<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 12:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ไซยะบุรีพาวเวอร์’ แจงเขื่อนแม่น้ำโขงไม่ได้รับผลกระทบจากพายุเจิมปากา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27 ก.ค. 2564 นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower บริษัทผู้บริหารโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ในสปป.ลาว เปิดเผยว่าว่า ในช่วงวันที่ 25 กรกฏาคม 2564 ได้เริ่มมี ปริมาณน้ำไหลเข้าและผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี จำนวน 8,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเป็นปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงวันที่ 1-24 กรกฎาคม 2564 ที่มีปริมาณน้ำไหลผ่านเฉลี่ย 3,588 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทั้งนี้ เนื่องจากอิทธิพลพายุโซนร้อน &amp;ldquo;เจิมปากา&amp;rdquo; ซึ่งขณะนี้ได้อ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนและอ่าวตังเกี๋ยที่ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ประกอบกับเขื่อนน้ำอู มีการระบายน้ำออกจากเขื่อนตามที่ทางเขื่อนน้ำอูได้ประกาศแจ้งเตือนมาก่อนหน้านี้ โดยคาดการณ์ว่าในวันที่ 27 กรกฏาคม จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าประมาณ 7,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และทยอยลดลงเรื่อยๆ เป็น 6,400 &amp;nbsp;และ 5,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในวันที่ 28 และ 29 กรกฎาคม ตามลำดับ
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;อย่างไรก็ตามโรงไฟฟ้าได้บริหารจัดการโดยการปล่อยน้ำผ่านโรงไฟฟ้าตามปริมาณน้ำจริงที่ไหลเข้าโรงไฟฟ้าตามธรรมชาติออกสู่ท้ายน้ำ เนื่องจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีไม่ใช่เขื่อนประเภทกักเก็บน้ำ ไม่มีความสามารถในการกักเก็บน้ำและไม่มีอ่างเก็บน้ำ แต่เป็นโรงไฟฟ้าแบบน้ำไหลผ่าน หรือ Run-of-River กล่าวคือ ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าโรงไฟฟ้าจะเท่ากับปริมาณน้ำที่ไหลออกจากโรงไฟฟ้าเสมอโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงการไหลตามธรรมชาติของแม่น้ำโขง&amp;rdquo; นายธนวัฒน์ กล่าว
&amp;nbsp;
จากข้อมูลค่าเฉลี่ยรายเดือนปริมาณน้ำ ที่ไหลผ่านโรงไฟฟ้าย้อนหลัง 80 ปี ตั้งแต่ก่อนมีโรงไฟฟ้า (พ.ศ.2483-2563) พบว่า ปริมาณน้ำปัจจุบัน ยังคงอยู่ในกรอบสถิติปริมาณน้ำสูงสุดและต่ำสุด ทั้งนี้แต่ละปีจะมีปริมาณน้ำต่างกัน มีทั้งปีน้ำน้อยหรือปีน้ำมาก และคาดว่าปีนี้จะใกล้เคียงกับช่วงปี 2561 คือเป็นปีที่มีปริมาณน้ำค่อนข้างมากและเกิดขึ้นตามฤดูกาล
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111261</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีเค พาวเวอร์, ผู้บริหารโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี, พายุเจิมปากา, แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ff9f63e8270.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95344</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2021 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2021 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>CKPowerควัก1.8พันล้านซื้อหุ้น‘ไซยะบุรี พาวเวอร์’ เพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มี.ค.2564 นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด &amp;nbsp;(มหาชน) (CKPower) ชื่อย่อหลักทรัพย์ &amp;ldquo;CKP&amp;rdquo; เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติให้เข้าซื้อหุ้นบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ใน สปป.ลาว จำนวน 134,305,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5 ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วของ XPCL จากบริษัท พีที จำกัดผู้เดียว (PTS) เป็นจำนวนประมาณ 1,826.55 ล้านบาท โดย CKPower จะนำเสนอมติการเข้าซื้อหุ้นดังกล่าว เข้าที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 เพื่อพิจารณาอนุมัติในวันที่ 22 เมษายน 2564 นี้ และหลังจากได้รับการอนุมัติตามเงื่อนไขต่างๆ เรียบร้อยแล้ว บริษัทฯ จะดำเนินการลงนามซื้อขายหุ้นดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 3/2564
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ภายหลังการซื้อหุ้นดังกล่าวแล้วเสร็จ จะทำให้ CKPower มีสัดส่วนการถือหุ้นใน XPCL เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 37.50 เป็นร้อยละ 42.50 ของทุนจดทะเบียนของ XPCL ส่วนผู้ถือหุ้นอื่นประกอบด้วย บริษัท นที ซินเนอร์ยี จำกัด ถือหุ้น ร้อยละ 25 บริษัท ผลิตไฟฟ้า-ลาว มหาชน ถือหุ้นร้อยละ 20 และบมจ.ผลิตไฟฟ้า ถือหุ้นร้อยละ 12.50 โดยมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 จำนวน 790 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเท่ากับ 26,861 ล้านบาท มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท
