<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชาวซาไก&#039; หวั่นนักท่องเที่ยวแพร่โควิด พาครอบครัวออกจากป่าฉีดวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.64 - ที่โรงเรียนบ้านใหม่(วันครู 2503) หมู่ที่ 3 บ้าน กม. 36 ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเบตง และ เจ้าหน้าที่อบต.อัยเยอร์เวง ออกหน่วยบริการฉีดวัคซีนเคลื่อนที่เชิงรุก &amp;nbsp;พร้อมประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนในพื้นที่มาฉีดวัคซีน เดินหน้าปูพรมฉีดวัคซีนในพื้นที่ทั้ง 11 หมู่บ้าน โดยมีเป้าหมายในการฉีดวัคซีนให้ได้หมู่บ้านละ 70% ซึ่งได้กำหนดเป้าหมาย ในวันนี้ จำนวน 600 คน ทั้ง 11 หมู่บ้าน โดยทาง อบต.อัยเยอร์เวงได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนทุกรูปแบบเพื่อให้คนในพื้นที่มาฉีดวัคซีนตามเป้าที่วางไว้โดยในวันนี้ใครที่มาฉีดวัคซีนจะได้มุ้งคนละ 1 หลังทันที พร้อมลุ้นรางวัลอีกมากมายจากผู้ใหญ่ใจดีทั้งหลาย เช่น พัดลม เตาแก๊ส เป็นต้น ซึ่งภาพรวมในการฉีดวัคซีนในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา รวมภาพในการฉีดวัคซีนกว่า 76% แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ได้เร็วที่สุด หลังจากนั้นจะได้เร่งเปิดเมืองกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ หลังสถานการณ์โควิด-19 อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนมาเป็นระยะเวลานานร่วมกว่า 2 ปี ทำให้ อบต.อัยเยอร์เวง ได้มีการประชาสัมพันธ์มาตรการเชิงรุกในทุกหมู่บ้านให้มีการฉีดวัคซีนตามเป้าที่ตั้งไว้ รวมทั้งรณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่ให้มาทำการฉีดวัคซีน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่กลุ่มโอรังอัสรี หรือกลุ่มลาซะ ที่อาศัยอยู่ในป่าดงดิบฮาลา-บาลา หมู่ 9 บ้านนากอ ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ที่มีสมาชิกร่วมกันทั้งหมดกว่า 50 คน กลัวคนเมืองจะนำเชื้อโควิด-19 มาแพร่กระจายสู่กลุ่มโอรังอัสรี หรือกลุ่มลาซะจึงได้หอบลูกหลานมาทำการฉีดวัคซีน เพราะที่ผ่านมานักท่องเที่ยวมักจะเดินทางเข้าไปชมทับที่อาศัยอยู่ในป่าพร้อมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกในการเข้ามาเยี่ยมกลุ่มโอรังอัสรี หรือกลุ่มลาซะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเอก ยังอภัย ณสงขลา นายอำเภอเบตง &amp;nbsp;กล่าวว่า กลุ่มโอรังอัสรี หรือกลุ่มลาซะ อาศัยอยู่ที่หมู่ 9 บ้านนากอ ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นชุมชนที่มีสมาชิกจำนวน 50 คน 6 ครัวเรือน ประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างถางป่า ถางสวน ตัดหญ้า กรีดยาง ซึ่งบางคนสามารถพูดภาษามาลายูได้คล่องแคล่ว และสามารถพูดภาษาไทยกลางได้ในระดับที่สื่อสารกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวทางการช่วยเหลือกลุ่มชาติพันธุ์มานิ (โอรังอัสลี) โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการขับเคลื่อน และบริหารจัดการในรูปแบบของนิคมสร้างตนเอง สนับสนุนด้วยการจัดสรรที่ดิน ชั่วคราว