<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2019 20:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2019 20:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐรวบอดีตลูกจ้างทวิตเตอร์ รับใบสั่งเจ้าซาอุฯ สปายนักวิจารณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สหรัฐจับกุมอดีตลูกจ้างของบริษัททวิตเตอร์ชาวอเมริกัน 1 ราย และตั้งข้อหาเขาพร้อมกับอดีตลูกจ้างของทวิตเตอร์ชาวซาอุฯ 1 ราย และคนกลางชาวซาอุฯ อีก 1 ราย ต่อศาลรัฐบาลกลางในนครซานฟรานซิสโกเมื่อวันพุธ ฐานสอดแนมผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่วิจารณ์เจ้าซาอุฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงยุติธรรมสหรัฐแถลงเมื่อวันพุธที่ 6 พฤศจิกายน 2562 ว่าอดีตลูกจ้างของทวิตเตอร์เป็นพลเมืองชาวอเมริกัน 1 รายชื่ออาหมัด อาบูอัมโม และชาวซาอุดีอาระเบียชื่อ อาลี อัลซาบาราห์ ร่วมกับชาวซาอุดีอาระเบียอีกรายชื่ออาเหม็ด อัลมูไตรี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่การตลาดที่มีความเกี่ยวโยงกับราชวงศ์ซาอุฯ สอดแนมข้อมูลของผู้ใช้งานทวิตเตอร์ที่อยู่เบื้องหลังบัญชีทวิตเตอร์ โดยกระทำในฐานะตัวแทนของรัฐบาลซาอุฯ และราชวงศ์ซาอุฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวหาที่ยื่นต่อศาลรัฐบาลกลางซานฟรานซิสโกกล่าวว่า คนเหล่านี้ได้รับคำชี้แนะจากเจ้าหน้าที่ซาอุฯ ที่ไม่เปิดเผยนามรายหนึ่ง ซึ่งทำงานให้แก่บุคคลที่อัยการใช้คำเรียกขานว่า &amp;quot;สมาชิกราชวงศ์หมายเลข 1&amp;quot; ที่วอชิงตันโพสต์รายงานว่าก็คือเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดวิด แอนเดอร์สัน อัยการสหรัฐ กล่าวว่า ตัวแทนของซาอุฯ เหล่านี้เข้าระบบภายในของทวิตเตอร์เพื่อหาข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวกับบุคคลที่มีชื่อเสียงว่าวิจารณ์ต่อต้านซาอุฯ และบัญชีของผู้ใช้ทวิตเตอร์อีกราว 6,000 ราย กฎหมายของสหรัฐปกป้องบริษัทสหรัฐจากการรุกล้ำของชาวต่างชาติอย่างผิดกฎหมายลักษณะนี้ และทางการสหรัฐจะไม่ยอมให้บริษัทสหรัฐหรือเทคโนโลยีของสหรัฐตกเป็นเครื่องมือการกดขี่ของต่างชาติที่ละเมิดกฎหมายของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาบูอัมโม ชาวอเมริกันวัย 41 ปี ถูกจับกุมที่นครซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน เมื่อวันอังคาร แต่ชาวซาอุฯ อีก 2 คนหลบหนีออกนอกสหรัฐ โดยเชื่อว่าน่าจะอยู่ที่ซาอุฯ ทางการสหรัฐออกหมายจับทั้งคู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ถูกเปิดเผยในช่วงยามที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับซาอุฯ ยังคงตึงเครียด อันเป็นผลจากการฆาตกรรมทำลายศพจามัล คาช็อกกี นักข่าวชาวซาอุฯ ผู้มักวิจารณ์ราชวงศ์ ภายในสถานกงสุลซาอุฯ ในนครอิสตันบูลของตุรกีเมื่อปีที่แล้ว วอชิงตันโพสต์ซึ่งคาช็อกกีเขียนคอลัมน์ให้ด้วย กล่าวว่า หน่วยข่าวกรองสหรัฐสรุปว่าเจ้าชายซัลมานมีความเกี่ยวโยงอย่างใกล้ชิดกับการฆ่าเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49782</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับอดีตลูกจ้าง, ซาอุดีอาระเบีย, ซาอุฯ, ทวิตเตอร์, สปาย, เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191107/image_big_5dc418492cf24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22230</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใครสั่งฆ่าคาช็อกกี?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คำถามนี้ยังไม่รู้ว่าจะมีใครตอบได้...