<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2020 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2020 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮือฮา! พบครั้งแรกซากฟอสซิลหอยกาบบริเวณลำห้วยคลองยา จ.กระบี่ คาดอายุ 270-290 ล้านปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิ.ย.63 - นายนิวัฒน์ วัฒนยมนาพร&amp;nbsp;กรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น จ.กระบี่&amp;nbsp;พร้อมด้วยทีมงานชมรมคนรักถ้ำกระบี่ ได้เข้าสำรวจซากฟอสซิลหอยจำนวนมากที่บริเวณลำห้วยปากหมาก ภายในซอยสวนปาล์มมาเลย์ บ้านคลองยา ม.3&amp;nbsp;ต.คลองยา อ.อ่าวลึก จ.กระบี่&amp;nbsp;หลังจากรับแจ้งว่า พบฟอสซิลดังกล่าวจำนวนมาก ตลอดแนวลำห้วยระยะทางเกือบ 100 เมตร&amp;nbsp;สร้างความตื่นเต้นแก่ทีมสำรวจเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่าเป็นฟอสซิลหอยกาบ หรือหอบติบ ซึ่งเป็นหอยน้ำเค็ม อยู่ในยุคดึกดำบรรพ์&amp;nbsp;ยุคเพอร์เมียน&amp;nbsp;คาดว่าอายุราว 270-290 ล้านปี&amp;nbsp;จึงได้บันทึกภาพไว้ เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิวัฒน์&amp;nbsp;กล่าวว่าเป็นเรื่องที่แปลกมาก เนื่องจากบริเวณห้วยปากหมากอยู่ในเนินหุบเขาสูง มีลักษณะชั้นดิน ชั้นหิน&amp;nbsp;ห่างจากทะเลหลายสิบกิโลเมตร&amp;nbsp;แต่กลับพบเจอฟอสซิลหอยกาบ หรือ หอยติบ จำนวนมาก&amp;nbsp; ซึ่งเป็นหอยน้ำเค็ม อยู่ในจำพวกหอยสองฝา&amp;nbsp;ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา เป็นระยะเวลาหลายล้านปี เหมาะที่จะเป็นแหล่งอนุรักษ์ เพื่อให้ชนรุ่นหลังให้สืบค้น ศึกษาเรียนรู้และเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต&amp;nbsp;และคาดว่า บริเวณดังกล่าว หากมีการสำรวจอย่างจริงจังอาจะมีจะมีฟอสซิลอื่นเพิ่มเติมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิวัฒน์&amp;nbsp;กล่าวอีกว่าสำหรับการสำรวจพบฟอสซิลหอยกาบไม่เคยพบมาก่อน นับเป็นครั้งแรกของจังหวัดกระบี่ที่มีการพบฟอสซิล&amp;nbsp;ซึ่งจะได้แจ้งให้ทาง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจ.กระบี่ ได้รับทราบ&amp;nbsp;เพื่อจะได้หน่วยงานกรมทรัพยากรธรณีวิทยา เข้าสำรวจตรวจสอบอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68420</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, ซากฟอสซิล, ฟอสซิลหอย, แหล่งโบราณคดี จ.กระบี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200611/image_big_5ee1f8c78deff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทยานธรณีสตูล ขึ้นระดับโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ยูเนสโกประกาศให้อุทยานธรณีสตูลเป็นอุทยานธรณีโลก ผู้ว่าฯ เตรียมเชิญตัวแทนด้านการท่องเที่ยวและส่วนท้องถิ่น ร่วมหารือเตรียมยุทธศาสตร์วางมาตรฐานการท่องเที่ยว ย้ำสิ่งสำคัญต้องเป็นเจ้าบ้านที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภัทรพนธ์ รัตนพิเชฏฐชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เปิดเผยถึงองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ประกาศให้อุทยานธรณีสตูล (Satun Geopark) เป็นอุทยานธรณีโลก (Satun UNESCO Global Geopark) เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2561 หลังผ่านการประเมินหลักเกณฑ์คุณสมบัติของยูเนสโก ว่า มีความยินดีอย่างยิ่งที่อุทยานธรณีสตูลได้ก้าวขึ้นสู่อุทยานธรณีโลกแห่งแรกของประเทศไทย เนื่องจากเป็นปรากฏจริงตามหลักฐานทางธรณีวิทยา โดยเฉพาะซากฟอสซิลต่างๆ มีปรากฏชั้นหิน ชั้นดิน จุดน่าสนใจที่เรียกว่า จีโอพาร์กไซด์ มีการนำเสนอถึง 50 เปอร์เซ็นต์ แต่ทางยูเนสโกระบุว่าน่าสนใจอยู่ 30% ตรงนี้พอสรุปว่ามีอยู่มาก การที่ได้เป็นอุทยานธรณีโลกนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมาหารือกัน ไม่ว่าจะเป็นท่องเที่ยวและกีฬา หรือท้องถิ่น เพื่อวางยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวให้สอดคล้องกันอย่างครบวงจร มีมาตรฐาน โดยมีภาครัฐทำหน้าที่สนับสนุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อนักท่องเที่ยวมาแล้วก็ต้องเป็นเจ้าภาพที่ดี อาหาร ที่พักต้องสะอาด ราคาสมเหตุสมผล ไม่โก่งราคา ต้องเป็นมาตรฐาน ที่สำคัญต้องปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเดินทางไปล่องแก่ง เข้าถ้ำต่างๆ คนที่อยากมาเที่ยว เราจะพาเขาไปดูอะไรบ้าง แล้วชุมชนจะมีรายได้จากตรงไหนบ้าง ตรงนี้ต้องทำให้ดี&amp;quot; นายภัทรพนธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ สตูลกล่าวว่า ในส่วนโครงการใหญ่อย่าง ท่าเรือน้ำลึกปากบารา หรือโครงการเหมืองหิน ที่หลายคนกังวลถึงผลกระทบนั้น ส่วนนี้ไม่เกี่ยวกัน เป็นคนละเรื่องกัน เป็นเรื่องเฉพาะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับอุทยานธรณีสตูล (Satun Geopark) ตั้งอยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย ครอบคลุม 4 อำเภอของจังหวัดสตูล คือ ทุ่งหว้า มะนัง ละงู และ อ.เมือง ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาหินปูน มีเกาะน้อยใหญ่ และชายหาดที่สวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับธรรมชาติอันบริสุทธิ์ มากมายด้วยประวัติศาสตร์ และมีวัฒนธรรมประเพณีที่มีเอกลักษณ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7380</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีโอพาร์กไซด์, ซากฟอสซิล, นายภัทรพนธ์ รัตนพิเชฏฐชัย, ยูเนสโก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุทยานธรณีสตูล, อุทยานธรณีโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180418/image_big_5ad74d327f018.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
