่หวั่นถูกฝ่ายค้านซักฟอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค. 2562 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงภาพรวมภัยแล้งว่า พรุ่งนี้ตนและคณะจะตรวจเช็คสถานการณ์ในลำน้ำที่ส่งเข้าเขื่อนลำตะคอง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่ง ส.ส. ในพื้นที่จะเป็นผู้พาไป อย่างไรก็ตามสถานการณ์ภัยแล้งในภาพรวมไม่ว่าจะเป็นภาคอีสานหรือภาคเหนือ ตนได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรฯ และผู้ว่าราชการจังหวัดได้ส่งข้อมูลมาให้ตนแล้ว ส่วนการประกาศพื้นที่ภัยพิบัติจากภัยแล้ง

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า หลังการลงพื้นที่ตรวจสอบการลริหารจัดการน้ำที่เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ สิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือปริมาณน้ำที่เหลือใช้เฉพาะการอุปโภคบริโภค หากฝนไม่ตกลงมา และเราไม่มีวิธีการแก้ไข พี่น้องประชาชนที่อาศัยน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาจะเดือดร้อนภายในสองเดือนนี้ ส่วนภาคการเกษตรหากไม่มีฝนลงมาจะเดือดร้อนแน่นอน เพราะขณะนี้เดือดร้อนอยู่แล้ว จึงต้องเร่งแก้ปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรโดยใช้การทำฝนเทียม

สำหรับตัวเลขปริมาณน้ำในเขื่อนทั้งหมดมีปริมาณน้ำเหลืออยู่แต่ 1,400 ล้านลูกบาศก์เท่านั้นซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง พร้อมยืนยันว่าแม้รัฐมนตรีในกระทรวงมาจากต่างพรรคการเมืองถึง 4 พรรค แต่การทำงานและการขับเคลื่อนนโยบายจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างแน่นอน

ส่วนกระแสข่าวว่า พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาร่วมงานสัมมนาพรรคพลังประชารัฐครั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ทราบว่า นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ได้เรียนเชิญ พล.อ.ประวิตร หรือไม่ หากเรียนเชิญ คาดว่าท่านก็คงจะมา ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ก็ได้สอบถามตนมาเหมือนกันว่าเป็นงานเกี่ยวกับอะไร แต่ยืนยันว่าไม่มีการลงพบปะกันระหว่างลงพื้นที่พรุ่งนี้&amp;nbsp;


ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายคุณสมบัติของตน ในการแถลงนโยบายรัฐบาลวันที่ 25-26 กรกฎาคมนี้ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนเองได้แถลงข่าวชี้แจงกับสื่อมวลชนไปหมดแล้ว และเชื่อว่าประชาชนที่ติดตามเรื่องนี้ได้รับความกระจ่างไปแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีความกังวลใจในเรื่องนี้ เพราะประเด็นสำคัญในวันดังกล่าวคือการแถลงนโยบาย ก่อนที่รัฐบาลชุดนี้จะปฏิบัติหน้าที่ จึงอยากให้ไปเน้นตรงนั้นมากกว่า ส่วนนโยบายขอฃกระทรวงเกษตรฯ คงเป็นเรื่องของราคาพืชผลทางการเกษตรและภัยแล้ง เพราะถือเป็นงานหลักและงานหนักของกระทรวง ซึ่งหลังแถลงนโยบายเสร็จ รัฐมนตรีของกระทรวงทั้ง 4 ท่าน ก็จะเดินหน้าทำงานอย่างเอาจริงเอาจังเพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นรูปธรรม
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41533</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซักฟอกบิ๊กตู่, ซักฟอกรัฐบาลแถลงนโยบาย, ธรรมนัส  พรหมเผ่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190713/image_big_5d29664ebed1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37627</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2019 17:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2019 17:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรุ่งนี้เดือด!เพื่อไทยเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ&#039;บิ๊กตู่&#039; ดัน&#039;ลิตเติ้ลแม้ว&#039;ชิงเก้าอี้นายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.62- ที่พรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค แถลงภายหลังการประชุมส.ส.พรรคว่า ที่ประชุมได้มีการพูดคุยใน 2 เรื่องใหญ่ๆ คือ 1.การทำหน้าที่ในสภาเพื่อโหวตนายกฯในวันที่ 5 มิ.ย. และ 2.การตัดสินใจส่งบุคคลชิงนายกฯหรือไม่ แม้พรรคเพื่อไทยจะได้ส.ส.เป็นอันดับหนึ่งแต่ไม่สามารถที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้ เนื่องจากกติกาที่พิกลพิการ เราจึงจำเป็นที่จะต้องประสานกับพรรคต่างๆ ซึ่งพรรคได้ตั้งเป้าหมายไว้ คือ ไม่ให้มีการสืบทอดอำนาจ แก้รัฐธรรมนูญโดยเฉพาะการให้ส.ว.โหวตเลือกนายกฯ และกฎกติการต่างๆที่ถูกออกแบบมาให้เป็นอุปสรรคต่อการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราเข้าใจดีว่าประชาชนหลายล้านคนในพื้นที่ต่างๆจาก 136 เขตเลือกตั้ง อยากสนับสนุนพรรคเพื่อไทยให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ด้วยกติกาที่เป็นอยู่ทำให้เราไปไม่ถึงเป้าหมาย เราจึงจำเป็นต้องรักษาความร่วมมือของทั้ง 7 พรรคเอาไว้ ดังนั้นเราจึงมีมติว่าในการโหวตเลือกนายกฯในวันที่ 5 มิ.ย.พรรคเพื่อไทยจะไม่เสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯแข่งในสภาและจะสนับสนุนแนวทางของทั้ง 7 พรรคที่เปิดโอกาสให้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้แข่งขันกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เรายังรักษาเรายังรักษาสัญญาที่ให้ไว้ว่า จะไม่เป็นเงื่อนไข โดยไม่ขอรับตำแหน่งใดๆทั้งสิ้น เพื่อทำให้แนวร่วมที่จับร่วมมือกันได้ หาทางคลี่คลาย กฎกติกา รัฐธรรมนูญที่เป็นปัญหา เป็นอุปสรรคของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า การที่พรรคไม่เสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีจะตอบชาวบ้านอย่างไร นายภูมิธรรม กล่าวว่า &amp;nbsp;เรื่องนี้ที่ประชุมถกเถียงกันมาก แต่คิดว่าชาวบ้านเข้าใจเพราะประชาชนอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงไม่อยากเห็นพล.อ.ประยุทธ์ ยังทำหน้าที่อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่าส.ส.อีสานต้องการให้พรรคส่งคุณหญิงสุดารัตน์ ลงแข่งขันในนามพรรค นายภูมิธรรมกล่าวว่า ที่ประชุมมีเสียงแตกเป็นหลายส่วนแต่เมื่อพิจารณาแล้วว่าเราต้องหวงแหนความร่วมมือกันของทั้ง 7 พรรคเอาไว้เพื่อแก้ไขปัญหาในอนาคตทุกคนก็เห็นพ้องตรงกันว่าจะต้องเกินไปตามมติของพรรค สำหรับนายชัชชาติ หลังจากนี้จะมีบทบาทใหม่หรือไม่แต่ไม่ได้เกี่ยวกับการตัดสินใจในครั้งนี้และขณะนี้นายชัชชาติเองก็ยังเป็นสมาชิกพรรคยังมาประชุมและทำงานกับพรรคอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักว่าจะถูกมองว่าเลือกเพื่อไทยแต่ได้ธนาธร นายภูมิธรรมกล่าวว่า อันนี้ผมไม่ได้พูด คุณพูดเอง ไม่ได้พูดว่า เลือกเราได้ใคร แต่เราต้องฝ่าวิกฤติ และรัฐธรรมนูญที่พิกลพิการ การร่วมมือของพวกเรา เพื่อร่วมฟันฝ่าถือเป็นเรื่องที่สำคัญ นอกจากนี้ส่วนตัวมองว่าคนจะมาเป็นผู้นำ ก่อนจะโหวต ควรแสดงวิสัยทัศน์ ควรบอกประชาชนว่าจะจากนี้จะทำอะไรให้กับสังคม ด้วยวิธีการอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมประเด็นเสนอญัตติอภิปรายนายกฯหลายประเด็น อาทิ คุณสมบัติต้องห้ามนายกฯเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา160 หรือไม่ กรณีพล.อ.ประยุทธ์ คัดเลือกสว..250คน แล้วมาเลือกพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งดูแล้วไม่เป็นกลางทางการเมือง จะเข้าข่ายขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือไม่ ส่วนการอภิปรายจะวุ่นวายหรือไม่ อยู่ที่การควบคุมของประธานสภาฯ &amp;nbsp;และอยู่ที่ว่าจะมีการเปิดให้อภิปรายอย่างกว้างขวางหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ประเด็นที่พรรคเพื่อไทยเตรียมไว้มีมาก คาดว่ากระบวนการเลือกนายกฯจะจบในวันที่5มิ.ย.หรือไม่ นายชูศักดิ์กล่าวว่า ดูแล้วประเด็นที่จะอภิปรายมีอย่างกว้างขวาง ผมไม่มั่นใจว่าจะจบ. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37627</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซักฟอกบิ๊กตู่, ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, พรรคเพื่อไทย, เสนอชื่อธนาธร, แคนดิเดตนายก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190604/image_big_5cf6448a1d2e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
