<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2020 18:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2020 18:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซาปายังมาไม่ถึง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; ปกติแล้วผมจะหลีกเลี่ยงการออกเดินทางจากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่งในเวลาเช้าตรู่ ด้วยไม่อยากเผชิญปัญหาใหญ่ 2 ประการ คือการนอนไม่พออันเสี่ยงที่จะนำไปสู่การป่วยไข้ได้ง่ายขึ้น และเวลาที่เช้าเกินไประบบขับถ่ายยังไม่พร้อมทำงาน แต่มันจะไปทำงานในขณะกำลังเดินทาง ทว่าสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงมากกว่าคือ การไปถึงปลายทางในเวลาค่ำมืด โดยที่เป็นการไปเยือนเมืองนั้นเป็นครั้งแรก ในการเดินทางจากเดียนเบียนฟูไปยังซาปาเมื่อปลายตุลาคมที่ผ่านมา ผมจึงเลือกรถเที่ยวเช้าเพื่อจะไปถึงในตอนบ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
บนเส้นทางเดียนเบียนฟู-ซาปา ชาวเวียดนามทุกบ้านร่วมใจกันประดับธงชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้นในเวลา 05.18 น. ท้องฟ้ายังมืดสนิท เก็บกระเป๋าเสร็จแล้วลงไปชั้นล่างก็ยังไม่สว่าง อากาศเย็นจนต้องใส่แจ็กเกต เล-สะใภ้คนขยันประจำโรงแรมตื่นขึ้นมาตั้งแผงขายข้าวเหนียวนึ่งบนบาทวิถีได้สักพักแล้ว มีโต๊ะพลาสติก 2 ตัว และเก้าอี้ 6 ตัว ผมสั่ง 1 ชุดเล็กสำหรับไว้กินกลางทาง เธอห่อข้าวเหนียวในใบตอง มีเครื่องเคียงโปะลงไป ได้แก่ ถั่วคั่ว เนื้อบด กระเทียมและหอมเจียว ราคา 10,000 ดอง เท่ากับ 15 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เลมีลูกค้าประจำทั้งที่แวะนั่งกินหน้าโรงแรมและซื้อใส่ห่อ เด็กชายในชุดนักเรียนปั่นจักรยานมาซื้อไปกินที่โรงเรียน เขาดูกวนๆ หยอกล้อกับผมแบบไม่มีความเขินอายของเด็กๆ คู่รักชาวไทยที่เดินทางมาเดียนเบียนฟูด้วยมินิบัสคันเดียวกับผมลงมาจากห้องพักพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้า เราจึงได้มีโอกาสกล่าวคำลาและคำอวยพร รถโดยสารไปหลวงพระบางของพวกเขาออกในเวลา 8 โมงครึ่ง และสถานีขนส่งก็อยู่ห่างไปประมาณ 200 เมตรเท่านั้น แต่ทั้งคู่อยากใช้เวลาเช้าสุดท้ายในเดียนเบียนฟูให้คุ้มค่าด้วยการเดินเล่น หาของกินและชมเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ความบากบั่นของนักปั่นชาวไทย อีกไม่กี่กิโลเมตรก็ถึงซาปาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เลยเวลา 6 โมงครึ่งไม่เท่าไหร่ รถตู้เข้ามาจอดริมถนนตรงข้ามโรงแรม ผมนึกว่าจะเป็นมินิบัสคันใหญ่กว่านี้ เลออกคำสั่งให้ขึ้นรถ ฝ่ายคนขับก็ลงมากวักมือเรียก