<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2020 19:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2020 19:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหตุเกิดที่ด่านเหอโข่ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เส้นทางซาปา-หล่าวกาย เป็นทางคดเคี้ยวลงเขา ระยะทางแค่ 20 กิโลเมตร แต่ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมงเต็ม ค่ารถตู้ 50,000 ดอง มากกว่ามินิบัสประจำทางที่เก็บ 30,000 ดอง อาจด้วยเหตุว่าเวลาที่ผมเรียกใช้บริการอยู่ในช่วง 11.00-13.00 น. มินิบัสพักเที่ยงหยุดวิ่ง รถตู้จึงถือโอกาสเพิ่มค่าโดยสาร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
อาคารร้านค้าใกล้ๆ สถานีรถไฟหล่าวกาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รถตู้ลงถึงพื้นราบเข้าสู่ตัวเมืองหล่าวกายอันเป็นเมืองหลวงของจังหวัดหล่าวกายชื่อเดียวกัน ข้ามแม่น้ำแดงสู่ลานจอดรถหน้าสถานีรถไฟหล่าวกาย จอดที่นี่เป็นป้ายสุดท้าย มินิบัสก็มีปลายทางที่สถานีรถไฟเช่นกัน ชายแดนเวียดนาม-จีนอยู่ห่างออกไปประมาณ 2 กิโลเมตร คืนนี้ผมต้องนอนค้างในหล่าวกาย พรุ่งนี้จะข้ามแดนไปประเทศจีน และนั่งรถไฟจากเหอโข่ว เขตปกครองตนเองชนเผ่าเย้าไปยังคุนหมิง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายรอบสถานีรถไฟมีที่พักหลายแห่ง ชายหญิง 3-4 คนเดินมาเสนอห้องพักคืนละ 150,000 ดอง หรือประมาณ 200 บาทเท่านั้น แต่ผมได้จองเกสต์เฮาส์ไว้แล้วชื่อ Ling Giang ราคาคืนละ 180,000 ดอง ห่างจากคิวรถตู้หน้าสถานีรถไฟแค่ประมาณ 100 เมตร เดินเข้าไปไม่เห็นใคร กระทั่งไปยืนใกล้เคาน์เตอร์ ลุงเจ้าของที่พักกำลังนอนกลางวันอยู่บนแคร่ด้านหลัง ผมเรียก &amp;ldquo;ซินจาว&amp;rdquo; 3 ครั้ง ไม่ตื่น ตัดสินใจวางเป้หลังไว้บนเก้าอี้ตัวหนึ่ง นำเป้ใบเล็กใส่ของมีค่าเดินไปหามื้อเที่ยงด้านข้างสถานีรถไฟ เลือกได้ร้านหนึ่ง เจ้าของร้านเป็นผู้หญิงวัยกลางคนเข้ามานั่งตรงข้าม เสนอห้องพักชั้นบนของร้านอาหาร ราคาคืนละ 150,000 ดอง ทั้งที่ผมบอกว่ามีที่พักแล้วเธอก็ยังชักชวน พอรู้ว่าผมจะเดินทางไปเมืองจีนก็ขอแลกเงินดองที่เหลือกับเงินหยวน ผมบอกว่าอีกประมาณ 2 สัปดาห์ก็จะกลับเข้าเวียดนามอีกครั้ง ยังมีความจำเป็นต้องใช้เงินดอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
​​​​​​​แม่น้ำแดงมองจากสะพานที่ข้ามไปยังตัวเมืองหล่าวกาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมสั่งข้าวผัดแล้วเดินไปเปิดตู้แช่ เห็นเบียร์ Lao Cai เบียร์ท้องถิ่นแอลกอฮอล์แค่ 3.5 เปอร์เซ็นต์ จึงหยิบออกมาเปิดดื่มกันข้าวผัดติดคอ เบียร์เบาๆ ดื่มกลางวันคิดว่าไม่เป็นไร ข้าวผัด 50,000 ดอง ส่วนเบียร์ 20,000 ดอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อกลับสู่เกสต์เฮาส์ ลุงเจ้าของก็ยังนอนอยู่ที่เดิม คราวนี้ผมต้องเรียก &amp;ldquo;ซินจาว&amp;rdquo; ดังๆ แกตื่นขึ้นอย่างงัวเงีย ต่อมาฝ่ายเมียเดินลงมาชั้นล่าง ทั้งคู่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย แต่เราก็พอจะสื่อสารกันเข้าใจ ผมยื่นเงินไปแลกกุญแจห้อง มีหมาชิวาวาสีดำน่ารักเดินมาดมๆ เลียๆ ต่อมามันก็ทำอย่างนี้ทุกครั้งที่เจอกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากใช้สัญญาณ Wi-fi จากเกสต์เฮาส์เช็กสถานที่เดินเล่นในละแวกใกล้เคียง พบทะเลสาบชื่อ &amp;ldquo;ยัคซอน&amp;rdquo; น่าสนใจ ห่างจากที่พักประมาณ 2.5 กิโลเมตร ตอนบ่ายแก่ๆ ผมจึงเดินข้ามแม่น้ำแดง กลับไปยังเขตตัวเมืองหล่าวกาย เมืองเล็กๆ ที่ดูแล้วไม่มีอะไรเป็นจุดเด่นมากนัก แต่ก็เดินเพลิน ใกล้ๆ ทะเลสาบมีสวนสนุก และมียิมออกกำลังกาย ลักษณะกึ่งๆ ค่ายมวย รูป &amp;ldquo;บัวขาว บัญชาเมฆ&amp;rdquo; ติดหราอยู่ภายใน คนในยิมหันมามอง ผมชี้ไปที่รูปบัวขาวแล้วยกหัวแม่มือให้ พวกเขาก็คงเข้าใจว่าผมเป็นคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับทะเลสาบยัคซอนนี้มีสวนสาธารณะล้อมรอบ เรียกว่าอุทยานยัคซอน (Ngac Son Park) มีพื้นที่รวมเกือบ 100 ไร่ ส่วนทะเลสาบมีขนาด 35 ไร่ มีเกาะอยู่ตรงกลาง สะพานโค้งเชื่อมข้ามไปยังเกาะ บนเกาะมีอาคารขนาดใหญ่ชื่อ Oc Dao มีร้านอาหารและคาเฟ่อยู่ในนี้ และอาคาร 5 ชั้นรูปเรือขนาดใหญ่กว่า สร้างยื่นออกไปในน้ำชื่อ Viet Plaza เป็นร้านอาหารและห้องจัดเลี้ยง นอกเกาะก็ยังมีอีกร้าน ชื่อ Asean ขนาดใหญ่โตเช่นกัน ชาวหล่าวกายวิ่งออกกำลังกายอยู่รอบๆ ทะเลสาบ ในทะเลสาบมีเรือเป็ดให้บริการ ผมเดินข้ามสะพานไปบนเกาะ จากเกาะข้ามสะพานอีกด้านออกไปยังประตูทางเข้า ส่วนทางที่ผมเข้านั้นเป็นประตูด้านข้างและลานจอดรถ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
