<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8446</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2018 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2018 20:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระบุได้แล้ว ซากเรือใต้สมุทร 2 ลำที่พบระหว่างค้นหา MH370</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ภารกิจค้นหาเครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบินเอ็มเอช 370 ที่หายปริศนาเมื่อปี 2557 ทำให้พบซากเรืออับปาง 2 ลำ ซึ่งระบุได้แล้วว่าเป็นเรือขนถ่านหินสมัยศตวรรษที่ 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพที่ได้จากการค้นหาด้วยโซนาร์ เผยแพร่โดยสำนักงานความปลอดภัยด้านการคมนาคมออสเตรเลียเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2561 แสดงให้เห็นซากเรือก้นสมุทรที่พบระหว่างการค้นหาซากเครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบินเอ็มเอช 370&amp;nbsp; / AUSTRALIAN TRANSPORT SAFETY BUREAU / AFP &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครื่องบินของมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบินเอ็มเอช 370 ที่บินจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ไปกรุงปักกิ่ง มีผู้โดยสาร 239 คน ส่วนใหญ่เป็นคนจีน สูญหายไปเมื่อเดือนมีนาคม 2557 แม้หลายชาติที่นำโดยออสเตรเลียจะร่วมค้นหาเครื่องบินลำนี้ ซึ่งเป็นการค้นหาครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การบิน แต่ยังไม่พบซากเครื่องบินลำนี้ จนการค้นหายุติเมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้ว แต่สิ่งที่พบคือ ซากเรืออับปาง 2 ลำ ที่ความลึกใต้ท้องมหาสมุทร 3,900 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม พิพิธภัณฑ์เวสต์เทิร์นออสเตรเลียนเผยผลวิเคราะห์จากโซนาร์และข้อมูลวิดีโอการพบซากเรืออับปาง 2 ลำ โดยรอส แอนเดอร์สัน ภัณฑารักษ์ด้านโบราณคดีของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ให้ข้อมูลว่า ซากเรืออับปางทั้ง 2 ลำ เป็นเรือพาณิชย์ขนถ่านหินในศตวรรษที่ 19 ลำหนึ่งเป็นเรือไม้ ส่วนอีกลำเป็นเรือเหล็ก เรือสินค้าในยุคนั้นส่วนใหญ่มีลูกเรือลำละราว 15-30 คน แต่บางครั้งกัปตันเรือนำลูกเมียร่วมเดินทางด้วย และอาจมีผู้โดยสารคนอื่นบนเรือด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอนเดอร์สันเผยว่า ยากจะระบุว่าซากเรือที่พบเป็นเรือลำใดแน่ แต่จากข้อมูลการเดินเรือของสหราชอาณาจักร คาดว่าซากเรือไม้ที่พบน่าจะเป็นเรือดับเบิลยูกอร์ดอน ซึ่งหายสาบสูญระหว่างเดินทางจากเมืองกลาสโกว์ในสกอตแลนด์ไปเมืองแอดิเลดของออสเตรเลีย เมื่อปี 2419 หรืออาจเป็นเรือมักดาลาที่ออกจากเมืองเพนาร์ธในเวลส์ไปเมืองเตอร์นาเตในอินโดนีเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรือเหล็กมีความเป็นไปได้หลายลำ ได้แก่ เรือโคริงกาที่หายสาบสูญไปในปี 2437, เรือเลคออนตาริโอ (2440) และเรือเวสต์ริดจ์ (2426) จากหลักฐานที่มีอยู่ เรือเวสต์ริดจ์มีความเป็นไปได้มากที่สุด และสาเหตุที่เรือจมน่าจะมาจากการระเบิด ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยกับเรือสินค้าที่ขนถ่านหินในสมัยนั้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8446</URL_LINK>