ไม่ทันได้ร่ำลาเลเป็นเรื่องเป็นราว ผมรีบวิ่งข้ามถนนไปขึ้นรถ ประตูยังไม่ปิดด้วยซ้ำตอนที่ล้อรถหมุนออกไป บนรถมีผู้โดยสารแค่ 3 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อพ้นตัวเมืองเดียนเบียนฟูมาหน่อยก็เห็นบ้านเรือนของชาวไทดำค่อนข้างหน้าตา ล้วนเป็นบ้านไม้ยกใต้ถุนสูง มีบันไดขึ้นบ้านสองฝั่งซ้าย-ขวา สำหรับแบ่งชาย-หญิง เข้าใจว่าฝ่ายหญิงเดินขึ้นทางซ้าย ส่วนชายเดินขึ้นทางขวา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนฝรั่งเศสจะเข้ามายึดครอง บริเวณนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคว้นสิบสองจุไท เจ้าอาณานิคมผนวกเข้าเป็นฝรั่งเศสอินโดจีน เมื่อกองทัพเวียดมินห์ขับไล่ฝรั่งเศสออกไป พื้นที่บริเวณนี้ก็กลายเป็นเวียดนาม ชนชาติไทอพยพไปยังลาวและไทยหลายระลอก แต่ปัจจุบันก็ยังอาศัยในจังหวัดเดียนเบียนและจังหวัดเซินลาอยู่ไม่น้อย และยังคงรักษาวัฒนธรรมไททรงดำดั้งเดิมหลายอย่างเอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราออกจากเดียนเบียนฟูมาได้ 2 ชั่วโมง รถตู้แวะจอดให้กินมื้อเช้าในสถานที่ลักษณะกึ่งบ้านกึ่งร้านอาหาร ผมกะจะไม่กิน เพราะมีข้าวเหนียวทรงเครื่องอยู่แล้ว แต่พอโชเฟอร์ชักชวนก็ไม่อยากเสียมารยาท สั่งเฝอไก่มานั่งกินด้วย มีผู้โดยสารหนุ่มร่วมโต๊ะอีกคน กินเสร็จโชเฟอร์ออกไปนั่งกินน้ำชาหน้าร้าน ผมจ่ายเงินค่าเฝอ 40,000 ดองแล้วตามออกไป เขารินน้ำชาจากกาใส่ถ้วยยื่นให้ พูดอะไรบางอย่างออกมา ผมเดาตอบไปว่า &amp;ldquo;ไทยแลนด์&amp;rdquo; เขาก็ &amp;ldquo;อือ&amp;rdquo; พยักหน้า พูดอะไรบางอย่างออกมาอีกแล้วชวนขึ้นรถ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
รวมมิตรอาหารปิ้งย่างบริเวณจุดแวะพักใกล้น้ำตกทังบัค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รถตู้วิ่งผ่านเมืองไลที่ยังอยู่ในจังหวัดเดียนเบียน สู่เมืองไลโจว จังหวัดไลโจว ไต่เขาคดเคี้ยวขึ้นไปเรื่อยๆ สู่จังหวัดหล่าวกาย เวลาบ่ายโมงกว่าๆ ตอนที่เหลือระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตรก่อนถึงตัวเมืองซาปา คนขับก็แวะอีกครั้งเพื่อกินมื้อเที่ยง บริเวณนี้เป็นจุดแวะพักรถบนไหล่เขาที่สำคัญ นอกจากแถวของร่มผ้าใบและเพิงหลังคาสังกะสีเป็นแนวยาวสำหรับขายของกินของใช้แล้ว มองขึ้นไปบนเขาที่ตั้งฉากกับถนนเห็นน้ำตกทังบัค หรือ &amp;ldquo;น้ำตกสีเงิน&amp;rdquo; ไหลลงจากยอดผาแล้วหลุบหายเข้าไปในความเขียวของต้นไม้ช่วงกลางเขา นักท่องเที่ยวนิยมขี่มอเตอร์ไซค์จากซาปามาชมความงาม ทางขึ้นน้ำตกอยู่ไม่ห่างออกไป&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร้านอาหารที่โชเฟอร์ของเราจอดด้านหน้ามีโต๊ะเตี้ยๆ ตั้งอยู่ในร้านจำนวนหนึ่ง นอกร้านมีคนปิ้งมัน ข้าวหลาม ข้าวโพด ไข่ และเนื้อสัตว์เสียบไม้ ผมก็จะไม่กินเหมือนเดิม ตอนเดินออกจากห้องน้ำของร้านโชเฟอร์ที่นั่งอยู่หน้าเตาปิ้งก็ชวนอีก แกแบ่งข้าวหลามให้ เป็นข้าวหลามท่อนเล็กเรียว กินโดยจิ้มเกลือและถั่วคั่วบด รสชาติพอใช้ได้ โชเฟอร์กินเสร็จลุกไปโดยไม่บอกกล่าว ทิ้งผมไว้กับแม่ค้า ด้วยความเกรงใจจึงซื้อมันปิ้งมา 1 หัว ราคา 10,000 ดอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รถตู้แวะส่งผมที่หน้าตลาดซาปาเกือบๆ บ่าย 3 โมง แล้ววิ่งต่อไปหล่าวกายใกล้ชายแดนจีน ผมตั้งหลักจับทิศทางได้แล้วเดินไปยังที่พักชื่อ Sapa New Orient Hotel บนถนน Thach Son ห่างออกไปราว 300 เมตร จองทางอินเทอร์เน็ตไว้ตั้งแต่เมื่อคืนก่อนนอน ชั้นล่างของโรงแรมเป็นร้านขายเสื้อผ้า เน้นเสื้อหนาวและแจ็กเกตเดินป่า เคาน์เตอร์เช็กอินอยู่ด้านใน ผู้หญิง 2 คนอยู่หลังเคาน์เตอร์ คนหนึ่งพูดภาษาอังกฤษดีมาก คาดว่าเป็นเจ้าของ อีกคนพูดไม่ได้เลย ทราบทีหลังว่าเป็นลูกจ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมงีบไป 2 ชั่วโมง ตื่นมาหาร้านกาแฟ ได้ร้านชื่อ Kafa Caf&amp;eacute; ใกล้ๆ ที่พัก ดื่มลาเต้ร้อนแล้วเดินไปทะเลสาบซาปา ทะเลสาบขนาดเล็กตั้งอยู่กลางเมือง มีเกาะจิ๋ว 1 เกาะ อาคารที่อยู่รอบทะเลสาบและภูเขาทางด้านทิศใต้ทำเงาสะท้อนเป็นรูปสมมาตรอยู่ในน้ำ เด็กนักเรียนในเสื้อแจ็กเกตเขียว-ขาวเดินเล่นกันอยู่ คนวิ่งออกกำลังกายรอบทะเลสาบก็พอมีให้เห็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ทะเลสาบซาปายามเย็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซาปาเป็นเมืองที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลเฉลี่ย 1,500 เมตร ยอดเขาฟานซีปังของภูเขาฮว่างเลียนซอนสูงถึง 3,143 เมตร สูงสุดในภูมิภาคอินโดจีน ภูเขาลูกนี้เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยที่อยู่ปลายสุดฝั่งตะวันออก กลุ่มชาติพันธุ์สำคัญ ได้แก่ ม้ง, เย้า, ไส, ละหู่ รวมถึงไทอยู่อาศัยมานานแล้ว ก่อนที่ฝรั่งเศสจะเข้ามาในซาปาตอนต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 จัดตั้งกองทหารรักษาการณ์เต็มรูปแบบ มีคณะมิชชันนารีสร้างสถานพักฟื้นผู้ป่วยทหาร และต่อมาก็ได้พัฒนาเป็นเมืองตากอากาศ เนื่องจากอากาศที่ซาปาเย็นสบายเกือบตลอดทั้งปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระหว่างสงครามอินโดจีนครั้งที่ 1 อาคารสไตล์โคโลเนียลถูกทำลายจากฝ่ายเวียดมินห์ในช่วงต้นสงคราม และในตอนปลายสงครามถูกเครื่องบินฝรั่งเศสทิ้งระเบิดเสียหายเกือบทั้งหมด