<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2025 18:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 17:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐเพิ่มสิงคโปร์เสี่ยงติดโควิด-19 สูงสุดระดับเดียวกับไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ซีดีซีของสหรัฐปรับคำแนะนำการเดินทางไปสิงคโปร์เพิ่มเป็นระดับ 4 หรือประเทศที่มีความเสี่ยงสูงสุดที่จะติดเชื้อโควิด-19 เตือนพลเมืองหลีกเลี่ยงไปสิงคโปร์ ส่วนไทยยังอยู่ระดับ 4 เท่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถนนออร์ชาร์ด ย่านชอปปิ้งชื่อดังของสิงคโปร์มีผู้คนที่สวมหน้ากากอนามัยเดินกันพลุกพล่าน (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แชนเนลนิวส์เอเชียรายงานเมื่อวันอังคารที่ 19 ตุลาคมว่า ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐ (ซีดีซี) ปรับระดับคำแนะนำการเดินทางไปสิงคโปร์เมื่อวันจันทร์ตามเวลาในสหรัฐ ขึ้นจากระดับ 3 เป็นระดับ 4 ซึ่งบ่งชี้ว่ามี &amp;quot;โควิด-19 ระดับสูงมาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของซีดีซีระบุว่า เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันของสิงคโปร์ แม้แต่ผู้เดินทางเข้าสิงคโปร์ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว ก็อาจเสี่ยงที่จะติดเชื้อหรือแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 และแนะนำว่า ผู้จำเป็นต้องเดินทางไปสิงคโปร์ควรเป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว และเมื่ออยู่ในสิงคโปร์ควรปฏิบัติตามคำแนะนำและข้อกำหนดของทางการสิงคโปร์ เช่น การสวมหน้ากาก และใช้มาตรการเว้นระยะห่างที่ปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงต่างประเทศสหรัฐก็ออกประกาศในเรื่องเดียวกันเมื่อวันจันทร์ เตือนพลเมืองสหรัฐไม่ควรเดินทางไปสิงคโปร์เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีดีซีใช้ประกาศเตือนจุดหมายการเดินทางกับประเทศที่มีภัยคุกคามด้านสุขภาพทั่วโลก โดยจัดระดับประเทศต่างๆ เป็น 4 ระดับ พิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในปัจจุบันของแต่ละประเทศ และแนวโน้มของผู้ติดเชื้อรายใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศอื่นที่ซีดีซีจัดให้อยู่ระดับ 4 ในปัจจุบัน รวมถึงบรูไน, มาเลเซีย, ไทย และสหราชอาณาจักร ส่วนประเทศที่ซีดีซีจัดให้อยู่ในระดับ 3 ได้แก่ เกาหลีใต้, ออสเตรเลีย, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น และเวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินเดียเป็นจุดหมายที่ถูกจัดให้อยู่ระดับ 2 ซึ่งสถานการณ์โควิดอยู่ในระดับปานกลาง โดยผู้ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนได้รับคำแนะนำให้เลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น ขณะที่จีน, ฮ่องกง, ไต้หวัน และนิวซีแลนด์ เป็นจุดหมายในระดับ 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดสิงคโปร์ให้อยู่ในประเทศที่เสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ระดับ 4 มีขึ้นในขณะที่สิงคโปร์ขยายรับผู้เดินทางจาก 8 ประเทศที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วให้เข้าประเทศโดยไม่ต้องกักตัว ได้แก่ แคนาดา, เดนมาร์ก, ฝรั่งเศส, อิตาลี, เนเธอร์แลนด์, สเปน, สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา เริ่มวันอังคารที่ 19 ตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการสิงคโปร์เผยว่า มีนักเดินทางมากกว่า 2,400 คน ที่ยื่นเรื่องขอเข้าสิงคโปร์ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม โดยราว 40% เป็นผู้เดินทางจากสหราชอาณาจักร.&lt;/p&gt;
copa747
finnivip
deltabet
nextgen999
wrc88
parallax168
bwvip5
ufa47
hotb3tflix
bean9
easyslot88s
s2kgame
seal789