                <HASHTAG>MH370, ซากเรือ, มาเลเซียแอร์ไลน์, อับปาง, เรือขนถ่านหิน, เอ็มเอช370</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180503/image_big_5aeb09599a79c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 20:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 20:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขุดพบซากเรือโบราณ ปืนใหญ่ อายุกว่า200ปีที่ตรังคาดช่วงกบฏไทรบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย.61-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายคล่อง หูเขียว ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 2 ต.บ้านนา อ.ปะเหลียน ได้รับแจ้งจาก นายอัฐพงษ์ เจริญฤทธิ์ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39/2 หมู่ 4 ต.บ้านนา อ.ปะเหลียน ว่าได้ขุดพบปืนใหญ่และข้าวของเครื่องใช้สมัยโบราณรวมทั้งโครงสร้างเรือ บริเวณภายในลำคลองสายเก่า ขนาดความกว้าง 5 เมตร ลึก 10 เมตร ที่ไหลผ่านสวนของ พลตรีสมใจ ชัยศิริอายุ 80 ปี อดีตทหารประจำการ ที่มีการปรับปรุงพื้นที่เพื่อทำการปลูกมะพร้าวจึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย นายสมพรอ่อนชาติ ปลัดอำเภอ นายเสรี พันธุศักดิ์ วัฒนธรรมอำเภอ และ ด.ต.วัศพล เกลี้ยงจุ้ย ชปข.กอ.รมน.ตรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงสถานที่พบชาวบ้านจำนวนกว่า 100 คน กำลังตกตะลึงและมุงดูปืนใหญ่ ขนาดความยาว 1.45 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 80ซม. ขนาดลำกล้อง 3 นิ้ว ไม้กงเรือ 2 กง เสากระโดงเรือ 3 เสา ความยาว 10เมตร ไม้หัวเรือ 1 อัน และเศษกระเบื้อง เศษจาน เศษหม้อดินและเศษเครื่องสังคโลกจำนวนมาก ที่นำขึ้นมาจากลำคลองดังกล่าวมาตั้งไว้ด้านบน หลังจากช่วงเย็นของวานนี้ที่ผ่านมา(23 เม.ย.61) นายอัฐพงษ์ เจริญฤทธิ์ อายุ 30 ปีได้รับจ้างจากเจ้าของสวนดังกล่าวเพื่อขุดลอกคลองและปรับปรุงพื้นที่สวนระหว่างนั้นได้ขุดพบปืนใหญ่และเศษซากเครื่องใช้ต่างๆ รวมทั้งโครงสร้างเรือ ก่อนแจ้งไปยังผู้นำท้องถิ่นให้เข้าตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลตรีสมใจ &amp;nbsp;กล่าวว่า ในอดีตเมื่อ 40ปี ที่แล้วเคยมีชาวบ้านในพื้นที่พบปืนใหญ่จำนวน 2กระบอกในพื้นที่ดังกล่าวมาแล้วและได้ส่งมอบให้ทางสำนักศิลปากรเป็นผู้ดูแล โดยส่วนตัวตนเองคิดว่าสิ่งของต่างอาจจะอยู่ในช่วงสมัยกบฏไทรบุรีในปีพ.ศ.2380 หรือในช่วงเดียวกันอาจจะมาการเข้ามาจอดเรือเพื่อหลบพายุแล้วเกิดเรืออับปางแต่เชื่อแน่ว่าจะต้องมีสิ่งของอยู่ภายในลำคลองแห่งนี้อีกมากและพร้อมจะให้ความสะดวกกับเจ้าหน้าที่ในทุกขั้นตอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเสรี พันธุศักดิ์ วัฒนธรรมอำเภอ กล่าวว่าขณะนี้ได้สั่งการให้หยุดทำการขุดในลำคลองดังกล่าวและสั่งห้ามให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าในพื้นที่พร้อมประสานฝ่ายปกครองให้จัดชุดเวรยามเฝ้าดูแลตลอด 24ชม.พร้อมได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่จากสำนักศิลปากรที่ 15 ภูเก็ต เข้ามาตรวจสอบเพื่อเก็บรายละเอียดหาความเป็นมาอย่างแน่ชัดในเร็วๆนี้จากการตรวจสอบในเบื้องต้นสันนิษฐานว่า สิ่งของเหล่านี้น่าจะอยู่ในสมัยของรัชกาลที่5 ถึง รัชกาลที่ 6 สมัยช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หรืออาจจะเก่ากว่านั้นในสมัยช่วง กบฏไทรบุรี พ.ศ.2380 ช่วงรัชกาลที่ 3 ที่มีอายุกว่า 200 &amp;nbsp;กว่าปีมาแล้ว ซึงในพื้นทีอำเภอปะเหลียนเคยมีประวัติศาสตร์การเชื่อมโยงประวัติความเป็นมาและเคยพบวัตถุโบราณมาแล้วแต่อย่างไรต้องรอตรวจสอบให้แน่ชัดอีกต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7782</URL_LINK>
                <HASHTAG>200 ปี, ขุดพบปืนใหญ่โบราณ, ซากเรือ, ตรัง, ปะเหลียน, รัชกาลที่5-6, สมัยกบฏไทรบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5adf2a5c210a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