เพราะอัยการของซาอุดีอาระเบียชี้นิ้วไปที่ทีมสังหารที่อ้างว่า &amp;nbsp;&amp;quot;เจ้าหน้าที่อาวุโสหน่วยข่าวกรองซาอุฯ&amp;quot; เป็นคนบงการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ CIA หรือ &amp;quot;สำนักงานข่าวกรองกลาง&amp;quot; ของสหรัฐฯ สรุปว่าเป็นคำสั่งตรงจากมกุฎราชกุมาร &amp;nbsp;Mohammed bin Salman ของซาอุฯ เองนั่นแหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สงสัยท้ายที่สุดหากรัฐบาลซาอุฯ ต้องการจะทำให้ความจริงปรากฏโดยปราศจากความสงสัย อาจจะต้องมีคณะกรรมการสอบสวนนานาชาติมาทำหน้าที่การค้นหาข้อเท็จจริงให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะหาไม่แล้วความสงสัยคลางแคลงเรื่องนี้จะไม่มีวันจางหายไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะนักข่าวที่ชื่อ Jamal Khashoggi เป็นคนมีชื่อเสียง มีผลงานโดดเด่น เป็นคนทำสื่อชาวซาอุฯ ที่หนีไปอยู่สหรัฐฯ เพราะชีวิตถูกคุกคาม เมื่อไปอยู่อเมริกาก็เขียนคอลัมน์ประจำให้หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะคาช็อกกีเป็นคนวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของผู้นำซาอุฯ อย่างตรงไปตรงมา โดยแสดงความเห็นผ่านสื่อทีวีและหนังสือพิมพ์ของสหรัฐฯ เป็นประจำ จึงทำให้มีคนตั้งข้อสงสัยว่าเขาอาจจะเป็นเหยื่อของแผนฆาตกรรมโหดที่สั่งตรงมาจากระดับสูงของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวในสื่อสหรัฐฯ อ้างว่าซีไอเอได้สอบสวนเรื่องนี้อย่างลุ่มลึก กระจายการเจาะข่าวกรองไปหลายแหล่ง รวมถึงการฟังบทสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่าง Khalid bin Salman อนุชาของมกุฎราชกุมารและเอกอัครราชทูตซาอุฯ ประจำสหประชาติกับนายคาช็อกกี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวกรองชิ้นนี้อ้างว่าคาช็อกกีได้รับคำแนะนำจากทูตคนนี้ว่าให้ไปที่สถานกงสุลซาอุฯ ที่อิสตันบูล &amp;nbsp;(ประเทศตุรกี) เพื่อเอาเอกสารที่เขาต้องการ อีกทั้งยังให้ความมั่นใจว่าทุกอย่างจะปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าทูตคาลิดรู้ล่วงหน้าหรือไม่ว่าคาช็อกกีจะถูกสังหาร ณ จุดนั้น แต่ข่าวกรองสหรัฐฯ อ้างว่าทูตคุยกับคาช็อกกีตามคำสั่งของมกุฎราชกุมาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่อัยการของซาอุฯ ที่ทำคดีนี้ยืนยันเสียงแข็งว่า มกุฎราชกุมารซัลมานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีสังหารโหดครั้งนี้แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำฟ้องนั้นอัยการกล่าวหาผู้ต้องสงสัย 11 คน และขอให้ศาลตัดสินประหารชีวิต 5 คนที่ถือว่าเป็นมือสังหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำฟ้องอัยการซาอุฯ อ้างว่าทีมนักสังหารถูกส่งไปปฏิบัติการครั้งนี้ตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ข่าวกรองอาวุโส ที่ได้กระทำการไปตามแผนการของตนเองโดยไม่ได้รับอนุมัติจากรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องบอกด้วยว่า คาช็อกกีถูกทีมสังหารนี้ล็อกตัวและจับฉีดยาร้ายแรงปริมาณสูงจนนำไปสู่การเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้คนสงสัยในคำให้การของฝ่ายรัฐบาลซาอุฯ มาตั้งแต่ต้น เพราะคำแถลงแต่ละครั้งขัดแย้งกันเองมาตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แรกเริ่มก็บอกว่าคาช็อกกีไม่ได้ตาย ออกจากสถานกงสุลทางประตูหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันต่อมาก็บอกว่าคาช็อกกีหายตัวไปไร้ร่องรอย แต่ยังมีชีวิตอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นก็ออกข่าวว่านักข่าวซาอุฯ คนนี้ตายแล้ว แต่ไม่รู้อยู่ไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกไม่กี่วันต่อมาก็ยอมรับว่าศพของเขาถูกหั่นเป็นชิ้นๆ และคนที่กระทำการเช่นนี้เป็นเจ้าหน้าที่นอกคอกที่วางแผนและกระทำการไปโดยพลการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอเกิดเรื่องร้ายเช่นนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็ตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ตอนแรกออกมาปกป้องรัฐบาลซาอุฯ ต่อมาก็บอกว่าเรื่องนี้ร้ายแรงมาก ทำเนียบขาวจะต้องพิจารณาลงโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทรัมป์ยืนยันว่าจะไม่ยุติการขายอาวุธให้ซาอุฯ &amp;quot;เพราะถึงแม้เราจะไม่ขาย ประเทศอื่นก็ขายอยู่ดี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวล่าสุดบอกว่าซีไอเอก็ไม่รู้ว่าเศษซากของศพคาช็อกกีอยู่ไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งในหลักฐานสำคัญของคดีนี้คือ &amp;quot;เทปเสียง&amp;quot; ที่เจ้าหน้าที่ตุรกีอ้างว่าเป็นเสียงของการสนทนาระหว่างคาช็อกกีกับทีมสังหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสียงเทปนั้นยืนยันว่าทันทีที่คาช็อกกีเข้าไปในสถานกงสุลซาอุฯ ที่เมืองอิสตันบูล ก็ถูกคณะมือสังหารล็อกตัวและถูกจับฉีดยาจนหมดสติก่อนจะถูกหั่นเป็นชิ้นๆ เพื่อทำลายหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเทปมีเสียงของกงสุลใหญ่ซาอุฯ ที่แสดงความไม่พอใจที่กลายเป็นภาระของเขาที่ต้องจัดการเคลียร์ซากศพและทำความสะอาดห้องทำงานของตัวเองที่กลายเป็นจุดเกิดฆาตกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เทปนั้นยังมีเสียงของหนึ่งในมือสังหารโทรไปแจ้งคนใกล้ชิดกับมกุฎราชกุมารว่าปฏิบัติการเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศแซงก์ชันเจ้าหน้าที่ซาอุฯ 17 คนที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันการสังหารคาช็อกกี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีตุรกี เรเซ็บ เทย์ยิบ เออร์โดกาน บอกว่ารัฐบาลตุรกีได้ส่งสำเนาเทปเสียงนั้นให้รัฐบาลเยอรมนี, ฝรั่งเศส, อังกฤษ และซาอุฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อทรัมป์ต้องการให้มกุฎราชกุมารซัลมานอยู่ในตำแหน่งต่อไป เพราะเป็นคนสำคัญในการสกัดอิทธิพลอิหร่านในตะวันออกกลาง การสอบสวนหาคนผิดอย่างตรงไปตรงมาในกรณีนี้ก็เกิดขึ้นไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คอยดูต่อไปว่าทรัมป์จะเชื่อหรือไม่เชื่อซีไอเอของตน หรือจะมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อผลการสอบของหน่วยข่าวกรองมะกันตรงกันข้ามกับจุดยืนของรัฐบาลตนเองเช่นนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22230</URL_LINK>
                <HASHTAG>CIA, Jamal Khashoggi, กาแฟดำ, ซาอุฯ, มกุฎราชกุมาร  Mohammed bin Salman, สำนักงานข่าวกรองกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19997</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2018 22:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2018 22:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กษัตริย์ซาอุฯ สั่งสอบกรณีนักข่าวหายตัวปริศนาในสถานกงสุล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กษัตริย์ซัลมานแห่งซาอุดีอาระเบียมีรับสั่งให้เปิดการสอบสวนภายในเกี่ยวกับการหายตัวปริศนาของจามัล คาช็อกกี นักข่าวชาวซาอุฯ คนดังที่วิจารณ์นโยบายของรัฐบาล ขณะที่คณะสอบสวนร่วมตุรกี-ซาอุฯ เตรียมเข้าตรวจค้นสถานกงสุลซาอุฯ ในนครอิสตันบูลที่พบคาช็อกกีครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้ประท้วงสวมหน้ากากเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย (ซ้าย) พร้อมกับมือปืนสีแดง ประท้วงที่ด้านนอกสถานทูตซาอุดีอาระเบียในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของรอยเตอร์เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2561 อ้างแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่ซาอุฯ ที่ไม่เปิดเผยนามว่า สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัล ซาอุด มีพระบรมราชโองการให้อัยการเปิดการสอบสวนภายในเกี่ยวกับกรณีการหายตัวของคาช็อกกี โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่ได้จากคณะทำงานร่วมในนครอิสตันบูล ส่วนคำถามที่ว่าอัยการจะสามารถประกาศข้อมูลเกี่ยวกับการสอบสวนนี้ได้เมื่อใดนั้น เจ้าหน้าที่ผู้นี้ตอบว่า เขาได้รับคำสั่งให้ทำงานอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อค่ำวันอาทิตย์ กษัตริย์ซัลมานทรงสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี และทรงเน้นความสำคัญของการตั้งคณะทำงานเพื่อสอบสวนร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวทางการทูตของตุรกีรายหนึ่งกล่าวว่า คณะสอบสวนจะเข้าไปตรวจค้นภายในสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียประจำนครอิสตันบูลในช่วงบ่ายวันจันทร์ หลังจากถูกเลื่อนมาจากสัปดาห์ที่แล้ว