<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2020 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2020 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;นนทบุรี-บุรีรัมย์&quot;โมเดลกำจัดซากขยะอิเล็กทรอนิกส์  บทจำลองผลักดันร่าง กม.จัดการฯฉบับแรกของไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซากขยะโทรศัพท์มือถือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;หนึ่งในขยะอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากกว่า 400,000 ตัน ต่อปี &amp;nbsp;กำลังสร้างปัญหาสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อมภายในประเทศไทย เพราะสถานที่รับคืนขยะอิเล็กทรอนิกส์มีจำกัด ชาวบ้านทิ้งปะปนกับขยะทั่วไปหรือขายให้ซาเล้ง รถเร่ กลุ่มซาเล้งขายต่อให้ร้านรับซื้อถอดแยกชิ้นส่วนขยะ ทั้งที่เศษซากเหล่านี้จัดเป็นของเสียอันตราย ต้องกำจัดแบบปลอดภัย &amp;nbsp; &amp;nbsp;ชิ้นส่วนที่รีไซเคิลได้ จะถูกนำไปขาย ส่วนเศษซากที่เหลือกลับถูกกำจัดโดยการเผากลางแจ้ง &amp;nbsp;รวมถึงทิ้งในบ่อขยะชุมชน &amp;nbsp;สารอันตรายรั่วไหลต่อสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ความพยายามผลักดันการจัดการซากขยะพิษ ล่าสุด การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สนับสนุนโครงการ &amp;ldquo;ศึกษาวิจัยจำลองกระบวนการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์&amp;rdquo; ซึ่งมุ่งจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่สำคัญ 5 ประเภทอย่างถูกวิธี ได้แก่ คอมพิวเตอร์ ,เครื่องโทรศัพท์และโทรศัพท์ไร้สาย,เครื่องปรับอากาศ ,เครื่องรับโทรทัศน์ และตู้เย็น กำหนดระยะเวลาดำเนินโครงการ 15 เดือน คิกออฟเดือนกันยายน 2563 &amp;ndash; พฤศจิกายน 2564 เริ่มรับคืนซากราวเดือนมกราคม &amp;ndash;มีนาคม ปีหน้า จะนำร่องใน 2 พื้นที่ตัวอย่าง ได้แก่ จ.นนทบุรี ตัวแทนขยะพิษของกลุ่มคนเมือง และ จ.บุรีรัมย์ ตัวแทนเศษซากของกลุ่มชุมชนชนบท &amp;nbsp; โดยผลศึกษาวิจัยใช้สนับสนุนให้เกิด ร่างพระราชบัญญัติการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ &amp;nbsp;พ.ศ. &amp;hellip; เพื่อให้มีกฎหมายสำหรับจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โครงการวิจัยไม่ขึ้นหิ้งนี้ &amp;nbsp;กฟผ. ผนึกกำลังสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (สฟอ.) และกรมควบคุมมลพิษ &amp;nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดนนทบุรี จังหวัดบุรีรัมย์ &amp;nbsp;รวมถึงพันธมิตรสถาบันการศึกษา เพื่อสร้างต้นแบบจัดการเศษซากขยะอิเล็กทรอนิกส์ คุมมลพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประลอง ดำรงค์ไทย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า ปัญหาการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นในประเทศ มีข้อมูลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมชัดเจนต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจากการประกอบกิจการถอดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ &amp;nbsp;กรณี ต.โคกสะอาด อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ มี 287 หลังคาเรือน บริเวณบ้านถอดคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ มีเศษซากขยะอิเล็กทรอนิกส์ แผงวงจรเกลื่อนไปหมด ผู้ถอดคัดแยก นอกจากพ่อบ้าน แม่บ้าน ยังมีคนสูงอายุทำด้วย &amp;nbsp;ทั้งยังมีเด็กใช้ชีวิตบริเวณบ้าน ในบ่อขยะมีการทิ้งและเผาเศษซากที่เหลือ มีกลิ่นเหม็นรบกวน ก๊าซพิษ และพบการปนเปื้อนโลหะหนักของทองแดง ตะกั่ว นิกเกิล สารหนูเกินค่ามาตรฐาน &amp;nbsp;แหล่งน้ำที่ผลิตประปา แหล่งน้ำธรรมชาติ พบสารหนู ทองแดง ตะกั่ว เกินมาตรฐาน &amp;nbsp;ในดินก็เกินค่ามาตรฐาน ด้านสุขภาพพบตะกั่วในเลือดเด็กต่ำกว่า 5 ปี เกินมาตรฐาน บริเวณรอบบ้านฆ้องชัยเป็นพื้นที่ปลูกข้าว เสี่ยงการปนเปื้อน &amp;nbsp;นอกจากนี้ คพ.ได้ตรวจพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ,จ.อุบลราชธานี รวมถึงซอยเสือใหญ่อุทิศ กรุงเทพฯ ที่มีการแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ แต่ละพื้นที่จัดการต่างกัน แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ต่างกัน &amp;nbsp;เพราะบ้านเราไม่มีกฎหมายเฉพาะสำหรับจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ &amp;nbsp;นำมาสู่การผลักดันร่างกฎหมายจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าฯ &amp;nbsp; ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนค้างการพิจารณาในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ วาระที่ 2 วันนี้ ยังพบจุดอ่อนร่าง พ.ร.บ. คาดว่า ร่างกม&amp;hellip;จะแล้วเสร็จเดือน ก.ย. ปี 2564

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ต้องเป็นรูปธรรม และลดปริมาณขยะพิษเหล่านี้ ปัจจุบันไทยออกประกาศห้ามนำเข้าจากต่างประเทศ 428 รายการ แต่ประเทศไทยยังมีซากผลิตภัณฑ์ฯ กว่า 4 แสนตันต่อปี ที่เป็นพิษต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม จากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า 5 ประเภท คือ ทีวี ตู้เย็น มือถือ แอร์ และโน็ตบุ๊ค การทิ้งในบ่อขยะผิด พ.ร.บ.สาธารณสุข &amp;nbsp;พ.ศ. 2535 บ่อขยะ 2,000 แห่งทั่วประเทศ ไม่มีที่ทิ้ง ส่วนท้องถิ่นไม่ปฏิบัติตามแนวทางที่กรมกำหนด &amp;nbsp;บ้างก็บอกรองบโรงไฟฟ้าจากขยะ &amp;nbsp;ปล่อยให้ปริมาณขยะพิษเพิ่มขึ้น หน้าฝนชะล้างปนเปื้อน หน้าร้อนกองขยะลุกไหม้ สร้างมลพิษ โครงการศึกษาวิจัยจำลองกระบวนการจัดการซากขยะอิเล็กทรอนิก เป็นการสร้างโมเดล ให้ร่างกฎหมายใหม่ครบถ้วนด้านการรับคืนซากตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง &amp;nbsp;ครอบคลุมถึงการจัดตั้งองค์กรกลางขึ้นมาบริหารจัดการ และตั้งกองทุนฯ ขึ้นมาดูแล แหล่งที่มาของรายได้จะอยู่ในราคาผลิตภัณฑ์ เช่น ตู้เย็นราคา 10,000 บาท จะจัดเก็บเข้ากองทุนฯ 500 บาท เป็นต้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.โทรทัศน์รุ่นเก่า ขยะอันตรายรอการจัดการอย่างถูกต้อง

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อธิบดี คพ. กล่าวด้วยว่า ระหว่างที่ยังไม่มีกฎหมายจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ ภาครัฐต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนมากขึ้น ออกคู่มือแนวทางจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ อีกทั้งฝากความหวังไว้ที่การทำงานของคณะทำงาน 3 ชุด ประกอบด้วยด้านการพัฒนากลไกการจัดการพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยกรมควบคุมมลพิษ ด้านการส่งเสริมและรณรงค์ประชาสัมพันธ์การจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และด้านการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากขยะพลาสติก โดยสภาอุตสาหกรรรมแห่งประเทศไทย การจัดการต้องอาศัยความร่วมมือทั้งกลุ่มผู้ผลิต ผู้รวบรวม ผู้ขนส่งและโรงงานถอดแยกชิ้นส่วน จึงจะแก้ปัญหายั่งยืน &amp;nbsp;

&amp;nbsp;ยงยุทธ ศรีชัย ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารด้านการใช้ไฟฟ้าและกิจการเพื่อสังคม กฟผ. กล่าวว่า กฟผ.สนับสนุนโครงการศึกษาวิจัยฯ ครั้งนี้ 5 ล้านบาท โดยสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (สฟอ.) เป็นหน่วยงานหลักในการศึกษาวิจัยจำลองกระบวนการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 15 เดือน ตั้งแต่เดือนกันยายน 2563 &amp;ndash; พฤศจิกายน 2564 ทั้งนี้ โครงการฯ จะเริ่มดำเนินกิจกรรมรับคืนซากประมาณการไว้ในช่วงเดือนมกราคม &amp;ndash; มีนาคม 2564 และดำเนินการขั้นตอนต่าง ๆ ผ่านระบบฐานข้อมูล Digital WEEE Manifest ซึ่งเป็นระบบที่พัฒนาเพื่อเป็นเครื่องมือติดตามซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง และจะนำร่องใน 2 พื้นที่ตัวอย่าง ได้แก่ จ.นนทบุรีประชากรมีกำลังซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบชุมชนเมือง และ จ.บุรีรัมย์ ประชากรมีศักยภาพซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างกัน ทั้งสองโมเดลที่เกิดจากการศึกษาจะบูรณาการ พัฒนาต่อยอดสู่การจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน เพราะซากผลิตภัณฑ์มีส่วนประกอบที่มีมูลค่า &amp;nbsp;

