<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119470</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 22:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 22:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ที่ปรึกษาWHOแนะบูสเตอร์ให้กลุ่ม60ปีขึ้นไปที่ฉีดวัคซีนจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะที่ปรึกษายุทธศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านภูมิคุ้มกันขององค์การอนามัยโลก (SAGE) มีคำแนะนำเมื่อวันจันทร์ว่า ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรืออ่อนแอ ควรได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 กระตุ้นภูมิ ไม่ว่าจะฉีดวัคซีนชนิดใดมาก็ตาม ส่วนผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปที่ฉีดวัคซีนของซิโนแวคหรือซิโนฟาร์มก็ควรได้ฉีดโดสที่ 3 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม 2564 ว่า คณะที่ปรึกษาด้านวัคซีนขององค์การอนามัยโลก (WHO) คณะนี้ประชุมกันนาน 4 วันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อทบทวนข้อมูลและข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโควิด-19 และโรคอื่นๆ โดยในวันจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญคณะนี้ออกคำแนะนำว่า ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรืออ่อนแอในระดับปานกลางและรุนแรง ควรได้รับการเสนอให้ฉีดวัคซีนเพิ่มเติมด้วยวัคซีนทุกชนิดที่ผ่านการอนุมัติการใช้งานแบบฉุกเฉินของ WHO แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บุคคลเหล่านี้มีโอกาสน้อยที่จะตอบสนองต่อการฉีดวัคซีนอย่างเพียงพอ ภายหลังการฉีดวัคซีนชุดแรกตามมาตรฐาน และมีความเสี่ยงสูงต่อโรคโควิด-19 ขั้นรุนแรง&amp;quot; คำแถลงกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีนที่ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นวัคซีนสำหรับการใช้งานฉุกเฉิน (EUL) แล้ว ได้แก่ วัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทค, แจนเซน, โมเดอร์นา, ซิโนฟาร์ม, ซิโนแวค และแอสตร้าเซนเนก้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ SAGE ยังแนะนำว่า ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปที่ฉีดวัคซีนของซิโนแวคและซิโนฟาร์มจากจีนครบโดสแล้ว ก็ควรได้รับการฉีดวัคซีนโดสที่ 3 เพิ่มเติมด้วย ทั้งจากวัคซีนชนิดเดิม หรืออาจพิจารณาใช้วัคซีนต่างชนิดโดยขึ้นอยู่กับการจัดหาและการเข้าถึงวัคซีน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญคณะนี้ย้ำว่า พวกเขาไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนโดสกระตุ้นภูมิคุ้มกันแก่ประชากรโดยทั่วไป และตามคำแนะนำนี้ ประเทศทั้งหลายควรตั้งเป้าหมายเริ่มแรกที่การฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด 2 โดสแก่ประชากรก่อน แล้วจึงค่อยฉีดโดสที่ 3 โดยเริ่มที่กลุ่มประชากรที่อายุมากที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119470</URL_LINK>
                <HASHTAG>SAGE, WHO, คณะที่ปรึกษายุทธศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านภูมิคุ้มกันขององค์การอนามัยโลก, ฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิ, ฉีดโดสที่3, ซิโนฟาร์ม, ซิโนแวค, ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง, วัคซีนโควิด-19, องค์การอนามัยโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211011/image_big_616452f9a0fac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117045</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 20:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 20:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุยก่อนเลย กัมพูชาเริ่มฉีดซิโนแวคให้เด็กอายุตั้งแต่6ขวบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กัมพูชาเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของซิโนแวคให้เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 