<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109369</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 17:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซิดนีย์มีผู้ป่วยโควิดเสียชีวิตศพแรกของปี-ผู้ดีหวั่นยูโรนัดชิงแพร่เชื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ซิดนีย์มีผู้ป่วยโควิด-19 จากการแพร่ระบาดรอบล่าสุดเสียชีวิตเป็นรายแรกของปีนี้เมื่อวันอาทิตย์ มุขมนตรีนิวเซาท์เวลส์ที่กำลังดิ้นรนรับมือกับสายพันธุ์เดลตาอาจขยายล็อกดาวน์ที่กำลังจะครบ 3 สัปดาห์ต่อไปอีก ขณะอังกฤษหวั่นการรวมตัวชมฟุตบอลนัดชิงยูโร 2020 กระตุ้นการระบาดหนักขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจออสเตรเลียเดินลาดตระเวนที่โอเปราเฮาส์ในนครซิดนีย์เมื่อวันอาทิตย์ ทางการนิวเซาท์เวลส์ใช้มาตรการล็อกดาวน์อย่างเข้มงวดหลังผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นรายวัน (James D. Morgan/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลาดิส เบเรจิกเลียน มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ กล่าวเตือนเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคมว่า จำนวนผู้ติดเชื้อในนครซิดนีย์และพื้นที่โดยรอบเมืองนี้ ซึ่งอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์เป็นสัปดาห์ที่ 3 น่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีกในวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดิฉันจะช็อกถ้าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่วันพรุ่งนี้น้อยกว่า 100 คน&amp;quot; เบเรจิกเลียนกล่าวขณะแถลงข่าวทางโทรทัศน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์กล่าวว่า ก่อนหน้าที่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มเป็นสถิติสูงสุด 77 รายในวันอาทิตย์นั้น ซิดนีย์มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 50 คนเมื่อวันเสาร์ ซึ่งเป็นจำนวนสูงที่สุดของปีนี้ และทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อรอบล่าสุดนับแต่กลางเดือนมิถุนายนเพิ่มเป็น 566 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อรายใหม่ของวันอาทิตย์ มี 33 คนที่ใช้ชีวิตอยู่ปะปนกับผู้คนในชุมชนช่วงเวลาที่พวกเขาติดเชื้อ ซึ่งเพิ่มความเป็นไปได้ที่การล็อกดาวน์ 3 สัปดาห์ในนครซิดนีย์และโดยรอบ ที่ครอบคลุมประชากรมากกว่า 5 ล้านคนนั้น อาจต้องขยายเวลาออกไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบเรจิกเลียนยอมรับว่า เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ในขณะนี้ และการล็อกดาวน์จะครบกำหนดในวันศุกร์ ทุกคนสามารถกล่าวได้ว่าไม่น่าเป็นไปได้อย่างมากที่จะไม่ขยายการล็อกดาวน์ต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้มีผู้ป่วยโควิด-19 รักษาตัวในโรงพยาบาล 52 คน หรือราว 1 ใน 10 ของผู้ติดเชื้อรอบนี้ โดย 15 คนอยู่แผนกไอซียู และ 5 คนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ส่วนผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อในประเทศรายแรกนับแต่เดือนธันวาคมเป็นหญิงชราอายุราว 90 ปีเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วอีกหลายประเทศ ถือว่าออสเตรเลียสามารถควบคุมการระบาดของโควิด-19 ได้ดี โดยจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมของประเทศมีแค่ 31,100 คน และเสียชีวิต 911 คน อย่างไรก็ดี โครงการฉีดวัคซีนของออสเตรเลียกลับคืบหน้าช้ามากโดยมีเพียง 10% ของประชากร 25 ล้านคนที่ฉีดวัคซีนครบแล้ว