<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87706</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2020 18:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2020 18:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“รมว.ศธ.” เดินหน้า&quot; อควาเรียม&quot; ยันไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างอีก พร้อมเร่งสางโครงการ CCTV ใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22ธ.ค.63- นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการเดินหน้าโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือ อควาเรียม ทะเลสาบสงขลา ของวิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ จ.สงขลา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ว่า เรื่องการเดินหน้าก่อสร้างอควาเรียมสงขลาให้เสร็จสิ้นนั้น ตนเข้าใจดีว่าหลายฝ่ายมีความเป็นห่วงว่าจะเกิดปัญหาเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ยืนยันว่าเรายังไม่มีการจัดจ้าง เพื่อให้มีการเดินหน้าก่อสร้างต่อแต่อย่างใด แต่เป็นการตั้งคณะทำงานสำหรับศึกษาแนวทางว่าจะดำเนินการก่อสร้างต่อให้เสร็จสิ้นด้วยรูปแบบไหน เพราะหากปล่อยให้ถูกทิ้งร้างก็เป็นการทำงานที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นเราก็ต้องวางแผนเดินหน้าต่อให้มีความถูกต้อง &amp;nbsp;ทั้งนี้คณะทำงานที่มี นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดศธ.เป็นประธาน ได้ร่วมกับสภาสถาปนิกอยู่ระหว่างเก็บข้อมูล เพราะเท่าที่สรุปข้อมูลมาในเบื้องต้นด้วยสภาพโครงสร้างอาคารยังสามารถทำให้เดินหน้าก่อสร้างต่อได้ แต่เราจะศึกษารายละเอียดอย่างรอบด้าน เพราะหากได้แนวทางที่ชัดเจนแล้วจะต้องทำให้สวยงาม มีความเหมาะสม และใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาตั้งแต่ผมเข้ามารับตำแหน่ง รมว.ศธ.กว่า 1 ปีแล้ว ผมไม่อยากให้มีเรื่องใดที่ค้างคาจะต้องรีบสะสางแม้เรื่องเหล่านั้นจะอยู่ระหว่างการพิจารณาสอบสวนก็ตาม ซึ่งรวมไปถึงโครงการจัดซื้อกล้องวงจรปิด (CCTV)โรงเรียนในโครงการ Safe Zone School งบประมาณ 577 ล้านบาทใน 12 เขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่จะต้องเร่งรัดการดำเนินการและการสอบสวนให้เสร็จสิ้นโดยเร็วเช่นกัน &amp;nbsp;เนื่องจากหากปล่อยให้เรื่องค้างคาไม่มีการสะสางให้จบก็จะทำให้การทำงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไม่สามารถเดินหน้าได้&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87706</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อควาเรียม, ซีซีทีวี, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201216/image_big_5fd9ccd891f71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2020 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2020 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;สั่งติดซีซีทีวีแนวชายแดนสกัดลักลอบเข้าเมือง  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารการบูรณาการแผน และระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด หรือซีซีทีวีทั่วประเทศ ถึงการสั่งติดกล้องซีซีทีวีตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าประเทศ ว่า ทุกหน่วยงานจะบูรณาการร่วมกัน และคิดว่าไม่น่าจะถูกถอดทิ้งเมื่อนำไปติดตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะใช้วิธีการวางแนวลวดหนามหลายชั้นเพื่อเป็นการป้องกันได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ส่ายหัวพร้อมกล่าวว่า ไปดูแลเรื่องม็อบยังไม่ได้เลย ไม่ต้องห่วงเรื่องการดูแลแนวชายแดน ทุกฝ่ายกำลังทำอยู่แล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85721</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการบริหารการบูรณาการแผน และระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด, ซีซีทีวี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รองนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc72de16eebd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 13:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 13:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มธรรมาภิบาลฯ แฉ &#039;เสี่ย​ ก.