​​​​​​​สะพานข้ามไปยังเกาะกลางทะเลสาบยัคซอน ด้านหลังคืออาคาร Viet Plaza&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฟ้าใกล้มืดเต็มทีผมเดินกลับโดยเปลี่ยนเส้นทางในช่วงแรก เมื่อถึงวงเวียนใหญ่ที่มีถนนถึง 6 สายมาบรรจบกันก็เข้าสู่เส้นทางเดิม ดิ่งตรงไปยังสะพานข้ามแม่น้ำแดง เดินเลยที่พักเพื่อไปดูลาดเลามื้อเย็น กลับเกสต์เฮาส์ไปอาบน้ำแล้วก็เดินไปกินร้านที่ได้ให้สัญญาแม่ค้าไว้ ข้าวจานใหญ่ ราดกับข้าว 3-4 อย่าง และซุปผักหวาน ราคาแค่ 30,000 ดอง เท่ากับ 40 บาท จากนั้นเดินเข้าไปสำรวจในสถานีรถไฟ ได้ยินเสียงคนไทยคุยกัน ที่มุมหนึ่งเด็กผู้หญิงฝรั่งตัวจิ๋วยืนเลิกชายเสื้อดึงขึ้นไปถึงคอ เกาพุง เกาเป้า ฝ่ายพ่อแม่ไม่ว่าอะไร ผู้โดยสารในนี้ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวที่รอรถไฟกลับกรุงฮานอย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คืนนี้ในห้องพักผมใช้เวลาเขียนคอลัมน์จนถึงเวลาประมาณเที่ยงคืนก็เข้านอน เช้าวันต่อมา นาฬิกาปลุกให้ตื่นตอน 07.34 น. อาบน้ำแล้วออกไปหามื้อเช้า ข้างๆ ที่พักมีอาหารไม่คุ้นหน้าตา แต่ก็น่าลอง ผมชี้ไปที่รูป ทราบทีหลังว่าอาหารจานนี้ชื่อ &amp;ldquo;โซยแสว&amp;rdquo; โซยก็คือข้าวเหนียว แม่ค้าตักข้าวเหนียวนึ่งสีเหลืองใส่ชาม โปะด้วยไข่คล้ายไข่ลูกเขย 1 ฟอง หมูยอชิ้นหนาตัดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยม ถั่วเขียวบด และหอมเจียว ออกจะจืดๆ แต่กินง่ายและหมดอย่างรวดเร็ว ราคา 20,000 ดองเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นเดินไปร้านกาแฟตรงข้ามสถานีรถไฟชื่อร้าน Terminus ความจริงเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์ในร้านเดียวกัน ตกแต่งได้ดูดีมีรสนิยม ร้านค่อนข้างใหญ่ มี 2 ชั้น ตอนเย็นมีคนมาดินเนอร์แน่นร้าน แต่เช้านี้ยังไม่มีลูกค้า ผมสั่งเอสเปรซโซ่ ผู้หญิงหลังเคาน์เตอร์ถามว่า &amp;ldquo;ซิงเกิลหรือดับเบิล?&amp;rdquo; ผมตอบเธอว่า &amp;ldquo;ไอ แอม ซิงเกิล&amp;rdquo; เธออมยิ้ม และทำแบบช็อตเดียวมาให้ เป็นกาแฟโรบัสต้าที่หอมคล้ายลูกเบอร์รี่สด รสชาติออกเปรี้ยวนิดๆ นึกเสียดายที่ไม่สั่งดับเบิลช็อต ดื่มเสร็จก็เดินไปจ่ายเงิน 30,000 ดอง หรือแค่ 40 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมกลับไปเก็บกระเป๋าอย่างนอนใจ เพราะเห็นว่ามีเวลาเหลือเฟือ รถไฟออกจากสถานีเหอโขว่เหนือ (Hekou Bei) เวลา 13.08 น. จองตั๋วทางอินเทอร์เน็ตไว้แล้ว แต่ต้องไปรับตั๋วก่อนเวลารถออก ออนไลน์เอเยนซีแนะนำให้ไปก่อน 2 ชั่วโมง หมายความว่าผมควรไปถึงสถานีรถไฟเวลาประมาณ 11 โมง คะเนแล้วออกจากที่พัก 9 โมงครึ่งน่าจะทันถมเถ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
​​​​​​​โซยแสว มื้อเช้าของผู้เขียนที่เมืองหล่าวกาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือที่เรียก &amp;ldquo;เซโอม&amp;rdquo; บริเวณหน้าสถานีรถไฟเห็นผมเดินออกจากที่พักก็เรียกมาแต่ไกล ผมพยักหน้า เขาก็สตาร์ทเครื่องขับมาหา ผมบอกว่าไป &amp;ldquo;ไชน่า บอร์เดอร์&amp;rdquo; แล้วถามราคา เขาพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ยกนิ้วขึ้น 3 นิ้ว ผมก็เข้าใจ 30,000 ดอง ตอบ &amp;ldquo;โอเค&amp;rdquo; ยกเป้หลังให้เขาวางตรงคอมอเตอร์ไซค์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิ่งไปได้เกือบ 2 กิโลเมตร เขาหันมาเหมือนจะถามว่าไปไหน เลี้ยวซ้ายหรือตรงไป หากเลี้ยวซ้ายหมายถึงต้องข้ามสะพานไปอีกฝั่ง แม้ไม่มีซิมการ์ดเวียดนามในมือถือ แต่แผนที่กูเกิลพอใช้การได้ ผมบอกให้เขาตรงไป เขาขับเลย Lao Cai International Border Gate เลี้ยวขวาไปอีกทาง แล้วหยุดหันมาถามว่าไปไหน