&amp;ldquo; โครงการศึกษานี้ กฟผ.ดำเนินการให้สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน &amp;nbsp;ตลอดจนสร้างความตระหนักให้ผู้ประกอบการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เกิดการปรับปรุง พัฒนากระบวนการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ถอดแยกได้ง่ายขึ้น และลดการใช้สารอันตรายในเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ทำให้เกิดการนำกลับมาใช้ใหม่ หรือ รีไซเคิล อย่างเป็นรูปธรรม ยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึง กฟผ.ส่งเสริมให้ประชาชนใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพผ่านมาตรการติดฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ซึ่งเป็นกลไกสำคัญเสริมสร้างความยั่งยืนด้านทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และพลังงานของไทย &amp;nbsp;&amp;ldquo; ยงยุทธ ย้ำผลวิจัยนี้จะสู่การปฏิบัติแน่นอน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฟผ.ผนึกพันธมิตรวิจัยจำลองการจัดการซากขยะอิเล็กทรอนิกส์ใน 2 พื้นที่นำร่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในฐานะที่เป็นจังหวัดนนทบุรี เป็นพื้นที่นำร่องวิจัยจำลองจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ ทิพย์อาภา ยลธรรม์ธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนนทบุรี ให้ข้อมูลว่า นนทบุรี เป็นเมืองที่ขยายตัวรวดเร็วมาก ประชากรอยู่อาศัยจำนวนมาก เกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ที่หมดอายุใช้งานแล้ว ปัจจุบันไม่ได้นิ่งนอนใจ &amp;nbsp;อปท. เก็บขนและรวบรวมซากขยะนี้ ไปส่งที่ศูนย์รวบรวมของเสียอันตรายของชุมชนของ อบจ.นนทบุรี ตั้งอยู่ อ.ไทรน้อย เพื่อส่งให้บริษัทเอกชนนำไปกำจัดอย่างถูกต้อง &amp;nbsp;

&amp;ldquo; แม้จะมีศูนย์ แต่อุปสรรคปัญหาตอนนี้ประชาชนนิยมนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ไปขายต่อให้ร้านรับซื้อของเก่า หรือนำไปบริจาค &amp;nbsp;อีกทั้งยังมี อปท. ที่ยังไม่มีรูปแบบแยกจัดเก็บ รวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะ จำนวนขยะของเสียอันตรายที่ส่งไปศูนย์รวบรวมฯ จึงมีจำนวนไม่มาก จากข้อมูลปี 62 ปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์เทศบาลนครนนทบุรีเก็บรวบรวมมีถึง 11.3 ตัน ส่วนปีนี้ตั้งแต่มกราคมถึงกรกฎาคม เก็บได้ 5 ตัน เราห่วงเก็บรวบรวมได้น้อย ปลายทางขยะไปที่ไหน ไม่ใช่ลักลอบทิ้ง เกิดอันตรายจากสารพิษในขยะ &amp;nbsp;สำหรับโครงการศึกษาจำลองจัดเก็บซากทั้งระบบ คงไม่รอถึง 15 เดือน ให้สมบูรณ์แบบ แต่ค่อยๆ จัดทำระบบ เก็บข้อมูลต้นทาง ปลายทาง &amp;nbsp;คิดว่า &amp;nbsp;ตอบโจทย์ปัญหา และจะได้รับคำแนะนำ สร้างเครือข่าย ต่อยอดกับหน่วยราชการ ภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง เกิดโมเดลที่ดี &amp;ldquo; ทิพย์อาภา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยงยุทธ ศรีชัย ผอ.ฝ่ายบริหารด้านการใช้ไฟฟ้าและกิจการสังคม กฟผ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อีกพื้นที่จำลองจัดการซากขยะพิษอยู่บุรีรัมย์ อนุพงศ์ สุขสมนิตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า จังหวัดบุรีรัมย์ อบต.แดงใหญ่ มี 103 ครัวเรือน ถอดคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นการจัดการขยะอันตราย ซึ่งจำเป็นต้องให้ความรู้กับประชาชน ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง &amp;nbsp;ด้านผู้ประกอบการถอดแยกขยะชิ้นส่วนต้องจัดการอย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจให้มากที่สุด &amp;nbsp;รวมถึงไม่เกิดมลพิษต่อชุมชนโดยรอบ การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ต้องศึกษาวิจัยให้ครบทุกมิติ ช่วยในพื้นที่บุรีรัมย์ อีกทั้งส่งเสริมการผลักดันกฎหมายใหม่ด้วย

&amp;ldquo; บุรีรัมย์ตั้งเป้าหมายการพัฒนา จะเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวอารยธรรมขอม ศูนย์กลางผลิตอาหารปลอดภัย &amp;nbsp;และด้านสิ่งแวดล้อมจะพัฒนาโดยไม่มีขยะล้นเมือง ไม่มีน้ำเสีย อากาศเป็นพิษ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญ โครงการวิจัยนี้เป็นกลไกหนึ่งขับเคลื่อน ทางจังหวัด &amp;nbsp; และอบต.แดงใหญ่ พร้อมร่วมงานจัดการขยะอิเล้กทรอนิกส์ตลอด 15 เดือน เพื่ออยากให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; อนุพงษ์ ยืนยันพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ &amp;nbsp;



&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77991</URL_LINK>
                <HASHTAG>#บุรีรัมย์, กฟผ., ซากขยะอิเล์กทรอนิกส์, นนทบุรี, นายประลอง ดำรงค์ไทย, ยงยุทธ ศรีชัย, ร่างพ.ร.บ.จัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f64ae37582dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
