<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซักฟอก‘พ่อ’บิ๊กตู่! ‘เหลิม’เย้ยรัฐบาลขาสั่นจ่ออภิปรายหลังตรุษจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สะพัด ข้อมูลอภิปรายเพื่อไทยพุ่งเป้าประยุทธ์-กลุ่มทุน เอื้อประโยชน์ต่างตอบแทน ลากไปถึง &amp;quot;พ่อบิ๊กตู่&amp;quot; ซื้อที่ดินสูงเกินจริง โยงรื้อสัญญาเช่าที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ให้ทุนดัง 50 ปี &amp;quot;เฉลิม&amp;quot; เผยซักฟอกหลังตรุษจีน อยากให้คนจีนสนใจเยอะๆ ถ้า &amp;quot;ชวน&amp;quot; อนุญาตจะขุดตั้งแต่รัฐบาล คสช. ยอมรับ &amp;quot;ลูกวัน&amp;quot; พรรษายังไม่ถึง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย โดยมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาความพร้อมในการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ.เฉลิมแถลงว่า เบื้องต้นคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย กำหนดตัวรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายไว้ 5 คน โดยจากนี้จะเสนอนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพื่อนำไปหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอีก 6 พรรคว่า จะมีการเพิ่มเติมรัฐมนตรีท่านอื่นอีกหรือไม่ ซึ่งถ้าหากมีตนก็ไม่ขัดข้อง ถือว่าเป็นสิทธิอย่างชอบธรรมในการทำงานร่วมกัน หรือแม้แต่คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย หากมีข้อมูลและตัวบุคคลไว้ส่วนหนึ่งแล้ว ตนก็ไม่ขัดข้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าขณะนี้มีความพร้อม 100% ส.ส.ผู้ที่จะอภิปรายก็พร้อม พยานหลักฐานก็พร้อม จะไม่ทำให้พี่น้องประชาชนผิดหวัง แต่ขอยังไม่เปิดเผยชื่อผู้อภิปราย เพราะรัฐบาลนี้ต่อเนื่องมาจากคสช. มีนิสัยเกเร ใครเห็นต่างหัวแตก ปากแตก ถูกทุบรถ และยังไม่สามารถจับใครได้เลย ทั้งนี้ เบื้องต้นผู้อภิปรายทั้งหมดน่าจะประมาณ 25 คน ส่วนวันเวลาในการอภิปรายนั้น ตนอยากให้พ้นเทศกาลตรุษจีนไปก่อน อยากให้คนจีนสนใจเยอะๆ&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลเพิ่งทำงานได้ 5 เดือน ไม่ควรอภิปรายเรื่องเก่านั้น ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ไม่คัดค้าน แต่ไม่เห็นด้วย เพราะรัฐบาลชุดนี้ทำงานต่อเนื่องมาโดยตลอด ไม่เคยถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะมีผู้นำปฏิวัติเป็นนายกฯ มีมาตรา 44 มี สนช.ในสภา แล้วใครจะกล้า ดังนั้น อย่ามากำหนดว่าอะไรควรหรือไม่ควรพูด อยู่ที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลกินยาผิดซองแล้ว ไหนว่าไม่กลัว อย่างนี้เรียกว่าปากกล้าขาสั่น หมดเวลาแล้ว พอเถอะ วันนี้ไม่มีใครกลัวใคร ประเทศเป็นประชาธิปไตยแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่มีการเปิดเผยข้อมูลการซื้อขายที่ดินของครอบครัวของ พล.อ.ประยุทธ์ย่านบางบอนนั้น ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ไม่สามารถพูดได้ว่าจะโยงไปถึงหรือทำให้ พล.อ.ประยุทธ์มีตำหนิหรือไม่ แต่ยืนยันว่ามวยยกแรกเริ่มขึ้นแล้ว ส่วนรายละเอียดนั้นมีผู้ที่จะอภิปรายแล้ว ตนไม่อยากพูดมาก เดี๋ยวรสชาติไม่มี เพราะตนเป็นแค่กองหนุน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะได้อภิปรายในสมัยรัฐบาลคสช. ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า หากนายชวนอนุญาต รัฐบาลก็ทำได้แค่ยืนขึ้นแล้วบอกว่าขอไม่ตอบ ซึ่งก็เป็นเรื่องของคุณ ส่วนประเด็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นจะยังไม่ขอบอก เพราะต้องรออีก 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านด้วย แต่มั่นใจว่าหลังจากอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น จะทำให้กระแสสังคมเบื่อนายกฯ และรัฐบาล จนคนชิงชังว่า ทำกันได้ขนาดนี้เชียวหรือ ส่วนจะล้มรัฐบาลได้หรือไม่นั้น ขอถามกลับว่ามีสมัยไหนที่เขาโหวตล้มกันเอง ไม่มีหรอก แต่ครั้งนี้ทายใจส.ส.ไม่ออก ถ้าข้อมูลฝ่ายค้านไหลมากๆ ส.ส.ก็อาจรักบ้านรักเมือง ไม่เอาด้วยกับรัฐบาลแล้วก็เป็นได้&amp;nbsp;
