<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73663</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป้อมช่วยเหยื่อพายุซินลากู แก้ปัญหาลำไยภาคเหนือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ลงพื้นที่เชียงใหม่ เร่งช่วยเหลือ ปชช.&amp;nbsp; ประสบอุทกภัยพายุ &amp;quot;ซินลากู&amp;quot; เก็บน้ำไว้ใช้ฤดูแล้ง แก้ปัญหาลำไยส่งออก 8 จว.ภาคเหนือ หลังกระทบโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 ส.ค.63 พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้เวลา 14.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เดินทางไปปฏิบัติราชการในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย และแก้ปัญหาเกษตรกรผู้ปลูกลำไยในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา อ.เมืองฯ&amp;nbsp; จ.เชียงใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรและคณะได้รับฟังการบรรยายสรุปจาก มท. โดย ปภ.และ ทภ.3 เพื่อรับทราบสถานการณ์อุทกภัยจากพายุ &amp;quot;ซินลากู&amp;quot; ซึ่งได้สร้างความเสียหายให้แก่ทรัพย์สิน อาคารบ้านเรือน รวมทั้งพื้นที่การเกษตรของพี่น้องประชาชนในพื้นที่หลายจังหวัดภาคเหนือ โดยรัฐบาลได้แสดงความห่วงใยแก่พี่น้องประชาชน และติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้ทุกภาคส่วนได้บูรณาการทำงาน โดยนำกำลังคนและเครื่องจักรกลต่างๆเข้าไปให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ภายใต้การควบคุมของ ผวจ.ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ (Single Command)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กำชับ ผวจ.ทุกจังหวัด หน่วยทหารในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องมีมาตรการเฝ้าระวัง และการแจ้งเตือนเหตุการณ์เพื่อเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึง ทันเวลา ตามแผนเผชิญเหตุ และเตรียมแผนการอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย รวมถึงเตรียมแผนการแจกถุงยังชีพ พร้อมจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม ได้มอบนโยบายให้ทุกจังหวัดดำเนินการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งหน้าด้วย ต่อจากนั้น พล.อ.ประวิตรและคณะได้รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ผลผลิตลำไยในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งเกษตรกรได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ต้องถูกระงับการส่งออกและการรับซื้อลำไยจากพ่อค้าประเทศจีน ซึ่งรัฐบาลได้มีความห่วงใยต่อพี่น้องเกษตรกร และลงมาให้ความช่วยเหลือ เพื่อแก้ไขปัญหาทั้งการกระจายผลผลิตลำไยออกจากแหล่งผลิต การแปรรูป รวมถึงการชดเชยเยียวยาให้แก่เกษตรกรในอัตราไร่ละ 2,000 บาท รายละไม่เกิน 25 ไร่ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะได้นำเสนอต่อ ครม.ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อปัญหาของผู้ได้รับผลกระทบจากการปลูกลำไยทั้ง 8 จังหวัด จากปัญหาน้ำท่วม รวมถึงภัยแล้งที่ผ่านมา โดยท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ฝากความห่วงใยและความปรารถนาดี พร้อมมอบกำลังใจให้แก่พี่น้องประชาชนและเกษตรกร ทุกคน โดยขอให้มีความเข้มแข็ง และให้มั่นใจว่ารัฐบาลพร้อมให้ความช่วยเหลือเพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความมั่นคง และยั่งยืน โดยจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างเด็ดขาด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73663</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซินลากู, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุทกภัย, เก็บน้ำไว้ใช้ฤดูแล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200806/image_big_5f2c0a61683d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซินลากูอ่อนแรง10จว.อ่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; พายุ &amp;quot;ซินลากู&amp;quot; อ่อนกำลังแล้วหลังถล่ม 10 จังหวัด เดือดร้อนกว่าพันครัวเรือน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เร่งรัดเจ้าหน้าที่ช่วยผู้ประสบภัย มท.1 ลงพื้นที่ &amp;quot;เลย&amp;quot; ให้กำลังใจพร้อมมอบของยังชีพ กำชับผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดน้อมนำพระบรมราโชบายดูแล ปชช. &amp;quot;กอนช.&amp;quot; เผยผลพวงพายุเติมน้ำ 35 เขื่อน 390 ล้าน ลบ.