ผมก็บอกไชน่า เขาคล้ายจะไม่เข้าใจ ผมชี้กลับไปที่อาคารตรวจคนเข้าเมือง เขาเพิ่งจะเข้าใจ ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องคาดเดายากอะไร นักท่องเที่ยวมีเป้ 2 ใบ อยู่ใกล้ด่านชายแดน จะไม่ข้ามแดนแล้วจะให้ไปไหน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมน่าจะศึกษาคำเรียกประเทศจีนในภาษาเวียดนามมาก่อน เพราะเขาไม่ได้เรียกจีนว่าไชน่า แต่เรียกว่า &amp;ldquo;จุงก๊วก&amp;rdquo; ก็คนไทยเองยังเรียก &amp;ldquo;จีน&amp;rdquo; เลย ขณะที่คนจีนเรียกประเทศตัวเองว่า &amp;ldquo;จงกั๋ว&amp;rdquo; จะว่าไปจุงก๊วกใกล้เคียงกว่าจีนด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
​​​​​​​สถานีรถไฟหล่าวกายมองออกไปจากร้านกาแฟ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีคนถือเงินเป็นฟ่อนเดินเข้ามาหาเพื่อเสนอแลกเงินดองเป็นเงินหยวน ผมบอกว่าไม่นานจะกลับเข้าเวียดนามอีกครั้ง เขาก็พูดว่ากลับมาใหม่ก็ค่อยแลกใหม่สิ เอาเงินจีนไปใช้ก่อน จะแบกเงินเวียดนามไปทำไม ผมเดินหนีเข้าไปในตัวอาคาร ด้วยความรีบร้อนดันไปเข้าประตู Entry ทางซ้ายมือ แล้วจึงเดินกลับออกมาเข้าประตู Exit ด้านขวามือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนเข้าแถวยาวจนล้นออกมาถึงประตูอาคาร สักพักมีการเปิดช่องใหม่ผมก็เดินตามคนกลุ่มหนึ่งเข้าแถวในช่องใหม่ แล้วเกิดอาการไม่มั่นใจ ยื่นพาสปอร์ตให้คนข้างหน้าดู เขาชี้กลับไปที่ช่องเดิม เวลานี้มีคนเยอะกว่าเดิม ผมต้องถอยหลังไปอีกนับสิบคิว ถึงตอนนี้เวลาใกล้ 10 โมง แต่แถวเคลื่อนไปได้เรื่อยๆ ไม่นานก็ได้ประทับตราออกจากเวียดนาม เดินไปบนสะพานข้าม &amp;ldquo;น้ำที&amp;rdquo; สาขาของแม่น้ำแดงสู่ดินแดนจีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หน้าอาคารตรวจคนเข้าเมืองเหอโข่วของจีนมีคนเข้าคิวล้นออกมาด้านนอกหลายเมตร ผมเดินเข้าไปหาเจ้าหน้าที่คนหนึ่งบริเวณนั้น ยื่นพาสปอร์ตให้ดู เขาชี้และสบัดนิ้ว สื่อว่าให้เดินเข้าไปด้านในได้เลย พวกที่เข้าคิวอยู่คงเป็นชาวเวียดนามทั้งหมดหันมามองผมแปลกๆ เพราะพวกเขายังไม่มีใครได้เข้าไปสักคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
​​​​​​​ออกจากด่านตรวจเข้าเมืองหล่าวกายแล้วหันกลับไปมอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ด้านในบอกให้เขียน Arrival Card เขียนเสร็จก็ต่อคิวช่อง Foreigners แถวคดเคี้ยวไปมาตามเชือกกั้น มี 2 แถวย่อย ไหลไปเรื่อยๆ ไม่เชื่องช้า มีความรู้สึกว่ายังไงก็ทันไปรับตั๋ว ด้านหน้าผมเป็นฝรั่งหนุ่มสวมรองเท้าแตะ กางเกงขาสั้น เครายาว เขาคงปั่นจักรยานท่องเที่ยว กำลังสนทนาอยู่กับเจ้าหน้าที่หลังเคาน์เตอร์ ได้ยินว่าจะไปเฉิงตู และเมืองอื่นๆ อีกหลายแห่ง คิดว่าเขาน่าจะได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ แม้ว่าระหว่างนี้ผมเห็นสองสามคนถูกคุมตัวออกไปพบเจ้าหน้าที่อีกระดับที่ไหนสักแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คิวของผมมาถึงด้วยความรู้สึกธรรมดาสามัญ คิดว่าคงไม่ยากเย็นอะไร วีซ่าจีนขอมาแล้วก่อนออกเดินทางจากกรุงเทพฯ หลายวันก่อน แต่พอเจ้าหน้าที่เห็นพาสปอร์ตก็หันไปพูดกันว่า &amp;ldquo;ไท่กั๋วๆๆๆ&amp;rdquo; ผมให้เขาดูใบจองตั๋วรถไฟที่แคปเจอร์หน้าจอมือถือไว้ เขาถามว่าจะไปไหนบ้าง ผมก็ตอบ &amp;ldquo;คุนหมิง ฉงชิ่ง กุ้ยหยาง กุ้ยหลิน หนานหนิง จากนั้นก็เข้าเวียดนาม&amp;rdquo; สุดท้ายเขาให้เจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งมาหยิบพาสปอร์ตผมไป และชี้ให้เดินตาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่หญิงเดินขึ้นชั้น 2 เข้าไปในห้องหนึ่ง มีเจ้าหน้าที่สามสี่คนและสตรีท้องแก่นั่งอยู่บนโซฟา เธอขยับให้ผมนั่ง ผมวางกระเป๋าแล้วนั่งลง ถามเจ้าหน้าที่สาวว่ามีปัญหาอะไร เธอบอกให้รอ ซึ่งก็รออยู่หลายนาที มีเจ้าหน้าที่คนอื่นแวะมาถามอาชีพบ้าง ถามว่าจะไปไหนบ้าง มาที่นี่ได้อย่างไร เคยมาจีนไหม เมื่อไหร่ ต้องตอบซ้ำแล้วซ้ำอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
