<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2018 08:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2018 08:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซีพีขยายธุรกิจในเวียดนามเต็มสูบตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต12%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซีพี เวียดนาม ตั้งเป้ารายได้โต 12% ลุยทุ่มงบ 20 เหรียญสหรัฐ สร้างโรงงานแปรรูปสุกรคาดแล้วเสร็จปี63 ลุ้นส่งออกกุ้งเป็นอันดับ1ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมนตรี สุวรรณโพธิ์ศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี.พี.เวียดนาม คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้ซีพีตั้งเป้าอัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 12% จากปี 2560 มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,947 ล้านเหรียญสหรัฐ โดย 9 เดือนของปีนี้ (ม.ค.-ก.ย.2561) ธุรกิจของซีพีในเวียดนามทำรายได้อยู่ที่ 1,891 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 31% ขณะที่ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมาซีพีเวียดนามมีการลงทุนในเวียดนามไปแล้ว 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งนอกจากซีพีจะมีแผนลงทุนโรงงานแปรรูปไก่เพื่อการส่งออกทางภาคใต้ในปีหน้าแล้ว ยังมีแผนลงทุนสร้างโรงงานแปรรูปสุกรมูลค่าการลงทุนอีก 20 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2563 และในระยะถัดไปมีแผนลงทุนโรงงานอาหารสัตว์อีกประมาณปีละ 1-2 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมนตรีกล่าวว่า โดยในส่วนของโรงงานผลิตอาหารสัตว์เมืองหาย เยือง ตั้งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศเวียดนาม บนพื้นที่ 60 ไร่ กำลังการผลิต 60,000 หมื่นตันต่อเดือน หรือ 7.2 แสนตันต่อปี คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 19-20% เทียบกับธุรกิจอาหารสัตว์จากเกาหลีและผู้ผลิตท้องถิ่น สูงสุดเป็นอันดับ 1 ของธุรกิจนี้ในเวียดนาม จากการผลิตอาหารสัตว์บก 7 โรง กำลังการผลิตรวม 4 ล้านตันต่อปี และโรงงานผลิตอาหารสัตว์น้ำมี 3 โรง กำลังการผลิตรวม 4 แสนตันต่อปี เพื่อจำหน่ายแก่ลูกค้าในเขตภาคเหนือของเวียดนามในหายเยือง ฮานอย หายฝ่อง และหมันฝิ่น 55% และใช้เอง 45%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับผลผลิตจากฟาร์มในปี 2561 มีกำลังการผลิตทั้งสัตว์บกและสัตว์น้ำ แบ่งเป็น สุกรขุน 6.5 ล้านตัว ไก่เนื้อ 66 ล้านตัว ไข่ไก่ 750 ล้านฟอง ปลา 45,800 ตัน กุ้ง 6,500 ตัน และกุ้งแช่แข็ง 11,200 ล้านตัว ซึ่งประเทศเวียดนามตั้งเป้าหมายเป็นประเทศส่งออกกุ้งเป็นอันดับ 1 ของโลกที่ 1 ล้านตันต่อปีภายในปี 2568 จากปีที่ผ่านมาส่งออกที่ 3.3 แสนตันต่อปี โดยซีพีตั้งเป้าหมายมีส่วนแบ่งตลาด 5 แสนตันต่อปี โดยปี 2562 มีแผนขยายโรงเพาะอีก 50,000 ล้านตัวต่อปี และขยายโรงงานผลิตอาหารกุ้งเพิ่มอีก 2 แสนตันต่อปี จากปัจจุบัน 3 แสนตันต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมนตรี กล่าวว่า เวียดนามมีจุดเด่นที่เป็นประเทศเกษตรกรรม คนมีความขยัน กระตือรือร้น มีการบริโภคสูง เช่น เนื้อสุกร 50 ล้านตัวต่อปี แต่มีเสถียรภาพเรื่องการเมืองที่มีการบริหารโดยรัฐบาลเดียว สร้างความมั่นใจให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในเวียดนามจำนวนมาก หลังเวียดนามเปิดประเทศและมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนชัดเจน หลายประเทศจึงใช้เวียดนามเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกสินค้าไปตลาดทั่วโลก ดังนั้นโอกาสที่เวียดนามจะไล่แซงไทยก็ไม่ใช่เรื่องยาก ตราบใดที่การเมืองของเวียดนามยังเข้มแข็ง ทุกภาคส่วนก็มองและเดินไปในเป้าหมายที่เป็นทิศทางเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เวียดนามแตกต่างจากไทยค่อนข้างมาก เนื่องจากเปิดกว้างให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนมากกว่าไทย โดยส่วนตัวคิดว่าเวียดนามยังจะเปิดประเทศรับนักลงทุนให้ได้มากที่สุดจากหลายประเทศ ทั้งญี่ปุ่น ยุโรป สหรัฐอเมริกา และกลุ่มประเทศภายใต้ข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี) ซึ่งไทยไม่ได้เข้าร่วมข้อตกลงนี้ทำให้นักลงทุนสูญเสียโอกาสการลงทุนในไทย ทางซีพีจึงใช้เวียดนามเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังกลุ่มประเทศข้อตกลงทีพีพีขยายออกไปทั่วโลกในตลาดที่มีศักยภาพ&amp;rdquo;นายมนตรี กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23697</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายการลงทุนในเวียดนาม, ซีพี เวียดนาม, สร้างโรงงานแปรรูปสุกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181207/image_big_5c09d304b920a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