ให้สามารถมีพื้นที่ทำกิน เลี้ยงดูตนเองและประชากรในกลุ่มได้ สนับสนุนให้เข้าถึงการบริการของรัฐด้านต่าง ๆ ด้วยการออกบัตรรับรองสถานะเพื่อยืนยันตัวตนชั่วคราว ซึ่งมีจำเป็นอย่างยิ่ง ที่กลุ่มเหล่านี้ควรจะได้รับการดูแลสิทธิและสวัสดิการขั้นพื้นฐาน เพื่อการดำรงชีวิต เช่น การเข้าถึงการศึกษาที่ให้ตรงตามความเหมาะสมของกลุ่ม การเข้าถึงวัคซีนที่จำเป็นแก่เด็ก รวมถึงการบริการด้านสาธารณสุข เป็นต้น ซี่งในวันนี้กลุ่มชาติพันธุ์มานิ จำนวน 10 คนได้ทยอยออกมารับการฉีดวัคซีนก่อน ส่วนคนที่เหลือก็จะตามมาฉีดจนครบทั้งเผ่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่จุดตรวจ กม.23ได้มีการตรวจเข้มผู้ที่เดินทางเข้าพื้นที่อำเภอเบตง ต้องมีใบรับรองการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม ถึงจะเข้าเมืองเบตงได้ ขณะที่สถานการณ์covid-19 ในอำเภอเบตง พบผู้ป่วยรายใหม่ 3 &amp;nbsp;ราย เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน รวมผู้ป่วยสะสม 585รายเสียชีวิตสะสม รวม 6 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114745</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซาไก, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_6128a5b68fa41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98766</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 12:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 12:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปูพรมค้นหาครอบครัว &#039;ซาไก&#039; หนีออกจากรพ.ตรัง หลังเพิ่งคลอดลูก ยังไม่รู้ชะตากรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เม.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีนายณัฐวุฒิ &amp;nbsp;สังข์สุข ป้องกันจังหวัดตรัง หัวหน้าชุดปฏิบัติการทีมค้นหาครอบครัวมันนิ หรือซาไก ภายใต้การอำนวยการของนายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผวจ.ตรัง และนายกองตรีไพโรจน์&amp;nbsp;ไกรทอง ผู้บังคับกองร้อย อส.จ.ตรัง ที่ 1 ได้สั่งการให้สมาชิก อส.จ.ตรัง. ที่ 1 และสมาชิก อส.อ.เมืองตรัง ที่ 3 ร่วมกับผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 และ ม.5 ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง เป็นวันที่ 3 ร่วมภารกิจปฏิบัติการค้นหาติดตามตัว นายปู ศรีสันติราษฎร์ อายุ 31 ปี น.ส.บ๊วย ศรีสันติราษฎร์ อายุ 31 ปี และลูกน้อยเพศหญิงวัย 77 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทั้งสองเป็นชาวชนเผ่ามันนิ หรือซาไก อาศัยอยู่ริมเทือกเขาบรรทัดเขตระหว่างรอยต่อ จ.ตรัง และ จ.พัทลุง บริเวณเขาหัวสุม ม.14 ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน โดยทั้งสองได้แอบพาลูกน้อยหลบหนีจากห้อง เอ็นไอซียู รพ.ตรัง หลังเพิ่งคลอดลูกน้อยวัย 77 วัน โดยปฏิบัติการเริ่มต้นในพื้นที่ ต.นาตาล่วง ตั้งแต่คืนวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังมีผู้แจ้งเบาะแสว่าพบบุคคลทั้งสอง&amp;nbsp;ทั้งนี้ฝ่ายปกครอง อ.