ขวบแล้วเมื่อวันศุกร์ ถึงแม้ว่าองค์การอนามัยโลกจะยังไม่ให้การอนุมัติใช้งานวัคซีนกับเด็กที่อายุน้อยกว่า 12 ปีก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 17 กันยายน กล่าวว่า โครงการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของกัมพูชาได้รับคำชมเชยว่าดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว โดยกระทรวงสาธารณสุขกัมพูชาเผยว่า ถึงขณะนี้มีประชากรวัยผู้ใหญ่เกินร้อยละ 98 ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส เทียบกับประเทศในภูมิภาคนี้ อัตราการฉีดวัคซีนของกัมพูชาเป็นรองเพียงสิงคโปร์ โดยราว 72% ของประชากร 16 ล้านคน ฉีดครบ 2 โดสแล้ว ซึ่งเร็วกว่าของเพื่อนบ้านอย่างไทยและเวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด กัมพูชาขยายการฉีดวัคซีนให้กลุ่มเด็กด้วย โดยเด็กที่ได้ประเดิมการฉีดวัคซีนซิโนแวคโชว์ต่อหน้าสื่อมวลชนที่กรุงพนมเปญเมื่อวันศุกร์ รวมถึงหลานของนายกฯ ฮุน เซน และลูกหลานของเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ฮุน เซน กล่าวว่า กัมพูชาจำเป็นต้องฉีดวัคซีนให้เด็กเล็กด้วย เพราะเราต้องก้าวนำหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามแผนนี้ กัมพูชาจะฉีดวัคซีนให้เด็กอายุ 6-12 ปีคนละ 2 โดส โดยใช้วัคซีนซิโนแวคจากจีน และจะฉีดเข็มที่ 3 ต่อไปในภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีนซิโนแวคได้รับการอนุมัติสำหรับการใช้กับผู้ใหญ่ในมากกว่า 50 ประเทศ แต่จีนอนุมัติให้ใช้กับเด็กได้ด้วย แม้ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจะยังไม่แน่ใจว่าสมควรใช้วัคซีนนี้กับเด็กหรือไม่ และองค์การอนามัยโลกกล่าวเรียกร้องประเทศต่างๆ ให้ชะลอการฉีดวัคซีนให้เด็กอายุน้อยกว่า 12 ปี โดยกล่าวว่าจำเป็นต้องมีหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้วัคซีนชนิดต่างๆ กับเด็ก ก่อนจะให้คำแนะนำทั่วไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กัมพูชาใช้วัคซีนซิโนแวค และซิโนฟาร์ม จากจีนเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ใช้วัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าจากอังกฤษ และจอห์นสันแอนด์จอห์นสันจากสหรัฐด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การศึกษาทั่วโลกเกี่ยวกับประสิทธิภาพของซิโนแวคต่อเด็กและเยาวชนอายุตั้งแต่ 6 เดือน จนถึง 17
ปีเริ่มขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยทำการวิจัยกับเด็กและวัยรุ่น 14,000 คนในแอฟริกาใต้, ชิลี, เคนยา, มาเลเซีย และฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮุน เซน กล่าวว่า กัมพูชามีหน้าที่ต้องปกป้องชีวิตของประชาชน และเปิดเศรษฐกิจใหม่ รวมถึงการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางโรงเรียนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่ำเริ่มเปิดการเรียนอีกครั้งในสัปดาห์นี้ ฮุน เซนกล่าวด้วยว่า เขากำลังพิจารณาโครงการนำร่องเปิดพรมแดนรับนักท่องเที่ยว ซึ่งผู้มาเยือนจะได้รับยกเว้นจากการกักตัว 14 วันในโรงแรม แต่จะต้องอยู่เฉพาะจังหวัดนั้นๆ อย่างน้อย 7 วัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117045</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, ฉีดวัคซีนให้เด็กอายุ6ปี, ซิโนแวค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_61449322395f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116499</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 07:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 07:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;แจงภูมิต้านทานหลังติดเชื้อของผู้ได้รับวัคซีน2เข็ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย. 64 - ศ.นพ.