เนื่องจากปริมาณวัคซีนไม่เพียงพอและการเปลี่ยนแปลงคำแนะนำทางการแพทย์สำหรับการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันออสเตรเลียฉีดวัคซีนให้กับผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป และกลุ่มเสี่ยงทั้งกลุ่มที่มีปัญหาสุขภาพและกลุ่มที่เสี่ยงต่อการติดไวรัสในที่ทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อังกฤษ ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือยูโร 2020 นัดชิงชนะเลิศระหว่างอังกฤษกับอิตาลี ที่สนามเวมบลีย์ในกรุงลอนดอนวันอาทิตย์ ที่จะมีผู้ชมเข้าสนามมากกว่า 60,000 คน ทางการอังกฤษเตือนว่า การรวมตัวของคนจำนวนมากทั้งในพื้นที่ที่จัดเป็นแฟนโซนสำหรับเชียร์บอล หรือตามผับตามบาร์ทั่วประเทศ ก่อความเสี่ยงที่จะเป็นจุดแพร่เชื้อไวรัส โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตาที่ติดได้ง่ายมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ช่วงที่นักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษเดินทางออกจากศูนย์เก็บตัวของสมาคมที่เซนต์จอร์จพาร์ก มีแฟนบอลกกลุ่มใหญ่รอส่งนักฟุตบอลริมข้างทาง วิดีโอและภาพถ่ายที่เผยแพร่ทางออนไลน์แทบไม่มีใครสวมหน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ทางการเดนมาร์ก, ฟินแลนด์ และสกอตแลนด์ต่างรายงานว่าพบแฟนบอลติดเชื้อหลังเดินทางกลับจากชมฟุตบอลยูโร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ บอริส จอห์นสัน เคยส่งสัญญาณไว้ว่า เขาตั้งใจจะผ่อนคล้ายข้อจำกัดที่เหลืออยู่ทั้งหมดในวันที่ 19 ก.ค.นี้ แต่จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสยังคงเพิ่มขึ้นทั่วอังกฤษ เนื่องจากการแพร่ของไวรัสเดลตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลของเขาอ้างว่า ด้วยจำนวนผู้ใหญ่ที่ได้ฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส มีมากกว่าร้อยละ 85 แล้ว จึงไม่มีความเชื่อมโยงระหว่างการติดเชื้อ, การนอนโรงพยาบาล และการเสียชีวิตจากโรคนี้ แต่นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากยังไม่สบายใจกับการผ่อนคลายกฎข้อบังคับทั้งหมด ซึ่งรวมถึงการเว้นระยะห่างทางสังคมและการบังคับให้สวมหน้ากากอนามัยในระบบขนส่งมวลชนและภายในอาคาร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109369</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิดนีย์, ยูโร2020, ยูโรนัดชิง, สังเวยศพแรก, สายพันธุ์เดลตา, ออสเตรเลีย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210711/image_big_60eacd18a7235.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2021 18:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เดลตา&#039;รุกหนัก ซิดนีย์-ดาร์วินล็อกดาวน์ มอสโกดับเป็นสถิติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาทำยอดติดเชื้อ-เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ มอสโกดับรายวันเป็นสถิติใหม่ นครซิดนีย์ของออสเตรเลียล็อกดาวน์ 14 วัน เมืองดาร์วินล็อกดาวน์ 48 ชม. มาเลเซียขยายล็อกดาวน์ต่อ ส่วนบังกลาเทศเริ่มล็อกดาวน์ทั้งประเทศวันจันทร์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร้านอาหารในย่านดาร์ลิงฮาร์เบอร์ของนครซิดนีย์ปิดบริการเมื่อคืนวันเสาร์ หลังจากมาตรการล็อกดาวน์เริ่มมีผลบังคับหลัง 6 โมงเย็นในพื้นที่กลางเมือง (Photo by Brendon Thorne/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายนกล่าวว่า ถึงขณะนี้ไวรัสก่อโรคติดเชื้อโควิด-19 