naza5959
akin888
gachamax
ufar9
ufax7
kingtop11
route66slot
dimowinning
donki999
168godcat
allin99my
tkbrich
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120218</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำแนะนำด้านการเดินทาง, ซีดีซี, ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐ, สิงคโปร์อยู่ระดับ 4, เสี่ยงติดโควิดสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616ea0f4d2c5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซีดีซีสหรัฐแนะนำอเมริกันเลี่ยงเดินทางมาไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งสหรัฐ (ซีดีซี) ออกคำเตือนพลเมืองอเมริกันขอให้งดการเดินทางไปอิสราเอล, ฝรั่งเศส, ไทย, ไอซ์แลนด์ และอีกหลายประเทศ เนื่องจากพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวนเพิ่มมากขึ้นในประเทศเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม กล่าวว่า ซีดีซีปรับปรุงคำเตือนด้านการเดินทางเมื่อวันจันทร์ โดยเพิ่มรายชื่อหลายประเทศเข้าสู่กลุ่มที่สถานการณ์โควิด-19 อยู่ใน &amp;quot;ระดับ 4 : สูงมาก&amp;quot; ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่แนะนำให้งดการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในบัญชีคำเตือนระดับสูงสุดของซีดีซี ยังรวมถึงดินแดนเวสต์แบงก์และกาซาของปาเลสไตน์ และอีกหลายสถานที่ อาทิ ดินแดนอารูบาของเนเธอร์แลนด์ และเฟรนช์โปลินีเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐก็ออกคำเตือนควบคู่ไปด้วยในวันจันทร์ โดยเพิ่มไอซ์แลนด์และฝรั่งเศสอยู่ในบัญชี &amp;quot;ระดับ 4 : ห้ามเดินทาง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า เดือนกรกฎาคม ซีดีซีแสดงความวิตกกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิสราเอล, เวสต์แบงก์ และกาซา และได้ยกระดับคำแนะนำการเดินทางด้านสุขภาพจากระดับ 2 ขึ้นสู่ &amp;quot;ระดับ 3 : สูง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ซีดีซียังได้ยกระดับคำแนะนำของหลายประเทศขึ้นสู่ &amp;quot;ระดับ 3 : สูง&amp;quot; ได้แก่ ออสเตรีย, เอลซัลวาดอร์, อาเซอร์ไบจาน, กวม, เคนยา และจาเมกา โดยซีดีกล่าวว่า นักเดินทางที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปประเทศเหล่านี้หากไม่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปรับปรุงคำเตือนด้านการเดินทางของซีดีซีและกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐมีออกมาในช่วงยามที่การระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงแพร่กระจายอยู่ทั่วโลก โดยยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกเพิ่มเป็นมากกว่า 204 ล้านคนแล้ว เสียชีวิตเกิน 4.3 ล้านคน สหรัฐอเมริกามีการระบาดรุนแรงที่สุด โดยมีผู้ติดเชื้อไวรัสและเสียชีวิตมากกว่าชาติใดในโลก ที่ 36.78 ล้านคน และ 633,799 คน ตามลำดับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112824</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำเตือนเดินทาง, ซีดีซี, ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งสหรัฐ, เลี่ยงเดินทางมาไทย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610fca590a488.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 21:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 21:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซีดีซีเปลี่ยนใจ แนะอเมริกันฉีดวัคซีนแล้วก็ควรสวมแมสก์เมื่ออยู่พื้นที่เสี่ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (ซีดีซี) แนะนำว่าประชาชนที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 แต่อยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อสูง ควรสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในอาคาร เนื่องจากขณะนี้สหรัฐมีการระบาดของไวรัสสายพันธุ์เดลตาสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โรเชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (ซีดีซี) แถลงเมื่อวันอังคารที่ 27 กรกฎาคมว่า จากข้อมูลใหม่ของผู้ติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับสายพันธุ์เดลตา ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะแพร่เชื้อต่อ ซีดีซีแนะนำว่าในพื้นที่ที่มีการระบาดอย่างมีนัยสำคัญหรือระบาดสูง ประชาชนที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบโดสแล้ว ควรจะสวมหน้ากากเมื่ออยู่ในอาคารสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแนะนำนี้ต่างจากที่ซีดีซีออกมายืนยันเมื่อสัปดาห์ที่แล้วโดยยึดตามคำแนะนำเมื่อเดือนพฤษภาคมว่า ประชาชนที่ฉีดวัคซีนแล้ว ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากเมื่ออยู่ในอาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทำเนียบขาวประกาศเมื่อวันอังคารให้เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวทุกคนกลับมาสวมหน้ากากอีกครั้ง เนื่องจากอัตราการระบาดของโควิด-19 ในกรุงวอชิงตันที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากข้อมูลล่าสุดของซีดีซี ร้อยละ 63 ของเทศมณฑลมากกว่า 3,200 แห่งในสหรัฐ พบการระบาดของโควิด-19 อย่างมีนัยสำคัญหรือมีการระบาดสูง โดยพื้นที่ที่มีการระบาดอย่างมีนัยสำคัญคือพบผู้ติดเชื้อใหม่รายวัน 50-100 รายต่อประชากร 100,000 รายในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ส่วนการระบาดสูงคือพบผู้ติดเชื้อรายวันมากกว่า 100 รายต่อประชากร 100,000 รายในช่วง 7 วันที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วาเลนสกีย้ำว่า ผู้ฉีดวัคซีนแล้วแต่ยังติดเชื้อนั้นพบไม่มาก การฉีดวัคซีนช่วยลดอาการป่วยของโรค 7 เท่า และลดการรักษาในโรงพยาบาลหรือเสียชีวิตได้ถึง 20 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐขณะนี้เพิ่มขึ้นมากเนื่องจากการระบาดของสายพันธุ์เดลตา ซึ่งพบในผู้ติดเชื้อราว 90% ผู้ติดเชื้อรายวันเฉลี่ยของสหรัฐในช่วง 7 วันล่าสุด มีมากกว่า 56,000 ราย ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อในระดับเดียวกับที่พบเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เผยเมื่อวันอังคารว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาเรื่องข้อบังคับให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลทุกคนต้องฉีดวัคซีน และจะแถลงเรื่องมาตรการใหม่ในวันพฤหัสบดี เกี่ยวกับการแก้ปัญหาจำนวนผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนลดลง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111456</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีดีซี, ผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว, ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งสหรัฐ, สวมแมสก์, สหรัฐ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_6101686c4e5ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105863</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 22:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 22:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลสหรัฐลดระดับคำแนะนำเดินทางไป85ประเทศ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐผ่อนคลายคำแนะนำด้านการเดินทางใน 85 ประเทศและดินแดน รวมถึงญี่ปุ่นและยุโรปส่วนใหญ่ ขณะเดียวกันยังเตรียมหารือหลายประเทศวางแนวทางเริ่มการเดินทางระหว่างประเทศใหม่อย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า การตัดสินใจปรับปรุงคำแนะนำการเดินทางของสหรัฐล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพิ่มความหวังว่าการฉีดวัคซีนโควิด-19 