จากที่มีอยู่ประมาณ 200 หลัง ผู้คนต้องอพยพหลบหนี กระทั่งในช่วงต้นคริสต์ทศวรรษที่ 1960&amp;rsquo;s รัฐบาลคอมมิวนิสต์มีแผนตั้งเป็นเมืองเศรษฐกิจใหม่ จึงเริ่มมีชาวเวียดย้ายเข้ามาอยู่อาศัย และต่อมาในยุค 1990&amp;rsquo;s ก็ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว คราวนี้ผู้มาเยือนมาจากทั่วมุมโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากปลายทะเลสาบด้านตะวันตก ผมเดินเข้าถนน Xuan Vien ไปเชื่อมกับถนน Thach Son อีกครั้ง ฟ้าเริ่มมืดลงแล้ว แสงไฟจากร้านอาหาร คาเฟ่ และโรงแรมที่เรียงกันอย่างเป็นระเบียบและตกแต่งสวยงามแข่งกันขับสีสันยามต้นราตรีของซาปาออกมา ผมเดินจนถึงอีกจุดที่เป็นแลนด์มาร์กของเมือง ด้านซ้ายคือโบสถ์นอเทอดาม ขนาดไม่ใหญ่นัก ขวามือเป็นสนามคล้ายชามอ่างขนาดประมาณ 2 ใน 3 ของสนามฟุตบอล เป็นสนามพื้นแข็ง ไม่ทราบวัสดุที่ใช้ มีขั้นบันไดเดินลงไป ที่ปลายของสนามทางด้านไกลมีเวทีถาวรรูปวงพระจันทร์ สร้างไว้สำหรับทำการแสดง ในสนามมีเยาวชนหลายกลุ่มกำลังแบ่งพื้นที่เตะฟุตบอล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
มองจากสวนริมทะเลสาบซาปา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บริเวณนี้ในอดีตคือตลาดนัดความรัก หนุ่มสาวชาวเย้าลงจากภูเขามาหาคู่ เล่าว่าฝ่ายหญิงจะร้องเพลงให้หนุ่มๆ ฟังแล้วหลบหายไปในความมืด หนุ่มใดหาเธอพบและต้องมนต์รักก็จะหายเข้าป่าไปด้วยกันเป็นเวลา 3 วัน 3 คืน เมื่อกลับออกมาก็วิวาห์กัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันเมืองได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ตลาดนัดความรักแปรสภาพเป็นตลาดขายสินค้าของกลุ่มชาติพันธุ์ แม้ว่ายังคงสามารถพบเห็นหญิงสาวร้องเพลงหลบๆ ซ่อนๆ อยู่ในความมืด แต่พวกเธอไม่ได้หาคู่เหมือนเมื่อก่อน พวกเธอหานักท่องเที่ยวใจดีที่จะยื่นเงินให้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเดินลงไปในสนามตัดผ่านไปยังอีกฝั่ง เข้าสู่อาคารสถานี Fansipan Legend ของ Sun Group กลุ่มบริษัทผู้พัฒนาด้านอสังหาริมทรัพย์ขนาดยักษ์ของเวียดนาม สถานีรถรางนี้จะนำผู้โดยสารไปขึ้นรถกระเช้าสู่ยอดเขาฟานซีปังวันนี้ได้ปิดบริการลงแล้ว แต่รู้สึกว่ายังสามารถซื้อตั๋วสำหรับวันถัดไปได้ ราคาสำหรับขึ้นสู่สถานียอดเขาฟานซีปังอยู่ที่ 700,000 ดอง หรือเกือบๆ 1,000 บาท ผมยังไม่ตัดสินใจซื้อ ความตั้งใจคือจะมาแอบใช้ห้องน้ำ จากนั้นเดินออกมาผ่านศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว ไม่ไกลกันเห็นกลุ่มแม่ค้านั่งขายสตรอว์เบอร์รีอยู่ติดๆ กันหลายเจ้า มีเจ้าเดียวที่เขียนป้ายระบุราคา