&amp;nbsp;
สำหรับ XPCL เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในสปป.ลาว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2553 และได้รับสัมปทานระยะเวลา 31 ปี เพื่อผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าแบบฝายทดน้ำ ใช้โครงสร้างในการยกระดับน้ำขึ้น &amp;nbsp;โดยไม่มีการผันน้ำออกจากแม่น้ำโขงและไม่มีการกักเก็บน้ำเหมือนเขื่อนที่มีอ่างเก็บน้ำทั่วไป มีปริมาณน้ำไหลเข้าเท่ากับปริมาณไหลออกตลอดเวลา มีกำลังการผลิตติดตั้งทั้งสิ้น 1,285 เมกกะวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้สูงสุดเฉลี่ยปีละ 7,600 ล้านหน่วย เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2562 โดยไฟฟ้าที่ผลิตได้จำนวน 1,220 เมกกะวัตต์ ขายให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ส่วนที่เหลืออีก 60 เมกกะวัตต์ ขายให้แก่รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว
&amp;nbsp;
ส่วนผลประกอบการของ XPCL ในปี 2563 ซึ่งเป็นปีแรกที่มีการผลิตไฟฟ้าเต็มปี มีรายได้รวม 12,079.97 ล้านบาท คิดเป็นกำไร 968.29 ล้านบาท มีปริมาณการขายไฟฟ้า 6,301.4 ล้านหน่วย และมีปริมาณน้ำไหลผ่านเฉลี่ย 2,533.5 ลบ.ม.ต่อวินาที
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;นายธนวัฒน์ กล่าวว่า การเข้าไปซื้อหุ้นเพิ่มในครั้งนี้ เพราะ CKPower มองเห็นโอกาสในการเพิ่มรายได้และอัตราผลตอบแทนที่จะเกิดขึ้นในระยะยาวทั้งในรูปของส่วนแบ่งกำไรในงบกำไรขาดทุนรวมของบริษัท และรายได้เงินปันผลในงบกำไรขาดทุนเฉพาะกิจการของบริษัท นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มศักยภาพของบริษัทฯ ในด้านการแข่งขันและขยายการเติบโตในธุรกิจ Renewable Energy ซึ่งถือเป็นนโยบายการลงทุนที่สำคัญ โดยในปัจจุบันนี้ CKPower ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าประเภทต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 2,167 เมกะวัตต์ จาก 3 กลุ่มธุรกิจ ที่บริษัทได้ลงทุน ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังน้ำ จำนวน 1,900 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าระบบโคเจนเนอเรชั่น 238 &amp;nbsp;เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ 29 เมกะวัตต์ และเป็นส่วนของกำลังการผลิตตามสัดส่วนการลงทุนทั้งหมด 939 เมกะวัตต์
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;นอกจากนี้ CKPower ยังมีข่าวดีที่จะแจ้งผู้ถือหุ้นทุกท่านทราบว่า คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.035 บาท โดยจะจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 นี้&amp;rdquo; นายธนวัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95344</URL_LINK>
                <HASHTAG>CKP, ซีเค พาวเวอร์, ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์, โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี, ไซยะบุรี พาวเวอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_6045b0a004a06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2020 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2020 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>CKP โชว์กำไรโต 831.3 ล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ย. 2563 นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด &amp;nbsp;(มหาชน) (CKPower) ชื่อย่อหลักทรัพย์ &amp;ldquo;CKP&amp;rdquo; เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 3/2563 ของบริษัทและบริษัทในเครือ พลิกกำไรตามคาด หลังจากที่ไตรมาส 2/2563 รายได้ลดลงจากปริมาณน้ำที่ใช้ผลิตไฟฟ้าลดลงเพราะเป็นช่วงฤดูแล้ง โดยในไตรมาส 3 มีรายได้รวม 2,131 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 2,001.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 129.5 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 6.5 &amp;nbsp;และคิดเป็นกำไรสุทธิที่เป็นของ CKPower จำนวน 831.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 33.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 798 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้รายได้ที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 3/2563 มาจาก น้ำงึม 2 มีปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โดยมีปริมาณการขายไฟฟ้า 405.2 ล้านหน่วย เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2562 ที่มีปริมาณการขายไฟฟ้าได้ 299.3 ล้านหน่วย เพิ่มขึ้น 105.9 ล้านหน่วย หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 35.4 ส่วนปริมาณน้ำที่ไหลเข้าโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 เพิ่มจาก 2,220 ล้านลบ.ม. ในปี 2562 เป็น 2,386 ล้านลบ.ม. ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.5 ในส่วนของกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 3/2563 มาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ที่มีการดำเนินงานเต็มไตรมาส ทำให้มีปริมาณการขายไฟฟ้ารวม 2,314 ล้านหน่วย คิดเป็นรายได้ 4,483 ล้านบาท โดยมีปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าเฉลี่ย 4,200 ล้านลบ.ม. ต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2562 ที่มีน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าเฉลี่ย 2,994 ล้านลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของปีก่อนประมาณร้อยละ 40 ในขณะเดียวกันโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น ที่ 1 (BIC-1) และ 2 (BIC-2) ยังคงเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องตามปกติ เนื่องจากยังไม่มีแผนที่จะหยุดเดินเครื่องเพื่อซ่อมบำรุงใหญ่ในปีนี้ ส่วนโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ 9 แห่ง สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตามเป้าเต็มกำลังการผลิตเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายได้ในช่วง 9 เดือนของปีนี้ มีรายได้รวม 5,724 ล้านบาท ลดลงจากช่วง 9 เดือนของปี 2562 ที่มีรายได้ 6,731 ล้านบาท ลดลง 1,007 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 15 โดยสาเหตุหลักมาจากการประกาศจ่ายไฟฟ้าด้วยความระมัดระวังของโรงไฟฟ้าพลังน้ำน้ำงึม 2 ทำให้ในครึ่งปีแรกของปี 2563 ขายไฟฟ้าได้น้อยกว่าครึ่งปีแรกของปี 2562 บวกกับค่าก๊าซของ BIC ในช่วง 9 เดือนของ 2563 ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปี 2562 ประมาณร้อยละ 7 &amp;nbsp;แต่บริษัทฯ ยังสามารถทำกำไรสุทธิที่เป็นของบริษัทฯ จำนวน 397 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิที่เป็นของบริษัท 257 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 140 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 55.0 ซึ่งสาเหตุมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในโรงไฟฟ้าไซยะบุรีที่ 231 ล้านบาท โดยโรงไฟฟ้าไซยะบุรีมีรายได้จากการขายไฟฟ้าช่วง 9 เดือนของปี 2563 รวม 8,942 ล้านบาท คิดเป็นปริมาณการขายไฟฟ้า 4,654.4 ล้านหน่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เนื่องจากตั้งแต่ปลายไตรมาส 2 ของปีนี้ มีพายุและฝนตกต่อเนื่องในสปป.ลาว ทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 มีปริมาณเพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงที่ใช้ผลิตไฟฟ้าสำหรับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี อยู่ในระดับที่เพียงพอและเป็นที่น่าพอใจต่อการขายไฟฟ้าในช่วงเดือนแรกของไตรมาส 4 ที่ผ่านมาและคาดว่าสถานการณ์น้ำจะอยู่ในระดับที่น่าพอใจต่อเนื่องไปในปี 2564 ดังนั้น คาดว่าผลการดำเนินงานของบริษัทฯ จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง&amp;rdquo; นายธนวัฒน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนวัฒน์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้บริษัทฯ เตรียมออกหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกันวงเงินไม่เกิน 4,000 ล้านบาท ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อนำมาใช้ในการดำเนินงานและลงทุนโครงการใหม่ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจา โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ทางทริสเรทติ้งได้จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ดังกล่าวที่ระดับ &amp;ldquo;A-&amp;rdquo; แนวโน้มคงที่ ในขณะเดียวกันยังคงอันดับเครดิตองค์กรของ CKPower ที่ระดับ &amp;ldquo;A&amp;rdquo; แนวโน้ม คงที่ (Stable) ซึ่งทริสเรทติ้งชี้ว่า อันดับเครดิตของ CKPower สะท้อนผลงานในการพัฒนาและดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ และกระแสเงินสดรับที่คาดว่าจะได้จากสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่ได้รับอันดับเครดิต &amp;ldquo;AAA/Stable&amp;rdquo; อีกทั้ง บริษัทฯ มีประวัติการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;โดยในสิ้นไตรมาสที่ 3 ของปี 2563 นี้ บริษัทฯ มีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายประมาณ 2,700 ล้านบาทหรืออัตรา EBITDA Margin ที่ร้อยละ 47 &amp;nbsp;และมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.62 เท่า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83472</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีเค พาวเวอร์, ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์, ผลประกอบการไตรมาส 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200414/image_big_5e9531073a455.