คร่าชีวิตประชากรโลกเกือบ 4 ล้านคนแล้ว ถึงแม้ว่าการฉีดวัคซีนในประเทศร่ำรวยจำนวนมากช่วยลดอัตราการแพร่เชื้อลงได้ โดยเฉพาะส่วนใหญ่ของยุโรปและสหรัฐ แต่ไวรัสสายพันธุ์เดลตาที่พบครั้งแรกในอินเดียยังคงน่าวิตก ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ถึงขณะนี้พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาแล้วใน 85 ประเทศ และถือเป็นสายพันธุ์ที่แพร่กระจายได้ง่ายที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัสเซีย ซึ่งกำลังรับมือกับคลื่นการระบาดลูกที่ 3 มีรายงานในวันเดียวกันว่า ที่กรุงมอสโกเมืองหลวง มีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาถึง 144 คน เป็นสถิติใหม่ของรัสเซีย หลังจากวันก่อนหน้านี้นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กมีผู้เสียชีวิตมากเป็นสถิติที่ 107 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเป็นสถานที่จัดการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 รวม 6 นัด รวมถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายในวันศุกร์นี้ ซึ่งอนุญาตให้มีผู้ชมในสนามได้ครึ่งความจุ แต่ก็ยังมากถึง 26,000 คน สัปดาห์ที่แล้วมีแฟนบอลฟินแลนด์หลายสิบคนมาเชียร์ทีมชาติเตะกับทีมเบลเยียมที่เมืองนี้แล้วติดเชื้อไวรัสกลับบ้านเกิดไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั่วรัสเซียในช่วงเวลาเดียวกันมีผู้เสียชีวิตรวม 599 คน ทำให้ยอดรวมของประเทศเป็น 133,282 คน และติดเชื้อรายใหม่อีก 20,538 คน ยอดรวมเป็น 5.4 ล้านคน ขณะที่จำนวนชาวรัสเซียที่ฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 โดสนั้นมีแค่ 21.2 ล้านคน จากประชากร 146 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อินเดีย ซึ่งพบสายพันธุ์เดลตาเป็นประเทศแรก มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 50,040 คนในวันอาทิตย์ เสียชีวิตเพิ่ม 1,258 คน โดยเป็นที่รัฐมหาราษฏระ 511 คน ยอดเสียชีวิตอย่างเป็นทางการของอินเดียเพิ่มเป็น 395,751 คน ติดเชื้อ 35.51 ล้านคน หายแล้ว 29.25 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไวรัสโควิดสายพันธุ์เดลตาทำให้หลายประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกต้องกลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์หรือขยายเวลาเพิ่มอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ออสเตรเลีย ประชากรมากกว่า 5 ล้านคนของนครซิดนีย์เริ่มเข้าสู่การล็อกดาวน์เต็มรูปแบบในวันแรกเมื่อวันอาทิตย์ จนถึงวันที่ 9 กรกฎาคมเป็นอย่างน้อย ร้านอาหาร, บาร์และคาเฟต้องปิด ประชาชนต้องอยู่บ้านยกเว้นให้เฉพาะการออกไปซื้อของจำเป็น, ด้วยเหตุผลทางการแพทย์, ออกกำลัง, ไปโรงเรียน หรือไม่สามารถทำงานจากบ้านได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครซิดนีย์มีผู้ติดเชื้อแล้วมากกว่า 110 คนนับแต่คนขับรถรับส่งลูกเรือของเที่ยวบินระหว่างประเทศติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาเมื่อกลางเดือนมิถุนายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันอาทิตย์ เมืองดาร์วินทางภาคเหนือของออสเตรเลียก็เริ่มล็อกดาวน์ 48 ชั่วโมง หลังจากพบผู้ติดเชื้อจำนวนหนึ่งเชื่อมโยงกับเหมืองทองคำในพื้นที่ห่างไกลและทางการไม่สามารถติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อจากที่นั่นได้ ไมเคิล กันเนอร์ มุขมนตรีรัฐนอร์เทิร์นเทอร์ริทอรี กล่าวว่า รัฐนี้กำลังเจอกับภัยคุกคามครั้งใหญ่สุดนับแต่เริ่มเกิดวิกฤติโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มาเลเซีย