ผมก็เลยตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น กล่องละ 50,000 ดอง หรือประมาณ 70 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระหว่างทางเดินกลับได้แวะกินมื้อค่ำเป็นข้าวราดแกงอีกตามเคย กับข้าวสาม-สี่อย่าง พร้อมเบียร์ Saigon กระป๋อง ทั้งหมดราคาไม่ถึง 100 บาท เดินเลยที่พักไปแถวๆ หน้าอาคารตลาดซาปา เรียก Cho Sapa ข้างๆ มีตลาดกลางคืน เรียก Cho Den Sapa ฝั่งตรงข้ามตลาดมีกลุ่มฝรั่งกำลังรอรถบัสออกเดินทางกลับฮานอย ผมเดินเข้าไปในออฟฟิศขายตั๋ว เด็กหญิงอายุ 6 หรือ 7 ขวบเท่านั้น แต่พูดภาษาอังกฤษดีมาก ให้คำตอบผมเรื่องจะไปคุนหมิงว่าไม่มีรถออกจากซาปาไปคุนหมิงโดยตรง ส่วนรถไปหล่าวกายต้องไปขึ้นที่หน้าศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
สามแม่ลูกกับความหวังเล็กๆ ในการขายของที่ระลึก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช้าวันต่อมาผมตัดสินใจจะขึ้นยอดเขาฟานซีปัง ปรากฏว่าพอเดินออกจากที่พักเจอหมอกลงหนามาก มองเห็นแค่ไม่กี่สิบเมตรเบื้องหน้า จึงเดินไปหามื้อเช้ากินที่ตลาดเช้าซาปา ตั้งอยู่ด้านหลังของอาคารตลาดซาปา (มีร้านขายเสื้อผ้าและของที่ระลึก) แม่ค้าพูดภาษาอังกฤษเชิญชวนให้เข้าร้าน ผมสั่งโจ๊กไก่ เสิร์ฟมาในลักษณะกึ่งโจ๊กกึ่งข้าวต้ม รสชาติพอถูไถ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถัดจากตลาดเช้าคือสถานีขนส่งซาปา ผมเข้าไปถามทางเลือกสำหรับเดินทางไปหล่าวกายก็ได้รับคำตอบเหมือนที่เด็กหญิงบอกเมื่อคืน คือต้องไปขึ้นที่ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว โดยระหว่างเวลา 11.00-13.00 น. จะไม่มีรถให้บริการ เข้าใจว่าคงจะพักเที่ยงต่อด้วยเซียสต้า-นอนกลางวันเหมือนเช่นที่ประสบในเดียนเบียนฟู จากนั้นเดินไปยังย่านที่เป็นตลาดกลางคืน มีร้านกาแฟในตัวตึกแถว กาแฟฟินหรือกาแฟดริปแบบเวียดนามแก้วละ 40,000 ดอง ถือว่าแพงกว่าปกติ และสำหรับสินค้าอื่นๆ ก็รู้สึกว่าแพงกว่าย่านตึกสวยงามแถวทะเลสาบไปจนถึงตลาดนัดความรัก เป็นสิ่งที่น่าแปลกใจไม่น้อย นอกจากนี้ตอนซื้อน้ำดื่มจากร้านขายของชำ แม่ค้าขายขวด (ใหญ่) ละ 15,000 ดอง ขณะที่ในซูเปอร์มาร์เก็ตขายเพียง 7,000 ดอง นักท่องเที่ยวที่ต้องการสนับสนุนคนท้องถิ่นตัวเล็กๆ ก็คงต้องลังเลกันหลายตลบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ตลาดนัดความรักแห่งซาปาในวันที่ยังมาไม่ถึง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมรอฟ้าเปิดอยู่ทั้งวัน แต่หมอกก็ไม่หายไป อากาศก็หนาว เช้าวันต่อมาหมอกยังลงเหมือนเดิม แม้จะบางกว่า แต่ฝนกลับโปรยลงมาชดเชย ถามผู้หญิงที่คาดว่าจะเป็นเจ้าของโรงแรมเรื่องการขึ้นยอดเขาฟานซีปัง