ยง&amp;nbsp; ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความว่า โควิด 19&amp;nbsp; วัคซีน ภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นจากการติดเชื้อ หลังได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในรูปนี้จะเห็นว่าคนที่ได้รับวัคซีนเชื้อตายครบ 2 (Sinovac) เข็ม เมื่อมีการติดเชื้ออาการลดลง ไวรัสจะกระตุ้นภูมิต้านทานเหมือนการให้วัคซีนอีก 1 ครั้ง ทำให้ระดับภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นสูงมากๆ เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่ไม่เคยฉีดวัคซีนมาก่อน และติดเชื้อ ภูมิต้านทานจะห่างกันถึงกว่า 100 เท่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้วมีการติดเชื้อ การกระตุ้นภูมิต้านทานจะขึ้นเร็วมาก ภายหลังการติดเชื้อไม่กี่วันภูมิขึ้นสูงเป็นแบบ booster effect หรือที่เรียกว่า Anamnestic response จึงสามารถกำจัดไวรัสได้เร็ว อาการจึงน้อยลง ดีกว่าการได้ monoclonal antibodies ที่มีขาย ถึงแม้ว่าวัคซีนจะเป็นสายพันธุ์อู่ฮั่น การติดเชื้อไวรัสจะเป็นสายพันธุ์เดลตา (คนไข้ในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์เดลตา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระดับภูมิต้านทานที่สูงขึ้นนี้ บ่งบอกชัดเจนว่า ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกระตุ้น หรือฉีดวัคซีนเพิ่มอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยกเว้นว่าคนที่ติดเชื้อแล้ว ยังไม่เคยฉีดวัคซีนมาก่อน ควรจะได้รับวัคซีน และวัคซีนที่จะกระตุ้นได้ดีจะต้องไม่ใช่เชื้อตาย วัคซีนเชื้อตายจะไม่ใช้เป็นตัวกระตุ้น สามารถฉีดได้ตั้งแต่ 1 เดือนหลังกลับบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระตุ้นจะต้องใช้ไวรัสเวกเตอร์หรือ mRNA เพียงเข็มเดียวก็เพียงพอ (เรามีการศึกษารองรับ)&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราได้มีโอกาสให้วัคซีนในการศึกษาวิจัยผู้ที่ติดเชื้อ&amp;nbsp; และไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน โดยการให้วัคซีนและดูการตอบสนองจำนวน 120 คน จะแสดงผลให้ดูในโอกาสต่อไปและรอเผยแพร่ในวารสารนานาชาติ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116499</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิโนแวค, ภูมิต้านทาน, วัคซีน, ศ.นพ.ยง  ภู่วรวรรณ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f3e3a02f5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 19:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 19:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศิริราช&#039; เผยผลวิจัยฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็ม 3 กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้สูงสุดในผู้รับซิโนแวคครบ 2 เข็ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.64 - ศูนย์วิจัยคลินิก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล&amp;nbsp;รายงานผลการวิจัยครั้งล่าสุดของโครงการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 ในผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็ม ด้วยวัคซีนไฟเซอร์ หลังจากรับวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็ม เป็นระยะเวลา 8-12 สัปดาห์ ระดับภูมิคุ้มกันหรือแอนติบอดีชนิด IgG เฉลี่ยอยู่ที่ 45-53 หน่วยต่อมิลลิลิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อได้รับวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 ด้วยไฟเซอร์ขนาดเต็มโดส (0.3 มิลลิลิตร) มีระดับแอนติบอดีชนิด IgG ขึ้นเฉลี่ย 5,723 หน่วยต่อมิลลิลิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองลงมาเป็นการกระตุ้นด้วยวัคซีนไฟเซอร์ขนาดครึ่งโดส (0.15 มิลลิลิตร) มีระดับแอนติบอดีชนิด IgG ขึ้นเฉลี่ย 4,598 หน่วยต่อมิลลิลิตรซึ่งสูงกว่าการฉีดกระตุ้นด้วยวัคซีนชนิดอื่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทียบกับ 4-8 