อย่างกว้างขวางทั่วโลกจะทำให้การเดินทางระหว่างประเทศกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว โดยมี 85 ประเทศและดินแดนที่กระทรวงการต่างประเทศผ่อนคลายคำแนะนำด้านการเดินทาง ซึ่งรวมถึงชาติพันธมิตรใกล้ชิดและเพื่อนบ้านของสหรัฐ อาทิ แคนาดา, เม็กซิโก, ฝรั่งเศส และเยอรมนี ที่ลดระดับจากคำเตือนให้พลเมืองอเมริกันหลีกเลี่ยงการเดินทางไปอย่างสิ้นเชิง ลงมา 1 ระดับเป็นให้พิจารณาทบทวนการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศที่ได้รับการผ่อนคลายคำเตือนด้วยคือญี่ปุ่น ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเคยมีคำเตือนเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมให้หลีกเลี่ยงการเดินทาง คำเตือนครั้งนั้นทำให้ทำเนียบขาวต้องรีบออกมายืนยันว่า สหรัฐยังคงสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกของญี่ปุ่น ที่กำหนดเปิดฉากวันที่ 23 กรกฎาคมนี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแนะนำล่าสุดของสหรัฐยังลดระดับคำเตือนของ 11 ประเทศ มาอยู่ในระดับที่ขอให้ชาวอเมริกันใช้ความระมัดระวังตามปกติเมื่อเดินทางไปเยือน ซึ่งเป็นคำแนะนำมาตรฐานของสหรัฐสำหรับประเทศที่พัฒนาแล้วก่อนหน้าการระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีหลายประเทศที่รัฐบาลสหรัฐจัดว่ามีความเสี่ยงด้านโควิด-19 ต่ำ อาทิ กานา, เซเนกัล, สิงคโปร์, เกาหลีใต้ และมอลตา ซึ่งเป็นประเทศในยุโรปชาติเดียวที่อยู่ในอันดับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงล่าสุดสะท้อนคำแนะนำจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งสหรัฐ (ซีดีซี) ที่ออกเมื่อหนึ่งวันก่อนหน้านี้ ซึ่งเรียกร้องให้ชาวอเมริกันฉีดวัคซีนให้ครบก่อนการเดินทาง ส่วนผู้ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน ขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์กล่าวว่า คำแนะนำของซีดีซีเมื่อวันจันทร์ จัดระดับคำเตือนการเดินทางของ 111 ประเทศและดินแดนใหม่ โดยมี 61 ประเทศลดจาก &amp;quot;ระดับ 4&amp;quot; ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่ขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทางอย่างสิ้นเชิง ลงมาเป็นให้เดินทางได้เมื่อฉีดวัคซีนครบแล้ว ส่วนที่เหลืออีก 50 ประเทศและดินแดน ลดจาก &amp;quot;ระดับ 2&amp;quot; มาอยู่ &amp;quot;ระดับ 1&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีดีซีกล่าวว่า หลายประเทศได้รับการลดระดับลงมีทั้งเพราะความสามารถในการควบคุมการระบาดของโควิด-19 และเพราะการเปลี่ยนเกณฑ์ของซีดีซีด้านอัตราผู้ติดเชื้อ จากเดิม 100 คนต่อ 100,000 ประชากร เป็น 500 คนต่อ 100,000 ประชากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศที่ถูกซีดีซีลดระดับลงมาอยู่ในระดับ 3 นั้นรวมถึงฝรั่งเศส, เอกวาดอร์, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, แอฟริกาใต้, แคนาดา, เม็กซิโก, รัสเซีย, สเปน, สวิตเซอร์แลนด์, ตุรกี, ยูเครน, ฮอนดูรัส ฮังการี, อิตาลี, จอร์แดน, ลิเบีย, ปานามา, โปแลนด์ และเดนมาร์ก ส่วนของไทยนั้นยังถูกจัดให้อยู่ในระดับ 3 เช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแนะนำด้านการเดินทางของสหรัฐยังได้รับการจับตาอย่างใกล้ชิดเพื่อหาเบาะแสว่าสหรัฐจะยุติคำสั่งห้ามการเดินทางที่ออกเมื่อกว่า 1 ปีที่แล้วเมื่อใด ขณะนี้พลเมืองที่ไม่ใช่คนอเมริกันเกือบทั้งหมดที่เคยอยู่ในประเทศเหล่านี้ 14 วันก่อนการเดินทางจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสหรัฐ ได้แก่ จีน, สหราชอาณาจักร, ไอร์แลนด์, อินเดีย, แอฟริกาใต้, บราซิล, อิหร่าน และ 26 ประเทศในกลุ่มเชงเกน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ กล่าวไว้ก่อนหน้าที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะออกเดินทางเยือนยุโรปในวันพุธว่า การผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการเดินทางจะกระทำด้วยความโปร่งใส และยึดตามวิทยาศาสตร์และหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐประกาศด้วยว่า จะจัดการเจรจากับแคนาดา, เม็กซิโก, สหภาพยุโรป และอังกฤษ เพื่อหาแนวทางในการเริ่มการเดินทางระหว่างประเทศใหม่อย่างปลอดภัย โดยสหรัฐจะตั้ง &amp;quot;คณะทำงานของผู้เชี่ยวชาญ&amp;quot; ขึ้นเพื่อวางแนวทางสำหรับการก้าวไปข้างหน้า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105863</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ, คำแนะนำด้านการเดินทาง, ซีดีซี, ลดระดับคำเตือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0e275c2a35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102892</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 12:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟเขียวอเมริกันฉีดวัคซีนครบแล้วไม่ต้องใส่แมสก์ในอาคาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ใกล้กลับสู่ภาวะปกติแล้ว ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งสหรัฐ (ซีดีซี) ปรับปรุงคำแนะนำใหม่ ผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิดครบแล้วไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยภายในอาคาร ยกเว้นเพียงบางสถานที่เช่นในระบบขนส่งมวลชน ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ระบุเป็นวันสำคัญของการต่อสู้กับโรคระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แถลงที่โรสการ์เดนของทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2564 (Photo by Alex Wong/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปลายเดือนที่แล้ว ซีดีซีเพิ่งมีคำแนะนำว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนครบถ้วนแล้วสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัย แต่ยังแนะนำให้สวมแมสก์ต่อไปเมื่ออยู่ภายในสถานที่สาธารณะที่บังคับ ซีดีซีหวังว่า คำประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีจะกระตุ้นให้ชาวอเมริกันออกมาฉีดวัคซีนกันมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรเชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการซีดีซี กล่าวระหว่างการแถลงข่าวว่า ทุกคนที่ได้รับวัคซีนครบแล้วสามารถทำกิจกรรมในร่มและกลางแจ้ง ใหญ่หรือเล็ก ได้โดยไม่ต้องสวมแมสก์หรือเว้นระยะห่างทางกาย&amp;nbsp; &amp;quot;ถ้าคุณได้รับการฉีดวัคซีนครบแล้ว คุณสามารถเริ่มทำในสิ่งที่คุณเคยหยุดทำเพราะโรคระบาดได้แล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน แถลงที่ทำเนียบขาว ประกาศว่าคำแนะนำนี้เป็นชัยชนะครั้งใหญ่ในการต่อสู้กับไวรัสที่คร่าชีวิตผู้ป่วยในสหรัฐมากกว่า 580,000 คน จากผู้ติดเชื้อ 33.6 ล้านคน &amp;quot;ผมคิดว่านี่คือเหตุการณ์สำคัญ เป็นวันอันยอดเยี่ยม&amp;quot; เขากล่าวโดยไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีดีซีเคยถูกวิจารณ์ แม้แต่จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ให้คำแนะนำแบบระมัดระวังเกินไป ผู้คนจำเป็นต้องมองเห็นประโยชน์ของการฉีดวัคซีนที่มีต่อการกลับไปทำกิจกรรมตามปรกติได้มากกว่าที่เป็นอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วาเลนสกีกล่าวว่า คำแนะนำใหม่นี้อ้างอิงจากจำนวนผู้ติดเชื้อที่ลดลงอย่างมาก, การขยายโครงการฉีดวัคซีนให้แก่คนอายุน้อย และประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันมีชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่เกือบ 60% ฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงอย่างรวดเร็ว โดยอัตราเฉลี่ยรอบ 7 วันอยู่ที่ 38,000 คน หรือ 11 คน ต่อ 