​​​​​​​เดินข้ามสะพานจากเวียดนามไปยังเมืองจีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมพยายามคิดว่าอะไรคือสาเหตุให้เกิดการกักตัวสอบสวนถึงขั้นนี้ อาจเกิดจากไม่มีคนไทยที่ใช้ด่านนี้ในการข้ามแดนมาก่อน หรือว่าใบหน้าผมละม้ายชาวอุยกูร์ เพราะหนวดเคราไม่ได้โกนหลายวัน ผมเคยมาจีนแค่ครั้งเดียวเมื่อ 13 ปีที่แล้ว คราวนั้นบินไปลงที่เมืองเชียงรุ้ง แคว้นสิบสองปันนา ไม่มีปัญหาอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระหว่างที่เกิดอารมณ์สับสน หวั่นใจ และเริ่มขุ่นมัว ผมหันไปเห็นนาฬิกาติดผนัง เข็มสั้นและเข็มยาวอยู่ที่เลขเดียวกัน ตั้งฉากกับพื้นโลก 12.00 น. ผมลืมสนิทเลยว่าเวลาของจีนเร็วกว่าเวียดนาม 1 ชั่วโมง ถึงตอนนี้เวลาที่ผมคิดว่ามีอยู่ในมือ 2 ชั่วโมงก็หายไป 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่หญิงคนเดิมมาบอกให้ลุกเดินตามเธอไป เข้าห้องติดกัน สวนกับชายคนหนึ่งที่ถูกเจ้าหน้าที่ 2 คนหิ้ว (จับไหล่) เดินออกไป ผมเสียวไส้ขึ้นทันที ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในห้องมีโต๊ะคอมพิวเตอร์อยู่ 4-5 ตัว เจ้าหน้าที่มี 2 คน ต่อมาเหลือคนเดียว และคนนี้พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย ต้องใช้โปรแกรมแปลภาษาสื่อสารกัน เขาพูดใส่มือถือแล้วยื่นให้ผมฟัง แต่ส่วนมากผมจะอ่านภาษาอังกฤษจากหน้าจอ คำถามล้วนเหมือนเดิม ผมให้ดูเอกสารจองตั๋วในมือถือ อธิบายว่าอาจเดินทางไม่ทันถ้าพวกคุณยังขืนรั้งผมไว้ในนี้ เขาตอบกลับมาว่า &amp;ldquo;ใกล้แล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่คนที่ลุกไปก่อนหน้านี้กลับมานั่ง เขาพอพูดอังกฤษได้ ถามชุดคำถามเดิมอีกรอบ คลิกโน่นคลิกนี่ในคอมพิวเตอร์ จากนั้นสแกนพาสปอร์ต เวลา 12.20 น. โดยประมาณเขาบอกให้คนที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เดินนำผมลงไปชั้นล่าง เข้าช่องใหม่โดยแซงทุกคน เขายื่นพาสปอร์ตให้เจ้าหน้าที่หลังเคาน์เตอร์แล้วพูดว่า &amp;ldquo;ไท่กั๋ว&amp;rdquo; แล้วเดินจากไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
​​​​​​​ด่านตรวจคนเข้าเมืองเหอโข่ว มณฑลยูนนาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคงไม่เหนือความคาดเดา เจ้าหน้าที่คนนี้ก็ถามชุดคำถามเดิมอีกครั้ง ผมตอบซ้ำเกือบรอบที่สิบ หน้าเคาน์เตอร์มีข้อความเขียนว่า &amp;ldquo;Nice to meet you&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;Please rate us&amp;rdquo; สามารถกดปุ่มให้คะแนนได้ ตั้งแต่ Poor service, Process taking too long, Good และ Great ผมเอื้อมมือไปจะกด &amp;ldquo;กระบวนการใช้เวลานานเกินไป&amp;rdquo; แต่ยั้งใจไว้ทัน หดมือกลับ กลัวสถานการณ์จะแย่กว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุดท้ายมีโปรแกรมเสียงภาษาไทยออกคำสั่งให้วางนิ้วมือกับเครื่องสแกน เจ้าหน้าที่ปั๊มตราให้เข้าประเทศ เขายื่นพาสปอร์ตให้โดยไม่มีรอยยิ้ม ผมก็ไม่ยิ้ม จากนั้นนำกระเป๋าเข้าเครื่องเอกซเรย์ ไม่ต้องถอดเข็มขัดหรือรองเท้า เดินออกนอกประตู ผมดูเวลาจากมือถือ 12.27 น. มีมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้ามากลุ้มรุม แต่ผมเดินมุ่งไปที่รถแท็กซี่ ถามโชเฟอร์ว่า &amp;ldquo;เทรนสเตชั่น ฮาวมัช?&amp;rdquo; เขาตอบมาเป็นภาษาจีนพร้อมชู 2 นิ้ว ผมนึกว่า 200 หยวน ล้วงปากกาให้เขาเขียนราคาลงในฝ่ามือ ปรากฏว่า &amp;ldquo;20 หยวน&amp;rdquo; ผมตอบตกลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อขึ้นรถได้เขาก็หยิบกระดาษทิชชู่ยื่นให้ผมเช็ดรอยน้ำหมึก ระยะทางประมาณ 5-6 กิโลเมตร รถวิ่งประมาณ 10 นาที ก็ถึงหน้าสถานีรถไฟเหอโขว่เหนือ จ่ายเงินให้โชเฟอร์ 100 หยวน เขาทอนใบละ 10 หยวนคืนมา 8 ใบ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ผมรีบลงจากรถแบกเป้ขึ้นหลัง โชเฟอร์พูดเสียงดังกับเพื่อนๆ แท็กซี่ว่า &amp;ldquo;ไท่กั๋วเหรินๆๆ&amp;rdquo; คงไม่ค่อยมีคนไทยผ่านมาทางนี้จริงๆ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมหาห้องตั๋วเจอก็รี่เข้าไป กำลังให้บริการอยู่ 2 ช่อง ผมเลือกเข้าคิวช่องซ้าย มีคนมาแซงหน้า 1 คน พอจะถึงคิวผมคนจากช่องขวาก็มาแซงอีกคน เจ้าหน้าที่หลังกระจกก็ไม่ว่าอะไรทั้งที่เห็นเหตุการณ์ เหมือนเป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่าท่านได้มาถึงประเทศจีนเรียบร้อยแล้ว ผมยื่นเอกสารในมือถือให้เจ้าหน้าที่ดู เธอออกตั๋วให้โดยไม่มีความซับซ้อนใดๆ ผมดูเวลา 12.43 น. เหลือ 25 นาทีก่อนรถไฟออก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงได้ทราบว่าไม่ต้องมาก่อนถึง 2 ชั่วโมงตามที่ออนไลน์เอเยนซีระบุไว้สำหรับผู้ซื้อตั๋วครั้งแรก และไม่ต้องมาก่อนครึ่งชั่วโมงตามที่มีการเตือนกันในอินเทอร์เน็ต สรุปว่ามารับตั๋วและขึ้นรถไฟให้ทันเป็นอันพอ.