<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>3282</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2018 08:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จัดหนักซี9DSIข่มขืนนักธุรกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธวัชชัย ไทยเขียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองปราบฯ จ่อสอบบิ๊กดีเอสไอแบล็กเมล์นักธุรกิจสาว ครอบครัวส่งหลักฐานข้อความไลน์นัดเจอข่มขู่ พร้อมยื่นฟ้องต่อศาลฎีกา รองปลัดกระทรวงยุติธรรมเผยตั้งสอบวินัยร้ายแรง โทษหนักไล่ออก ขีดเส้นทำงาน 180 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ ที่กองบังคับการปราบปราม พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีนักธุรกิจสาวอสังหาริมทรัพย์พร้อมทนายความเดินทางเข้าพบ &amp;nbsp;พ.ต.ต.สมเดช สาระบรรณ์ สว.กก.1 บก.ป. เพื่อร้องขอความเป็นธรรมกรณีถูกเจ้าหน้าที่ระดับซี 9 สังกัดกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ข่มขืนกระทำชำเราพร้อมทั้งข่มขู่จะนำภาพลับไปเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียว่า ได้รับรายงานจาก พ.ต.ต.สมเดช สาระบรรณ์ สารวัตรกองกำกับการ 1 กองปราบปราม เจ้าของคดี ว่าจะสรุปสำนวนในส่วนคดีที่ผู้เสียหายมาแจ้งความทั้งหมด ก่อนส่งให้พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่พัทยา จ.ชลบุรี ดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ญาติผู้เสียหายกล่าวว่า หลังหลานสาวซึ่งเป็นผู้เสียหายให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม พร้อมมอบหลักฐานที่เป็นทั้งข้อความแช้ตผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ในลักษณะที่นัดเจอและข่มขู่ พร้อมทั้งรูปถ่ายที่ทางฝ่ายตรงข้ามนำไปแบล็กเมล์แล้ว ทราบว่าทางพนักงานสอบสวนจะเรียกคู่กรณีมาให้ปากคำต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ญาติคนดังกล่าวกล่าวต่อว่า ครอบครัวขอยืนยันว่าเรื่องทุกอย่างเกิดขึ้นจริง มีการข่มขู่และบังคับขืนใจจริง และที่ผ่านมาหลานสาวเครียดและเกรงกลัวมาก เพราะคู่กรณีมีอำนาจและเป็นที่รู้จัก ทั้งยังคอยตามก่อกวน รังควาน กระทั่งล่าสุดมีการร้องศาลเพื่อดำเนินคดีกับพวกเราในข้อหาชู้สาวทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงอีก โดยก่อนหน้านี้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตัดสินว่าหลานสาวตนเองมีความผิดจริง ซึ่งทางคู่กรณีได้นำหลักฐานที่เป็นภาพจากกล้องมือถือที่บังคับให้หลานสาวถ่ายคู่ด้วย ประกอบกับหลักฐานในที่เกิดเหตุอื่นๆ ที่ได้มาโดยมิชอบ ทางครอบครัวจึงกำลังเร่งรวบรวมหลักฐานยื่นฟ้องต่อศาลในชั้นฎีกาเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทางผู้เสียหายได้แจ้งความดำเนินคดีกับคู่กรณีไว้ที่ สภ.พัทยา จ.ชลบุรี ในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวและบังคับขู่เข็ญข่มขืนใจ โดยเบื้องต้นพนักงานสอบสวนทำสำนวนสรุปสั่งไม่ฟ้องส่งให้อัยการ ศาลจังหวัดพัทยาแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกัน นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรมและโฆษกกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้เสียหายนำเรื่องร้องเรียนกับอธิบดีดีเอสไอต้นสังกัด และได้มีการตั้งกรรมการสอบสวน แต่เรื่องก็เงียบไป โดยทราบว่าผลสอบสรุปมีความผิดเล็กน้อยลงโทษแค่ตัดเงินเดือน ซึ่งไม่เป็นธรรม จึงให้ทนายฟ้องศาลจังหวัดพัทยาในคดีข่มขืนกระทำชำเรา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองปลัดกระทรวงยุติธรรมกล่าวอีกว่า ตามผู้บังคับบัญชาที่มีอํานาจแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือสอบสวนตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญระดับสูง จึงเป็นอำนาจของปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รายงานมายังปลัดกระทรวงยุติธรรมได้ออกคำสั่ง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงไปแล้วตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ.61 และได้แจ้งคำสั่งให้ผู้ถูกกล่าวหาลงนามรับทราบคำสั่งแล้วตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ.61&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของการรวบรวมพยานหลักฐานจากผู้ถูกกล่าวหา และวางแนวทางการกำหนดประเด็นการสอบสวน ซึ่งดูตามตารางการปฏิบัติงานของคณะกรรมการฯ แล้ว จะเริ่มประชุมนัดแรกในสัปดาห์หน้า และถ้าหากมีพยานหลักฐานชัดเจน ไม่มีอะไรยุ่งยากซับซ้อนหรือประเด็นข้อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง กระบวนการสอบสวนทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายใน 180 วันตามที่กฎหมายกำหนด&amp;quot; รองปลัดกระทรวงยุติธรรมระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธวัชชัยกล่าวต่อว่า