สำนักข่าวเบอร์นามารายงานว่า นายกรัฐนตรีมูห์ยิดดิน ยัสซิน ประกาศว่า รัฐบาลจะขยายมาตรการล็อกดาวน์ที่ใช้มานาน 1 เดือนและจะครบกำหนดวันจันทร์นี้ ออกไปอีก และจะไม่ผ่อนคลายจนกว่าอัตราการติดเชื้อรายใหม่จะเหลือต่ำกว่าวันละ 4,000 คน โดยในวันเสาร์นั้นมาเลเซียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5,803 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลบังกลาเทศก็เตรียมใช้มาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศครั้งใหม่ในวันจันทร์นี้ โดยปิดสถานที่ทำงานนาน 1 สัปดาห์ และอนุญาตเฉพาะการเดินทางที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์เท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107822</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิดนีย์, ดาร์วิน, มอสโก, ล็อกดาวน์, เดลตา, โควิด-19, ไวรัสสายพันธุ์เดลตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210627/image_big_60d86128f0fc3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107433</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2021 21:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2021 21:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห้ามชาวซิดนีย์ออกนอกเมืองสกัดโควิดสายพันธุ์เดลตา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลียมีคำสั่งห้ามชาวเมืองซิดนีย์ในพื้นที่ส่วนใหญ่เดินทางออกนอกเมือง เพื่อสกัดไม่ให้โควิด-19 สายพันธุ์เดลตาแพร่ไปยังภูมิภาคอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถยนต์ต่อแถวยาวเหยียดที่หาดบอนไดของซิดนีย์ เพื่อรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 แบบไดรฟ์ทรู เมื่อวันพุธ (Photo by Jenny Evans/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 23 มิถุนายน ว่านับแต่พบคลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่บริเวณชายหาดบอนไดในนครซิดนีย์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ถึงขณะนี้นครซิดนีย์มีรายงานผู้ติดเชื้อแล้วมากกว่า 30 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำประกาศเมื่อวันพุธ กลาดิส แบรีจิกเลียน มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งมีซิดนีย์เป็นเมืองหลวง กล่าวว่า ข้อกำหนดใหม่นี้จะเริ่มบังคับใช้สัปดาห์หน้า ซึ่งจะรวมถึงการห้ามการเดินทางที่ไม่จำเป็นออกจากนครซิดนีย์ และจำกัดการรวมตัวกันทางสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำสั่งห้ามการเดินทางนี้บังคับใช้กับพื้นที่ของรัฐบาลท้องถิ่น 7 แห่งของซิดนีย์ ซึ่งมุขมนตรีหญิงผู้นี้กล่าวว่า จะส่งผลต่อประชากรสัดส่วนที่ใหญ่มากจากผู้อยู่อาศัยในซิดนีย์ทั้งหมด 5 ล้านคนที่ถูกห้ามเดินทางออกจากเมืองนี้ อย่างไรก็ดี มาตรการใหม่ยังไม่ถึงขั้นส่งปิดร้านอาหารและบาร์ แต่จะห้ามการร้องเพลงและเต้นรำ ส่วนกิจกรรมขนาดใหญ่ยังสามารถจัดได้ แต่จำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมไม่เกิน 50% ของความจุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของรอยเตอร์กล่าวว่า&amp;nbsp; มาตรการควบคุมโควิด-19 ของซิดนีย์ครั้งใหม่นี้ยังรวมถึงห้ามรับแขกเกิน 5 คน, บังคับให้ใส่หน้ากากเมื่ออยู่ภายในอาคาร แม้แต่ในที่ทำงานหรือในโรงยิม และให้บางโรงเรียนเปลี่ยนมาสอนออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การระบาดของโควิด-19 