เธอให้คำตอบว่ารถกระเช้ายังเปิดให้บริการ แต่ขึ้นไปแล้วไม่เห็นวิวงาม เสียเวลาเปล่า พรุ่งนี้หมอกก็คงจะลงมาอีก ผมถามเรื่องแลกเงิน เธอรับแลกเฉพาะดอลลาร์สหรัฐ และเสนอเรตที่ไม่ค่อยดีนัก ผมจึงฝ่าฝนโปรยเดินหาในละแวกนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ธนาคารแรกที่เจอไม่รับแลก แต่ยังมีน้ำใจแนะนำธนาคารอีกแห่งชื่อ Vietin Bank ใกล้ๆ ตลาดซาปา ได้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีมาก ผมแลก 100 ดอลลาร์ เอามาซื้อเสื้อแจ็กเกตจากร้านของโรงแรม ราคาตัวละ 400,000 ดอง แล้วใส่ทันที เสื้อตัวนี้ยังจะมีประโยชน์มากยามอยู่ในเมืองจีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
หมอกลงคลุมเมืองจนผู้เขียนต้องตัดสินใจเก็บยอดเขาฟานซีปังไว้โอกาสหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความนึกคิดและการตัดสินใจของผมยังไม่ชัดเจน กระทั่งได้ดื่มกาแฟที่ร้าน Kafa Caf&amp;eacute; รวบรวมความกล้าเดินกลับที่พัก เก็บกระเป๋าลงไปเช็กเอาต์เพื่อเดินทางสู่หล่าวกาย ผู้หญิงที่เคาน์เตอร์และดูแลร้านขายเสื้อผ้าเวลานี้เป็นคนที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ พอรู้ว่าผมจะเดินฝ่าสายฝนไปศูนย์ข้อมูลนักท่องเทียวเพื่อขึ้นรถ เธอก็ใช้แอปแปลภาษาในมือถือยื่นให้ผมอ่าน จึงเข้าใจว่ารอโบกมินิบัสที่หน้าโรงแรมก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีรถจากหล่าวกายผ่านไป เธออธิบายว่าให้รอรถคันนี้แหละ จะเป็นคันต่อไปที่ออกจากศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว ผมรอมินิบัสสีเหลือง-แดง-ขาวอยู่นานมาก แต่ไร้วี่แวว นึกขึ้นได้ว่าเลยเวลา 11 โมงไปแล้ว โชเฟอร์คงพักเที่ยงและต่อด้วยเซียสต้า จังหวะนั้นมีรถตู้ขับผ่านมา ป้ายหน้ารถเขียน Lao Cai ผมก็พูดขึ้นว่า &amp;ldquo;หล่าวกาย&amp;rdquo; แม้ไม่ถึงขั้นตะโกน แต่รถจอด คนขับอาจจะมีหูชั้นยอด หรือไม่ก็เก่งกาจในด้านการอ่านปาก ผมแบกกระเป๋าวิ่งตามออกไปขึ้นรถ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทิ้งซาปาไว้ข้างหลังโดยที่ยังไม่เห็นนาขั้นบันได ไม่ได้เที่ยวหมู่บ้านชาวเขา และไม่ได้ขึ้นไปชิมวิวจากยอดฟานซีปัง.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54906</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยว, ซาปา, ซาปายังมาไม่ถึง, ซาปาเวียดนาม, ท่องเที่ยวเวียดนาม, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เบื้องหน้าที่ปรากฎ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088baf5c3e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