ตามนโยบายของกระทรวงยุติธรรม ถ้าหากข้อกล่าวหาของข้าราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรมนั้นเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจหน้าที่หรือเป็นอุปสรรคในการสอบสวน กระทรวงก็สามารถมีคำสั่งให้พักราชการข้าราชการดังกล่าวไว้ก่อนก็ได้ ซึ่งจากพิจารณาเบื้องต้น กรณีดังกล่าวมิได้เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจหน้าที่ทางราชการ และยังไม่พบว่าเป็นอุปสรรคในการสอบสวนทางวินัยแต่ประการใด อย่างไรก็ตาม ถ้ามีประเด็นดังกล่าวข้างต้นเกิดขึ้นมาในระหว่างการสอบสวน ก็สามารถมีคำสั่งพักราชการไว้ก่อนได้เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองปลัดกระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า การดำเนินการสอบวินัยร้ายแรงดังกล่าว มิได้เกี่ยวข้องกับการแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด แต่เป็นการดำเนินการทำคู่ขนานกันไป ซึ่งถ้าหากผลการสอบสวนวินัยร้ายแรงเป็นการกระทำความผิดตามข้อกล่าวหาจริง โทษวินัยร้ายแรงจะมี 2 สถาน คือ ปลดออก ซึ่งเป็นการลงโทษให้พ้นจากราชการ โดยได้รับบําเหน็จบํานาญเสมือนผู้นั้นลาออกจากราชการ หรือไล่ออก ซึ่งเป็นการลงโทษให้พ้นจากราชการ โดยไม่ได้รับบําเหน็จบํานาญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่ถ้าหากผู้ถูกกล่าวหาต้องคำพิพากษาให้จำคุกก็จะต้องไล่ออกสถานเดียว การลงโทษเพียงแค่ตัดเงินเดือนตามประเด็นข่าว จึงไม่ใช่เป็นข้อเท็จจริง กระทรวงยุติธรรมก็จำเป็นต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกร้องด้วยเช่นกัน และขอยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการภายใต้กรอบเวลาของกฎหมาย&amp;quot; รองปลัดกระทรวงยุติธรรมระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3282</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซี9, ดีเอสไอ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180216/image_big_5a86e7a1c14d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2018 12:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2018 12:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเอสไอเต้น!แจงข้าราชการซี 9 ข่มขืนสาวนักธุรกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.พ.61- &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีช้าราชการระดับสูงถูกกล่าวหาคดีข่มขืนกระทำชำเราสาวนักธุรกิจ โดยระบุว่าตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อต่างๆ ว่า &amp;nbsp;เมื่อวานนี้ (15 ก.พ. ) &amp;nbsp;สาวนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายหนึ่งได้ร้องขอความเป็นธรรมที่กองบังคับการปราบปราม กรณีถูก ข้าราชการระดับซี 9 สังกัดกรมสอบสวนคดีพิเศษข่มขืนกระทำชำเรา พร้อมทั้งข่มขู่จะนำภาพลับไปเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดีเอสไอขอชี้แจงว่า สาวนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายดังกล่าวได้เคยเข้ามาร้องขอความเป็นธรรมต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษแล้ว เมื่อเดือนก.พ.2560 แต่เนื่องจากผู้ถูกร้องเรียนเป็นข้าราชการระดับ 9 (เชี่ยวชาญ) ดังนั้นการพิจารณาดำเนินการทางวินัยจึงอยู่ในอำนาจของปลัดกระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงได้รายงานไปยังปลัดกระทรวงยุติธรรมเพื่อโปรดพิจารณา โดยปลัดกระทรวงยุติธรรมมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เมื่อเดือนเม.ย.2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดในเดือน ก.พ.2561 กระทรวงยุติธรรมได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงกับข้าราชการรายดังกล่าวแล้ว โดยอยู่ระหว่างการสอบสวนของคณะกรรมการ ส่วนที่ผู้เสียหายได้ไปใช้สิทธิฟ้องคดีอาญาเองที่ศาลจังหวัดพัทยา และขอความเป็นธรรมต่อกองบังคับการปราบปราม ก็เป็นส่วนของคดีอาญาที่สามารถทำได้ อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งการสอบสวนในส่วนของความผิดทางวินัยเรื่องนี้ก็ต้องนำผลของคดีอาญามาประกอบการพิจารณาด้วย ซึ่งต้องทำความจริงให้ปรากฏและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เมื่อมีความคืบหน้าของผลการสอบสวนทางวินัยเป็นประการใดแล้ว กรมสอบสวนคดีพิเศษจะได้แจ้งผลให้สาธารณชนทราบต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3245</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขรก.หื่น, ข่มขืน, ซี9, ดีเอสไอ, นักธุรกิจสาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180216/image_big_5a866d3d47b10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