ครั้งล่าสุดในซิดนีย์เชื่อมโยงกับคนขับรถรับส่งลูกเรือของเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตาที่พบครั้งแรกในอินเดีย คนขับรถคันนี้เดินทางไปหลายสถานที่ รวมถึงศูนย์การค้าที่ชายหาดบอนได&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่โควิด-19 เริ่มแพร่ระบาดในออสเตรเลีย ถึงขณะนี้ออสเตรเลียพบผู้ติดเชื้อแล้วมากกว่า 30,350 ราย เสียชีวิต 910 ราย ส่วนนิวซีแลนด์ เพื่อนบ้านนั้น มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 2,300 ราย เสียชีวิต 26 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ ทางการนิวซีแลนด์ประกาศเพิ่มมาตรการควบคุมโควิด-19 ในกรุงเวลลิงตันเป็นระดับ 2 หลังจากนักท่องเที่ยวชายจากซิดนีย์ที่มาเที่ยวกรุงเวลลิงตันเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผลตรวจเป็นบวกเมื่อเดินทางกลับซิดนีย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเตือนภัยระดับ 2 ของนิวซีแลนด์อนุญาตให้เปิดสำนักงาน, โรงเรียนและธุรกิจต่างๆ ได้แต่ให้เว้นระยะห่างจากกัน แต่งานต่างๆ เช่นงานแต่งงานและงานศพ ไม่ให้มีผู้ร่วมงานเกิน 100 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107433</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิดนีย์, ห้ามออกนอกเมือง, ออสเตรเลีย, โควิด-19, โควิดสายพันธุ์เดลตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d349deefb01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96823</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2021 21:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2021 21:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซิดนีย์สั่งอพยพประชาชนหนีน้ำท่วมรุนแรงสุดรอบ50ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นครซิดนีย์เตรียมรับมือน้ำท่วมรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปีจากฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ ทำให้น้ำล้นเขื่อนใหญ่ที่สุดของเมือง ทางการสั่งอพยพประชาชนที่อยู่บริเวณชายฝั่งตะวันออกของรัฐนิวเซาท์เวลส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวเมืองมองดูระดับน้ำที่ท่วมสูงถึงระดับของสะพานนิววินด์เซอร์ข้ามแม่น้ำฮอว์กส์เบอรีในเมืองวินด์เซอร์ นครซิดนีย์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 มีนาคม 2564 (Photo by Jenny Evans/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ทำให้น้ำล้นเขื่อนวาร์รากัมบา เขื่อนใหญ่ที่สุดของนครซิดนีย์ที่ใช้ผลิตน้ำดื่มส่วนใหญ่ของเมือง เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ 20 มีนาคม เจ้าหน้าที่ประกาศเตือนว่า แม่น้ำฮอว์กส์เบอรีที่อยู่ใต้เขื่อน จะมีระดับน้ำสูงสุดอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนับตั้งแต่ปี 2504&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จัสติน โรบินสัน ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการน้ำท่วม สำนักอุตุนิยมวิทยาออสเตรเลียกล่าวว่า น้ำท่วมครั้งนี้จะเป็นหนึ่งในน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดที่เราไม่ได้เห็นมานานมากแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยงานบริการเหตุฉุกเฉินออสเตรเลียมีคำสั่งให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตที่ลุ่มต่ำบริเวณขอบทางเหนือและตะวันตกของนครซิดนีย์ หนีภัยน้ำท่วมไปอยู่ในที่ปลอดภัย