&#039; อ้างชื่อ &#039;บิ๊กป้อม&#039; หาประโยชน์จัดซื้อกล้องซีซีทีวี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.63 - ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มธรรมาภิบาล เครือข่ายภาคประชาชนต้านทุจริตและคอรัปชั่น นำโดยนายวิวัฒน์ สมบัติหลาย ประธานกลุ่มธรรมภิบาล ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ผ่านนายสมพาศ&amp;nbsp;นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิวัฒน์ กล่าวว่า ขอให้ตรวจสอบบุคคลที่แอบอ้างชื่อ พล.อ.ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เนื่องจากทางกลุ่มฯได้รับการร้องเรียนและแจ้งข้อมูลจากเครือข่ายผู้ประกอบการติดตั้งกล้องซีซีทีวีหลายราย ว่าได้มีกลุ่มบุคคลไปแอบอ้างชื่อ พล.อ.ประวิตร ในฐานะประธานกรรมการบริหารการบูรณาการแผนและระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) ทั่วประเทศ ไปหาผลประโยชน์โดยการวิ่งเต้นล็อกสเปกงานติดตั้งกล้องซีซีทีวี&amp;nbsp;ภายใต้นโยบายสมาร์ทซิตี้ของรัฐบาล โดยเอาบริษัทของตัวเองและนอมินี ให้เป็นผู้ชนะการประกวดราคาตามหน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ซึ่งผลของการล็อกสเปกเพื่อให้พวกตัวเองชนะการประมูลและติดตั้งอุปกรณ์ที่ไม่ได้คุณภาพไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิวัฒน์ กล่าวว่า โดยกลุ่มบุคคลดังกล่าวคือ &amp;ldquo;กลุ่มเสี่ย ก.&amp;rdquo; ซึ่งเป็นผู้ประกอบการธุรกิจติดตั้งซีซีทีวี และเป็นเจ้าของบริษัทติดตั้งกล้องซีซีทีวี โดยอ้าง เป็นผู้ประสานงานของผู้ใหญ่รัฐบาลให้ดำเนินการในเรื่องการบูรณาการแผนและระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดซีซีทีวีทั่วประเทศต่อหน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเข้าไปวางสเปกล่วงหน้าให้กับหน่วยงานที่จะจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้ได้รับสเปคกล้องซีซีทีวีของตัวเอง และทำให้บริษัทในกลุ่มของตนเองและนอมินีได้งานเป็นคู่สัญญาในหลายโครงการทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีการแอบอ้างว่ามีตำแหน่งประจำรัฐสภาคือ ตำแหน่งเลขานุการ ประจำกรรมาธิการกระจายอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ทำให้สามารถเข้าไปประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศได้ รวมถึงยังอวดอ้างและแสดงตนว่าเกี่ยวเป็นสมัครพรรคพวกในมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด และเข้าออกอยู่เป็นประจำ จนเป็นเหตุให้ผู้ประกอบการติดตั้งกล้องซีซีทีวีทั่วไปเข้าใจว่าเป็นคนของผู้ใหญ่ในมูลนิธิฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71300</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มธรรมาภิบาล, กล้องโทรทัศน์วงจรปิด, ซีซีทีวี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0bff596fa18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25766</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2019 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2019 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งเรือปะการัง รับนักท่องเที่ยวต่างชาติค้างเกาะราชา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ม.ค.62- นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตได้เตรียมพร้อมรับมือพายุโซนร้อนปาบึกโดยเน้นการดูแลรักษาความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ตและนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ โดยในวันนี้ 4 ม.