ม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์ฝนตกหนักและเกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนเป็นบริเวณกว้าง ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและทั่วพื้นที่ภาคอีสานโดยเฉพาะจังหวัดเลยว่า ได้กำชับตั้งแต่ตอนที่ท่วมแรกๆ แล้วว่าให้ทุกหน่วยไปดูแล โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ทหารและกระทรวงมหาดไทย ซึ่ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา&amp;nbsp; รมว.มหาดไทย ได้ลงพื้นที่ไปดูแลแล้ว รวมถึงเจ้าหน้าที่หลายกระทรวง ซึ่งสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย แต่สิ่งที่ต้องระมัดระวังคือตอนนี้เป็นช่วงที่พายุเข้ามาหลายลูก และเข้ามาหนึ่งลูกแล้วคือพายุซินลากู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย รายงานว่า เนื่องจากฝนตกเกิน 100 มิลลิเมตร&amp;nbsp; ระบบระบายน้ำจึงรับไม่ได้ ทำให้ท่วมเอ่อเป็นธรรมดา เดี๋ยวก็ลดลง ส่วนของความเสียหายเดี๋ยวต้องมีแผนจัดการ ขณะนี้มี 3 จังหวัด คือ จ.น่าน พิษณุโลก เลย ได้รับผลกระทบและรายงานมาเพิ่มอีก 1&amp;nbsp; จังหวัด คือ จ.เชียงใหม่ ซึ่งพยายามเร่งรัดดำเนินการให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด โดยมีแผนการรองรับอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามช่วงที่ฝนตกหนักถ้าเก็บน้ำได้ตรงไหนขอให้เก็บ ไม่อย่างนั้นวันหน้าจะเกิดปัญหาเรื่องน้ำแล้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตั้งแต่วันหยุดที่ผ่านมาได้สั่งการให้ช่วยกันดูแลสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากแล้ว โดยเฉพาะ ส.ส.ของพรรคได้สั่งให้ลงพื้นที่ด้วย อย่างไรก็ตามขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้นแล้วน้ำค่อยๆ ลด และฝนที่ตกลงมาเราต้องการเก็บน้ำไว้เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงฤดูแล้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.อนุพงษ์เปิดเผยว่า เพื่อให้การรับมือผลกระทบจากกรณีพายุซินลากูเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้กำชับไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการตามแนวทางการเผชิญเหตุ&amp;nbsp; ได้แก่ 1.เฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย เตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนตามแผนเผชิญเหตุอุทกภัย 2.อพยพประชาชนเมื่อเกิดหรือคาดว่าจะเกิดอุทกภัย ดินโคลนถล่มในพื้นที่ 3.เมื่อสถานการณ์ในพื้นที่คลี่คลายแล้ว ให้เร่งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อจะได้ให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูตามระเบียบโดยเร่งด่วนต่อไป 4.ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากพายุซินลากูสรุปสถานการณ์ และรายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบอย่างต่อเนื่องทุกวันจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมท่าอากาศยานเลย อ.เมืองเลย จ.เลย พล.อ.อนุพงษ์พร้อมด้วย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง นายชยพล&amp;nbsp; ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และคณะ เข้ารับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือประชาชนพื้นที่ประสบอุทกภัยบ้านสูบ โดยมีนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ให้การต้อนรับและบรรยายสรุป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.มหาดไทยกล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากนายกฯ ให้มาติดตามสถานการณ์และลงพื้นที่ให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่อำเภอเมืองเลย ทั้งนี้ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดน้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการดูแลประชาชนให้กลับมาใช้ชีวิตปกติโดยเร็ว และดำเนินการตามแนวทางการเผชิญเหตุ ทั้งการติดตามสถานการณ์ การแจ้งเตือนประชาชน และเตรียมการทั้งด้านเครื่องมือ อุปกรณ์ บุคลากร ให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ทันที และประการสำคัญคือ การอพยพประชาชนต้องวางระบบให้สามารถดำเนินการได้ทันทีก่อนเกิดเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในการตั้งโรงครัวพระราชทานต้องดูแลพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง เพื่อบรรเทาและผ่อนคลายความเดือดร้อนและทุกข์ของประชาชน และในด้านการฟื้นฟู เมื่อสถานการณ์ในพื้นที่คลี่คลายแล้ว ต้องเร่งสำรวจ ประเมินความเสียหาย คาดการณ์งบประมาณค่าใช้จ่าย และเบิกจ่ายให้เป็นไปตามระเบียบและหลักเกณฑ์ของทางราชการ เพื่อรัฐบาลจะได้ช่วยเหลือส่วนที่ขาดเหลือต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.