สัปดาห์หลังฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 2 เข็ม จะมีระดับแอนติบอดีชนิด IgG เฉลี่ยที่ 1,931.3 หน่วยต่อมิลลิลิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการกระตุ้นเข็ม 3 ด้วยวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า มีระดับแอนติบอดีชนิด IgG ขึ้นเฉลี่ย 1,599 หน่วยต่อมิลลิลิตร เทียบกับวัคซีนซิโนฟาร์มที่มีแอนติบอดีขึ้นเฉลี่ย 218.9 หน่วยต่อมิลลิลิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลต่อการยั้บยั้งสายพันธุ์เดลต้า ไฟเซอร์ขนาดเต็มโดสมีระดับไตเตอร์สูงที่สุด (839.9) รองลงมาเป็นวัคซีนไฟเซอร์ขนาดครึ่งโดส (531.&amp;nbsp;วัคซีนแอสตร้าเซเนก้า (271.2) และวัคซีนซิโนฟาร์ม (61.3)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปว่า สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนซินโนแวคมาแล้ว 2 เข็ม การใช้วัคซีนไฟเซอร์ฉีดเป็นเข็มที่ 3 กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้สูงที่สุด และครึ่งโดสอาจจะเพียงพอได้ ควรมีการศึกษาประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพื่อยืนยันผลภูมิคุ้มกันที่ได้จากการศึกษานี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116301</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, ซิโนแวค, วิจัยวัคซีนโควิด, ศิริราช, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210910/image_big_613b4c231ef07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 17:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 17:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลศึกษาเผยบูสเตอร์ด้วยซิโนแวคเข็ม3 ดันภูมิต้านเดลตาสูงขึ้นได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รอยเตอร์อ้างผลการศึกษาล่าสุดของสถาบันการศึกษาของจีนและบริษัทซิโนแวคว่า การฉีดวัคซีนกระตุ้นโดสที่ 3 โดยใช้ซิโนแวค สามารถดันสารภูมิต้านทานกลับมาสูงขึ้นมากกว่า 2.5 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับการฉีดซิโนแวคเพียง 2 เข็ม ที่แอนติบอดีชนิดลบล้างฤทธิ์ของไวรัสสายพันธุ์เดลตาจะลดลงหลังผ่าน 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการศึกษาจากจีนน่าจะบรรเทาความวิตกกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพในระยะยาวของวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากจีนชนิดนี้ ในการป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์เดลตาที่แพร่ระบาดอย่างหนักในหลายประเทศ รวมถึงในประเทศที่มีอัตราการฉีดวัคซีนสูง ความกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพของซิโนแวคทำให้หลายประเทศที่ใช้วัคซีนชนิดนี้เริ่มฉีดวัคซีนบูสเตอร์โดยใช้วัคซีนของบริษัทตะวันตกเสริมให้แก่ผู้ที่ฉีดซิโนแวคครบ 2 เข็มแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามข้อมูลจากการศึกษาโดยคณะนักวิจัยจากสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน, ซิโนแวค และสถาบันอีกหลายแห่งของจีน ที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ แต่ยังไม่ผ่านการตรวจทานจากผู้รู้เสมอกัน กล่าวว่า ไม่พบการทำงานของสารภูมิต้านทานชนิดลบล้างฤทธิ์ต่อสายพันธุ์เดลตาในตัวอย่างที่เก็บจากผู้ฉีดวัคซีนโคโรนาแวคของซิโนแวค ภายหลังฉีดโดสที่ 2 แล้ว 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในหมู่ผู้ที่ได้ฉีดวัคซีนบูสเตอร์ เผยให้เห็นแอนติบอดีชนิดลบล้างฤทธิ์เดลตาสูงขึ้นมากกว่า 2.5 เท่า หลังจากฉีดโดสที่ 3 แล้วประมาณ 4 สัปดาห์ เปรียบเทียบกับระดับของแอนติบอดีที่ตรวจพบราว 4 สัปดาห์หลังฉีดโดสที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะวิจัยไม่ได้อภิปรายกันว่าการเปลี่ยนแปลงเฉพาะในการทำงานของแอนติบอดีจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของวัคซีนซิโนแวคอย่างไรในการป้องกันการป่วยจากสายพันธุ์เดลตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการศึกษาในห้องแล็บใช้ตัวอย่างจากผู้ฉีดวัคซีน 