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2020 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2020 13:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่ม CKPower มอบเงินแก่มูลนิธิรามาธิบดีฯ และสปป.ลาว รับมือการแพร่ระบาด COVID-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด&amp;nbsp; (มหาชน) (CKPower) ชื่อย่อหลักทรัพย์ &amp;ldquo;CKP&amp;rdquo; เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา CKPower และบริษัทในเครือ ได้แก่ บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด และ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด ได้มอบเงินให้แก่มูลนิธิรามาธิบดีฯ&amp;nbsp; เพื่อสนับสนุนการรับมือและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พร้อมกับสนับสนุนอาหารกล่องจำนวน 3,000 กล่อง ให้แก่ทีมแพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ รวมเป็นเงิน 1,000,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กลุ่ม CKPower ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 2 แห่ง ในสปป.ลาว คือ&amp;nbsp; โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ได้ร่วมกับบริษัท ช. การช่าง (ลาว) จำกัด มอบเงินจำนวน 1,000,000 บาท ให้แก่กระทรวงสาธารณสุข สปป. ลาว ผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ นครหลวงเวียงจันทน์ เพื่อแสดงไมตรีจิตและความห่วงใย ที่กลุ่มบริษัทให้แก่รัฐบาล สปป.ลาว เพื่อใช้หยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;CKPower และบริษัทในเครือ ได้เล็งเห็นความสำคัญและความจำเป็นในการช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยเร็วที่สุด และขอส่งกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุข แพทย์ พยาบาล ของไทยและ สปป. ลาว ทุกท่าน โดยบริษัทฯ พร้อมจะให้ความร่วมมือและสนับสนุนทั้งรัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐอย่างเต็มที่ เพื่อให้พวกเราผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน&amp;rdquo; นายธนวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรีชนา ส่งเสริมสกุล (ปลา) โทร. 094-496-1524&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีเมล์ : trichana.s@ckpower.co.th&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62521</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กลุ่ม CKPower, ซีเค พาวเวอร์, ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200408/image_big_5e8d7470df9ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58246</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2020 15:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2020 15:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>CKPower  โชว์กำไรปี 2562 โต 28%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
CKPower โชว์ผลประกอบการปี 2562 มีรายได้รวม 8,840 ล้านบาท มีกำไร &amp;nbsp; &amp;nbsp; 769 ล้านบาท เติบโต 28% เมื่อเทียบกับปี 2561 หลังรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี มั่นใจปี 2563 เติบโตต่อเนื่อง
&amp;nbsp;
26 ก.พ. 62- นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower ชื่อย่อหลักทรัพย์ &amp;ldquo;CKP&amp;rdquo; เปิดเผยผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อย ในปี 2562 ว่า CKPower มีรายได้รวม 8,840 ล้านบาท ในขณะที่กำไรสุทธิ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 28% อยู่ที่จำนวน 769 ล้านบาท เนื่องจากในปี 2562 มีรายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าสถานีไฟฟ้าย่อยนาบงซึ่งได้ก่อสร้างแล้วเสร็จตั้งแต่ช่วงสิ้นปี 2561 และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ที่ได้เริ่มซื้อขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ โดยจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แล้วตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2562 เป็นไปตามกำหนดเวลาตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.03 บาท โดยจะจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 27 พฤษภาคม 2563
&amp;nbsp;
ในปี 2562 &amp;nbsp;CKPower ยังได้เปิดดำเนินการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา รวม 5 โครงการ คือ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กำลังการผลิตติดตั้ง 0.89 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ บางเลน จังหวัดนครปฐม กำลังการผลิตติดตั้ง 0.97 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พุทธมณฑลสาย 5 จังหวัดนครปฐม กำลังการผลิตติดตั้ง 0.97 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ มหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร กำลังการผลิตติดตั้ง 0.72 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร กำลังการผลิตติดตั้ง 0.52 เมกะวัตต์ ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้ดำเนินการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบริษัท เซาท์อีสท์ เอเชีย เอนเนอร์จี จำกัด อีกร้อยละ 5.33 คิดเป็นมูลค่าการลงทุนเพิ่มเติมรวม 681.5 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นทางอ้อมในโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 จาก 42.0 % เป็น 46.0 %