อนุพงษ์และคณะเดินทางไปที่วัดศรีสว่างวารี (วัดบ้านสูบ) ตำบลน้ำสวย อำเภอเมืองเลย เพื่อมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจำนวน 300 ชุด และพบปะให้กำลังใจพี่น้องประชาชน&amp;nbsp; รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนพี่น้องประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า อิทธิพลจากพายุ&amp;nbsp; &amp;quot;ซินลากู&amp;quot; ส่งผลให้เกิดสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 10 จังหวัด รวม 23 อำเภอ 46 ตำบล 130&amp;nbsp; หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,399 ครัวเรือน ได้แก่ น่าน อุตรดิตถ์ ลำปาง พะเยา เชียงราย&amp;nbsp; เชียงใหม่ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี และนครพนม ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะเลขานุการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เปิดเผยว่า พายุซินลากูทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น จึงส่งผลทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเติมในเขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง 35 แห่ง ช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำ จากการติดตามตรวจวัดและคาดการณ์น้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ พบว่าตั้งแต่ 31 ก.ค. - 3&amp;nbsp; ส.ค.63 มีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำแล้วรวม 390 ล้านลูกบาศก์เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศ &amp;quot;หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณภาคเหนือตอนบน&amp;quot; ฉบับที่ 12&amp;nbsp; โดยระบุว่า พายุระดับ 1 (หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง) ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้ว เมื่อเวลา 13.00 น. และได้เคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศเมียนมาและบริเวณภาคเหนือตอนบนด้านตะวันตก อนึ่ง ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp; ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ รวม 44 จังหวัด ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ลำปาง หลังฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องจากอิทธิพลพายุซินลากูในหลายพื้นที่ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้เกิดมวลน้ำไหลจากยอดดอยทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่ทางการเกษตร ได้รับผลกระทบมากที่สุดในพื้นที่ 3 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอวังเหนือ อำเภอแจ้ห่ม และอำเภอเมืองปาน โดยนายประเสริฐ ต่อเขต หัวหน้าสำนักงาน ปภ.จ.ลำปาง สาขาวังเหนือ นำเจ้าหน้าที่กู้ภัยวังเหนือสำรวจพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายพร้อมให้การช่วยเหลือประชาชน พบว่าพื้นที่อำเภอวังเหนือน้ำป่าไหลหลากลงมาท่วมบ้านเรือนประมาณ 200 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหายมากกว่า&amp;nbsp; 3,000 ไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า เกิดน้ำป่าหลากท่วมเส้นทางสายเชียงใหม่-เชียงราย จุดที่กำลังก่อสร้าง กม.ที่ 32-36 เส้นทางขาดไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ตอนนี้กำลังเร่งให้ผู้เกี่ยวข้องซ่อมแซม ส่วนพื้นที่อื่นๆ ที่ประสบภัยมากที่สุดคือ อำเภอสันทราย&amp;nbsp; พื้นที่ตำบลสันนาเม็ง พนังกั้นน้ำแม่กวงชำรุด ทำให้น้ำเอ่อเข้าท่วมเป็นบริเวณกว้าง นอกจากนี้ได้สั่งการให้ทุกอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เฝ้าระวังภัยธรรมชาติต่อเนื่อง ดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.อุตรดิตถ์ ปริมาณน้ำจำนวนมากในแม่น้ำปาดได้ไหลลงสู่พื้นที่ ต.เด่นเหล็ก อ.น้ำปาด และไหลเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมหมู่บ้านห้วยแค หมู่ที่ 5 ต.