66 ราย รวมถึงอาสาสมัคร 38 รายที่ได้ฉีดวัคซีน 2 โดส หรือ 3 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การอนามัยโลกมีแผนจะจัดส่งวัคซีนซิโนแวคและซิโนฟาร์มของจีนประมาณ 100 ล้านโดสภายในสิ้นเดือนนี้ โดยส่วนใหญ่ส่งไปยังประเทศในแอฟริกาและเอเชีย ซึ่งจะเป็นการจัดส่งวัคซีนของจีนเป็นครั้งแรก แต่มีบางประเทศปฏิเสธรับวัคซีนเหล่านี้โดยอ้างว่ายังขาดข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการป้องกันเดลตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซิโนแวคกล่าวว่า ถึงสิ้นเดือนสิงหาคม บริษัทส่งวัคซีนไปทั่วโลก ซึ่งรวมถึงจีน แล้วประมาณ 1,800 ล้านโดส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115813</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิโนแวค, ซิโนแวคเข็ม 3, ต้านเดลตา, วัคซีนบูสเตอร์, แอนติบอดีชนิดลบล้างฤทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135f099d57f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115554</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2021 06:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 21:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถานทูตจีน เรียกร้องหยุดด้อยค่าและใส่ร้ายวัคซีนจีนโดยไม่มีเหตุผล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย. 2564 &amp;nbsp;สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า คัดค้านการกล่าวหาวัคซีนจีนโดยไร้เหตุโดย โฆษกสถานทูตจีนประจำประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปีนี้&amp;nbsp; ประเทศจีนได้ส่งมอบวัคซีนให้กับประเทศไทยในโอกาสแรก เพื่อเป็นการสนับสนุนประเทศไทยในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 โดยได้พยายามเอาชนะกับความยากลำบากที่ความต้องการในการใช้วัคซีนภายในประเทศยังสูงอยู่ และจำนวนวัคซีนที่ผลิตยังไม่เพียงพอ ซึ่งวัคซีนจีนทุกโดสก็เป็นมิตรไมตรีจิตรอันจริงใจที่รัฐบาลและประชาชนจีนมีต่อรัฐบาลและประชาชนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนที่ฝ่ายจีนส่งมอบให้ฝ่ายไทยนั้น ได้รับการอนุมัติโดยองค์การอนามัยโลกให้ใช้ในภาวะฉุกเฉินได้ และได้ผ่านการวิจัยและทดลองในมนุษย์ในระยะต่าง ๆ ตามข้อกำหนดของคณะกรรมการอาหารและยาของไทยอย่างเคร่งครัด เป็นวัคซีนที่มีความปลอดภัย มีประสิทธิผลและมีการรับรองคุณภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกลายพันธุ์ของตัวไวรัสโคโรนาเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ที่บริษัทผลิตวัคซีนของจีนติดตามโดยตลอด บริษัทซิโนแวคได้ทำการทดสอบแอนติบอดีชนิดลบล้างฤทธิ์ระหว่างเซรั่มของผู้ฉีดวัคซีนซิโนแวคกับไวรัสกลายพันธ์ุต่าง ๆ ซึ่งก็ได้ผลออกมาอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขของประเทศชิลีเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ประสิทธิผลของวัคซีนซิโนแวคในการป้องกันการรักษาที่โรงพยาบาล อาการหนักและเสียชีวิตไม่น้อยกว่า 86% ผลการวิจัยของรัฐบาลอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม แสดงให้เห็นว่า ประสิทธิผลของวัคซีนซิโนแวคในการป้องกันการรักษาที่โรงพยาบาลและเสียชีวิตได้ถึง 92% และ 95% ซึ่งข้อมูลดังกล่าวพิสูจน์ได้ว่าวัคซีนซิโนแวคมีประสิทธิผลในการป้องกันไวรัสกลายพันธ์ุเป็นอย่างดี&amp;nbsp; ไม่ใช่วัคซีน &amp;ldquo;คุณภาพต่ำ&amp;rdquo; ตามที่กล่าวหาอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเร็ว ๆ นี้&amp;nbsp; บางคนและบางองค์การของประเทศไทยได้ด้อยค่าและใส่ร้ายวัคซีนจีนโดยไม่มีเหตุผลใด ๆ ซึ่งเป็นการกล่าวหามุ่งร้ายที่ไม่เคารพข้อมูลวิทยาศาสตร์และความเป็นจริง และเป็นการทำร้ายความหวังดีของฝ่ายจีนในการสนับสนุนประชาชนไทยต่อสู้กับโรคระบาด สถานทูตจีนจึงขอคัดค้านอย่างเด็ดขาด