&amp;quot;ลูกวัน&amp;quot;พรรษาไม่ถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า จะส่งนายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย บุตรชาย เป็นตัวแทนในการอภิปรายด้วยหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า ถือเป็นสิทธิของนายวัน แต่ในใจตนนั้นมองว่าพรรษายังไม่ถึง ยังมีอีกหลายครั้ง ยังมีเวลา &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย รองประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จะมีการหารือกับอีก 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านในสัปดาห์หน้าเพื่อสรุปข้อมูล ฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ไม่เลอะเทอะ ไม่กระจัดกระจาย แต่ชี้ให้ประชาชนเห็นถึงความไม่เหมาะสม เห็นถึงความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล ส่วนกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่หรือไม่นั้น อาจจะส่งผลกระทบต่อการวางตัวผู้อภิปรายหรือไม่ ไม่อยากพูดถึงเรื่องอนาคต แต่เป็นเรื่องของพรรคอนาคตใหม่ที่จะพิจารณา แต่มั่นใจว่าพรรคฝ่านค้านจะร่วมมือกันอย่างดีทั้ง 7 พรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า หลังจาก ร.ต.อ.เฉลิม &amp;nbsp;เข้ามาทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ ซึ่งรับผิดชอบดูแลข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลประยุทธ์ ซึ่งมีรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายแน่นอนอย่างน้อย 5 คน ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp; นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้มีการประชุมเป็นระยะๆ กับคณะทำงานกิจการพิเศษ และ ส.ส.ที่จะอภิปราย โดยเป้าหมายของการอภิปรายจะพุ่งเป้าไปยัง พล.อ.ประยุทธ์มากเป็นพิเศษ ในลักษณะทำงานเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนบางราย ที่เป็นในลักษณะต่างตอบแทน ทำให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงแก่ภาครัฐ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลที่จะอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ ประกอบด้วย การซื้อขายที่ดินของ พ.อ.ประพัฒน์ จันทร์โอชา ย่านบางบอนซอย 3 เนื้อที่ 50-3-08 ไร่ ให้กับบริษัทหนึ่งที่เป็นนอมินีของเจ้าสัวในวงการน้ำเมาคนดังระดับประเทศ ซึ่งสิ่งที่น่าผิดสังเกตคือ มีการตั้งบริษัทดังกล่าวขึ้นมาเพียงแค่ 7 วัน และจากนั้นมีการซื้อที่ดินมีมูลค่าสูงกว่าราคาประเมินถึง 600 ล้านบาท และจากกรณีดังกล่าวยังเกี่ยวโยงไปถึงเรื่องการแก้ไขสัญญาร่วมทุน ซึ่งเป็นสัญญาการบริหารและดำเนินกิจการศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยในยุครัฐบาลคสช. ได้ทำสัญญาใหม่ โดยไม่มีการเปิดให้มีการประมูล รวมทั้งให้สิทธิในการบริหารและดำเนินกิจการแก่บริษัทสูงถึง 50 ปี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ในการซื้อขายที่ดินย่านบางนา-ตราด ซึ่งสำนักงานบังคับคดีสมุทรปราการ ประกาศขายทอดตลาดที่ดินของบริษัท เอคิว เอสเตท ของกลุ่มกฤดามหานคร จำนวน 214 แปลง เนื้อที่ประมาณ 4,114 ไร่ ซึ่งราคาประเมินเดิมตารางวาละ 1.2หมื่นบาท แต่กลับขายในราคาต่ำกว่าราคาประเมินเหลือตารางวาละ 4,000 บาทเท่านั้น โดยมีการแยกขายเป็นรายแปลง ระบุให้ที่ผืนหนึ่งเป็นที่ตาบอด