ที่รัฐบาลทั้งสองประเทศตกลงกันว่าจะร่วมมือกันสอบสวนหาสาเหตุการหายตัวของคาช็อกกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักข่าวของวอชิงตันโพสต์รายนี้มักวิจารณ์นโยบายของรัฐบาลซาอุฯ ที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งของประเทศอื่นในภูมิภาคนี้ เขาเดินทางออกนอกประเทศไปใช้ชีวิตลี้ภัยในสหรัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม คาช็อกกีเข้าไปในสถานกงสุลเพื่อขอเอกสารสำหรับการแต่งงาน ตำรวจตุรกีเชื่อว่าเขาโดนฆ่าแล้วอำพรางศพภายในสถานกงสุล แต่รัฐบาลซาอุดีอาระเบียปฏิเสธคำกล่าวหานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลที่น่าตกใจนี้ทำให้รัฐบาลหลายประเทศในสหภาพยุโรปแสดงความวิตกและเรียกร้องให้ซาอุฯ สอบสวนอย่างน่าเชื่อถือ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าซาอุฯ จะถูกลงโทษขั้นรุนแรงหากคาช็อกกีโดนฆ่าที่สถานกงสุลจริง แต่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซาอุฯ เตือนว่าจะตอบโต้การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจหรือการกดดันทางการเมืองด้วยมาตรการที่รุนแรงกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ภาพจากกล้องซีซีทีวีของตำรวจ ที่หนังสือพิมพ์ซาบาห์ของตุรกีทำเผยแพร่เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2561 เผยโฉมหน้าของกลุ่มชาวซาอุฯ ที่ตำรวจตุรกีเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของคาช็อกกี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สัปดาห์ก่อน หนังสือพิมพ์ที่หนุนหลังรัฐบาลตุรกีเผยแพร่หลักฐานเบื้องต้นจากพนักงานสอบสวนที่สามารถระบุตัวทีมข่าวกรองซาอุฯ 15 คนเดินทางมาถึงอิสตันบุลด้วยหนังสือเดินทางทูต ไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่คาช็อกกีจะหายตัวไปเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม รายหนึ่งนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ที่ทำงานในกระทรวงมหาดไทยซาอุฯ มานาน 20 ปี ส่วนรายอื่นๆ นั้นมีชื่อและรูปถ่ายตรงกับทหารบกและทหารอากาศซาอุฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วอชิงตันโพสต์อ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐและตุรกีที่ไม่เปิดเผยนามด้วยว่า ตุรกีได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่สหรัฐว่าตุรกีมีเทปบันทึกเสียงและวิดีโอที่พิสูจน์ว่าคาช็อกกีโดนฆ่าตายภายในสถานกงสุล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19997</URL_LINK>
                <HASHTAG>กษัตริย์ซัลมาน, จามัล คาช็อกกี, ซาอุดีอาระเบีย, ซาอุฯ, ตุรกี, นักข่าวหายตัว, สถานกงสุลซาอุฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181015/image_big_5bc4a9c06330e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระวัง...กรรมการผูกคอตาย!!!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นว่า...ช่วงวันจันทร์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบซื้อ-ขายล่วงหน้า Brent Crude Oil พุ่งขึ้นไปถึงระดับ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเข้าไปแล้ว แนวโน้มที่จะทะลุไปถึงระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงอีกไม่นานนับจากนี้ ตามที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้เก็งกำไรทั้งหลาย เขาเก็งๆ เอาไว้ก่อนล่วงหน้า จึงใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ และนั่นอาจส่งผลให้ใครต่อใครในบ้านเรา คงต้อง อ้วกแตก กันอีกเยอะ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-----------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือเท่าที่ฟังๆ พวกกูรู กูรู้ เขาว่าๆ เอาไว้...