และเรียกร้องให้บุคคลและองค์การที่เกี่ยวข้องยุติการกระทำผิดอย่างร้ายแรงเช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายจีนยินดีที่จะร่วมมือกับฝ่ายไทยต่อไป โดยยึดมั่นในความจริงใจและความหวังดีอย่างมากที่สุด ให้ความช่วยเหลือกับฝ่ายไทยในการต่อสู้กับโรคระบาด&amp;nbsp; หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ประเทศไทยจะเอาชนะกับโรคโควิด-19 โดยเร็ว&amp;nbsp; และกลับคืนสู่ภาวะปกติในการดำรงชีวิตและทำงานในเร็ววัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115554</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิโนแวค, สถานทูตจีน, หยุดด้อยค่าวัคซีน, เรียกร้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60f04cd7a2809.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115450</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2021 21:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2021 21:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยูนิเซฟเผยเกาหลีเหนือปฏิเสธรับซิโนแวค2.97ล้านโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การยูนิเซฟเปิดเผยกับเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีว่าทางการเกาหลีเหนือปฏิเสธรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของซิโนแวคจากจีน 2.97 ล้านโดสจากโครงการโคแวกซ์ อ้างควรนำไปให้ประเทศอื่นที่มีความต้องการใช้มากกว่า ก่อนหน้านี้ก็เคยปฏิเสธวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ามาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ Getty Images&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกาหลีเหนือเป็นประเทศแรกในโลกที่ล็อกดาวน์เข้มงวดด้วยการปิดพรมแดนตั้งแต่ช่วงเริ่มแรกที่ไวรัสโคโรนาระบาดในจีนเมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้ว ทางการเปียงยางยืนกรานว่ายังไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศแม้แต่รายเดียว แม้นักวิเคราะห์หลายคนจะกังขาเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การล็อกดาวน์ส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจของเกาหลีเหนืออย่างมาก รัฐบาลเปียงยางเคยยอมรับเมื่อเดือนมิถุนายนว่ากำลังรับมือกับวิกฤติอาหารในประเทศ กระนั้น องค์การยูนิเซฟเปิดเผยกับเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เกาหลีเหนือแจ้งมาว่าไม่ต้องการรับวัคซีนที่ยูนิเซฟจะส่งมอบให้ภายใต้โครงการเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลก (โคแวกซ์) สำหรับประเทศที่มีรายได้ต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกยูนิเซฟบอกกับเอเอฟพีว่า กระทรวงสาธารณสุขของเกาหลีเหนือแจ้งว่า วัคซีนซิโนแวค 2.97 ล้านโดสที่โคแวกซ์เสนอมอบให้เกาหลีเหนือ ควรส่งไปให้ประเทศที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ในมุมมองที่ว่าการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกมีอย่างจำกัดและการแพร่ระบาดรุนแรงขึ้นในบางประเทศ แต่เกาหลีเหนือจะติดต่อกับโคแวกซ์ เพื่อรับวัคซีนโควิด-19 ในไม่กี่เดือนข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานข่าวกรองของเกาหลีใต้ เคยเผยเมื่อเดือนกรกฎาคมว่า เกาหลีเหนือปฏิเสธรับวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าในโครงการโคแวกซ์ เนื่องจากกังวลเรื่องผลข้างเคียง ขณะเดียวกัน เกาหลีเหนือก็ไม่มีระบบจัดเก็บแบบลูกโซ่ความเย็นเพียงพอสำหรับวัคซีนของไฟเซอร์และโมเดอร์นา นอกจากนี้ยังมีความคลางแคลงต่อประสิทธิภาพของวัคซีนจีนอีกด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115450</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิโนแวค, ยูนิเซฟ, วัคซีนโควิด, เกาหลีเหนือ, แอสตร้าเซนเนก้า, โคแวกซ์, ไม่รับวัคซีนซิโนแวค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210902/image_big_6130e41731ec1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