เจ้าหน้าที่เตือนว่าสถานการณ์น้ำท่วมในรัฐนิวเซาท์เวลส์เสี่ยงที่จะเกิดอันตรายถึงชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายพื้นที่ของนครซิดนีย์ในรัฐนิวเซาท์เวลส์มีน้ำท่วมสูงในวันอาทิตย์ที่ 21 มีนาคม ทำให้ต้องอพยพประชาชนครั้งใหญ่ รอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่สั่งอพยพประชาชนในบางพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของซิดนีย์ตั้งแต่กลางดึกวันเสาร์ หลังกระแสน้ำที่ไหลอย่างรวดเร็วสร้างความเสียหายในวงกว้าง และช่วงสายวันอาทิตย์สั่งอพยพอีกราว 1,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลาดิส เบเรจิกเลียน มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ แถลงทางโทรทัศน์ว่า พวกตนเคยหวังว่าเหตุน้ำท่วมเมื่อวันเสาร์จะเป็นแค่น้ำท่วมรุนแรงที่สุดในรอบ 20 ปี แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นน้ำท่วมร้ายแรงที่สุดในรอบ 50 ปีแล้ว และอาจต้องขอให้ประชาชนอีกราว 4,000 คนออกจากบ้าน เพื่อหนีภัยน้ำท่วมในอีกไม่กี่วันข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่า จะเกิดสภาพอากาศที่เลวร้ายขึ้นอีกทางตอนเหนือของนครซิดนีย์ในวันจันทร์ ก่อนที่อากาศจะเริ่มดีขึ้น ด้านหน่วยงานบริการเหตุฉุกเฉินเผยว่า ตั้งแต่วันพฤหัสบดีมีผู้โทรศัพท์แจ้งขอความช่วยเหลือจากน้ำท่วม 7,000 ครั้ง และเจ้าหน้าที่ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมราว 650 ครั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96823</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิดนีย์, ท่วมหนักสุดรอบ50ปี, น้ำล้นเขื่อน, อพยพหนีน้ำท่วม, ออสเตรเลีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_60575bd83646f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2020 21:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2020 21:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมาแล้วขับชนเด็กบนทางเท้าดับ 4 เจ็บ 3 ที่ซิดนีย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชายวัย 29 ปีเมาแล้วขับ พุ่งชนกลุ่มเด็กบนทางเท้าริมถนนชานนครซิดนีย์ ทำให้เด็กเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 4 ราย เจ็บ 3 ราย เด็กที่ตาย 3 คนเป็นพี่น้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้คนวางดอกไม้ไว้อาลัยบริเวณที่เกิดเหตุคนเมาขับรถชนเด็กเสียชีวิตในย่านโอ๊ตแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตำรวจซิดนีย์แถลงว่า เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ เกิดเหตุชายวัย 29 ปี ขับรถโฟร์วีลปีนขอบทางเท้า ชนกลุ่มเด็ก 7 คน ในย่านโอ๊ตแลนด์ ชานนครซิดนีย์ ขณะที่เด็กๆ กำลังปั่นจักรยานไปซื้อไอศกรีม ทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 4 ราย ได้แก่ เด็กหญิง 3 คน อายุ 8 ขวบถึง 12 ขวบ และเด็กชายอายุ 13 ปี และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย เป็นเด็กหญิง 2 คนและเด็กชาย 1 คน ถูกส่งรักษาตัวในโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อออสเตรเลียรายงานว่า เด็กชายอายุ 11 ขวบได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่อาการคงที่ ส่วนเด็กหญิงอายุ 10 ขวบและ 13 ปีได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เด็กที่เสียชีวิต 3 คนเป็นพี่น้องกัน พวกเขาเป็นลูกของแดเนียลและเลลา อับดัลละห์ ซึ่งมีลูกทั้งหมด 6 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจไม่ได้เปิดเผยชื่อของคนขับรถที่พุ่งชนเด็ก ซึ่งวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดได้ 