ด้วยเหตุเพราะผู้นำอเมริกาอย่าง ทรัมป์บ้า นั่นแหละทั่น ที่พยายามจะไป บีบไข่ แขกอิหร่าน ให้หน้าเขียว-หน้าเหลืองให้จงได้ ด้วยมาตรการแซงก์ชั่น ระดับกะจะเอาให้ตาย หรือเอาให้การส่งออกน้ำมันของอิหร่านเหลือค่าเท่ากับ ศูนย์ เอาเลยถึงขั้นนั้น และนั่นอาจทำให้ปริมาณน้ำมันของอิหร่านที่เคยส่งออกไปยังตลาดโลก ได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 2.7 ล้านบาร์เรลเป็นอย่างน้อย อาจต้องหายวับไปกับตา หรือหายไปในระดับนับเป็นล้านๆ บาร์เรลต่อวันเอาง่ายๆ ทันทีที่มาตรการแซงก์ชั่นของอเมริกาเริ่มมีผลบังคับในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะตามที่ผู้เชี่ยวชาญเขาคาดคำนวณเอาไว้ ไม่ว่าประเทศผู้ผลิตน้ำมันอย่างซาอุฯ ยูเออี อิรัก ลิเบีย หรือแม้แต่รัสเซียจะพยายามผลิตน้ำมันเพิ่ม เพื่อชดเชยตลาด หรือเพื่อหวังสูบกำไรตามแบบฉบับน้ำขึ้นให้รีบตักอะไรทำนองนั้น แต่ไม่ว่าจะผลิตยังไง ก็ไม่อาจชดเชยปริมาณน้ำมันของอิหร่านได้เลยแม้แต่น้อย กระทั่งอเมริกาเองก็เถอะ ถึงพยายามขุด เจาะ ชั้นหินดินดาน ใช้สารเคมีอัดลงไปในชั้นหิน ชั้นดิน ดูดน้ำมันออกมาให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แต่ในช่วงล่าสุด...หรือเมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ก็ดูดมาได้เพียงแค่ 11.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ถึงจะถือเป็นการผลิตสูงสุดในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่อาจคัฟเวอร์ ไม่อาจครอบคลุมไปถึงปริมาณน้ำมันที่ขาดหายไปเพราะการแซงก์ชั่นอิหร่านได้เลย...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้นี่เอง...โอกาสที่ราคาน้ำมัน มันจะพุ่งจู๊ดไปถึง 100 ดอลลาร์บาร์เรล เหมือนเมื่อช่วงปี ค.ศ.2014 จึงมีโอกาสเป็นไปได้ไม่ยากซ์ซ์ซ์ และนั่นน่าจะทำให้บรรดา ทวยไทย ทั้งหลาย ที่ต่างหนีไม่พ้นต้องซดน้ำมันเพิ่ม อันเนื่องมาจากรถรา ติดแหง็ก เพราะการก่อสร้างรถไฟฟ้าไปตลอดแทบทั่วทุกสาย ยาวว์ว์ว์ไปอีก 3 ปีข้างหน้า ย่อมมีสิทธิ์ที่จะต้องเติมน้ำมันในราคาลิตรละ 30 กว่าบาทขึ้นไป และนั่นย่อมทำให้เสียงซุบซิบ นินทา ที่ปนมากับความหุดๆ หิดๆ ไหลมา เทมา สู่รัฐบาล โดยเฉพาะทีมงานเศรษฐกิจ ไม่ต่างไปจากการถูก สากกะเบือบิน สาดใส่ในรอบทิศทาง...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งถ้าเป็นไปในแนวนี้...ไม่ว่าจะเป็น 4 กรรมการ หรือ 4 รัฐมนตรีแห่ง พรรคพลังประชารัฐ ก็เถอะ...จะไปเหลืออะไร??? เพราะขณะราคาน้ำมันพุ่งขึ้นไป 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ถ้า ราคายาง ยังอยู่ในระดับ สามโล-ร้อย หรือสูงขึ้นกว่านั้นนี้ดๆ โหน่ยๆ ไม่ได้ออกไปทางโลละร้อยเหมือนน้ำมันกันมั่งเลย ทั้งที่เคยแก้ขวย แก้ตัว เอาไว้ก่อนหน้านี้ ว่าราคายางกับราคาน้ำมันย่อมต้องขึ้นๆ-ลงๆ ไปในแนวเดียวกัน อันนี้...ก็ยิ่งลำบากเข้าไปใหญ่ แถมราคา น้ำมันปาล์ม ช่วงนี้ ยังทำท่าว่าจะมุดชักโครกเอาดื้อๆ จะด้วยเหตุเพราะอินเดียขึ้นภาษีนำเข้า หรือยุโรปพยายามลดการใช้น้ำมันปาล์มเพราะกลัวคอเลสเตอรอลจะไปอุดเส้นเลือดหัวใจ หรือไม่ อย่างไร แต่ถ้าทั้งยาง ทั้งปาล์ม ดันรูดเอาๆ ขณะน้ำมันพุ่งเอาๆ ภายใต้สภาวะเช่นนี้ โอกาสเก็บเล็ก ผสมน้อย เพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียงครบ 70,000 เสียงต่อ 1 เก้าอี้ ยิ่งน่าจะ เลือนราง เข้าไปใหญ่ โดยเฉพาะแถบปักษ์ใต้บ้านเฮา ที่แม้จะ รักลุงกำนัน ชนิด กูหรักมึ้งง์ง์ง์ กันในระดับไหนก็ตามที...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เฮ้ออ์อ์อ์...ทำไงได้ ในเมื่อโลกมันดันเป็นไปในแนวนี้แบบพอดิบ พอดี จะงัดเอา อีอีซี มาใช้เป็นจุดขาย ก็น่าจะลำบากอีก เพราะคงต้องรอไปจนกว่าจะพอเห็นรูป เห็นร่าง เห็นญี่ปุ่นกับจีน จับมือร่วมลงทุนกันอย่างชนิดเป็นน้ำ เป็นเนื้อ ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะอีกกี่ปีต่อกี่ปี ในอนาคตเบื้องหน้า ขณะที่ปวงชนชาวไทย หรือบรรดา ทวยไทย ทั้งหลาย ไม่ว่า ณ วันนี้ หรือ ณ ช่วงกลางปีหน้า ท่านก็น่าจะยังเป็นประชาชนตามแบบฉบับของ แมคเคียเวลลี คือ เป็นเพียงคนธรรมดา ที่มักถูกครอบงำโดยความต้องการในปัจจุบัน เสียจนกระทั่งผู้ที่หลอกลวงจะพานพบคนที่พร้อมจะให้ถูกหลอกลวงอยู่เสมอๆ นั่นแล คือถ้าเมื่อไหร่ที่ท่านหันไปสำรวจดูเงินในกระเป๋า แล้วรู้สึกว่าชักออกไปทาง กระเป๋าแบนแฟนทิ้ง 4 กรรมการแห่งพรรคพลังประชารัฐนั่นแหละ ที่จะโดนทึ้ง โดนยำเป็นรายแรก ในฐานะ ทีมงานเศรษฐกิจ ของรัฐบาลชุดนี้ เผลอๆ อาจลามไปถึง ป๋าดัน ผู้ยังซุ่มซ่อนยาวนาน รอคอยโอกาส หรือซุ่มซ่อนนอนกินก็แล้วแต่...