<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>12890</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2018 22:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2018 22:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญี่ปุ่นประหารเจ้าลัทธิ &#039;โอมชินริเกียว&#039; พร้อมสาวกรวดเดียว 7 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ญี่ปุ่นประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ &amp;quot;โชโก อาซาฮาระ&amp;quot; เจ้าลัทธิโอมชินริเกียว พร้อมสาวกอีก 6 คน รวดเดียวเมื่อเช้าวันศุกร์ ชดใช้ความผิดฐานก่อการร้ายปล่อยสารพิษซารินในระบบรถไฟใต้ดินกรุงโตเกียวเมื่อปี 2538 คร่าชีวิตเหยื่อ 13 รายและทำให้ป่วยหลายพันคน ขณะแอมเนสตีย้ำโทษประหารไม่ใช่คำตอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ภาพใหญ่ขวาสุด) โชโก อาซาฮาระ, ภาพหมู่จากแถวบนซ้ายทวนเข็มนาฬิกา โยชิฮิโร อิโนอุเอะ, โทโมมิตสึ นีมิ, มาซามิ สึชิยะ, ฮิโยฮิเดะ ฮายากาวะ, โทโมมาซะ นากางาวะ และเซอิจิ เอนโด / AFP / JIJI PRESS / Yomiuri Shimbun &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาซาฮาระ วัย 63 ปีในปัจจุบัน พร้อมกับสาวกของเขาอีก 12 คนถูกตัดสินประหารชีวิตเมื่อกว่า 10&amp;nbsp; ปีก่อน แต่การแขวนคอประหารชีวิตถูกชะลอไว้จนกระทั่งเสร็จสิ้นกระบวนการอุทธรณ์ของจำเลยทั้งหมดแล้ว การประหารชีวิตเจ้าลัทธิและสาวก 6 คนของเขาเกิดขึ้นโดยไม่มีการประกาศล่วงหน้า แต่เอเอฟพีรายงานอ้างคำแถลงยืนยันของโยโกะ คามิกาวะ รัฐมนตรียุติธรรมญี่ปุ่นเมื่อวันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม 2561&amp;nbsp; ว่าการแขวนคอบุคคลทั้ง 7 เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คามิกาวะกล่าวว่า สมาชิกลัทธิโอมรับผิดชอบต่อการกระทำที่ร้ายแรงและโหดร้ายป่าเถื่อนถึงขีดสุดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและไม่ควรเกิดขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2538 นั้น สมาชิกลัทธินี้ได้นำสารพิษซารินในรูปของเหลวมาราดภายในระบบรถไฟใต้ดินของโตเกียว 5 จุดในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน เปลี่ยนกรุงโตเกียวในวันนั้นให้กลายสภาพเหมือนแดนสงคราม ผู้คนพากันล้มลง อาเจียนน้ำลายฟูมปาก ของเหลวหลั่งจากร่างกาย หายใจไม่ออก กองกำลังป้องกันตนเองต้องส่งทหารในชุดป้องกันสารเคมีเข้าอพยพผู้โดยสารซึ่งล้มเจ็บหลายพันคน เหยื่อ 13 คนเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2538 โชโก อาซาฮาระ (กลาง) ขณะถูกส่งนำตัวจากสถานีตำรวจไปขึ้นศาล / AFP / JIJI PRESS &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการญี่ปุ่นได้ออกกวาดล้างลัทธิโอมชินริเกียว ซึ่งมีความหมายว่า &amp;quot;ความจริงขั้นสูงสุด&amp;quot; หลังเหตุการณ์ช็อกโลกครั้งนั้น ตำรวจบุกเข้าตรวจค้นศูนย์บัญชาการของลัทธิซึ่งตั้งอยู่ตีนเขาภูเขาไฟฟูจิ&amp;nbsp; แล้วก็พบโรงงานผลิตสารพิษทำลายประสาทชนิดนี้ที่สามารถฆ่าคนได้หลายล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาซาฮาระและสาวกซึ่งถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการปล่อยก๊าซซารินโจมตี 1 ปีก่อนหน้านั้น ซึ่งทำให้มีคนตาย 8 คนและเจ็บ 600 คน ถูกศาลตัดสินประหารชีวิตหลังจากกระบวนการพิจารณาคดียืดเยื้อหลายปี ที่เจ้าลัทธินัยน์ตาใกล้บอดรายนี้มักเอาแต่บ่นงึมงำจับใจความไม่ได้ทั้งในภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันยังเหลือสาวกอีก 6 คนของลัทธินี้รอการประหารชีวิต และอีก 6 คนถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ส่วนลัทธิโอมแม้จะถูกรัฐบาลสหรัฐและอีกหลายประเทศขึ้นบัญชีเป็นลัทธิก่อการร้าย แต่ทางการญี่ปุ่นไม่ได้สั่งแบน โดยจัดให้เป็น &amp;quot;ศาสนาอันตราย&amp;quot; ที่ต้องเฝ้าตรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาซาฮาระ หรือชื่อเดิมว่าชิซุโอะ มัตซึโมโตะ เริ่มพัฒนาลัทธิความเชื่อของเขาเมื่อทศวรรษ 1980 โ ดยปวารณาตนเป็นทั้งพระคริสต์และผู้รู้แจ้งต่อจากพระพุทธเจ้า ลัทธิโอมได้สถานะเป็นองค์กรทางศาสนาในญี่ปุ่นเมื่อปี 2532 ในช่วงเวลาเฟื่องฟูลัทธินี้มีสาวกนับแสนคนทั่วโลก ความเชื่อของลัทธิค่อยๆ&amp;nbsp; แปรเปลี่ยนเป็นลัทธิล้างโลก โดยเชื่อว่าโลกใกล้ถึงกาลอวสานเพราะสงครามโลก และมีแต่พวกเขาที่จะรอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานบีบีซีกล่าวว่า ภายหลังก่อเหตุโจมตีในปี 2538 ลัทธินี้เปลี่ยนชื่อเป็นอาเลฟ หรือฮิการิ โน วะ ปัจจุบันยังมีผู้ติดตามทั้งในญี่ปุ่นและทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศอดีตสหภาพโซเวียต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้โดยสารได้รับการปฐมพยาบาลโดยหน่วยแพทย์ฉุกเฉินภายหลังการโจมตีเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2538 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การโจมตีครั้งนั้นเป็นการก่อการร้ายครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น การประหารคนกลุ่มนี้ได้รับการสนับสนุนจากบรรดาเหยื่อ การแขวนคอเมื่อวันศุกร์เป็นการประหารหมู่จำนวนมากที่สุดนับแต่ปี พ.ศ.2454 ที่นักโทษ 11 คนถูกประหารจากความผิดฐานพยายามลอบปลงพระชนม์สมเด็จพระจักรพรรดิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนล ซึ่งกล่าวประณามพฤติกรรมของลัทธินี้ว่าเลวทราม ได้กล่าวถึงการประหารชีวิตในครั้งนี้ว่า &amp;quot;โทษประหารชีวิตไม่เคยเป็นคำตอบ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12890</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซาริน, ญี่ปุ่น, ประหารชีวิต, สาวก, เจ้าลัทธิ, โชโก อาซาฮาระ, โอมชินริเกียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180706/image_big_5b3f82fb08347.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