เด่นเหล็ก ซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำปาด บ้านเรือนราษฎรจำนวนกว่า 90 หลังคาเรือนได้รับผลกระทบถูกน้ำท่วมขัง ทรัพย์สินเสียหายเป็นจำนวนมาก ต่อมาทหารจิตอาสาภัยพิบัติ ชุดบรรเทาสาธารณภัย จากกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 35 กองพันทหารม้าที่ 7 กรมทหารม้าที่ 2 ได้นำอาหารและน้ำดื่มมามอบแก่ผู้ประสบภัย ส่วนถนนเส้นทางเข้าหมู่บ้านห้วยแคทั้งด้านทิศเหนือและทิศใต้ถูกตัดขาด ถนนจมอยู่ใต้น้ำลึกตั้งแต่ 30 เซนติเมตรถึงกว่า 1 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.พิษณุโลก นายประพฤติ ยอดไพบูลย์ ผอ.สถานีอุตุนิยมวิทยาพิษณุโลก เปิดเผยว่า ฝนตกหนักในเขต อ.ชาติตระการ และ อ.นครไทย โดยในพื้นที่ตำบลห้วยเฮี้ย มีน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร และเอ่อล้นท่วมถนนเส้นทางจราจรสายรองเข้าหมู่บ้านบางเส้นในช่วงดึกที่ผ่านมา ทั้งนี้มีชาวบ้าน 1 รายถูกกระแสน้ำพัดสูญหายไประหว่างเดินทางไปหาปลาที่บ้านลาด. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73342</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซินลากู, น้ำป่าไหลหลาก, ฝนตกหนัก, มอบของยังชีพ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200803/image_big_5f27f27fb0d2c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73269</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 11:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 11:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.สรุป&#039;ซินลากู&#039;ถล่มแล้ว10จังหวัด! เดือดร้อน1,399ครัวเรือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค. 63 - เมื่อเวลา 09.00 น. นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า อิทธิพลจากพายุ &amp;ldquo;ซินลากู (SINLAKU)&amp;rdquo; ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และคลื่นลมแรง ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 ถึงปัจจุบัน (3 ส.ค.63) ส่งผลให้เกิดสถานการณ์น้ำป่าหลากในพื้นที่ 10 จังหวัด รวม 23 อำเภอ 46 ตำบล 130 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,399 ครัวเรือน ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น่าน ในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองน่าน อำเภอภูเวียง อำเภอนาน้อย อำเภอเวียงสา อำเภอปัว และอำเภอบ้านหลวง รวม 11 ตำบล 30 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 224 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุตรดิตถ์ ในพื้นที่อำเภอฟากท่า รวม 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 22 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลำปาง ในพื้นที่อำเภอวังเหนือ อำเภอแจ้ห่ม และอำเภอเมืองปาน รวม 8 ตำบล 14 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 30 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พะเยา ในพื้นที่อำเภอปง อำเภอเชียงม่วน และอำเภอเมืองพะเยา รวม 7 ตำบล 10 หมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชียงราย ในพื้นที่อำเภอเวียงป่าเป้า รวม 2 ตำบล 17 หมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชียงใหม่ ในพื้นที่อำเภอดอยสะเก็ด รวม 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลย ในพื้นที่อำเภอเมืองเลย อำเภอเชียงคาน และอำเภอปากชม รวม 6 ตำบล 28 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 680 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนองบัวลำภู ในพื้นที่อำเภอนากลาง และอำเภอนาวัง รวม 5 ตำบล 15 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 250 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุดรธานี ในพื้นที่อำเภอนายูง และอำเภอน้ำโสม รวม 4 ตำบล 12 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 190 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และนครพนม ในพื้นที่อำเภอบ้านแพง รวม 1 ตำบล 2 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3 ครัวเรือน ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงแจกจ่ายถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว ท้ายนี้ หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73269</URL_LINK>