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งถ้าหาก วิกฤติการเงินรอบใหม่ ที่ว่ากันว่า...น่าจะอยู่อีกไม่ใกล้-ไม่ไกลนับจากนี้ มันเกิดระเบิดขึ้นในช่วงปีหน้า ไม่ว่าต้นปี หรือกลางปี อันนี้...ยิ่งน่าปวดหัว เวียนเฮดเข้าไปใหญ่ และอาจทำให้ ความเป็นกรรมการ ไม่ได้ก่อให้เกิดความได้เปรียบใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย เผลอๆ หนักไปทางเสียเปรียบ เสียรังวัด หรือเสียมวยเอาง่ายๆ เพราะในฐานะผู้ต้องแบกรับ ความรับผิดชอบ อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้ โอกาสที่ต้องหันไป ผูกคอตาย แบบบรรดา กรรมการไทยแลนด์ลีก ก็ใช่ว่าจะไม่มีเอาเสียเลย ด้วยเหตุนี้...อย่าถึงกับต้องไปถือสา หาความ หยิบเอามาด่าว่า ด่าทอ ให้ต้องเสียบรรยากาศโดยใช่เหตุ หันมาใช้เวลาและโอกาส ทุ่มเทกับการคิดค้นนโยบาย ข้อเสนอแนะ ต่อบรรดาปวงชนชาวไทยทั้งหลาย ในช่วง เลือกตั้งที่รัก กำลังจะมาถึง หรือหันมาช่วยประคับประคองประชาธิปไตยด้วยความทะนุถนอม แทนที่จะกลับไปเขย่า กระชาก กระตุกกันแรงๆ แบบเดิมๆ น่าจะเข้าท่ากว่าเป็นไหนๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Laurence J. Peter... Democracy is a process by which the people are free to chose the man who will get the blame.- ประชาธิปไตยคือกระบวนการที่ประชาชนมีอิสระในการเลือกผู้ที่ตัวเองจะเอาไว้ตำหนิด่าว่า...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;--------------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19120</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วงนี้ ยังทำท่าว่าจะมุดชักโครกเอาดื้อๆ จะด้วยเหตุเพราะ, ซาอุฯ, ทรัมป์, ท่านขุนน้อย, พรรคพลังประชารัฐ, ยูเออี, รัสเซีย, ลิเบีย, อิรัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16661</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2018 20:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2018 20:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซาอุดีอาระเบียรับ &#039;ทำพลาด&#039; โจมตีรถบัสเยเมน ฆ่าเด็ก 40 ชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองกำลังร่วมนำโดยซาอุฯ ยอมรับเกิดความผิดพลาดในการโจมตีทางอากาศที่เยเมนเมื่อวันที่ 9 ส.ค. ที่ทำให้เด็กตายถึง 40 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2561 สภาพซากรถบัส ที่โดนถล่มทางอากาศกลางตลาดดาห์ยันในเขตควบคุมของกบฏฮูตีที่จังหวัดซาดาของเยเมนเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อมูลของสภากาชาดระบุว่า รถบัสคันนี้โดนโจมตีทางอากาศขณะจอดอยู่ในตลาดที่ผู้คนพลุกพล่านในจังหวัดซาดา ทางเหนือของเยเมน ซึ่งเป็นเขตยึดครองของกลุ่มกบฏฮูตี มีผู้เสียชีวิต 51 คน โดยเป็นเด็ก 40 คน และมีผู้บาดเจ็บ 79 คน เป็นเด็ก 56 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันซูร์ อัล มันซูร์ โฆษกกองกำลังร่วมปราบปรามกบฏฮูตีในเยเมน ที่มีซาอุดีอาระเบียเป็นแกนนำ แถลงที่กรุงริยาดเมื่อวันเสาร์ที่ 1 กันยายน ยอมรับว่า การโจมตีทางอากาศเยเมนเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม นั้นเกิดความผิดพลาด และผู้รับผิดชอบจะต้องได้รับการลงโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาอ้างด้วยว่า มีคำสั่งไม่ให้โจมตีรถบัสคันนั้น ซึ่งอยู่ในท่ามกลางพลเรือน แต่คำสั่งมาถึงช้าเกินไป&amp;nbsp; ยังมีความผิดพลาดอีกอย่างที่เป้าหมายที่โจมตีนี้ไม่ได้มีท่าทีว่าจะมีภัยคุกคามแบบปัจจุบันทันด่วน กระนั้น เขาย้ำว่า จากข้อมูลของหน่วยข่าวกรองระบุว่ารถบัสคันนี้ ผู้โดยสารเป็นผู้นำกลุ่มกบฏและนักรบฝ่ายกบฏ ซึ่งเป็นเป้าหมายทางทหารที่ถูกต้อง แต่รับว่าพิกัดของการโจมตีทำให้เกิดความเสียหายข้างเคียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอสพีเอของซาอุฯ รายงานการแถลงของกองกำลังร่วมฯ เมื่อวันเสาร์ แสดงความเสียใจต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และเสียใจต่อครอบครัวของเหยื่อจากการโจมตีทางอากาศ โดยจะประสานงานกับรัฐบาลเยเมนเพื่อให้เงินชดเชยครอบครัวของเหยื่อและจะทบทวนกฎการปะทะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้กองกำลังร่วมฯ จะย้ำเสมอว่าไม่ได้ตั้งใจโจมตีเป้าหมายที่เป็นพลเรือน แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุที่ผ่านมากองกำลังร่วมฯ โจมตีทั้งตลาด, โรงเรียน, โรงพยาบาลและเขตชุมชน และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีการโจมตีทางอากาศอีกครั้งที่เมืองฮูเดย์ดาห์ทางใต้ของเยเมน ทำให้เด็กเสียชีวิต 22 คน และผู้หญิงเสียชีวิต 4 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16661</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบฏฮูตี, ฆ่าเด็ก, ซาอุดีอาระเบีย, ซาอุฯ, ผิดพลาด, รถบัส, เยเมน, โจมตีทางอากาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180902/image_big_5b8be047d2f0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5815</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2018 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2018 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กบฏเยเมนเหิมหนัก ซัลโวมิสไซล์ 7 ลูกถล่มซาอุฯ สังเวย 1 ศพ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กบฏฮูตีในเยเมนยิงมิสไซล์ 7 ลูกถล่มกรุงริยาดและอีกหลายเมืองเมื่อวันอาทิตย์ กองทัพซาอุดีอาระเบียสามารถยิงสกัดได้ทั้งหมด แต่สะเก็ดจรวดที่ตกใส่กรุงริยาดคร่าชีวิตพลเมืองอียิปต์ 1 คน เจ็บอีก 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2561 เผยสภาพบ้านในเขตอุมอัลฮัมมานในกรุงริยาดที่โดนสะเก็ดจรวดตกใส่&amp;nbsp; / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางการซาอุฯ เปิดเผยว่า กบฏฮูตีในเยเมนซึ่งมีอิหร่านหนุนหลัง ยิงมิสไซล์ 3 ลูกโจมตีกรุงริยาด และอีก 4 ลูกโจมตีเมืองคามิสมูชาอิต, จีซาน และนัจรานในภาคใต้ จรวดทั้งหมดล้วนพุ่งเป้าหมายที่เขตชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่กรุงริยาด ชาวเมืองกล่าวกันว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังกึกก้องและแสงวาบบนท้องฟ้าช่วงเวลาใกล้เที่ยงคืนของวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า มีชาวอียิปต์คนหนึ่งโดนเศษชิ้นส่วนของระเบิดตกใส่จนถึงแก่ความตาย และอีก 2 คนได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตูร์กี อัลมัลกี โฆษกของกองกำลังผสมที่ซาอุฯ เป็นแกนนำ กล่าวว่า พฤติการณ์รุกรานและเป็นปรปักษ์โดยกลุ่มฮูตีที่อิหร่านหนุนหลัง ในครั้งนี้ พิสูจน์ว่ารัฐบาลอิหร่านยังคงสนับสนุนขีดความสามารถทางทหารแก่กลุ่มติดอาวุธชีอะห์กลุ่มนี้ และการยิงขีปนาวุธพร้อมกันหลายลูกโจมตีหลายเมืองเป็นพัฒนาการที่ร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ช่องอัลมาซิราของฮูตีประกาศว่า กบฏฮูตีพุ่งเป้าหมายโจมตีท่าอากาศยานระหว่างประเทศคิงคาลิด และทางวิ่งของเครื่องบินทางใต้ของซาอุฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ชาวบ้านในเขตอุมอัลฮัมมานแหงนมองรูบนหลังคาที่ชิ้นส่วนจรวดตกใส่ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา กบฏฮูตีในเยเมนยิงมิสไซล์โจมตีซาอุฯ มาแล้วหลายสิบลูก ซึ่งทางการซาอุฯ คุยว่าสามารถยิงสกัดได้ทั้งหมด การโจมตีรอบล่าสุดนี้อาจกระตุ้นให้กองกำลังพันธมิตรของซาอุฯ ขยายปฏิบัติการทางทหารในเยเมนมากขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การโจมตีครั้งใหญ่หนล่าสุดก่อนหน้านี้คือเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน กบฏฮูตียิงมิสไซล์โจมตีสนามบินนานาชาติริยาด และทำให้ซาอุฯ ตอบโต้ด้วยการเพิ่มการปิดล้อมเยเมนอย่างเข้มงวดมากขึ้น แต่หลังจากนั้นยังมีการโจมตีอีกครั้งในวันที่ 19 ธันวาคม โดยเป้าหมายคือพระราชวังของกษัตริย์ซัลมาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์เมื่อวันอาทิตย์ก่อนขึ้น 1 วันก่อนหน้าวันครบรอบ 3 