&amp;nbsp;
นอกจากนี้ มีการปรับโครงสร้างทางการเงินปี 2562 บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (&amp;ldquo;NN2&amp;rdquo;) ได้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ จำนวนรวม 6,000 ล้านบาท โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด (&amp;ldquo;ทริสเรทติ้ง&amp;rdquo;) จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2562 ที่อันดับ &amp;ldquo;A&amp;rdquo; และปรับเพิ่มอันดับเครดิตหุ้นกู้ชุดอื่น ๆ ทั้งหมดของ NN2 เป็นอันดับ &amp;ldquo;A&amp;rdquo; และมีแนวโน้มอันดับเครดิต &amp;ldquo;คงที่&amp;rdquo; โดย NN2 ได้นำเงินจากการออกและเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าวชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงินที่เหลือทั้งหมด เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน
&amp;nbsp;
อนึ่ง บริษัทฯ ยังได้มีการทยอยรับเงินจองซื้อหุ้นสามัญจากการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิ CKP-W1 จำนวน 4,556 ล้านบาท ส่งผลให้ฐานะทางการเงินของบริษัทฯ มีความแข็งแกร่งขึ้นเป็นอย่างมาก โดยบริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Net Interest-Bearing Debt to Equity Ratio) อยู่ที่ 0.62 เท่า ณ สิ้นปี 2562 แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงทางการเงิน พร้อมที่จะลงทุนในโครงการใหม่เพิ่มเติมได้อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;
นายธนวัฒน์ กล่าวว่า ในปี 2563 นี้ บริษัทฯ คาดว่าจะมีผลประกอบการเพิ่มขึ้นจากการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี เต็มกำลังผลิตตลอดทั้งปี ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจด้านผลิตพลังงานไฟฟ้าที่สะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมต่อไป
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;สิ่งหนึ่งที่บริษัทฯ ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง คือการมุ่งมั่นต่อการพัฒนาสู่ความยั่งยืน โดยถือเป็นพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจผลิตพลังงานไฟฟ้าสะอาด ซึ่งตอบสนองต่อการบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (UNSDG : United Nations Sustainable Development Goals) ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ครอบคลุมทั้งในประเทศและ สปป.ลาว อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้โรงไฟฟ้าเติบโตควบคู่ไปกับการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป&amp;rdquo; นายธนวัฒน์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58246</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีเค พาวเวอร์, ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200226/image_big_5e56271d940aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48014</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2019 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2019 14:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>CKPower ยิ้มรับเงินค่าหุ้น CKP-W1 กว่าพันล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;CKPower ยิ้มรับเงินค่าหุ้น CKP-W1 กว่าพันล้านบาท พันธมิตรใช้สิทธิต่อเนื่อง เพราะเชื่อมั่นบริษัทโตไม่หยุด
&amp;nbsp;
14 ต.ค.62- นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP เปิดเผยว่า ตามที่ CKPower &amp;nbsp;ได้แจ้งกำหนดการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญ (CKP-W1) สำหรับงวดวันที่ 30 กันยายน 2562 ซึ่งมีกำหนดอัตราการใช้สิทธิที่ 1.00 หน่วย CKP-W1 &amp;nbsp;ต่อ 1.0007 หุ้นสามัญ ราคาการใช้สิทธิที่ 6.00 บาทต่อ 1 หุ้นสามัญ &amp;nbsp;มีกำหนดระยะเวลาการใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 23-29 &amp;nbsp;กันยายน ที่ผ่านมานั้น ปรากฏว่า มีการใช้สิทธิจากผู้ถือหน่วยจำนวน 165,034,000 หน่วย ซื้อหุ้นสามัญจำนวน 165,149,523 หุ้น คิดเป็นเงินค่าหุ้นที่ CKPower ได้รับจำนวนกว่า 1,000 ล้านบาท โดยผู้ถือหน่วย CKP-W1 ที่ใช้สิทธิหลัก คือ บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) หรือ TTW &amp;nbsp;ซึ่งเป็นพันธมิตรรายใหญ่