0.150 เกินกว่า 3 เท่าที่กฎหมายกำหนด โดยตั้งข้อหาเขา 20 ข้อหา รวมถึงฆ่าคนตายโดยประมาท 4 กระทง, ขับรถอันตรายทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต, ขับรถอันตรายทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสและเมาแล้วขับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ส่งฟ้องศาลในวันอาทิตย์ แต่คนขับรถผู้ก่อเหตุไม่ได้ปรากฏตัวในศาล และผู้พิพากษาไม่ให้ประกันตัว ศาลนัดพิจารณาคดีนี้ครั้งหน้าในวันที่ 2 เมษายน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56099</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนเด็กตาย, ซิดนีย์, ออสเตรเลีย, เมาแล้วขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200202/image_big_5e36d9cd0c895.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53500</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2019 20:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2019 20:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมินกระแสต้าน ซิดนีย์ยืนกรานจุดดอกไม้ไฟฉลองปีใหม่ 2020</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นครซิดนีย์ยืนยันจะจัดงานจุดพลุดอกไม้ไฟฉลองส่งท้ายปีเก่าขึ้นปีใหม่ 2020 ตามแผนที่วางไว้ข้ามปี แม้จะมีการล่ารายชื่อกว่า 260,000 ชื่อขอให้ยกเลิก ด้วยเหตุผลว่าควรนำงบประมาณไปช่วยดับไฟป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลุไฟฉลองส่งท้ายปีเก่า 2018 ที่อ่าวซิดนีย์เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2562 กล่าวว่า นครซิดนีย์ใช้เงิน 6.5 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 136.84 ล้านบาท) สำหรับการแสดงพลุดอกไม้ไฟในปีนี้ ซึ่งคำร้องที่เสนอต่อ Change.org เห็นว่าควรนำเงินดังกล่าวไปใช้สนับสนุนอาสาสมัครดับไฟป่าและเกษตรกรที่ประสบภัยแล้งรุนแรงในออสเตรเลียมากกว่า ทั้งยังระบุด้วยว่า ควันจากพลุไฟที่แสดงบริเวณอ่าวซิดนีย์นั้นอาจส่งผลกระทบกระเทือนต่อคนบางคนและอากาศของซิดนีย์ก็มีควันมากพอแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ควันพิษจากไฟป่าที่เกิดขึ้นทั่วออสเตรเลียปกคลุมนครซิดนีย์และเมืองใหญ่หลายเมืองมานานหลายสัปดาห์ หลายเมืองในรัฐนิวเซาท์เวลส์แห่งนี้ยังโดนไฟเผาผลาญเหลือแต่ซากปรักหักพัง มีคนสังเวยชีวิตแล้ว 8 ราย โดยไฟเผาทำลายพื้นที่ขนาดเท่ากับประเทศเบลเยียมแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปี 2019 เป็นปีมหันตภัยในออสเตรเลียทำน้ำและไฟ&amp;quot; คำร้องกล่าว &amp;quot;ทุกรัฐควรปฏิเสธดอกไม้ไฟ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโฆษกของนครซิดนีย์กล่าวว่า พวกเราชื่นชมความห่วงกังวลของผู้ที่คัดค้านการจุดดอกไม้ไฟระหว่างวิกฤติไฟป่า แต่การยกเลิกการฉลองนี้จะมีประโยชน์ในทางปฏิบัติน้อยมากต่อชุมชนที่ประสบไฟป่า พวกเราเตรียมงานฉลองนี้ตั้งแต่ 15 เดือนก่อน หมายความว่างบประมาณเกือบทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ด้านมาตรการทำความสะอาดและดูแลความปลอดภัยของฝูงชน ถูกใช้จ่ายไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำชี้แจงกล่าวอีกว่า การยกเลิกงานกลับจะส่งผลร้ายต่อธุรกิจในซิดนีย์ และทำลายแผนการฉลองของผู้คนทั่วประเทศและในต่างประเทศนับแสนคนที่จองเที่ยวบิน, โรงแรมและร้านอาหารเพื่อฉลองส่งท้ายปีเก่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาเมืองซิดนีย์เสริมว่า พวกเขาได้บริจาคเงิน 620,000 ออสเตรเลีย (13.05 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการดับไฟป่าและรับมือภัยแล้ง และจะประชาสัมพันธ์กองทุนบรรเทาหายนภัยของกาชาดระหว่างการถ่ายทอดสดพิธีจุดดอกไม้ไฟด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53500</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ออสเตรเลีย, Change.org, กระแสต้าน, ขึ้นปีใหม่, ฉลองส่งท้ายปีเก่า, ซิดนีย์, พลุดอกไม้ไฟ, อ่าวซิดนีย์, ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08ad59e1845.