ปีที่ซาอุดีอาระเบียนำกองกำลังพันธมิตรสุหนี่เข้าแทรกแซงความขัดแย้งนองเลือดในเยเมนเพื่อช่วยเหลือรัฐบาลที่นานาชาติหนุนหลัง และขับไล่กบฏฮูตีที่เข้ายึดครองกรุงซานาเมื่อเดือนกันยายน 2557 ผู้คนในเยเมนสังเวยชีวิตแล้ว 10,000 คน และบาดเจ็บ 53,000 คน ก่อวิกฤติด้านมนุษยธรรมที่เลวร้ายที่สุดในโลก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5815</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบฏเยเมน, จรวด, ซาอุดีอาระเบีย, ซาอุฯ, มิสไซล์, ฮูตี, เยเมน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8b33f820dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>680</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2026 14:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2018 21:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับขัง 11 เจ้าชายซาอุฯ ก่อหวอดประท้วงโดนตัดงบค่าน้ำ-ไฟ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ริยาด (เอเอฟพี) / ทางการซาอุดีอาระเบียจับกุมคุมขับเจ้าชาย 11 พระองค์ที่นั่งก่อหวอดประท้วงหน้าพระราชวังในกรุงริยาด เรียกร้องให้ยกเลิกพระบรมราชโองการตัดงบค่าน้ำค่าไฟของเชื้อพระวงศ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าชายโมฮัมหมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมาร แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำแถลงของสำนักงานอัยการซาอุฯ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กล่าวว่า เจ้าชายทั้ง 11 พระองค์&amp;nbsp;


fifa356 ซึ่งคำแถลงไม่ประกาศพระนาม ได้มาชุมนุมประท้วงที่พระราชวังกาซีร์อัลโฮกุม ในกรุงริยาด ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่แล้ว เพื่อเรียกร้องให้ยกเลิกพระบรมราชโองการยุติการจ่ายค่าน้ำค่าไฟแก่สมาชิกราชวงศ์ ทั้งยังต้องการให้รัฐบาลจ่ายเงินชดเชย ที่ศาลพิพากษาประหารชีวิต เจ้าหน้าที่เตอร์กี บิน ซาอุด อัลคาเบียร์ เมื่อปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงกล่าวว่า ถึงแม้เจ้าชายเหล่านี้จะได้รับแจ้งว่าข้อเรียกร้องของพวกเขาไม่ถูกกฎหมาย แต่เจ้าชาย 11 พระองค์นี้ยังปฏิเสธออกจากพื้นที่ ยังคงรบกวนความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความสงบสุขของสาธารณะต่อไป สมาชิกหน่วยงานด้านความมั่นคงจึงต้องเข้ามาฟื้นฟูความเป็นระเบียบ และจับกุมเจ้าชายกลุ่มนี้&amp;nbsp;


bnk789&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการจับกุม เจ้าชาย 11 พระองค์ถูกตั้งข้อหาหลายกระทง และถูกควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำอัลฮาเยอร์ในกรุงริยาดระหว่างรอการดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เว็บไซต์ข่าวซาบิกระบุชื่อเจ้าชายที่เป็นผู้นำประท้วง ด้วยชื่อย่อว่า เอส. เอ. เอส ซึ่งหมายถึงราชวงศ์สาย ซาอุด อัลคาเบียร์ ที่สืบเชื้อจากพระญาติของกษัตริย์อัลดุลาซิซ ผู้ทรงก่อตั้งราชอาณาจักรยุคสมัยใหม่ ที่่สวรรคตไปแล้ว&amp;nbsp;


save168&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราชอาณาจักรผู้ส่งออกน้ำมันราชใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้ กำลังดำเนินการปฏิรูปหลายด้าน รวมถึงลดการอุดหนุนด้านพลังงาน, ใช้ภาษีมูลค่าเพิ่ม และตัดเงินอุดหนุนสมาชิกพระราชวงศ์ เพื่อรับมือกับรายได้ที่ลดลงเพราะราคาน้ำมันดิบตกต่ำ ซึ่งส่งผลให้ซาอุฯ ขาดดุลงบประมาณราว 5.2 หมื่นล้านเมื่อปี 2561&amp;nbsp;


สล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การผงาดขึ้นสู่อำนาจอย่างรวดเร็วของเจ้าชายโมฮัมหมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารที่พระชนมายุเพียง 32 พรรษา ที่มีแนวคิดและนโยบายเชิงก้าวหน้าและดุดันในบางคราว ได้ก่อความตึงเครียดในราชวงศ์แบบที่ไม่ค่อยปรากฏมาก่อน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/680</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซาอุฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180107/5a523271a960d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