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผลจากการใช้สิทธิ CKP-W1 ของผู้ถือหน่วยในครั้งนี้ ทำให้บริษัทฯ มีสถานะการเงินที่แข็งแกร่งมากขึ้น พร้อมที่จะรองรับการขยายงานโครงการขนาดใหญ่ตามแผนที่วางไว้ และแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในการเติบโตที่มั่นคงอย่างต่อเนื่องในอนาคตของบริษัทฯ ด้วย&amp;rdquo; นายธนวัฒน์ กล่าว โดยหลังจากการใช้สิทธิครั้งนี้ CKPower ยังมีจำนวนหุ้นสามัญที่รองรับการใช้สิทธิคงเหลืออีกจำนวน 1,110,617,961 หุ้น
&amp;nbsp;
อนึ่ง ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ (CKP-W1) ของบริษัทฯ มีอายุ 5 ปี นับจากวันที่เสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2558 โดยบริษัทฯ ได้ออกและจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ที่มีการจองซื้อและชำระราคาค่าจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทที่ออกและเสนอขายตามสัดส่วน เป็นจำนวนทั้งหมด 1,870,000,000 หน่วย โดยมีกำหนดใช้สิทธิในวันทำการสุดท้ายของเดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และ ธันวาคม ของแต่ละปีตลอดอายุของใบสำคัญแสดงสิทธิ และวันใช้สิทธิวันสุดท้าย คือ วันที่ 28 พฤษภาคม 2563&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48014</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีเค พาวเวอร์, ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20191008/image_mid_5d9c3791763c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34191</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2019 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2019 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซีเค พาวเวอร์ เดิน&quot;ไซยะบุรี&quot;ยูนิตแรกส่งไฟขายกฟผ. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
ซีเค พาวเวอร์เดินเครื่องยูนิตแรก &amp;quot; ไซยะบุรี&amp;rdquo; &amp;nbsp;ส่งไฟขายกฟผ. สำเร็จตามเป้า เผยโครงการคืบหน้ากว่า 98% พร้อมทยอยเปิดเดินเครื่อง ครบทั้ง 8 เครื่อง ภายในไตรมาส 4 ของปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 เม.ย.62 - นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP ผู้บริหารงานในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ &amp;nbsp;การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้รับซื้อไฟจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เครื่องที่ 1 ของโครงการ ภายหลังจากที่กฟผ.อนุมัติการทดสอบระบบการเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในช่วง Unit Operation Period หรือ UOP โดยเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย นาย.คำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ได้ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เครื่องที่ 1 นับเป็นหนึ่งในแปดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าของโครงการไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี &amp;nbsp;ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบฝายน้ำล้น ตั้งอยู่บนแม่น้ำโขง ในแขวงไซยะบุรี สปป.ลาว มีความยาวข้ามลำน้ำ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;820 เมตร &amp;nbsp;กำลังการผลิตติดตั้งรวม 1,285 เมกะวัตต์ สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 7,600 ล้านหน่วยต่อปี เริ่มก่อสร้างในปี 2555 โดยเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 7 เครื่อง แต่ละเครื่องมีกำลังการผลิต 175 เมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้าส่งผ่านระบบส่งไฟฟ้าขนาด 500 กิโลโวลต์ เพื่อเชื่อมโยงกับระบบสายส่งของกฟผ. และส่งกลับมายังประเทศไทยทางอำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย ส่วนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องที่ 8 มีกำลังการผลิต 60 เมกะวัตต์ ซึ่งจะผลิตและจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบส่งไฟฟ้าขนาด 115 กิโลโวลต์ในสปป. ลาว
&amp;nbsp;
นายธนวัฒน์ กล่าวว่า จากการเปิดเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและเริ่มส่งไฟให้แก่ กฟผ. ถือเป็นความสำเร็จของโครงการไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี ที่สามารถเปิดเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าให้เป็นไปตามแผน โดยปัจจุบันโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไซยะบุรีมีความก้าวหน้ากว่า 98% และจะทยอยเปิดเดินเครื่อง เพื่อขายไฟจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ผ่านการทดสอบระบบแล้ว ให้แก่ กฟผ. ได้ครบทั้ง 8 เครื่อง ภายในไตรมาส 4 ของปี 2562
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34191</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีเค พาวเวอร์, ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์, ไซยะบุรี, ไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190422/image_big_5cbd6b148fd89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