ที่อีกผืนหนึ่งเป็นที่ติดถนน ทั้งที่ที่ดินทั้งสองผืนเป็นแปลงเดียวกัน โดยบริษัทที่ชนะการประมูลก็คือบริษัทร่วมทุนของเจ้าสัวคนดังในวงการน้ำเมาเช่นกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยเผยอีกว่า ในส่วนของการอภิปรายนายวิษณุกับนายดอนนั้น เกี่ยวกับประเด็นบริษัท ฟิลลิป มอร์ริสฯ ตามที่อัยการสูงสุดได้มีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องดำเนินคดี 2 คดี โดยคดีแรก เป็นการนำเข้าบุหรี่จากประเทศฟิลิปปินส์ รวมราคาบุหรี่และค่าอากร 20,210,209,582.50 บาท และคดีที่สอง เป็นการนำเข้าบุหรี่จากประเทศอินโดนีเซีย รวมราคาบุหรี่และค่าอากร 4,953,456,655.93 บาท รวมเป็นค่าบุหรี่และค่าอากรทั้งสิ้น 25,163,666,311.43 บาท&amp;nbsp;
&amp;quot;วิษณุ&amp;quot;แทรกแซง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่หลังจากมีรัฐบาล คสช.ที่มาจากการยึดอำนาจ นายวิษณุ เข้าไปแทรกแซงการดำเนินคดีของพนักงานอัยการ เมื่อวันที่ 9มิ.ย.2558 ได้เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปปรึกษาหารือที่ทำเนียบรัฐบาล โดยผลประชุมเพื่อให้บรรเทาความเสียหายแก่บริษัท ฟิลลิป มอร์ริสฯ เสนอให้อัยการสูงสุดถอนฟ้อง แต่พนักงานอัยการไม่เห็นด้วย เพราะได้สั่งฟ้องแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์มีหนังสือเสนอร่าง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ... ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ให้ยกเลิก พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 และให้ใช้ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.... ฉบับใหม่แทน ต่อมา พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และได้ยกเลิก พ.ร.บ.ฉบับเก่าไป ซึ่ง พ.ร.บ.ฉบับใหม่นั้น กลับระบุให้รับโทษค่าปรับน้อยกว่า โดยนำเฉพาะค่าอากรที่หลีกเลี่ยงเท่านั้นมาเป็นฐานในการคำนวณค่าปรับ ส่วนค่าของหรือราคาสินค้าไม่ได้นำมาคำนวณเป็นฐานในการชำระค่าปรับ และยังเปิดโอกาสให้ใช้ดุลพินิจปรับได้ตั้งแต่ 0.5 เท่าถึง 4 เท่า
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ หลังจากที่ประกาศใช้ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560แล้ว นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ส่งหนังสือไปถึงนายวิษณุ 2 ฉบับ คือ ลับที่สุด ด่วนมากที่ กต 0804/438 ลงวันที่ 23 ก.ค.2561 เรื่องความเห็นเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาทระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์กรณีสินค้าบุหรี่นำเข้า (DS371) และหนังสือลับที่สุด ด่วนที่สุด ที่ กต 0804/13 เรื่องการะงับข้อพิพาทระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์ กรณีสินค้าบุหรี่นำเข้า (DS371)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ระบุรัฐบาลเพิ่ง 5 เดือน อย่าอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องเก่าว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องทำความเข้าใจกับตัวเองว่าเป็นนายกรัฐมนตรี คสช.มา 5 ปี รัฐบาลหลังเลือกตั้งอีกเกือบปี เข้าสู่ปีที่ 6 ประชาชนเบื่อ ดาหน้าออกมาโพสต์ระบาย จนทำให้แฮชแท็ก&amp;ldquo;เบื่อนายก&amp;rdquo; เป็นแฮชแท็กที่ถูกติดมากเป็นอันดับหนึ่ง ประชาชนเห็น พล.อ.