<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2020 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2020 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิชิโนะยอมรับเป็นรองซาอุดิอาระเบีย เน้น &#039;ช้างศึก&#039; ใช้เกมเร็วต่อกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อากิระ นิชิโนะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ชุดฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี กล่าวว่า ในฐานะที่เราเป็นเจ้าภาพ ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่สามารถพาทีมผ่านเข้ารอบ 8&amp;nbsp; ทีมได้ นักเตะทุกคนก็พยายามทำเต็มที่ สุดท้าย เราก็ทำกันได้ตามเป้าหมาย แน่นอนว่าเกมในรอบน็อคเอาท์ เราต้องเจอกับ ซาอุดิอาระเบีย ยอมรับว่าทีมไทยเป็นรอง สิ่งสำคัญคือเราต้องพยายามเล่นตามสไตล์ของตัวเอง นั่นก็คือเล่นให้รวดเร็ว เคลื่อนที่ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมา เรารู้จักซาอุดิอาระเบีย และเข้าใจมาตลอด ว่าเขาจะใช้กองหลัง 4 คน เกมอุ่นเครื่องที่เจอกับเราก็ใช้แบบนั้น หลังจากนั้นก็ได้ติดตาม ก็เห็นว่าพวกเขาก็มีใช่หลัง 3 คนเช่น แสดงให้เห็นว่า ซาอุดิอาระเบีย มีความหลากหลายมาก ก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีศักยภาพที่ดี จากแมตช์อุ่นเครื่องเมื่อต้นปี ทั้งสองทีมน่าจะมีการเปลี่ยนแปลง เพราะตอนนั้นเราเพิ่งเก็บตัว ส่วนซาอุดิอาระเบีย ก็เพิ่งเดินทางมาถึง ทั้งสองทีมต่างทดลองอะไรหลายอย่าง ทำให้เกมไม่ค่อยมีสปีดเท่าไหร่&amp;rdquo; นิชิโนะ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในทัวร์นาเมนต์ซาอุดิอาระเบียก็แสดงให้เห็นว่าเขาเพิ่มขึ้นจากตอนอุ่นเครื่อง เราก็ต้องรับมือให้ได้ ทีมไทยก็เช่นกัน เราทำได้เร็วขึ้น แต่ก็ยังเทียบเท่าซาอุดิอาระเบียไม่ได้ ซึ่งก็ต้องหาส่วนอื่นมาทดแทนให้ได้ ซาอุดิอาระเบีย ก็มีคอนเซปต์ชัดเจน ทั้งความแข็งแกร่งทางร่างกาย และมีความหลากหลายในรูปแบบการเล่น ผมต้องกำชับนักเตะว่าต้องทำอะไรบ้าง ก็จะพยายามนำประสบการณ์ที่เคยเจอกับ ซาอุดิอาระเบีย มาถ่ายทอดให้นักเตะได้เข้าใจมากที่สุด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แน่นอนว่านักเตะชุดนี้ ไม่ค่อยมีประสบการณ์ในเวทีใหญ่ ส่วนใหญ่เราจะเล่นในอาเซียน ไม่มีใครมีประสบการณ์ในเอเชีย รายการนี้ก็เป็นประสบการณ์ที่ดี ตัวผมเองก็ไม่ได้กระตุ้นอะไรเป็นพิเศษ แต่พยายามทำให้บรรยากาศในทีมออกมาดี ให้ทุกคนพยายามทำงานด้วยกัน เพื่อทำให้เราทำผลงานได้ดีขึ้น ซึ่งมันก็จะช่วยดึงศักยภาพของเราออกมา เพราะผมเชื่อว่าทุกคนมีความสามารถ ซึ่งนอกจากสร้างบรรยากาศแล้ว ก็พยายามบอกให้นักเตะตั้งเป้าหมายให้สูงไว้ก่อน&amp;quot; กุนซืชาวญี่ปุ่น กล่าวปิดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp; ซาอัด อัล เชห์รี เฮดโค้ชทีมชาติซาอุดิอาระเบีย กล่าวว่า &amp;quot;เชื่อว่าเกมที่จะพบกับทีมชาติไทย น่าจะเป็นเกมที่ยาก เพราะไทยเป็นเจ้าภาพ นอกจากนี้ไทยยังได้พักมากกว่า 1 วัน แต่เราจะพยายามเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด การที่จะเจอกับทีมชาติไทย จะแตกต่างจาก 3 นัดที่ผ่านมาแน่นอน เพราะไทยมีความรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม เราก็ได้เน้นย้ำให้นักเตะว่าต้องมีสภาพร่างกายและจิตใจที่พร้อม เพราะไทยเล่นฟุตบอลได้รวดเร็ว เป้าหมายของเราก็คือการโฟกัสกับเกมที่เหลือ เพื่อเป้าหมายในการไปโอลิมผปิก ก็หวังว่าแฟนบอลซาอุดิอาระเบีย ทุกคนจะเป็นกำลังใจให้กับเรา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบ 8 ทีมสุดท้าย ทีมชาติไทย พบกับ ซาอุดิอาระเบีย ที่สนาม ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ในวันที่ 18 ม.ค. เวลา 17.15 น. ช่อง 7 HD ถ่ายทอดสด อีกคู่ ออสเตรเลีบ พบ ซีเรีย เวลา 20.15 น. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน วันที่ 19 ม.ค. เกาหลีใต้ พบ จอร์แดน เวลา 17.15 น. ที่สนาม ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และ ยูเออี พบ อุซเบกิสถาน เวลา 20.15 น. สนามราชมังคลากีฬาสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54804</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬาฟุตบอล, ช้างศึก, ช้างศึก  ยู23, ซาอุดิอาระเบีย, ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย, ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย ยู23, อากิระ นิชิโนะ, เชียร์ทีมชาติไทย, เชียร์ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200117/image_big_5e2163dc142bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20073</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2018 22:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2018 22:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; ส่ง รมต.