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51942</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2019 20:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2019 20:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซิดนีย์ผจญไฟป่าใหญ่ เจ้าหน้าที่หมดปัญญาควบคุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ดับเพลิงออสเตรเลียเผยไฟป่าหลายจุดรวมตัวกันเป็นไฟป่าขนาดใหญ่มาก เผาผลาญพื้นที่บริเวณกว้างทางเหนือของนครซิดนีย์ เตือนยังไม่สามารถควบคุมไฟป่าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ไฟป่าที่บลูเมาเทนส์ รัฐนิวเซาเวลส์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร็อบ โรเจอร์ ผู้ช่วยผู้บังคับการสำนักไฟป่าชนบทรัฐนิวเซาท์เวลส์ ให้สัมภาษณ์สถานีเอบีซีเมื่อวันศุกร์ที่ 6 ธันวาคมว่า มีไฟป่าเกิดขึ้นราว 100 จุดในรัฐนิวเซาท์เวลส์&amp;nbsp; ไฟป่าหลายจุดเป็นการรวมกันของไฟป่ามากกว่า 8 จุด จนกลายเป็นไฟป่าขนาดใหญ่มาก เผาผลาญพื้นที่ป่าในอุทยานแห่งชาติทางเหนือของนครซิดนีย์ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงไม่สามารถหยุดไฟป่าขนาดมหึมาที่เกิดขึ้น ทำได้แต่เพียงปล่อยให้ไฟป่าไหม้ต่อไปจนกว่าสภาพอากาศที่แห้งและลมแรงจะคลี่คลาย สิ่งที่ทำได้คือปกป้องทรัพย์สินและประชาชนจากไฟป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฟป่าที่เกิดขึ้นในซิดนีย์เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วราว 300,000 เฮกเตอร์ หรือราว 1.87 ล้านไร่ ในเขตป่าที่ห่างจากนครซิดนีย์ โดยใช้เวลาขับรถราว 1 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการเผยแพร่คลิปของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงวิ่งหนีกำแพงไฟป่าที่เกิดขึ้นจากไฟเผาผลาญต้นไม้เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่เมืองออเรนจ์วิลล์ ห่างจากซิดนีย์ไปทางตะวันตกไม่ถึง 100 กิโลเมตร ทีมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยที่ถ่ายคลิปวิดีโอเผยว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าวอล์คอเบาท์ในซิดนีย์ที่อยู่พื้นที่เผชิญไฟป่าเผยว่า ได้อพยพสัตว์ออกไปอยู่ในที่ปลอดภัยราว 300 ตัว เช่น สัตว์เลื้อยคลาน, หมาป่าดิงโก, นกยูงและจิงโจ้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฟป่าที่เกิดขึ้นก่อหมอกควันปกคลุมนครซิดนีย์ ทำให้สัปดาห์นี้สภาพอากาศของซิดนีย์ขึ้นไปเกินกว่าระดับอันตราย และช่วงเช้าวันศุกร์ ซิดนีย์อยู่ในอันดับที่ 19 ของการจัดอันดับคุณภาพอากาศที่เลวร้ายที่สุดของเมืองต่างๆ ทั่วโลกของ &amp;quot;แอร์วิชวล&amp;quot; หรืออยู่ในอันดับสูงกว่าเซี่ยงไฮ้และมุมไบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51942</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิดนีย์, ออสเตรเลีย, ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191206/image_big_5dea5af475e44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
