<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51071</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2019 15:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2019 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ณัฏฐพล” ลั่นต้องให้ยาแรง &quot;อาชีวะ พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ หลังคุยฑูตต่างชาติ ไม่มาลงทุนเพราะคุณภาพคนของไทยไม่ชัด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
25พ.ย.62-นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ &amp;quot;อนาคตการศึกษาไทย ปี 2020&amp;quot; ที่งาน ซีพีออลล์ กับยุทธศาสตร์การศึกษาไทย 2562 หรือ CP All Education 2020 ว่า ตลอดเวลาที่ทำงาน 3-4 เดือน ตนมองเห็นบริบทแห่งโอกาส ซึ่งไทยมีแสงสว่างเต็มไปหมด มีโอกาสมากในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นพื้นฐานของประเทศ บุคลิกลักษณะของประชาชนในประเทศไทย หรือเด็กที่เรียนมาแล้วสามารถประสบความสำเร็จในวงอาชีพ เรามีความพร้อมทุกอย่าง แต่สิ่งที่ขาดและยังทำไม่เต็มที่ คือเรื่องการศึกษา ที่ผ่านมาทำมาดีพอสมควรระดับหนึ่ง แต่ยังต้องทำอีกมาก แนวทางการทำงาน การคิดของผู้บริหารสถาบันที่มีการเรียนการสอนทั้งทฤษฎีและปฎิบัติ เป็นทักษะที่ประเทศไทยต้องทำ เป็นแนวทางที่จะทำให้คนไทย เด็กไทยมีความกล้า มีความคิดสร้างสรรค์ มีความรู้ที่ทันสมัยในสิ่งที่จะเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฎฐพล กล่าวต่อว่า ประเทศไทยมีโอกาสแต่ยังไม่พร้อม หรือการศึกษาไม่พร้อมทันสมัยในโลกปัจจุบัน ซึ่งได้มีโอกาสพบฑูต นักลงทุนในหลายประเทศ เมื่อถามว่าเขาจะมาลงทุนในไทยหรือไม่ มักจะได้รับคำตอบว่าไม่มาลงทุนในไทย เพราะเห็นภาพไม่ชัด ไม่แน่ใจว่านโยบายเรื่องที่จะผลักดัน แรงงาน ทักษะที่เป็นทรัพยากรบุคคลดีพอหรือไม่ ดังนั้น เป็น เรื่องที่ศธ.ได้เห็น และจำเป็นต้องปรับ และการปรับของ ศธ. จะปรับอย่างรุนแรง ได้มีการฉีดยาแรงอาชีวะปรับจากหน้ามือเป็นหลังมือ ให้มีความยืดหยุ่น ทั้งเรื่องหลักสูตรและกฎหมาย กฎระเบียบต่างๆ เนื่องจากเป็นการศึกษาที่ตอบโจทย์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ และจะช่วยแก้ปัญหาที่เรากำลังจะมีอยู่หรือกำลังจะเกิดขึ้น สงครามการค้าต่างๆ ดังนั้นถ้าเรามีเรื่องทักษะแรงงานฝีมือตามความต้องการตลาด จะสามารถตอบโจทย์ด้านเศรษฐกิจได้ และการทำงานกับภาคธุรกิจจะทำให้เรารู้ถึงความต้องการแรงงานของตลาดที่แท้จริงได้ หรืองดดูงานต่างประเทศ ซึ่งไปดูมาแล้วแต่ไม่ได้ทำมาใช้ หรือนำมาใช้อย่างไม่เต็มที่ เอางบประมาณเหล่านั้นมาลงทุนด้านดิจิตอล ในปี 2563 โรงเรียนร้อยละ 95 ต้องมีอินเทอร์เน็ตใช้ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อนาคตการศึกษาไทยที่ต้องเร่งดำเนินการ คือ การพัฒนาครูให้สามารถสอนเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ ที่ตอนนี้หาไม่ได้หรือหาได้แต่ไม่พอ รวมถึงครูที่มีทักษะภาษาอังกฤษ ฉะนั้น หลังจากนี้ จะมีการพัฒนาครูให้มีความรู้ภาษาอังกฤษ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI ) และมีความรู้ในวิชาที่ตนเองสอน เพราะเมื่อครูเก่ง เด็กก็จะมีความสามารถ เพื่อเข้าสู่ระดับที่สูงขึ้น เป็นวงจรแห่งการเรียนรู้ เราจะตอบโจทย์โอกาสของประเทศไทยได้แน่นอน&amp;quot;รมว.ศธ. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพล กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม การศึกษาอย่างเดียว ความรู้อย่างเดียว ไม่พอ วันนี้ ผู้บริหารสถานศึกษาต้องปลูกจิตสำนึกในเรื่องความรับผิดชอบต่อผู้อื่น ต่อสังคม ประวัติศาสตร์ของไทย ความเป็นพลเมืองดี มีศีลธรรม ต้องต่อยอดเรื่องเหล่านี้ และศธ.จะผลักดันหลักสูตรเหล่านี้ในกระทรวงศึกษาธิการ ถ้าสถาบันการศึกษาใดมีเรื่องความเป็นไทย ศักยภาพของไทย เป็นเรื่องสำคัญ เพราะโอกาสของไทยมีและแตกต่างจากประเทศอื่นๆ นโยบายของศธ.สอดคล้องกับบริษัทเอกชน ที่ร่วมพัฒนาการศึกษา และประเทศไทย และงานนี้ถือตนถือว่าได้มาทำความเข้าใจในเรื่องของการร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐ และจากที่ตนได้หารือกับประเทศต่างๆ พบว่า จุดเน้นสำคัญคือเรื่องภาษา ดังนั้นเราต้องพลิกการสอนภาษาอังกฤษของประเทศไทย และตนมั่นใจว่าหากเรามีการวางแผนอย่างต่อเนื่อง และมุ่งมั่น ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี เด็กไทยจะสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 ได้ และจะทำให้ตลาดแรงงานเข้าใจและสนใจประเทศไทย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51071</URL_LINK>
                <HASHTAG>CP All Education 2020, ซีพีออลล์, ซีพีออลล์ กับยุทธศาสตร์การศึกษาไทย 2562, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, นโยบายการศึกษา, อนาคตการศึกษาไทย ปี 2020&quot;, อาชีวะศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191125/image_big_5ddb94a86633a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