ปะเหลียน ได้ประสานพาพี่น้องชาวชนเผ่ามันนิ หรือซาไก รวมกันกว่า 10 คน ร่วมปฏิบัติการค้นหาด้วยแต่ไม่พบตัว การค้นหายังไร้วี่แวว พบรองเท้า ทิ้งร่องรอยขุดเผือก-หัวมัน เพื่อประทังชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถาม นายณัฐวุฒิ สังข์สุข ป้องกันจังหวัดตรัง หัวหน้าชุดปฏิบัติการทีมค้นหาครอบครัวมันนิ หรือซาไก กล่าวว่า เมื่อวานนี้เราได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่เดินเท้าสำรวจในพื้นที่ ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง ตามที่ได้รับแจ้งเบาะแสเข้ามาแต่ก็ยังไม่พบวี่แวว วันนี้ช่วงเย็นเราก็ต้องออกไปดูอีกรอบหนึ่ง หากไปช่วงกลางวันเชื่อว่าทางครอบครัวซาไกที่ซ่อนตัวอยู่น่าจะไม่ออกมา อย่างไรก็ตามเราก็ได้มีการประสานไปยังเครือข่ายกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านให้แจ้งเบาะแสในการค้นหาต่อไปตลอด 24 ชม. อย่างไรก็ตามตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ สภ.เมืองตรัง รวมถึงชุดสืบสวน ภ.จว.ตรัง ได้สนธิกำลังร่วมกันเฝ้าติดตามค้นหาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะนี้หลายฝ่ายมีความเป็นห่วงอาการของทารกน้อย วัยประมาณ 77 วัน แม่ตั้งท้องได้เพียงแค่ 6 เดือน ทำให้คลอดก่อนกำหนด มีน้ำหนักแรกเกิด 700 กรัม จนกระทั่งมีน้ำหนักขึ้นมาถึง 1,400 กรัม มีอาการผิดปกติทางร่างกาย ตัวซีด&amp;nbsp;ตาเหลือง และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ทำให้ต้องทำการรักษาอยู่ในตู้อบ ภายในห้องเอ็นไอซียู (NICU) หอผู้ป่วยวิกฤติทารกแรกเกิด โดยต้องมีทีมแพทย์พยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด และระหว่างเตรียมที่จะนำตัวส่งไปรักษาตัวต่อที่ รพ. สงขลานครินทร์ (มอ.) สงขลา แต่พ่อและแม่ของเด้กซึ่งเป็นชาวชนเผ่ามันนิ ได้แอบนำเอาตัวลูกน้อยออกจากตู้อบเด็ก และปีนรั้วกำแพง ก่อนแอบหลบหนีออกไป เหตุเกิดเมื่อช่วงย่ำรุ่ง เวลา 04.09 น.ของวันที่ 26 มี.ค.64 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวถึงเหตุที่ซาไก หลบหนีจาก รพ. ตรังว่า เราได้ทราบเรื่องที่มีชนเผ่าซาไกที่กำลังรักกษาตัวที่ รพ.ตรังหลบหนีออกจาก รพ. แล้ว ตอนนี้ทางนายอำเภอปะเหลียนก็ได้แจ้งความไปยังสถานีตำรวจภูธร แล้ว ทั้งนี้ยังไม่ได้ประสานงานไปยังผู้นำของซาไกว่าพอจะมีญาติอยู่ที่ไหนบ้าง ตอนนี้เราได้ประสานไปยัง สพอ. สถานีตำรวจทุกที่ หาเบาะแสพยายามเร่งหาฐานข้อมูล ให้เจอตนคิดว่าทั้งสองคนกำลังหลบซ่อนตัวอยู่ไม่ได้มีปัญหาอะไร ตนก็ไม่รู้ว่าหลบหนีไปเพราะอะไร ซึ่งทางเราเองก็ให้ความสำคัญและเฝ้าติดตามยู่ ชนเผ่าซาไกกลุ่มนี้นั้นไม่ได้มีปัญหาอะไรกับใคร ก็จะเรียนไว้ว่าหากใครพบเห็นช่วยแจ้งเบาะแสกับสถานีตำรวจใกล้บ้านได้เราจะได้รีบไปช่วยเหลือ อยากฝากทั้งสองคนว่าหากทราบข่าวแล้วกลับมาเถอะเราพร้อมจะดูแล เวลาผ่านไปนานกว่า 13 วันแล้ว จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98766</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตรัง, ชาวมันนิ, ซาไก, เงาะป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210408/image_big_606e994b32d96.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