100,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแนะนำในเว็บไซต์ของซีดีซีกล่าวว่า ผู้ที่ฉีดวัคซีนครบแล้วยังคงต้องปฏิบัติตามกฎหมายของแต่ละรัฐและกฎข้อบังคับในระดับท้องถิ่น หรือสถานที่นั้นๆ ต่อไป และยังต้องสวมแมสก์เมื่ออยู่บนเครื่องบิน, รถโดยสาร, รถไฟ และระบบขนส่งมวลชนรูปแบบอื่นๆ ไม่ว่าภายในหรือภายนอกสหรัฐ และต้องสวมแมสก์เมื่ออยู่ภายในศูนย์กลางการคมนาคมทั้งหลาย เช่น สนามบินและสถานีรถโดยสาร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102892</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลับสู่ภาวะปกติ, ฉีดวัคซีนครบ, ซีดีซี, สวมแมสก์ในอาคาร, สหรัฐ, โควิด-19, ไม่ต้องสวมแมสก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210514/image_big_609e0e7cf0984.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 17:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟเขียวอเมริกันฉีดวัคซีนแล้วอยู่กลางแจ้งไม่ต้องสวมแมสก์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศข่าวดี ชาวอเมริกันที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบแล้วไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยอีกเมื่ออยู่กลางแจ้งที่ไม่มีผู้คนแออัด แต่กฎการสวมแมสก์ในที่ร่มและที่ชุมนุมชนยังมีผลอยู่แม้กับผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ถอดหน้ากากอนามัยระหว่างแถลงข่าวเกี่ยวกับคำแนะนำฉบับปรับปรุงล่าสุดของซีดีซี ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันอังคาร (Photo by Drew Angerer/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีไบเดนประกาศต่อชาวอเมริกันจากสนามหญ้าทิศเหนือของทำเนียบขาวเมื่อวันอังคารที่ 27 เมษายน ว่าโครงการฉีดวัคซีนของสหรัฐมีความคืบหน้าอย่างน่าทึ่ง และคำแนะนำเรื่องการสวมหน้ากากอนามัยที่เข้มงวดนั้นสามารถผ่อนคลายได้แล้ว และสำหรับใครก็ตามที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน โดยเฉพาะคนหนุ่มคนสาว หรือคนที่คิดว่าไม่จำเป็น นี่คือเหตุผลใหญ่อีกอย่างหนึ่งที่พวกคุณควรฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำสหรัฐกล่าวอีกว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้แสดงถึงการเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนสามารถมีความสุขกับชีวิตได้ในเวลาที่ฤดูร้อนใกล้เข้ามา &amp;quot;เริ่มตั้งแต่วันนี้ การรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ในสวน ออกไปปิกนิก ตราบใดที่คุณฉีดวัคซีนแล้ว และอยู่กลางแจ้ง คุณสามารถทำกิจกรรมนี้ได้โดยไม่ต้องสวมแมสก์&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนเดินออกมาที่โพเดียมแถลงข่าวพร้อมกับสวมหน้ากากสีดำ แต่หลังจากแถลงเสร็จเขากลับเข้าทำเนียบขาวโดยไม่สวมหน้ากาก เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เขากำลังส่งสารอะไรเรื่องแมสก์ ไบเดนตอบว่า &amp;quot;ด้วยการเห็นผมถอดมันออก และไม่ได้สวมคืนจนกว่าจะเข้าไปภายใน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าการแถลงที่ทำเนียบขาวไม่นาน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ (ซีดีซี) มีคำประกาศว่า ชาวอเมริกันที่ได้รับวัคซีนครบแล้วสามารถอยู่กลางแจ้งโดยไม่ต้องสวมแมสก์ได้เกือบตลอดเวลา แต่ยังต้องสวมแมสก์เมื่ออยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมาก เช่นในคอนเสิร์ต หรือร่วมขบวนพาเหรดและกิจกรรมกีฬาใหญ่ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระนั้น ซีดีซีระบุว่า การสวมแมสก์ยังเป็นเรื่องจำเป็นเมื่อต้องอยู่ในสถานที่ปิด เช่น ในโรงภาพยนตร์ หรือแม้แต่ในร่มที่ผู้คนไม่แออัดก็ตาม เช่นศูนย์การค้าและพิพิธภัณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขณะนี้มีอเมริกันวัยผู้ใหญ่เกินครึ่งแล้วที่ได้ฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็มจาก 