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55464</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยว, ซาปา, ซาปา-หล่าวกาย, ท่องเที่ยวเวียดนาม, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, หล่าวกาย, เบื้องหน้าที่ปรากฎ, เวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088baf5c3e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2020 18:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2020 18:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซาปายังมาไม่ถึง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; ปกติแล้วผมจะหลีกเลี่ยงการออกเดินทางจากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่งในเวลาเช้าตรู่ ด้วยไม่อยากเผชิญปัญหาใหญ่ 2 ประการ คือการนอนไม่พออันเสี่ยงที่จะนำไปสู่การป่วยไข้ได้ง่ายขึ้น และเวลาที่เช้าเกินไประบบขับถ่ายยังไม่พร้อมทำงาน แต่มันจะไปทำงานในขณะกำลังเดินทาง ทว่าสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงมากกว่าคือ การไปถึงปลายทางในเวลาค่ำมืด โดยที่เป็นการไปเยือนเมืองนั้นเป็นครั้งแรก ในการเดินทางจากเดียนเบียนฟูไปยังซาปาเมื่อปลายตุลาคมที่ผ่านมา ผมจึงเลือกรถเที่ยวเช้าเพื่อจะไปถึงในตอนบ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
บนเส้นทางเดียนเบียนฟู-ซาปา ชาวเวียดนามทุกบ้านร่วมใจกันประดับธงชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้นในเวลา 05.18 น. ท้องฟ้ายังมืดสนิท เก็บกระเป๋าเสร็จแล้วลงไปชั้นล่างก็ยังไม่สว่าง อากาศเย็นจนต้องใส่แจ็กเกต เล-สะใภ้คนขยันประจำโรงแรมตื่นขึ้นมาตั้งแผงขายข้าวเหนียวนึ่งบนบาทวิถีได้สักพักแล้ว มีโต๊ะพลาสติก 2 ตัว และเก้าอี้ 6 ตัว ผมสั่ง 1 ชุดเล็กสำหรับไว้กินกลางทาง เธอห่อข้าวเหนียวในใบตอง มีเครื่องเคียงโปะลงไป ได้แก่ ถั่วคั่ว เนื้อบด กระเทียมและหอมเจียว ราคา 10,000 ดอง เท่ากับ 15 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เลมีลูกค้าประจำทั้งที่แวะนั่งกินหน้าโรงแรมและซื้อใส่ห่อ เด็กชายในชุดนักเรียนปั่นจักรยานมาซื้อไปกินที่โรงเรียน เขาดูกวนๆ หยอกล้อกับผมแบบไม่มีความเขินอายของเด็กๆ คู่รักชาวไทยที่เดินทางมาเดียนเบียนฟูด้วยมินิบัสคันเดียวกับผมลงมาจากห้องพักพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้า เราจึงได้มีโอกาสกล่าวคำลาและคำอวยพร รถโดยสารไปหลวงพระบางของพวกเขาออกในเวลา 8 โมงครึ่ง และสถานีขนส่งก็อยู่ห่างไปประมาณ 200 เมตรเท่านั้น แต่ทั้งคู่อยากใช้เวลาเช้าสุดท้ายในเดียนเบียนฟูให้คุ้มค่าด้วยการเดินเล่น หาของกินและชมเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ความบากบั่นของนักปั่นชาวไทย อีกไม่กี่กิโลเมตรก็ถึงซาปาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เลยเวลา 6 โมงครึ่งไม่เท่าไหร่ รถตู้เข้ามาจอดริมถนนตรงข้ามโรงแรม ผมนึกว่าจะเป็นมินิบัสคันใหญ่กว่านี้ เลออกคำสั่งให้ขึ้นรถ ฝ่ายคนขับก็ลงมากวักมือเรียก ไม่ทันได้ร่ำลาเลเป็นเรื่องเป็นราว ผมรีบวิ่งข้ามถนนไปขึ้นรถ ประตูยังไม่ปิดด้วยซ้ำตอนที่ล้อรถหมุนออกไป บนรถมีผู้โดยสารแค่ 3 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อพ้นตัวเมืองเดียนเบียนฟูมาหน่อยก็เห็นบ้านเรือนของชาวไทดำค่อนข้างหน้าตา ล้วนเป็นบ้านไม้ยกใต้ถุนสูง มีบันไดขึ้นบ้านสองฝั่งซ้าย-ขวา สำหรับแบ่งชาย-หญิง เข้าใจว่าฝ่ายหญิงเดินขึ้นทางซ้าย ส่วนชายเดินขึ้นทางขวา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนฝรั่งเศสจะเข้ามายึดครอง บริเวณนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคว้นสิบสองจุไท เจ้าอาณานิคมผนวกเข้าเป็นฝรั่งเศสอินโดจีน