คุยซาอุฯ บี้สอบใครฆ่า &#039;คาช็อกกี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ เยือนซาอุดีอาระเบียเข้าเฝ้าฯ กษัตริย์ซัลมานและมกุฎราชกุมารเมื่อวันอังคาร เพื่อไขปริศนาการหายตัวของจามัล คาช็อกกี นักข่าวชาวซาอุฯ ที่วิจารณ์นโยบายของเจ้าชาย ขณะสื่ออเมริกันปูด ซาอุฯ เตรียมรายงานสารภาพคาช็อกกีถูกฆ่าในสถานกงสุลที่ตุรกีระหว่างการสอบปากคำที่ผิดพลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานแห่งซาอุดีอาระเบีย (ขวา) มีพระราชปฏิสันถารกับไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีสหรัฐ ที่กรุงริยาด เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลซาอุดีอาระเบียกำลังโดนกดดันอย่างหนักให้สร้างความกระจ่างต่อเหตุการณ์การหายตัวอย่างปริศนาของนักข่าววอชิงตันโพสต์ที่ชอบวิจารณ์นโยบายของมกุฎราชกุมารซาอุฯ รายนี้ ซึ่งไม่มีใครพบเห็นเขาอีกเลยหลังจากเข้าไปในสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียประจำนครอิสตันบุลเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 เพื่อขอเอกสารสำหรับการแต่งงาน ตำรวจตุรกีระบุว่าเขาโดนฆ่าตายภายในสถานกงสุล และเมื่อวันจันทร์ พนักงานสอบสวนของตุรกีสามารถเข้าไปตรวจค้นและเก็บหลักฐานจากภายในสถานกงสุลแห่งนี้ได้เป็นครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอังคารที่ 16 ตุลาคม อ้างเจ้าหน้าที่ตุรกีว่า การตรวจค้นนาน 8 ชั่วโมง ตำรวจอิสตันบุลได้เก็บหลักฐานหลายอย่าง รวมถึงดินจากสวนของสถานกงสุลไปด้วย ขณะที่แหล่งข่าวการทูตกล่าวว่า ตำรวจกำลังวางแผนเข้าตรวจค้นที่พักของกงสุลที่อยู่ใกล้กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวภายหลังสนทนาทางโทรศัพท์กับกษัตริย์ซัลมานว่า &amp;quot;ฆาตกรแตกแถว&amp;quot; อาจอยู่เบื้องหลังการหายตัวไปของคาช็อกกี ซึ่งเป็นพลเมืองซาอุฯ ที่อาศัยอยู่ในสหรัฐ ทรัมป์ส่งปอมเปโอเดินทางมายังกรุงริยาด ในภารกิจที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า เพื่อประชุมหารือแบบตัวต่อตัวกับผู้นำซาอุฯ หลังจากเข้าเฝ้าฯ กษัตริย์แล้ว ปอมเปโอได้เข้าเฝ้าฯ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมาร และจะร่วมมื้อเสวยพระกระยาหารค่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในทวีตของทรัมป์ เขาระบุว่า กษัตริย์ซาอุฯ ทรงยืนกรานปฏิเสธว่าพระองค์ไม่ทรงรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับ &amp;quot;พลเมืองชาวซาอุดีอาระเบียของเรา&amp;quot; ผู้นำสหรัฐกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวในเวลาต่อมาด้วยว่า พระองค์ทรงปฏิเสธอย่างแข็งขัน และในทัศนะของเขาดูเหมือนว่าอาจจะเป็นฝีมือของฆาตกรแตกแถวก็ได้ ใครจะรู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไมค์ ปอมเปโอ (ซ้าย) จับพระหัตถ์เจ้าชายซัลมาน ขณะเข้าเฝ้าฯ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฮทเธอร์ นาเวิร์ด โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงภายหลังปอมเปโอเข้าเฝ้าฯ มกุฎราชกุมารว่า เจ้าชายทรงย้ำถึงความเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งระหว่างสองประเทศที่กำลังเผชิญปัญหาท้าทายด้วยกัน ปอมเปโอยังได้หารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศ อเดล อัลจูเบอีร์ ด้วย และทั้งสองเห็นพ้องถึงความสำคัญของการสอบสวนอย่างละเอียด, โปร่งใส และทันท่วงที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวอนาโดลูของทางการตุรกีกล่าวว่า ภายหลังเสร็จการประชุมที่กรุงริยาด ปอมเปโอจะเดินทางต่อไปยังตุรกีในวันพุธ เพื่อพบกับเมฟลุต คาวูโซลู รัฐมนตรีต่างประเทศของตุรกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง รายงานของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นเมื่อวันจันทร์ อ้างแหล่งข่าว 2 ราย ว่าซาอุฯ กำลังเตรียมรายงานฉบับหนึ่งที่ยอมรับว่า คาช็อกกีตายระหว่างการสอบปากคำที่ผิดพลาด ส่วนหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลกล่าวว่า ซาอุฯ กำลังประเมินว่า จะยอมรับดีหรือไม่ว่าเจ้าหน้าที่แตกแถวฆ่าคาช็อกกีด้วยความไม่ตั้งใจ อย่างไรก็ดี รายงานของซีเอ็นเอ็นและวอลล์สตรีทเจอร์นัลย้ำว่า รายงานฉบับนี้ยังไม่เป็นที่สรุปแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20073</URL_LINK>