ประยุทธ์มาเกือบ 6 ปี ตัดสินใจได้ว่ามีทักษะความรู้ความสามารถในการบริหารประเทศในระดับใด ถ้าเก่งจริง ดีจริง คงสร้างผลงานจนเป็นที่ประจักษ์ไปตั้งแต่ช่วงปีแรกๆ แล้ว ในอดีตรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในขณะที่ทำงานได้ 4 เดือน เวลามากน้อย จึงไม่ใช่สาระสำคัญ สิ่งสำคัญคือ บริหารราชการแผ่นดินจนเกิดความผิดพลาด สร้างความเสียหายหรือไม่ การที่คนในรัฐบาลดาหน้าออกมาห้ามพรรคเพื่อไทยและพรรคฝ่ายค้านไม่ให้อภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยเรื่องเก่านั้น ไม่เข้าใจว่ากลัวอะไรกันนักหนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าเรื่องเก่ายังคงส่งผลหรือมีผลจนถึงปัจจุบัน สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติและประชาชนจำนวนมาก สามารถอภิปรายไม่ไว้วางใจได้หรือไม่ เชื่อว่าถ้าประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ฝ่ายค้านเปิดเผย รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอยู่ไม่ได้ อย่างน้อยต้องมีการปรับ ครม.และเมื่อปรับ ครม.จะเกิดความโกลาหลวุ่นวาย ส.ส.ปัดเศษ จากพรรคขนาดเล็กจะรวมตัวกันต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีโควตาพรรคเล็ก ต้องแจกกล้วยรอบใหญ่ๆ กันอีกหลายรอบ เมื่อไปสู่จุดนั้นเตรียมตัวนับถอยหลังอายุรัฐบาลประยุทธ์ได้เลย 1 ปี มี 12 เดือน ถ้าเป็นมวยก็ 12 ยก ไม่มั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์จะยืนระยะได้กี่ยก จะโดนน็อกยกไหน โดยเฉพาะช่วง 6 ยกแรก นักหนาสาหัสมาก ยืนยันว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ นำไปสู่การล้มรัฐบาลและเปลี่ยนตัวนายกฯ ได้แน่นอน&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว
ไม่กลัว&amp;quot;เหลิม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กรณีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ จะนัดหารือเพื่อรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า พรรคภูมิใจไทยมั่นใจว่าทุกท่านที่ถูกอภิปรายจะมีเหตุผลในการชี้แจงได้ และสปิริตของการร่วมกันเป็นหมู่คณะ ต้องมีอยู่แล้วในขอบข่ายที่ทุกอย่างต้องไม่ทำเพื่อประโยชน์ของตนเอง ต้องกระทำด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองและประชาชน มีหลักอยู่แล้ว สปิริตก็มีหลักของการยอมรับได้ ยอมรับไม่ได้ก็มี ฉะนั้นไม่ต้องห่วงคนที่เป็น ส.ส.ทุกคนมีวิจารณญาณรับฟังและต้องตัดสินใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การนำทีมอภิปรายของฝ่ายค้าน โดยมี ร.ต.อ.เฉลิมเป็นกุนซือดูแล้วน่ากลัวหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าทำด้วยเจตนาที่สุจริตก็ไม่ต้องกลัว แต่ถ้ามีเจตนาไม่สุจริตก็ต้องกลัวเป็นธรรมดา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มั่นใจในการทำหน้าที่ของผู้ถูกอภิปรายว่ายังไม่ถึงขั้นถูกล้มในสภาหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า อยากให้ทุกฝ่ายรักษาบรรยากาศ ตอนนี้ปีใหม่แล้วบ้านเมืองต้องก้าวหน้าต่อไป การจะอภิปรายหรือกล่าวหาอะไรต่างๆ ขอให้มีขอบเขต นั่นหมายถึงอภิปรายรัฐบาลนี้ควรพูดถึงเรื่องที่ทำในรัฐบาลนี้ ไม่ใช่พูดถึงอนาคตหรืออดีต หรือไปคุ้ยอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลชุดปัจจุบัน จะได้จำกัดวงได้ และสามารถชี้แจงประชาชนได้อย่างชัดเจน แต่ถ้าโอเพนมารอบด้าน อาจไม่เข้าข่าย และจะทำให้เกิดความเคลือบแคลงระแวงสงสัย แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน ตรงนี้ต้องดู ถ้ารัฐบาลทำตรงไหนไม่ดีไม่งาม มีวาระซ่อนเร้นอะไรต่างๆ อันนี้ต้องขุดมาเต็มที่เลย คนที่รับผิดชอบต้องชี้แจงให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าถ้าถึงขั้นนั้นพรรคภูมิใจไทยจะปกป้องหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าผิดจริงปกป้องไม่ได้ สปิริตของการอยู่ร่วมกัน ใครกลั่นแกล้ง เอาข้อความอันเป็นเท็จมาใส่ร้ายป้ายสี เราต้องช่วยกันปกป้อง แต่ถ้าบุคคลนั้นกระทำการทุจริต ผิดกฎหมาย อย่าว่าแต่รัฐบาลด้วยกัน คนในพรรคยังปกป้องไม่ได้เลย