เมื่อกองทัพเวียดมินห์ขับไล่ฝรั่งเศสออกไป พื้นที่บริเวณนี้ก็กลายเป็นเวียดนาม ชนชาติไทอพยพไปยังลาวและไทยหลายระลอก แต่ปัจจุบันก็ยังอาศัยในจังหวัดเดียนเบียนและจังหวัดเซินลาอยู่ไม่น้อย และยังคงรักษาวัฒนธรรมไททรงดำดั้งเดิมหลายอย่างเอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราออกจากเดียนเบียนฟูมาได้ 2 ชั่วโมง รถตู้แวะจอดให้กินมื้อเช้าในสถานที่ลักษณะกึ่งบ้านกึ่งร้านอาหาร ผมกะจะไม่กิน เพราะมีข้าวเหนียวทรงเครื่องอยู่แล้ว แต่พอโชเฟอร์ชักชวนก็ไม่อยากเสียมารยาท สั่งเฝอไก่มานั่งกินด้วย มีผู้โดยสารหนุ่มร่วมโต๊ะอีกคน กินเสร็จโชเฟอร์ออกไปนั่งกินน้ำชาหน้าร้าน ผมจ่ายเงินค่าเฝอ 40,000 ดองแล้วตามออกไป เขารินน้ำชาจากกาใส่ถ้วยยื่นให้ พูดอะไรบางอย่างออกมา ผมเดาตอบไปว่า &amp;ldquo;ไทยแลนด์&amp;rdquo; เขาก็ &amp;ldquo;อือ&amp;rdquo; พยักหน้า พูดอะไรบางอย่างออกมาอีกแล้วชวนขึ้นรถ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
รวมมิตรอาหารปิ้งย่างบริเวณจุดแวะพักใกล้น้ำตกทังบัค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รถตู้วิ่งผ่านเมืองไลที่ยังอยู่ในจังหวัดเดียนเบียน สู่เมืองไลโจว จังหวัดไลโจว ไต่เขาคดเคี้ยวขึ้นไปเรื่อยๆ สู่จังหวัดหล่าวกาย เวลาบ่ายโมงกว่าๆ ตอนที่เหลือระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตรก่อนถึงตัวเมืองซาปา คนขับก็แวะอีกครั้งเพื่อกินมื้อเที่ยง บริเวณนี้เป็นจุดแวะพักรถบนไหล่เขาที่สำคัญ นอกจากแถวของร่มผ้าใบและเพิงหลังคาสังกะสีเป็นแนวยาวสำหรับขายของกินของใช้แล้ว มองขึ้นไปบนเขาที่ตั้งฉากกับถนนเห็นน้ำตกทังบัค หรือ &amp;ldquo;น้ำตกสีเงิน&amp;rdquo; ไหลลงจากยอดผาแล้วหลุบหายเข้าไปในความเขียวของต้นไม้ช่วงกลางเขา นักท่องเที่ยวนิยมขี่มอเตอร์ไซค์จากซาปามาชมความงาม ทางขึ้นน้ำตกอยู่ไม่ห่างออกไป&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร้านอาหารที่โชเฟอร์ของเราจอดด้านหน้ามีโต๊ะเตี้ยๆ ตั้งอยู่ในร้านจำนวนหนึ่ง นอกร้านมีคนปิ้งมัน ข้าวหลาม ข้าวโพด ไข่ และเนื้อสัตว์เสียบไม้ ผมก็จะไม่กินเหมือนเดิม ตอนเดินออกจากห้องน้ำของร้านโชเฟอร์ที่นั่งอยู่หน้าเตาปิ้งก็ชวนอีก แกแบ่งข้าวหลามให้ เป็นข้าวหลามท่อนเล็กเรียว กินโดยจิ้มเกลือและถั่วคั่วบด รสชาติพอใช้ได้ โชเฟอร์กินเสร็จลุกไปโดยไม่บอกกล่าว ทิ้งผมไว้กับแม่ค้า ด้วยความเกรงใจจึงซื้อมันปิ้งมา 1 หัว ราคา 10,000 ดอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รถตู้แวะส่งผมที่หน้าตลาดซาปาเกือบๆ บ่าย 3 โมง แล้ววิ่งต่อไปหล่าวกายใกล้ชายแดนจีน ผมตั้งหลักจับทิศทางได้แล้วเดินไปยังที่พักชื่อ Sapa New Orient Hotel บนถนน Thach Son ห่างออกไปราว 300 เมตร จองทางอินเทอร์เน็ตไว้ตั้งแต่เมื่อคืนก่อนนอน ชั้นล่างของโรงแรมเป็นร้านขายเสื้อผ้า เน้นเสื้อหนาวและแจ็กเกตเดินป่า เคาน์เตอร์เช็กอินอยู่ด้านใน ผู้หญิง 2 คนอยู่หลังเคาน์เตอร์ คนหนึ่งพูดภาษาอังกฤษดีมาก คาดว่าเป็นเจ้าของ อีกคนพูดไม่ได้เลย ทราบทีหลังว่าเป็นลูกจ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมงีบไป 2 ชั่วโมง ตื่นมาหาร้านกาแฟ ได้ร้านชื่อ Kafa Caf&amp;eacute; ใกล้ๆ ที่พัก ดื่มลาเต้ร้อนแล้วเดินไปทะเลสาบซาปา ทะเลสาบขนาดเล็กตั้งอยู่กลางเมือง มีเกาะจิ๋ว 1 เกาะ อาคารที่อยู่รอบทะเลสาบและภูเขาทางด้านทิศใต้ทำเงาสะท้อนเป็นรูปสมมาตรอยู่ในน้ำ เด็กนักเรียนในเสื้อแจ็กเกตเขียว-ขาวเดินเล่นกันอยู่ คนวิ่งออกกำลังกายรอบทะเลสาบก็พอมีให้เห็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ทะเลสาบซาปายามเย็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซาปาเป็นเมืองที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลเฉลี่ย 1,500 เมตร ยอดเขาฟานซีปังของภูเขาฮว่างเลียนซอนสูงถึง 3,143 เมตร สูงสุดในภูมิภาคอินโดจีน ภูเขาลูกนี้เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยที่อยู่ปลายสุดฝั่งตะวันออก กลุ่มชาติพันธุ์สำคัญ ได้แก่ ม้ง, เย้า, ไส, ละหู่ รวมถึงไทอยู่อาศัยมานานแล้ว ก่อนที่ฝรั่งเศสจะเข้ามาในซาปาตอนต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 จัดตั้งกองทหารรักษาการณ์เต็มรูปแบบ มีคณะมิชชันนารีสร้างสถานพักฟื้นผู้ป่วยทหาร และต่อมาก็ได้พัฒนาเป็นเมืองตากอากาศ เนื่องจากอากาศที่ซาปาเย็นสบายเกือบตลอดทั้งปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระหว่างสงครามอินโดจีนครั้งที่ 1 อาคารสไตล์โคโลเนียลถูกทำลายจากฝ่ายเวียดมินห์ในช่วงต้นสงคราม และในตอนปลายสงครามถูกเครื่องบินฝรั่งเศสทิ้งระเบิดเสียหายเกือบทั้งหมด จากที่มีอยู่ประมาณ 200 หลัง ผู้คนต้องอพยพหลบหนี กระทั่งในช่วงต้นคริสต์ทศวรรษที่ 1960&amp;rsquo;s รัฐบาลคอมมิวนิสต์มีแผนตั้งเป็นเมืองเศรษฐกิจใหม่ จึงเริ่มมีชาวเวียดย้ายเข้ามาอยู่อาศัย และต่อมาในยุค 1990&amp;rsquo;s ก็ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว คราวนี้ผู้มาเยือนมาจากทั่วมุมโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากปลายทะเลสาบด้านตะวันตก ผมเดินเข้าถนน Xuan Vien ไปเชื่อมกับถนน Thach Son อีกครั้ง ฟ้าเริ่มมืดลงแล้ว แสงไฟจากร้านอาหาร คาเฟ่ และโรงแรมที่เรียงกันอย่างเป็นระเบียบและตกแต่งสวยงามแข่งกันขับสีสันยามต้นราตรีของซาปาออกมา ผมเดินจนถึงอีกจุดที่เป็นแลนด์มาร์กของเมือง ด้านซ้ายคือโบสถ์นอเทอดาม ขนาดไม่ใหญ่นัก ขวามือเป็นสนามคล้ายชามอ่างขนาดประมาณ 2 ใน 3 ของสนามฟุตบอล เป็นสนามพื้นแข็ง ไม่ทราบวัสดุที่ใช้ มีขั้นบันไดเดินลงไป ที่ปลายของสนามทางด้านไกลมีเวทีถาวรรูปวงพระจันทร์ สร้างไว้สำหรับทำการแสดง ในสนามมีเยาวชนหลายกลุ่มกำลังแบ่งพื้นที่เตะฟุตบอล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
มองจากสวนริมทะเลสาบซาปา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บริเวณนี้ในอดีตคือตลาดนัดความรัก หนุ่มสาวชาวเย้าลงจากภูเขามาหาคู่ เล่าว่าฝ่ายหญิงจะร้องเพลงให้หนุ่มๆ ฟังแล้วหลบหายไปในความมืด หนุ่มใดหาเธอพบและต้องมนต์รักก็จะหายเข้าป่าไปด้วยกันเป็นเวลา 3 วัน 3 คืน เมื่อกลับออกมาก็วิวาห์กัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันเมืองได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ตลาดนัดความรักแปรสภาพเป็นตลาดขายสินค้าของกลุ่มชาติพันธุ์ แม้ว่ายังคงสามารถพบเห็นหญิงสาวร้องเพลงหลบๆ ซ่อนๆ อยู่ในความมืด แต่พวกเธอไม่ได้หาคู่เหมือนเมื่อก่อน พวกเธอหานักท่องเที่ยวใจดีที่จะยื่นเงินให้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเดินลงไปในสนามตัดผ่านไปยังอีกฝั่ง เข้าสู่อาคารสถานี Fansipan Legend ของ Sun Group กลุ่มบริษัทผู้พัฒนาด้านอสังหาริมทรัพย์ขนาดยักษ์ของเวียดนาม สถานีรถรางนี้จะนำผู้โดยสารไปขึ้นรถกระเช้าสู่ยอดเขาฟานซีปังวันนี้ได้ปิดบริการลงแล้ว แต่รู้สึกว่ายังสามารถซื้อตั๋วสำหรับวันถัดไปได้ ราคาสำหรับขึ้นสู่สถานียอดเขาฟานซีปังอยู่ที่ 700,000 ดอง หรือเกือบๆ 1,000 บาท ผมยังไม่ตัดสินใจซื้อ ความตั้งใจคือจะมาแอบใช้ห้องน้ำ จากนั้นเดินออกมาผ่านศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว ไม่ไกลกันเห็นกลุ่มแม่ค้านั่งขายสตรอว์เบอร์รีอยู่ติดๆ กันหลายเจ้า มีเจ้าเดียวที่เขียนป้ายระบุราคา ผมก็เลยตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น กล่องละ 50,000 ดอง หรือประมาณ 70 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระหว่างทางเดินกลับได้แวะกินมื้อค่ำเป็นข้าวราดแกงอีกตามเคย กับข้าวสาม-สี่อย่าง พร้อมเบียร์ Saigon กระป๋อง ทั้งหมดราคาไม่ถึง 100 บาท เดินเลยที่พักไปแถวๆ หน้าอาคารตลาดซาปา เรียก Cho Sapa ข้างๆ มีตลาดกลางคืน เรียก Cho Den Sapa ฝั่งตรงข้ามตลาดมีกลุ่มฝรั่งกำลังรอรถบัสออกเดินทางกลับฮานอย ผมเดินเข้าไปในออฟฟิศขายตั๋ว เด็กหญิงอายุ 6 หรือ 7 ขวบเท่านั้น แต่พูดภาษาอังกฤษดีมาก ให้คำตอบผมเรื่องจะไปคุนหมิงว่าไม่มีรถออกจากซาปาไปคุนหมิงโดยตรง ส่วนรถไปหล่าวกายต้องไปขึ้นที่หน้าศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