ค.62 มี นักท่องเที่ยวชาวต่าวชาติ 120 คน ที่ติดค้างอยู่บริเวณเกาะราชา จังหวัดภูเก็ต ได้ดำเนินการประสานงาน ให้สำนักงานทรัพยากรทะเลและชายฝั่งที่ 9 นำเรือปะการัง 804 ออกจากฝั่งเพื่อไปรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ &amp;nbsp;ที่บริเวณเกาะราชา เพื่อกลับเข้าสู่ เมืองภูเก็ตด้วยความปลอดภัย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภัคพงศ์ กล่าวต่อว่า สำหรับสภาพอากาศในทะล มีฝนเล็กน้อย มีคลื่นลมระดับปานกลาง ทางจังหวัดยังคงเข้มงวด ในการควบคุมดูแลระมัดระวัง ลดความเสี่ยงเพื่อป้องกันสถานการณ์ที่อาจเป็นภัยหรือคาดว่าจะเกิดสาธารณภัยและอุบัติเหตุอุบัติเหตุทางทะเลในเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ตโดยระหว่างวันที่ 4-5 มกราคม 2562 &amp;nbsp; ห้ามเรือทุกชนิดออกจากฝั่ง ในทุกอำเภอที่ติดชายทะเลอันดามันในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต &amp;nbsp;โดยเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัยวาตภัยดินโคลนถล่มจังหวัดภูเก็ตซึ่งตั้งศูนย์ที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตได้มีการ เชื่อมโยงภาพจากกล้อง CCTV &amp;nbsp;ซึ่งมีจำนวน700 ตัวทั่วเกาะภูเก็ตเพื่อเข้าสู่ศูนย์บัญชาการฯใช้ในการประเมินสถานการณ์และเตรียมพร้อมเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25766</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ภูเก็ต, ซีซีทีวี, ปาบึก, เกาะราชา, เรือปะการัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190104/image_big_5c2f1b63087d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2018 17:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2018 17:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุจริตศธ.ดกยิ่งกว่าดอกเห็ด 3ปีร้องเรียน631เรื่อง ล่าสุด&quot;หมอธี&quot;ปลื้มสางได้แล้วเกินครึ่ง365เรื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6ธ.ค.61-นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาทุจริตภายในกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า &amp;nbsp;ที่ประชุมได้ติดตามความก้าวหน้าการตรวจสอบทุจริตคดีต่างๆ ของ ศธ. ซึ่งพบว่าหลายคดีทุจริตมีความคืบหน้าไปมาก อย่างโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จากเดิมมีความคืบหน้าในการสืบข้อเท็จจริงเพียงร้อยละ 5 &amp;nbsp;แต่ขณะนี้ สพฐ.ได้รายงานผลว่าสืบข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นไปแล้ว100 %และหลายพื้นที่มีการยุติเรื่อง ตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดทางละเมิด และมีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยทั้งร้ายแรงและไม่ร้ายแรงไปบ้างแล้ว และในที่ประชุมพล.อ.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษา รมว.ศธ. ยังได้รายงานอยู่ผลการลงพื้นที่ตรวจสอบสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 29 ซึ่งข้อมูลที่พบเป็นการโกงกันภายใน ทุจริตเบิกเงินซ้ำซ้อน ความเสียหายประมาณ 15 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ชี้มูลมาให้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงผู้เกี่ยวข้อง 11 คน ไล่ตั้งแต่ผู้อำนวยการ (ผอ.) และรองผอ.เขตพื้นที่การศึกษา ผอ.กลุ่มการเงิน ลูกจ้าง และเจ้าหน้าที่บางส่วน แต่ครั้งนี้ไม่มีผู้บริหารส่วนกลางเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งที่ประชุมได้มอบให้สพฐ. ไปเคลียร์ที่เขตพื้นที่นี้ให้ใสสะอาด &amp;nbsp;เพราะพบว่าหน่วยตรวจสอบภายในของเขตพื้นที่นั้นทำงานลำบาก เนื่องจากยังมีกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตยังทำงานอยู่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;ส่วนโครงการอควาเรียม ทะเลสาบสงขลา &amp;nbsp;สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) นั้น ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงแล้วตามที่ ศธ.เสนอ &amp;nbsp;โดยมีข้าราชการระดับ 11 ที่เป็นคนนอกกระทรวงนั่งประธาน แต่ไม่สามารถบอกชื่อประธานได้ เพราะกลัวว่าอาจจะมีการข่มขู่ประธาน
สำหรับโครงการการติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ในโครงการ Safe Zone School 12 เขตพื้นที่การศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะนี้มีการดำเนินการจัดทำตามสัญญาหมดแล้วในประเด็นให้บริษัทติดตั้งซอฟท์แวร์เพิ่มเติมให้ครบ 16 License ตามข้อกำหนดข้อกำหนดขอบเขตงาน (TOR) เดิม &amp;nbsp;พร้อมกับเสนอรายชื่อคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ให้นายกฯ พิจารณาแล้วเช่นกัน ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องที่โดนโทษวินัยร้ายแรง ประมาณ 70 กว่าคน ไล่ตั้งแต่ระดับผอ.และ รอง ผอ.เขตพื้นที่ ไปจนถึงผอ.รร. ไม่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการตรวจรับ &amp;nbsp;ขณะเดียวกันที่ประชุมได้รายงานการแก้ปัญหาเงินอุดหนุนนักเรียนซ้ำซ้อน หรือ เด็กผี โดย สพฐ.ตั้งกรรมการลงสุ่มตรวจสอบโรงเรียนหลายแห่งแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ พล.อ.โกศล ได้ประสานกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท) ภาคอีสานตอนบนและล่าง &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับคดีทุจริตของ ศธ. ประเภทคดีทั่วไปจำแนกรายหน่วยงานที่มีคดีทุจริต 10 หน่วยงาน ซึ่งเป็นข้อมูลระหว่างเดือนสิงหาคม 2558 - พฤศจิกายน 2561 มีทุจริต 631 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จ 365 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 57.84 อยู่ระหว่างดำเนินการ 266 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 42.16&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23642</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทุจริตในศธ., ซีซีทีวี, นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, สนามฟุตซอล, สะสางคดีทุจริตศธ.ที่ยังคั่งค้าง, อควาเรียมสงขลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181206/image_mid_5c08f50d496af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2018 13:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2018 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ต้องเป็นห่วง!&#039;บิ๊กป้อม&#039;ให้มั่นใจ&#039;ป.ป.ท.-ป.ป.ช.&#039;ตรวจสอบโกงทุกอย่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค.61 -พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มี กระแสข่าวว่ามีทหารบังคับให้คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด(cctv) ให้โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดใช้แดนพักใต้ในโครงการเซฟโซนโรงเรียน ให้คณะกรรมการลงชื่อตรวจรับ ว่ายังไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้ แต่ขอให้มั่นใจว่าการทุจริตทุกอย่าง หากเป็นเรื่องภาครัฐทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)จะเข้ามาดูแลตรวจสอบและดำเนินการ แต่ถ้าเป็นเรื่องการเมืองทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะดำเนินการ ไม่ต้องเป็นห่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร &amp;nbsp;ยังปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณีที่ &amp;nbsp;ป.ป.ช. ให้ยื่นเอกสารชี้แจงนาฬิกาหรูภายในวันนี้ด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5061</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีซีทีวี, บิ๊กป้อม, ป.ป.ช., ป.ป.