                <HASHTAG>กษัตริย์ซัลมาน, จามัล คาช็อกกี, ซาอุดิอาระเบีย, ตุรกี, ทรัมป์, นักข่าวหายตัว, เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน, ไมค์ ปอมเปโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181016/image_big_5bc5fe9132a0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19233</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2018 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมื่องานสวนสนามกลายเป็นสนาม อิหร่านจึงต้องโต้กลับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;text-align:center&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 กันยายน กองทัพอิหร่านจัดงานสวนสนามที่เมือง (Ahvaz &amp;ndash; ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้) เกิดเหตุผู้ก่อการร้ายอย่างน้อย 4 คนโจมตีผู้ร่วมงานด้วยอาวุธสงคราม มีผู้เสียชีวิต 26 คน บาดเจ็บเกือบ 70 ราย ผู้ก่อการร้ายทั้ง 4 เสียชีวิตหรือถูกจับกุม ทางการอิหร่านกล่าวโทษรัฐบาลสหรัฐ ซาอุฯ กับสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์มีส่วนเกี่ยวข้อง อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei) ชี้ว่าศัตรูหวังสร้างความปั่นป่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัปดาห์ต่อมาอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่กลุ่มก่อการร้ายทางภาคตะวันออกของซีเรีย 6 ลูก เป้าหมายดังกล่าวอยู่ห่างจากฐานปล่อยขีปนาวุธ 570 กิโลเมตร เป็นขีปนาวุธรุ่น Zolfaqar กับ Qiam มีพิสัย 750 กับ 800 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขีปนาวุธอย่างน้อย 1 ลูกมีข้อความว่า &amp;#39;Death to America&amp;#39;, &amp;#39;Death to Israel&amp;#39;, &amp;#39;Death to Al Saud&amp;#39; และประโยคที่ให้ความหมายตามบทบัญญัติศาสนาว่า &amp;ldquo;ต่อสู้กับเพื่อนซาตาน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ใช่ของแปลกใหม่ ประเด็นการตีความ :&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การที่ขีปนาวุธมีข้อความดังกล่าวย่อมถูกตีความได้ว่ารัฐบาลอิหร่านมิได้มุ่งโจมตีกลุ่มก่อการร้ายเท่านั้น ยังต้องการสื่อว่าใครเป็นศัตรูที่ต้องทำลาย และเป็นศัตรูที่เกี่ยวข้องกับบทบัญญัติตามหลักศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การตอบโต้ด้วยขีปนาวุธไม่ใช่ของแปลกใหม่ เมื่อมิถุนายน 2017 อิหร่านยิงขีปนาวุธใส่ผู้ก่อการร้ายหลังรัฐสภาอิหร่านถูกโจมตี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และหากถอยไปอีกปีเมื่อมีนาคม 2016 อิหร่านได้ทำเรื่องถูกตีความให้น่ากลัวพอกันด้วยการทดสอบยิงขีปนาวุธพิสัยกลาง 2 ลูก รุ่น Qadr-H กับ Qadr-F พลจัตวา Amir Ali Hajizadeh ผู้บัญชาการทหารอากาศแห่งกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolution Guards Corps Aerospace Force) แถลงหลังทดสอบว่าเป็นการซ้อมรบตามแผนป้องกันประเทศ ใช้ยิงศัตรูของอิหร่านโดยเฉพาะอิสราเอล อิหร่านไม่มีแผนรุกรานใครแต่พร้อมยิงขีปนาวุธใส่ผู้ที่คิดทำลายล้างอิหร่าน ระบอบไซออนนิสต์ (Zionist regime) เป็นเป้าหมาย &amp;ldquo;เป็นเหตุผลว่าทำไมจึงออกแบบขีปนาวุธพิสัย 2,000 กิโลเมตร ขีปนาวุธดังกล่าวสามารถยิงถึงเป้าหมายระยะ 2,000 กิโลเมตรในเวลา 12-13 นาที อาวุธดังนี้มีเพื่อป้องกันประเทศ ไม่ละเมิดข้อตกลงนิวเคลียร์ ไม่ได้ติดหัวรบนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่ออิหร่านรายงานว่าบนตัวขีปนาวุธดังกล่าวมีข้อความ &amp;ldquo;อิสราเอลต้องถูกลบออกจากหน้าประวัติศาสตร์&amp;rdquo; หรือออกจากแผ่นดินโลกเป็นภาษาฮีบรู (Hebrew)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเขียนเป็นภาษาฮีบรูบ่งบอกว่าต้องการให้คนอิสราเอลอ่าน ต้องการสื่อสารถึงอิสราเอลโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประโยคต้องการ &amp;ldquo;ลบอิสราเอลออกจากแผนที่&amp;rdquo; หรือประโยคที่มีความหมายคล้ายกันเป็นคำพูดที่ถูกกล่าวถึงเสมอๆ เช่นเมื่อเดือนตุลาคม 2005 ประธานาธิบดีมาห์มุด อาห์มาดิเนจาด (Mahmoud Ahmadinejad) ประกาศว่า &amp;ldquo;อิสราเอลจะต้องถูกลบออกจากแผนที่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงเป็นอีกครั้งที่ประโยคดังกล่าวปรากฏผ่านสื่อระหว่างประเทศ ตอกย้ำเป้าหมาย ทัศนคติที่รัฐบาลอิหร่านมีต่อพวกไซออนนิสต์ คำถามสำคัญคืออิหร่านหวังเพียง &amp;ldquo;ป้องกันประเทศ&amp;rdquo; หรือปรารถนา &amp;ldquo;ลงมือทำลายศัตรู&amp;rdquo; (เป็นฝ่ายบุก) หากวันใดพร้อมที่จะทำเช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้ามองจากมุมนายกฯ เนธันยาฮูย่อมได้คำตอบว่าอิหร่านหวังมีอาวุธนิวเคลียร์เพื่อโจมตีอิสราเอล เป็นเหตุผลให้รัฐบาลอิสราเอลอ้างความชอบธรรมที่จะต่อต้านโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน ปิดล้อมคว่ำบาตรจนกว่าอิสราเอลจะเห็นว่าตนปลอดภัยซึ่งหมายถึงระบอบอิหร่านต้องถูกล้มล้าง ดังที่ปรากฏในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายคนเชื่ออีกว่าสงครามโลกครั้งที่ 3 สงครามนิวเคลียร์ล้างโลกที่จะเกิดในอนาคตมีต้นเหตุมาจากอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อิหร่านส่งสารเตือน :&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าวิเคราะห์แบบพื้นฐาน การยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ 6 ลูกทำลายกลุ่มก่อการร้ายเป็นเพียง &amp;ldquo;ปฏิกิริยาตอบโต้&amp;rdquo; อีกมุมมองคือเป็นการรบติดพัน เนื่องจากทุกวันนี้กองกำลังติดอาวุธที่อิหร่านสนับสนุนกำลังต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายในซีเรียกับอิรักอยู่แล้ว ต่างยิงกันไปยิงกันมา ครั้งนี้ฝ่ายผู้ก่อการร้ายเพียงฉวยโอกาสลงมือก่อเหตุในเขตประเทศอิหร่านเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากมองย้อนหลัง 1 ปีในเหตุการณ์ผู้ก่อการร้ายโจมตีรัฐสภา ศัตรูยังคงหาช่องก่อเหตุเป็นระยะ กลุ่มก่อการร้ายอาจเป็นกลุ่มเดียวกันหรือคนละกลุ่ม และน่าจะมีมากกว่า 1 กลุ่ม ยากที่อิหร่านจะปราบปรามหรือสกัดได้หมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากคำกล่าวหาของอิหร่านถูกต้อง กลุ่มเหล่านี้มีรัฐบาลต่างชาติสนับสนุน ยิ่งเชื่อได้ว่าเหตุก่อการร้ายเช่นนี้จะเกิดขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อิหร่านจะสามารถปราบปรามรัฐบาลหรือระบอบศัตรูที่เอ่ยถึงได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความบาดหมางที่ดำเนินต่อไป :&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในอีกด้านหนึ่งทุกวันนี้รัฐบาลสหรัฐ ซาอุฯ กับพวกกำลังเล่นงานอิหร่านอย่างหนักหน่วงอยู่แล้ว การประกาศถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ (JCPOA) ของรัฐบาลทรัมป์ การยกระดับมาตรการคว่ำบาตร ขู่ห้ามบริษัทเอกชนทุกแห่งทั่วโลกทำธุรกิจกับอิหร่าน มีผลต่อเศรษฐกิจอิหร่านอย่างชัดเจน ซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจสังคมภายในที่มีอยู่แล้วในรุนแรงกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การประกาศว่าอีกฝ่ายเป็นศัตรูเป็นคำพูดที่คุ้นชิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดในช่วงประชุมสมัชชาสหประชาชาติ รัฐบาลสหรัฐ รัฐบาลซาอุฯ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ อิสราเอลส่งสัญญาณร่วมจุดยืนล้มล้างระบอบอิหร่าน ทั้งนี้จะรอให้การเมืองอิหร่านร้อนจนระเบิดออกมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝ่ายรัฐบาลอาหรับกล่าวหาเรื่อยมาว่าอิหร่านแทรกแซงกิจการภายในของตน ทั้งยังเป็นรัฐอุปถัมภ์ก่อการร้าย Adel al-Jubeir รมต.กระทรวงการต่างประเทศซาอุฯ กล่าวว่า &amp;ldquo;อิหร่านไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับโลกอาหรับจึงต้องถูกขับออกไป&amp;rdquo; &amp;ldquo;เราจะเจรจากับประเทศที่ต้องการฆ่าเราได้อย่างไร&amp;rdquo; ประโยคนี้หากตีความแบบการทูตคือกำลังสื่อว่าระบอบอิหร่านเป็นภัยคุมคามที่น่ากลัวร้ายแรง หากตีความตรงตัวอักษรคือการชี้ว่าเป็นศัตรูที่อยู่ร่วมโลกไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน Yousef al-Otaiba เอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ประจำสหรัฐกล่าวว่าแรงกดดันจากภายนอกเป็นกุญแจและจำต้องมีเพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอิหร่าน ต้องปิดล้อมอิหร่านทุกทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นเวลาหลายทศวรรษแล้วที่รัฐบาลสหรัฐ พวกซาอุฯ และอิสราเอลต่างพูดเป็นนัยหรือพูดตรงๆ ว่าต้องการล้มล้างระบอบอิหร่านแต่ยังไม่สำเร็จ ถ้อยคำรุนแรงที่ปรากฏจึงไม่ใช่อะไรแปลกใหม่เช่นกัน ที่พอจะแตกต่างจากเดิมคือ ความร่วมมือ 3 เส้าระหว่างรัฐบาลสหรัฐ พวกซาอุฯ และอิสราเอลปรากฏให้เห็นเด่นชัดมากขึ้นทุกที ไม่ใช่อะไรที่ต้องปิดลับอีกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิเคราะห์องค์รวมและสรุป :&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าวิเคราะห์โดยมองที่เหตุก่อการร้ายนี้เพียงเรื่องเดียวอาจได้ข้อสรุปอย่างหนึ่ง หากมองภาพกว้างมองย้อนอดีตจะพบว่าอิหร่านเคยตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่กลุ่มก่อการร้าย