<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88179</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2020 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2020 11:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮอนด้าพาสื่อมวลชน ทดลองขับ ‘ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่’  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;หลังจากที่ฮอนด้าเปิดตัวรถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก และซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภค ฮอนด้าไม่รอช้า จัดงานทดลองขับยนตรกรรมทั้ง 2 รุ่น เพื่อให้สื่อมวลชนได้สัมผัสจริงบนเส้นทาง กทม-เขาใหญ่ รูปแบบถนนมีทั้งในเมือง ผ่านการจราจรหนาแน่น นอกเมือง และขับขึ้นลงเขาเพื่อลองสมรรถนะกันอย่างเต็มที่ ระยะทางไปกลับกว่า 400 กิโลเมตร ในบทความนี้จะนำเสนอในรุ่น &amp;lsquo;ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่&amp;rsquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ ใช้ขุมพลังเทอร์โบเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร VTEC TURBO 3 สูบ 12 วาล์ 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที ตอบสนองอย่างทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 &amp;ndash; 4,500 รอบต่อนาที ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง (CVT) เคลมอัตราการประหยัดน้ำมันที่ 23.3 กิโลเมตร/ลิตร ขับสนุกดั่งใจด้วยระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด (7-Speed Paddle Shift) และสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ 100 กรัม/กิโลเมตร และสามารถรองรับน้ำมัน E20 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;ในรุ่น RS มาพร้อมความสปอร์ตโดดเด่นเต็มขั้น โฉบเฉี่ยวด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ตรอบคัน มาพร้อมกระจังหน้าแบบ Gloss Black และสัญลักษณ์ RS กันชนหน้าและกันชนหลังสไตล์สปอร์ต ผสานดีไซน์อันลงตัวด้วย ไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ไฟท้ายแบบ LED และ ไฟตัดหมอกแบบ LED กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ตปรับและพับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยวในตัวสปอยเลอร์หลังตกแต่งสีดำแบบสปอร์ต และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว มาพร้อมสีใหม่ สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง อัปเกรดความสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยเบาะหนังกลับดีไซน์ใหม่ตกแต่งด้วยแถบสีแดง มาพร้อมเบาะนั่ง อัลตรา ซีท (ULTR) อันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้า ที่แยกพับได้แบบ 60:40 สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ได้ถึง 4 โหมด พร้อมห้องสัมภาระท้ายขนาดใหญ่ ได้แก่ Utility Mode: เบาะด้านหลังทั้ง 2 ด้านปรับพับเรียบ เพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลัง Long Mode: เบาะด้านหน้าและด้านหลังปรับพับ เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวยาว Tall Mode: เบาะด้านหลังพับขึ้น เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวสูง Refresh Mode: เบาะด้านหน้าพับเชื่อมต่อกับเบาะด้านหลัง สร้างพื้นที่ผ่อนคลายสะดวกสบายสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม อาทิ หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่พร้อมมาตรวัดเรืองแสงสีแดงสไตล์สปอร์ต (เฉพาะรุ่น RS) ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ เป็นต้น ด้านมาตรฐานความปลอดภัย มอบความมั่นใจในทุกการเดินทาง อาทิ ถุงลม 6 ตำแหน่ง ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist - VSA) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist - HSA) กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) และเทคโนโลยีเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;หลังจากได้ทดลองขับ ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ ต้องบอกว่าโดดเด่นเรื่องขุมพลังอัตราเร่งตอบสนองทันใจ ให้การขับขี่ที่สนุก คล่องตัว ช่วงล่างดี ส่วนอัตราประหยัดน้ำมันในวันทดสอบได้ตัวเลขที่ 19.5 กม./ลิตร จากเส้นทางที่ขับขี่หลากหลายทั้งเจอรถติด ขับขี่ขึ้นลงเขา ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ยังมาพร้อมความอเนกประสงค์กับเบาะนั่งอัลตรา ซีท ที่ปรับพับได้หลากหลาย และระบบความปลอดภัยมีมาให้อย่างครบครัน การควบคุมรถทำได้อย่างง่ายดาย น้ำหนักพวงมาลัยแม่นยำดี ภายในห้องโดยสารมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน โดยฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก น่าจะถูกใจกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบความเป็นสปอร์ต ผู้สนใจสามารถทดลองขับได้ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ &amp;nbsp;โดย ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น RS ราคา 749,000 บาท รุ่น SV ราคา 675,000 บาท รุ่น S+ ราคา 599,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;-----------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;นรินทร โชติภิรมย์กุล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88179</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ., ทดลองขับ, ยานยนต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201228/image_big_5fe95e506d5df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