ท., พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180220/image_big_5a8bcd57e3d0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3273</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2018 20:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2018 20:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จวกรายการบันเทิงจีนเหยียดผิว ใช้ตลกทาหน้าดำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รายการดังทางโทรทัศน์ของจีนที่มีผู้ชมกว่า 800 ล้านคน ก่อกระแสถกเถียงและวิจารณ์อย่างร้อนแรงทั้งในและนอกประเทศ เมื่อจัดโชว์พิเศษวันตรุษจีนในธีมฉลองความสัมพันธ์จีน-แอฟริกา แล้วให้นักแสดงทาหน้าดำใส่บั้นท้ายปลอม จนถูกตำหนิว่าเหยียดเชื้อชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;นักแสดงทาหน้าดำให้เหมือนคนแอฟริกัน ในรายการบันเทิงที่หลายคนบอกว่ามีผู้ชมมากที่สุดบนโลกใบนี้ เครดิตภาพ Youtube/CCTV/BBC&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามรายงานของสำนักข่าวบีบีซีเมื่อวันศุกร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 กล่าวว่า มีคนจำนวนมากที่มองว่าการทาหน้าสีดำเพื่อล้อคนผิวสีเป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจอย่างยิ่ง แต่ก็ยังมีบางฝ่ายที่เห็นว่ารายการไม่มีเจตนาดูถูกคนแอฟริกัน อย่างไรก็ดี รายงานบีบีซีกล่าวว่า เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่รายการบันเทิงของจีนก่อกระแสโต้แย้งด้วยการเลียนรูปลักษณ์ของคนเชื้อชาติอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายการสั้นๆ นี้เป็นส่วนหนึ่งของรายการพิเศษ งานเลี้ยงฉลองตรุษจีน หรือที่รู้จักอีกชื่อว่า งานเลี้ยงฉลองเทศกาลใบไม้ผลิ ซึ่งมีความยาวรวม 4 ชั่วโมง ออกอากาศทางสถานีซีซีทีวีของทางการจีน เมื่อคืนวันพฤหัสบดี จากยอดผู้ชมที่มีคนประเมินไว้ว่าสูงถึง 800 ล้านคน รายการนี้จึงถือเป็นรายการบันเทิงที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงของรายการที่เป็นปัญหานั้น เริ่มต้นด้วยการเต้นรำของนักเต้นระบำในชุดชนเผ่าแอฟริกา และมีคนแต่งชุดม้าลาย, ยีราฟ, สิงโต และละมั่ง จากนั้นก็เป็นช่วงของการแสดงตลก ที่สาวผิวสีนางหนึ่งขอร้องชายชาวจีนให้แสร้งเป็นสามีกำมะลอเมื่อพบกับแม่ของเธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;&amp;nbsp;เครดิตภาพ Youtube/CCTV/BBC&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักแสดงหญิงสาวนั้นใช้คนแอฟริกันตัวจริง แต่คนแม่กลับใช้นักแสดงตลกชาวเอเชียที่ทาหน้าดำ ใส่ชุดพื้นบ้านแอฟริกัน และยังสวมบั้นท้ายปลอมขนาดใหญ่ยักษ์ เธอเดินเข้ามาในเวทีพร้อมกันเทินถาดผลไม้บนศีรษะ และมีลิงซึ่งใช้นักแสดงผิวสีสวมชุดลิง แบกตะกร้าตามมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแสดงชุดนี้ยกย่องความร่วมมือระหว่างจีนกับแอฟริกา และสื่อให้เห็นว่าแอฟริกาได้รับประโยชน์จากการลงทุนของจีนมากเพียงใด และชาวแอฟริกันซาบซึ้งต่อจีนมากแค่ไหน ตอนหนึ่งคนที่แสดงเป็นแม่ยังสาธยายว่าเธอรักจีนมากขนาดไหน ฉากหลังของเหตุการณ์นี้เป็นผู้คนที่ทำงานในโครงการรถไฟที่เชื่อมระหว่างกรุงไนโรบีและเมืองมอมบาซาของเคนยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทาหน้าดำที่ถูกเชื่อมโยงว่าเป็นการเหยียดเชื้อชาตินั้นเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของนักขับลำนำในสหรัฐและยุโรปยุคศตวรรษที่ 19 และ 20 แต่สำหรับจีน คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยพบเห็นหรือติดต่อกับคนผิวดำ และไม่รู้เกี่ยวกับการค้าทาสและการเหยียดผิวในประวัติศาสตร์ของยุโรปและสหรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระนั้น พลเมืองเน็ตจีนที่เป็นคนรุ่นใหม่พากันประณามรายการนี้ว่าเหยียดเชื้อชาติและสร้างความอับอายต่อชาวโลก ผู้ใช้เว็บเว่ยป๋อรายหนึ่งเปรียบเทียบกับความรู้สึกของการให้คนอเมริกันผิวขาวทาตัวสีเหลืองแล้วบอกว่าฉันรักสหรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2559 เคยมีโฆษณาขายน้ำยาซักผ้ายี่ห้อหนึ่งฉายทางโทรทัศน์ของจีนที่ก่อประเด็นอื้อฉาวมาแล้ว ด้วยการให้สาวจีนนางหนึ่งจับชายผิวสีที่หน้าเปรอะสีใส่เข้าเครื่องซักผ้า ปรากฏตัวอีกทีชายคนนี้กลายเป็นชายจีนตัวขาวแทน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3273</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ซีซีทีวี, หน้าดำ, เหยียดผิว, แอฟริกาใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180216/image_big_5a86de1f2d240.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