จึงไม่ใช่ของแปลกใหม่ เป็นการโต้กลับเมื่อถูกเล่นงานด้วยอาวุธเป็นครั้งๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมรภูมิต่อต้านก่อการร้ายทั้งในอิรักกับซีเรียต่างมีกองกำลังติดอาวุธที่รัฐบาลอิหร่านสนับสนุน กองกำลังเหล่านี้ยังคงอยู่ ยังรบในซีเรีย ดังนั้น สงครามต่อต้านผู้ก่อการร้ายดำเนินต่อไป และผู้ก่อการร้ายย่อมหาทางโต้กลับและทำอยู่แล้ว เป็นสงครามที่ต่างฝ่ายต่างต่อสู้กันและกัน ดังนั้น หากยึดว่าเหตุยิงในการสวนสนามเป็นฝีมือผู้ก่อการร้าย ย่อมควรสรุปว่าเหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของสงครามในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลอิหร่านต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อตอบโต้ โดยไม่กังวลว่าสหรัฐกับพวกจะโต้กลับหรือไม่ เพราะที่กระทำต่ออิหร่านในขณะนี้รุนแรงมากอยู่แล้ว สื่อบางสำนักบทวิเคราะห์บางชิ้นพยายามชักนำให้คิดรู้สึกรุนแรง บ้างเอ่ยถึงสงครามโลกครั้งที่ 3 (ไม่กี่เดือนก่อนก็คาดเดาว่าเกาหลีเหนือกับสหรัฐจะทำสงครามนิวเคลียร์) เป็นความจริงที่อิหร่านกับปรปักษ์หลายประเทศกำลังทำสงครามในระดับหนึ่ง เช่นการคว่ำบาตรเศรษฐกิจ ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ การตีความว่าสมรภูมิซีเรียคือสมรภูมิตัวแทน (proxy war) แต่ยังไม่ร้ายแรงถึงขั้นเป็นสงครามโลกในความหมายว่าใช้อาวุธสงครามห้ำหั่นกันทั้งโลก แต่ไม่ได้แปลว่าความเป็นปรปักษ์จะลดน้อยลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โลกที่เป็นอยู่จริงเป็นเช่นว่า.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ : Adel al-Jubeir รมต.กระทรวงการต่างประเทศซาอุฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่มา : https://www.facebook.com/ksamofa/photos/a.501311693212397/2506948445982035/?type=3&amp;amp;theater&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19233</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงข่าวกรองอิหร่าน, ชาญชัย คุ้มปัญญา, ซาอุดิอาระเบีย, สถานการณ์โลก, สหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37c198cdef1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11405</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2018 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2018 00:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าภาพรัสเซียออกสตาร์ทหรูถล่มซาอุยับ5ลูก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าภาพรัสเซีย ออกสตาร์ทได้อย่างสุดยอดเหนือความคาดหมาย หลังถล่ม ซาอุดิอาระเบีย ไป 5-0 ในเกมนัดเปิดสนาม ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ที่สนาม ลุซนิกี กรุงมอสโก เมื่อคืนวันพฤหัสฯที่ผ่านมา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ฟุตบอลโลก รัสเซีย 2018 เปิดฉากนัดแรก ของทัวร์นาเม้นท์ เรียบร้อย ที่สนาม ลุซนิกี้ สเตเดี้ยม กรุงมอสโก เมื่อคืนวันพฤหัสฯที่ผ่านมา หลังพิธีเปิดที่ได้ ร็อบบี้ วิลเลี่ยมส นักร้องดังจากอังกฤษ ออกมาแสดงพลังป็อปร็อค กับ ไอดา การิฟูลินา ศิลปินคลาสสิคเจ้าของเสียงโซปราโน่ ชาวรัสเซีย ร่วมขับกล่อม ขณะที่ โรนัลโด้ อดีตโล้นทองคำ ตำนานทีมชาติบราซิล ก็ร่วมเป็นแขกสำคัญ ก่อนที๋ วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวเปิดการแข่งขัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมนัดเปิดสนาม เจ้าภาพ รัสเซีย พบ ซาอุดิ อาระเบีย และเล่นไปได้แค่ 12 นาที ประตูแรกของทัวร์นาเม้นท์ ก็มา &amp;nbsp;จากการโหม่งของ ลูรี่ กาซินสกี โขกลูกเปิดของ อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน ไปเสียบทางเสาไกล ให้ แฟนบอลชาติเจ้าภาพได้เฮกันก่อน หลังเริ่มเกมมาได้แค่ 12 นาทีเท่านั้น และก่อนจบครึ่งแรกยังสามารถหนีห่างเป็น 2-0 ได้จาก เดนิส เชอรีเชฟ ปิดสกอร์จากระยะเผาขน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวสำรอง อาร์เต็ม ดีซยูบา โขกให้ รัสเซีย หนีเป็น 3-0 ในขณะที่เหลืออีกเพียง 19 นาที หลังถูกเปลี่ยนตัวลงสนามได้ไม่นาน แต่ก่อนจะหมดเวลา ชาติเจ้าภาพมาได้เพิ่มอีก 2 ประตูจาก เชรีเชฟ ที่บวกลูกที่สองของตนเองในเกมนี้ด้วยเท้าซ้ายในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ตามด้วยลูกฟรีคิกของ อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน ก่อน รัสเซีย เปิดฉากเวิลด์คัพ ได้อย่างสวยหรู ชนะ ซาอุดิอาระเบีย ไปท่วมท้นเกินคาดถึง 