2 เข็ม และอัตราของคนที่ขอเข้ารับการฉีดวัคซีนเริ่มลดลงแล้ว แต่ก็สอดคล้องกับจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ลดลงด้วยเช่นกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สะสมมากกว่า 32.92 ล้านคน จากจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลก 149.4 ล้านคน และมีผู้ป่วยในสหรัฐเสียชีวิตเพราะโควิดแล้วไม่น้อยกว่า 587,000 คน จากผู้เสียชีวิตทั่วโลก 3.15 ล้านคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101072</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีดีซี, หน้ากากอนามัย, แมสก์, โควิด-19, โจ ไบเดน, ไม่ต้องสวมหน้ากาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_608932e02cbd6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47337</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2019 21:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2019 21:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐพบผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นโรคปอดตาย 18 ราย ป่วยอีกเกินพัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐเผยว่า มีผู้เสียชีวิตจากโรคปอดที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ไฟฟ้าตั้งแต่เดือนมีนาคมปีนี้แล้วอย่างน้อย 18 ราย และมีผู้ป่วยมากกว่า 1,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐ (ซีดีซี) แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม ว่า ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากโรคปอด 18 ราย ใน 15 รัฐของสหรัฐ ซึ่งเป็นไปได้ว่าเชื่อมโยงกับการสูบบุหรี่ไฟฟ้า และมีผู้ป่วยโรคปอดจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้าแล้ว 1,080 ราย เป็นตัวเลขที่สูงขึ้นมากจากสัปดาห์ที่แล้วที่มีผู้ป่วยแค่ 275 ราย เนื่องจากมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นมากในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และเพิ่งจะมีรายงานผู้ป่วยที่พบก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.แอนน์ ชูแชท เจ้าหน้าที่อาวุโสของซีดีซี กล่าวว่า เป็นไปได้ว่าจะมีสารอันตรายหลายอย่างในบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งทำให้เกิดอันตรายต่อปอด ซึ่งเป็นเรื่องวิกฤติที่จะต้องมีมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีดีซีเผยว่า จากการสัมภาษณ์ผู้ป่วยโรคปอด 578 ราย ถึงสารที่เขาใช้ในการสูบบุหรี่ไฟฟ้า พบว่า 78% ใช้สารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (ทีเอชซี) ทั้งร่วมกับนิโคตินหรือไม่ใช้ผลิตภัณฑ์นิโคติน, 37% ใช้ผลิตภัณฑ์ทีเอชซีอย่างเดียว และ 17% บอกว่าใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีนิโคตินเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีเอชซีเป็นสารที่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่พบในกัญชา ราว 70% ของผู้ป่วยเป็นเพศชาย และ 80% อายุต่ำกว่า 35 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของแพทย์ที่รักษาผู้ป่วยจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในรัฐนอร์ทแคโรไลนา ชี้ว่าการสูดสารไขมันจากน้ำมันละอองลอย ทำให้ป่วยเป็นโรคปอดบวมเฉียบพลัน และการศึกษาของมาโยคลินิกเผยแพร่สัปดาห์นี้ระบุว่าปอดของผู้ป่วยได้รับควันพิษ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47337</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีดีซี, บุหรี่ไฟฟ้า, ภัยบุหรี่่ไฟฟ้า, ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐ, สหรัฐ, โรคปอด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191004/image_big_5d97533b9e574.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