                <HASHTAG>10จังหวัด, ซินลากู, น้ำท่วม, น้ำป่าไหลหลาก, ปภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200803/image_big_5f278cdf6cc91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 08:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 08:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุซินลากูถล่มพังงา! ต้นไม้หักฟาดเสาไฟฟ้าล้มระเนระนาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค. 63 -&amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานจังหวัดพังงารายงานว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักและลมพัดแรงตลอดทั้งวันที่ผ่านมา ทำให้เมื่อกลางดึกของคืนที่ผ่านมา ที่แหล่งท่องเที่ยวเขาหลัก หมู่ 7 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา บริเวณถนนเพชรเกษม เส้นทางตะกั่วป่ามุ่งหน้าไปภูเก็ต ช่วงทางโค้งที่ กม.800 รอยต่ออำเภอตะกั่วป่า-ท้ายเหมือง เกิดลมกระโชกแรงซัดต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นล้มฟาดลงบนเสาไฟฟ้าแรงส่งขนาด 115 KV เป็นสายส่งของการไฟฟ้าภูมิภาค ซึ่งมีความสูงขนาด 22 เมตร จำนวน 3 ต้นและเสาไฟฟ้าขนาดเล็กขนาดกำลังส่ง 33 KV ความสูง 12 เมตร จำนวน 3 รวม 6 ต้น ล้มขวางถนนทำให้รถทุกชนิดไม่สามารถวิ่งผ่านได้ ทำการจราจรเป็นอัมพาตกว่า 2 ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาหลัก กู้ภัยเขาหลัก เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลคึกคักเข้าช่วยเหลือพร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนทราบว่าไม่สามารถสัญจรได้จากเสาไฟฟ้าล้มขวางถนน พร้อมกับให้ประชาชนเปลี่ยนไปใช้เส้นทางบ้านดอกแดง &amp;ndash; กะปง แทนเพื่อมุ่งหน้าไปภูเก็ตหรือพังงาได้ จากนั้นทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อำเภอตะกั่วป่า ได้เร่งส่งเจ้าหน้าที่พร้อมรถเครนมาเร่งเคลียร์เส้นทางเพื่อเปิดการจราจร โดยการตัดสายไฟและยกเสาไฟฟ้าที่หักโค่นออกจากผิวจราจร ใช้เวลากว่า&amp;nbsp; 2 ชั่วโมงในการเคลียร์เส้นทางก่อนจะเปิดให้รถสามารถสัญจรได้เป็นปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิตติภพ พฤกษนันต์ ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อำเภอตะกั่วป่ากล่าวว่า สาเหตุของการเกิดเสาไฟฟ้าล้มขวางถนนเนื่องจากว่ามีต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มฟาดลงบนเสาสายส่งไฟฟ้าแรงสูงล้มลงไป 3 ต้น และเสาขนาดเล็กอีก 3 ต้น รวมเสาไฟฟ้าล้มไปทั้งหมด 6 ต้น ส่วนการซ่อมแซม จะส่งเจ้าหน้าที่มาประเมินความเสียหายทั้งหมด คาดว่าจะใช้เวลาในการซ่อมแซมประมาณ 2 วัน ระหว่างนี้ก็จะมีการจ่ายกระแสไฟฟ้าระบบสำรองจากสถานีจ่ายไฟตะกั่วป่าเข้ามาประชาชนในพื้นที่มีไฟฟ้าใช้อย่างแน่นอนระหว่างเจ้าหน้าที่ทำการซ่อมแซม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ทางจังหวัดพังงา ได้ออกหนังสือแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวังฝนตกหนัก คลื่นลมแรง เนื่องจากลมตะวันตกกำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ จังหวัดพังงา มีฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่จนถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2563 นี้ ประชาชนในพื้นที่ ติดตามข้อมูลสภาวะอากาศ ข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ระมัดระวังจากคลื่นลมแรง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73245</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซินลากู, ฝนตกหนัก, พังงา, เขาหลัก, เสาไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200803/image_big_5f2765e94fc8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73178</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2020 14:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2020 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตรดิตถ์อ่วมหลายตำบลเจ้าหน้าที่เร่งเข้าช่วยเหลือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค.63- มีสถานการณ์น้ำท่วมเกิดขึ้นหลายพื้นที่ ร่วมทั้งเกิดน้ำป่าไหลหลากบริเวณ ม.6 ต.ฟากท่า อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์ &amp;nbsp; เนื่องจากพายุซินลากูที่กำลังเคลื่อนผ่านทางตอนเหนือของประเทศไทย &amp;nbsp;ทำให้มีฝนตกหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา &amp;nbsp;ขณะนี้ฝนก็ยังตกไม่หยุด ทำให้ท้องที่อำเภอฟากท่า &amp;nbsp;น้ำท่วมหลายจุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด &amp;nbsp;นายสุพัฒน์ ศรีสวัสดิ์ &amp;nbsp;นายอำเภอฟากท่า &amp;nbsp;ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและอำนวยการสั่งการในการป้องกันในเบื้องต้นเทศบาลตำบลฟากท่า ได้ตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่เทศบาล ความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม พร้อมรายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ทราบ และ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ผู้บริหารท้องถิ่น เร่งให้การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลท่วมในพื้นที่หลายตำบล .