5-0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11405</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงมอสโก, กลุ่ม เอ, การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, ซาอุดิอาระเบีย, รัสเซีย, ลุซนิกี สเตเดี้ยม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180615/image_big_5b22a83feea3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11398</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2018 23:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2018 22:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;กาซินสกี&quot;โขกประตูแรกเปิดเวิลด์คัพ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟุตบอลโลก รัสเซีย 2018 เปิดสนามนัดแรก ของทัวร์นาเม้นท์ ที่สนาม ลุซนิกี้ สเตเดี้ยม กรุงมอสโก เมื่อคืนวันพฤหัสฯที่ผ่านมา ระหว่าง เจ้าภาพ รัสเซีย กับ ซาอุดิ อาระเบีย ปรากฎว่า ประตูแรกของเกม มาจากการโหม่งของ ลูรี่ กาซินสกี โขกลูกเปิดของ อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน ย้อนไปเสียบทางเสาไกลทางซ้ายมือ ให้ รัสเซีย เจ้าภาพได้เฮกันก่อน หลังเริ่มเกมมาได้แค่ 12 นาทีเท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11398</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, ซาอุดิอาระเบีย, ฟุตบอล, รัสเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180614/image_big_5b228d9945153.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6647</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2018 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลิกหน้าประวัติศาสตร์ ผู้นำซาอุฯ ยอมรับรัฐอิสราเอล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มกุฎราชกุมาร มุฮัมมัด บิน ซัลมาน (Mohammed bin Salman) แห่งซาอุดิอาระเบียเยือนทำเนียบขาวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันสนับสนุนมกุฎราชกุมารหลังประสบความสำเร็จกระชับอำนาจในประเทศ ทรัมป์กล่าวว่า &amp;ldquo;บัดนี้พระองค์เป็นมากกว่ามกุฎราชกุมารแล้ว&amp;rdquo; ชี้ความสัมพันธ์กับสหรัฐว่า &amp;ldquo;น่าจะแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มกุฎกษัตริย์ซัลมานกล่าวขณะเยือนว่าอิสราเอลมี &amp;ldquo;สิทธิ&amp;rdquo; เหนือดินแดนมาตุภูมิของตน คนยิวมีสิทธิ์แห่งการเป็นรัฐชาติ (nation-state) ที่อยู่ร่วมกับชนชาติอื่นโดยสันติ ทั้งยังเสนอข้อตกลงสันติภาพเพื่อนำสู่ความสัมพันธ์ตามปกติ ซาอุฯ &amp;ldquo;ไม่มีปัญหาคนยิว&amp;rdquo; ทั้งยัง &amp;ldquo;มีผลประโยชน์ร่วมกันหลายอย่าง&amp;rdquo; อธิบายรากฐานความสัมพันธ์ระหว่างมุสลิมอาหรับกับยิวว่า &amp;ldquo;ประเทศของเราไม่มีปัญหากับคนยิว ศาสดามุฮัมมัด (Muhammad) ของเราแต่งงานกับหญิงยิว ไม่ใช่เพียงเป็นเพื่อนแต่แต่งงานกัน เพื่อนบ้านของศาสดาก็เป็นพวกยิว ซาอุฯ ในปัจจุบันมีชาวยิวไม่น้อยทั้งจากอเมริกา ยุโรป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้เวลาปรับแก้ตำราเรียนแล้ว :&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตำราเรียนกระแสหลักจะสอนว่ารัฐบาลซาอุฯ เป็นศัตรูกับอิสราเอลมานานตั้งแต่ก่อตั้งรัฐอิสราเอลหลังสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อพฤษภาคม 1948 ชาวอาหรับเห็นว่าปาเลสไตน์เป็นพื้นที่ๆ บรรพบุรุษของพวกเขาอาศัยมานานแล้วดังเช่นพื้นที่อื่นๆ ของชาวอาหรับ ส่วนพวกอิสราเอลหรือยิวที่กระจัดกระจายบางกลุ่มเห็นว่าดินแดนนี้เป็นที่ตั้งของชนชาติอิสราเอลในอดีตกาลและฝันจะตั้งประเทศบนพื้นที่ดังกล่าวอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การก่อตั้งรัฐอิสราเอลสมัยใหม่กลายเป็นชนวนขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับชาติอาหรับอย่างรุนแรง บรรดารัฐอาหรับต่างไม่ยอมรับรัฐอิสราเอล แสดงความเป็นศัตรูอย่างเปิดเผยรุนแรงชนิดอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ เกิดสงครามถึง 5 ครั้ง จนกระทั่งปี 1993 ทุกฝ่ายจึงเริ่มหันหน้าเจรจาเพื่อสันติ แม้ความขัดแย้งทุเลาลงบ้างแต่แสดงอาการเป็นระยะๆ หนักบ้างเบาบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การมีอยู่ของรัฐอิสราเอลกลายเป็นความขมขื่นของโลกมุสลิม คนมุสลิมจะเรียนรู้ประวัติศาสตร์เรื่องนี้ ส่งต่อความรู้สึกเกลียดชังอิสราเอล ดังนั้นหากรัฐบาลอาหรับร่วมมือกับอิสราเอลจริง ตำราเรียนต้องปรับแก้ใหม่มากมาย เรื่องราวในอดีตคือเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา ส่วนเรื่องราววันนี้คือหน้าประวัติศาสตร์ที่แตกต่างจากเดิม