หากคนในพรรคทำแบบนั้นตนคงไม่รอให้ไม่ไว้วางใจ เชือดก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าดูเหมือนรัฐบาลต้องทำงานหนัก หมอดูทำนายทายทักการเมืองวิกฤติหนักถึงขั้นยุบสภา นายอนุทินกล่าวว่า หวังว่าหมอดูคงไม่แม่น เราต้องเอาความขยัน ความตั้งใจมุ่งมั่นทุ่มเททำงานให้กับบ้านเมือง คนที่จะมาบริหารราชการแผ่นดินได้ โอกาสมีไม่เยอะกว่าจะมาได้ต้องฟันฝ่าอุปสรรคต่อสู้แข่งขันมา เมื่อมีโอกาสต้องทำในสิ่งที่ดี ถ้าทุกคนขยันทำงานด้วยกันจะเป็นพลังสามารถทนทานกับแรงกดดันต่างๆ ได้ วันนี้เราทำดีที่สุด ทำตามสิ่งที่ให้สัญญาไว้กับประชาชนให้ได้มากที่สุด ต้องมั่นใจว่าครบหรือไม่ครบวาระ เรายังอยู่ในใจประชาชน สิ่งที่จะตัดสินอนาคตของเราคืองานและผลงาน และประชาชน เราตัดสินตัวเองไม่ได้ ดังนั้นต้องทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้สมบูรณ์ที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า สถานการณ์ทางการเมืองปี 2563 มีแนวโน้มจะเข้มข้นขึ้น แต่ตนเชื่อว่าคงไม่มีการลุกลามบานปลายสร้างความเสียหายให้ประเทศเหมือนในอดีต เพราะพี่น้องประชาชนมีบทเรียนมาแล้ว คงไม่ยอมให้ประเทศเสียหาย และจะเป็นการซ้ำเติมประเทศทางด้านเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันรัฐบาลจะไม่ขอเป็นคู่ขัดแย้งกับใคร พยายามหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางการเมือง มุ่งเน้นทำงานให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะจะมีการเร่งดำเนินนโยบายต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน การดูแลสวัสดิการ รวมไปถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ อย่างไรก็ตาม ตนมั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สามารถนำพาประเทศไปสู่จุดหมายที่ประชาชนคาดหวังได้ แม้ว่าจะเจอปัญหาอุปสรรคมากมายก็ตาม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่พรรคฝ่ายค้านเตรียมขุนพล 25 คนอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร เป็นเรื่องที่ดีที่ฝ่ายค้านต้องตรวจสอบรัฐบาลตามกลไกรัฐสภา รัฐบาลพร้อมที่จะชี้แจงทุกประเด็น ไม่กลัวถูกน็อกกลางสภา ตามที่ฝ่ายค้านขู่ เพราะมั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต แต่ทางที่ดีฝ่ายค้านเองก็ต้องระวังด้วย เพราะหอกอาจจะหันพุ่งใส่ตัวเองก็ได้ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย สมัยที่เป็นรัฐบาลก็เกิดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันใช่หรือไม่ ดังนั้น การจะอภิปรายกล่าวหารัฐบาล หากนำข้อมูลหลักฐานที่ไม่ถูกต้องก็ต้องรับผิดชอบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวด้วยว่า สำหรับ ร.ต.อ.เฉลิม ซึ่งเป็นผู้ดูแลการอภิปรายนั้น ด้วยความเคารพผู้อาวุโส แต่เท่าที่เห็นขณะนี้ยังไม่น่ากลัวอะไร โลกวันนี้เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ร.ต.อ.เฉลิมเองก็ไม่ได้เป็นส.ส. ท่านอยู่นอกสภา ไม่ได้มาอภิปรายเอง ทำให้เวลามาสภาคงไม่เจอเฉลิมแล้ว จะเจอก็แต่นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ลูกชายท่าน วันนี้ประชาชนจึงอยากให้นายวันเป็น 1 ใน 25 ขุนพลด้วย เพราะหวังว่าจะได้ฟังการอภิปรายที่ดีกว่า ส.ส.หน้าเดิมๆ ที่หมุนเวียนกันอภิปรายจนประชาชนเริ่มจะเบื่อ และเชื่อว่านายวันอาจจะมีลีลาการอภิปรายที่น่าสนใจมากกว่าก็เป็นได้.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53771</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซักฟอกหลังตรุษจีน, พรรคเพื่อไทย, พ่อบิ๊กตู่, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200103/image_big_5e0f4bcdec497.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