&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73178</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซินลากู, อุตรดิตถ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200802/image_big_5f2666cb83c3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73173</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2020 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2020 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนภัยซินลากู!ปภ.ประสาน67จังหวัด เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน2-4ส.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค.63- เมื่อเวลา 12.30 น. กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสาน 67 จังหวัดเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 2 - 4 ส.ค. 63 โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศปริมาณฝน ระดับน้ำ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศ และปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย &amp;nbsp;กล่าวว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า พายุโซนร้อนซินลากู บริเวณอ่าวตังเกี๋ย กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก คาดว่าจะขึ้นฝั่งที่เมืองวินห์ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรง และร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น คลื่นสูง 2 &amp;ndash; 3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชยพล กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสาน 67 จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ เตรียมพร้อมรับมือ น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 2 &amp;ndash; 4 สิงหาคม 2563 แยกเป็น สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ดังนี้ ภาคเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน พิจิตร สุโขทัย ตาก อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และอุทัยธานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง 10 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สมุทรสงคราม นครนายก เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก 7 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ 11 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา กระบี่ และภูเก็ต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่สถานการณ์คลื่นลมแรง ดังนี้ &amp;nbsp;ภาคตะวันออก 4 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด &amp;nbsp;ภาคกลาง 2 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ และเพชรบุรี &amp;nbsp;ภาคใต้ 8 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชยพล กล่าวต่อว่า รวมถึงสั่งการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงดังกล่าว โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน พร้อมวิเคราะห์ &amp;nbsp;ปัจจัยเสี่ยงและแนวโน้มสถานการณ์ภัยต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง จัดชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) รถปฏิบัติการ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที อีกทั้งประสานหน่วยงานในพื้นที่ อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสร้างการรับรู้และแจ้งเตือนประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด ตลอดจนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้มงวดมาตรการความปลอดภัยทางทะเล โดยเพิ่มการติดตั้งสัญญาณแจ้งเตือนภัยบริเวณชายฝั่งทะเล จัดเตรียมเครื่องมือประจำเรือและอุปกรณ์ช่วยชีวิตทางน้ำให้พร้อมใช้งาน อีกทั้งหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73173</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซินลากู, น้ำท่วม, ปภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180830/image_big_5b8768053b9ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