ที่บัดนี้ดูเหมือนว่ามกุฎราชกุมารซัลมานกำลังลบล้างและ/หรือเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ รัฐอิสราเอลกับอาหรับกำลังจะเป็นมิตร ละทิ้งความเป็นศัตรูคู่อาฆาต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลึกกว่าการเมืองระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลกับตะวันออกกลางมักดึงศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งฝ่ายซุนนีกับชีอะห์ นักการศาสนามุสลิมหลายสำนักพร่ำสอนว่ามุสลิมกับยิวเป็นปรปักษ์ต่อกัน จึงเกิดคำถามใหญ่ว่าจะอธิบายในเชิงศาสนาอย่างไร มุสลิมจับมือกับยิวแล้วใช่หรือไม่ 2 ศาสนิกจะอยู่ร่วมกันโดยสันติแล้วใช่หรือไม่ ไม่ว่ายิวผู้นั้นจะเป็นพวกไซออนิสต์หรือไม่ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในอีกแง่หนึ่ง ผู้นำซาอุฯ กำลังเปลี่ยนแนวทางคำสอนของมุสลิมใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ควรบันทึกไว้ว่ามุสลิมบางนิกาย บางคนอาจไม่เห็นด้วยกับผู้นำซาอุฯ ในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศัตรูซาอุฯ ในปัจจุบัน :&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องที่สำคัญพอๆ กับการเป็นมิตรกับอิสราเอล คือเรื่องที่มกุฎราชกุมารซัลมานพูดว่าปัจจุบันซาอุฯ มีศัตรูที่เรียกว่า &amp;ldquo;ความชั่วร้าย 3 เส้า&amp;rdquo; (triangle of evil) ประกอบด้วยอุดมการณ์ชีอะห์ (Shiite ideology) เป็นอุดมการณ์สุดโต่ง พวกชีอะห์เชื่อว่าถ้าพยายามเผยแพร่อุดมการณ์จะกระตุ้นให้ hidden Imam (Muhammad al-Mahdi) ปรากฏตัวและปกครองโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศัตรูตัวที่ 2 คือ กลุ่มภารดรภาพมุสลิม (Muslim Brotherhood) เป็นอีกกลุ่มที่มีแนวคิดสุดโต่ง กลุ่มนี้อาศัยการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยเพื่อเข้าถึงอำนาจ หวังสร้างระบอบคอลีฟะฮ์แฝง (shadow caliphates) ในรัฐบาลประชาธิปไตย จากนั้นจะขยายอาณาจักรของตนจนเต็มโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศัตรูตัวที่ 3 คือ พวกผู้ก่อการร้ายอย่างอัลกออิดะห์กับ ISIS&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มกุฎราชกุมารซัลมานอธิบายเพิ่มเติมว่าศัตรูทั้ง 3 มีเป้าหมายตรงกันข้อหนึ่งคือสร้างระบอบคอลีฟะฮ์ในรูปแบบต่างๆ ศาสดามุฮัมมัด (Muhammad) ไม่ได้สอนให้ตั้งคอลีฟะฮ์ เพียงให้เผยแพร่คำสอนเท่านั้นซึ่งปัจจุบันสำเร็จแล้ว เพราะคนในโลกปัจจุบันมีเสรีในการนับถือศาสนา สามารถซื้อหาตำราศาสนามาอ่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แนวคิด &amp;ldquo;ความชั่วร้าย 3 เส้า&amp;rdquo; ไม่ใช่ของใหม่เสียทีเดียว ในที่ประชุม &amp;ldquo;Arab Islamic American Summit&amp;rdquo; เมื่อกลางปีที่แล้ว ต่อหน้าผู้นำมุสลิม 55 ประเทศ กษัตริย์ซัลมาน บิน อับดุล อาซิซ (Salman Bin Abdul Aziz) ตรัสว่า &amp;ldquo;การประชุมแสดงให้เห็นชัดว่าชาติอาหรับกับอิสลามผู้เข้าร่วมการประชุมสุดยอด 55 ประเทศ อันประกอบด้วยประชากรกว่า 1,500 ล้าคน ร่วมเป็นหุ้นส่วนสำคัญในการต่อสู้พลังลัทธิสุดโต่ง (extremism) กับลัทธิก่อการร้าย (terrorism) เพื่อสันติภาพ ความมั่นคงและเสถียรภาพโลก&amp;rdquo; การประชุมช่วยกระชับความสัมพันธ์กับสหรัฐ &amp;ldquo;ด้วยความรับผิดชอบต่ออัลเลาะห์ (Allah) ต่อประชาชนของเราและต่อโลก เราจะยืนเคียงข้างต่อสู้พลังความชั่ว (forces of evil) กับลัทธิสุดโต่ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทุกวันนี้เราเห็นบางคนที่คิดว่าตัวเขาเป็นมุสลิมพยายามบิดเบือนภาพลักษณ์ศาสนา พยายามเชื่อมโยงศาสนาอันยิ่งใหญ่นี้เข้ากับความรุนแรง&amp;rdquo; ซึ่งขัดแย้งกับหลักศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะเห็นว่ามีการเอ่ยถึงลัทธิสุดโต่ง มุสลิมที่บิดเบือนศาสนาและผู้ก่อการร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลซาอุฯ อียิปต์ จอร์แดน บาห์เรน โอมาน คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์และเยเมนจะร่วมกันต่อต้านพวกสุดโต่งเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้นำอิหร่านคือฮิตเลอร์ :&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นที่รับรู้ทั่วไปว่าในบรรดาศัตรูทั้ง 3 อิหร่านคือภัยร้ายแรงที่สุด มกุฎราชกุมารซัลมานกล่าวโจมตีผู้นำอิหร่านอย่างรุนแรง &amp;ldquo;ผมเชื่อว่าผู้นำสูงสุดอิหร่านทำให้ฮิตเลอร์ดูดี ฮิตเลอร์ไม่ได้ทำอย่างที่ผู้นำสูงสุดอิหร่านกำลังทำ ฮิตเลอร์พยายามครอบครองยุโรป แต่ผู้นำสูงสุดพยายามครอบครองโลก เป็นฮิตเลอร์ของตะวันออกกลาง ... ตนไม่อยากเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในยุโรปมาเกิดในตะวันออกกลาง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเปรียบเทียบกับฮิตเลอร์อาจเป็นของใหม่จากซาอุฯ แต่ไม่ใช่ของใหม่สำหรับอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าวเมื่อปี 2015 เปรียบเทียบอิหร่านเหมือนพวกนาซี (Nazis) เพื่อโยงว่าอิหร่านคิดทำลายล้างยิวเหมือนที่นาซีทำกับชาวยิวในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อิหร่าน &amp;ldquo;ประกาศเป้าหมายว่าจะทำลายล้างรัฐยิว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะจงใจหรือไม่ ผู้นำซาอุฯ กับผู้นำอิสราเอลพูดตรงกันว่าอิหร่านคือนาซี ผู้นำอิหร่านคือฮิตเลอร์ การเปรียบเทียบเช่นนี้ไม่เพียงบ่งบอกความเป็นศัตรู ยังเป็นการระบุว่าระบอบอิหร่านคือเป้าหมายที่ต้องทำลาย เป็นศัตรูร่วมของซาอุฯ กับอิสราเอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชวนให้คิดถึงกระแสข่าวการร่วมมือ การเป็นพันธมิตรเพื่อจัดการอิหร่าน เหมือนจัดการนาซีในอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาหรับจับมือยิวต้านอิหร่าน :&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่ามุสลิมอาหรับจะจับมือกับยิวจริงแท้เพียงไร หนึ่งในความร่วมมือที่เป็นไปได้ (และอาจเป็นไปแล้ว) คือการร่วมมือเพื่อ &amp;ldquo;จัดการ&amp;rdquo; อิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลางเดือนพฤศจิกายน 2017 พลโท Gadi Eisenkot แห่งกองทัพอิสราเอลกล่าวว่าพร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับประเทศอาหรับสายกลาง แลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อต้านอิหร่าน พูดอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า &amp;ldquo;ในยุคประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีโอกาสที่จะสร้างพันธมิตรนานาชาติในภูมิภาค และยุทธศาสตร์ที่จะหยุดภัยคุกคามอิหร่าน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่าหลายปีที่ผ่าน รัฐบาลอิสราเอลกับรัฐบาลอาหรับมีความร่วมมือในทางลับหลายครั้ง ผู้นำอาหรับลดท่าทีแข็งกร้าวต่ออิสราเอล การที่ผู้นำกองทัพอิสราเอลออกมาพูดเช่นนี้ถือเป็นความก้าวหน้าอีกขั้น เพราะเป็นการพูดต่อสาธารณะว่าอิสราเอลพร้อมร่วมมือกับซาอุฯ เพื่อต้านอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สอดคล้องกับท่าทีของนายกฯ เนธันยาฮูที่เสนอแนวคิดผูกมิตรกับรัฐอาหรับ โดยใช้ประเด็นอิหร่านเป็นตัวยึดโยง ดังนั้นที่แน่ชัดคือการแสดงท่าทีเป็นมิตรในช่วงนี้จะมีคำว่า &amp;ldquo;อิหร่าน&amp;rdquo; เข้ามาเกี่ยวข้อง พูดให้ชัดคืออิสราเอลกับรัฐอาหรับจะร่วมมือกัน &amp;ldquo;จัดการอิหร่าน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้ายึดมุมมองจากวาทกรรมจันทร์เสี้ยวชีอะห์ (Shiite Crescent/ Shia Crescent) ซีเรียกับอิรักถูกจัดการแล้ว เป้าหมายต่อไปคืออิหร่าน ซึ่งสอดคล้องกับรัฐบาลทรัมป์ที่เริ่มต้นรัฐบาลก็ประกาศความเป็นปรปักษ์ต่ออิหร่านอย่างรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากสามารถทำลายอิหร่าน (การทำลายไม่ได้หมายความว่าต้องยึดประเทศ เพียงแค่ทำหน้าอ่อนแอหรือเปลี่ยนระบอบก็นับว่าได้จัดการแล้ว) ถือว่าจบสิ้นจันทร์เสี้ยวชีอะห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากมองย้อนหลังหลายสิบปีจนถึงเมื่อปีก่อนจะเป็นเรื่องตลกถ้าใครพูดว่ามุสลิมอาหรับเป็นมิตรกับยิว เพราะที่ได้ยินได้ฟังคือเป็นศัตรูที่อยู่ร่วมโลกไม่ได้ ยิ่งหากผูกเรื่องนี้กับศาสนาจะยิ่งเห็นความไม่ลงรอย ความบาดหมางที่ย้อนหลังนับพันๆ ปี แต่บัดนี้ ผู้นำซาอุฯ กำลังเปลี่ยนความบาดหมางให้เป็นความร่วมมือเพื่อจัดการศัตรูอีกฝ่าย เรื่องนี้น่าจะเป็นประเด็นถกเถียงได้อีกมาก โฉมประวัติศาสตร์ภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ เป็นภูมิภาคที่มีพลวัต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ : มกุฎราชกุมาร มุฮัมมัด บิน ซัลมาน (Mohammed bin Salman)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่มา : https://www.facebook.com/Mohammed.bin.Salman.Al.Saud110/photos/a.490391984442889.1073741828.489135877901833/553972974751456/?type=3&amp;amp;theater&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6647</URL_LINK>
                <HASHTAG>Mohammed bin Salman, ชาญชัย คุ้มปัญญา, ซาอุดิอาระเบีย, ประธานาธิบดีทรัมป์, มุฮัมมัด บิน ซัลมาน, สถานการณ์โลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37c198cdef1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