สามแม่ลูกกับความหวังเล็กๆ ในการขายของที่ระลึก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช้าวันต่อมาผมตัดสินใจจะขึ้นยอดเขาฟานซีปัง ปรากฏว่าพอเดินออกจากที่พักเจอหมอกลงหนามาก มองเห็นแค่ไม่กี่สิบเมตรเบื้องหน้า จึงเดินไปหามื้อเช้ากินที่ตลาดเช้าซาปา ตั้งอยู่ด้านหลังของอาคารตลาดซาปา (มีร้านขายเสื้อผ้าและของที่ระลึก) แม่ค้าพูดภาษาอังกฤษเชิญชวนให้เข้าร้าน ผมสั่งโจ๊กไก่ เสิร์ฟมาในลักษณะกึ่งโจ๊กกึ่งข้าวต้ม รสชาติพอถูไถ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถัดจากตลาดเช้าคือสถานีขนส่งซาปา ผมเข้าไปถามทางเลือกสำหรับเดินทางไปหล่าวกายก็ได้รับคำตอบเหมือนที่เด็กหญิงบอกเมื่อคืน คือต้องไปขึ้นที่ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว โดยระหว่างเวลา 11.00-13.00 น. จะไม่มีรถให้บริการ เข้าใจว่าคงจะพักเที่ยงต่อด้วยเซียสต้า-นอนกลางวันเหมือนเช่นที่ประสบในเดียนเบียนฟู จากนั้นเดินไปยังย่านที่เป็นตลาดกลางคืน มีร้านกาแฟในตัวตึกแถว กาแฟฟินหรือกาแฟดริปแบบเวียดนามแก้วละ 40,000 ดอง ถือว่าแพงกว่าปกติ และสำหรับสินค้าอื่นๆ ก็รู้สึกว่าแพงกว่าย่านตึกสวยงามแถวทะเลสาบไปจนถึงตลาดนัดความรัก เป็นสิ่งที่น่าแปลกใจไม่น้อย นอกจากนี้ตอนซื้อน้ำดื่มจากร้านขายของชำ แม่ค้าขายขวด (ใหญ่) ละ 15,000 ดอง ขณะที่ในซูเปอร์มาร์เก็ตขายเพียง 7,000 ดอง นักท่องเที่ยวที่ต้องการสนับสนุนคนท้องถิ่นตัวเล็กๆ ก็คงต้องลังเลกันหลายตลบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ตลาดนัดความรักแห่งซาปาในวันที่ยังมาไม่ถึง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมรอฟ้าเปิดอยู่ทั้งวัน แต่หมอกก็ไม่หายไป อากาศก็หนาว เช้าวันต่อมาหมอกยังลงเหมือนเดิม แม้จะบางกว่า แต่ฝนกลับโปรยลงมาชดเชย ถามผู้หญิงที่คาดว่าจะเป็นเจ้าของโรงแรมเรื่องการขึ้นยอดเขาฟานซีปัง เธอให้คำตอบว่ารถกระเช้ายังเปิดให้บริการ แต่ขึ้นไปแล้วไม่เห็นวิวงาม เสียเวลาเปล่า พรุ่งนี้หมอกก็คงจะลงมาอีก ผมถามเรื่องแลกเงิน เธอรับแลกเฉพาะดอลลาร์สหรัฐ และเสนอเรตที่ไม่ค่อยดีนัก ผมจึงฝ่าฝนโปรยเดินหาในละแวกนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ธนาคารแรกที่เจอไม่รับแลก แต่ยังมีน้ำใจแนะนำธนาคารอีกแห่งชื่อ Vietin Bank ใกล้ๆ ตลาดซาปา ได้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีมาก ผมแลก 100 ดอลลาร์ เอามาซื้อเสื้อแจ็กเกตจากร้านของโรงแรม ราคาตัวละ 400,000 ดอง แล้วใส่ทันที เสื้อตัวนี้ยังจะมีประโยชน์มากยามอยู่ในเมืองจีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
หมอกลงคลุมเมืองจนผู้เขียนต้องตัดสินใจเก็บยอดเขาฟานซีปังไว้โอกาสหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความนึกคิดและการตัดสินใจของผมยังไม่ชัดเจน กระทั่งได้ดื่มกาแฟที่ร้าน Kafa Caf&amp;eacute; รวบรวมความกล้าเดินกลับที่พัก เก็บกระเป๋าลงไปเช็กเอาต์เพื่อเดินทางสู่หล่าวกาย ผู้หญิงที่เคาน์เตอร์และดูแลร้านขายเสื้อผ้าเวลานี้เป็นคนที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ พอรู้ว่าผมจะเดินฝ่าสายฝนไปศูนย์ข้อมูลนักท่องเทียวเพื่อขึ้นรถ เธอก็ใช้แอปแปลภาษาในมือถือยื่นให้ผมอ่าน จึงเข้าใจว่ารอโบกมินิบัสที่หน้าโรงแรมก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีรถจากหล่าวกายผ่านไป เธออธิบายว่าให้รอรถคันนี้แหละ จะเป็นคันต่อไปที่ออกจากศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว ผมรอมินิบัสสีเหลือง-แดง-ขาวอยู่นานมาก แต่ไร้วี่แวว นึกขึ้นได้ว่าเลยเวลา 11 โมงไปแล้ว โชเฟอร์คงพักเที่ยงและต่อด้วยเซียสต้า จังหวะนั้นมีรถตู้ขับผ่านมา ป้ายหน้ารถเขียน Lao Cai ผมก็พูดขึ้นว่า &amp;ldquo;หล่าวกาย&amp;rdquo; แม้ไม่ถึงขั้นตะโกน แต่รถจอด คนขับอาจจะมีหูชั้นยอด หรือไม่ก็เก่งกาจในด้านการอ่านปาก ผมแบกกระเป๋าวิ่งตามออกไปขึ้นรถ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทิ้งซาปาไว้ข้างหลังโดยที่ยังไม่เห็นนาขั้นบันได ไม่ได้เที่ยวหมู่บ้านชาวเขา และไม่ได้ขึ้นไปชิมวิวจากยอดฟานซีปัง.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54906</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยว, ซาปา, ซาปายังมาไม่ถึง, ซาปาเวียดนาม, ท่องเที่ยวเวียดนาม, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เบื้องหน้าที่ปรากฎ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088baf5c3e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
