<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74145</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2020 21:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2020 21:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยิงชายติดอาวุธนอกทำเนียบขาว &#039;ทรัมป์&#039;เผ่นกลางงานแถลง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผชิญเหตุไม่คาดฝันระหว่างแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ เมื่อเจ้าหน้าที่หน่วยซีเคร็ตเซอร์วิสยิงชายติดอาวุธด้านนอกทำเนียบขาวได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่รีบอารักขาทรัมป์ลงจากเวทีแถลงข่าวกลางคัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาเข้ามาเชิญประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงจากเวทีแถลงข่าวกลางคันแล้วออกจากห้องแถลงข่าวเจมส์ เอส. เบรดี ของทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ระทึกที่สร้างความงุนงงแก่นักข่าวในทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม เกิดขึ้นระหว่างที่ประธานาธิบดีทรัมป์เพิ่งเริ่มการแถลงข่าวได้ไม่นาน แล้วจู่ๆ เจ้าหน้าที่หน่วยซีเคร็ตเซอร์วิสเข้ามาขัดจังหวะและกระซิบข้างหูทรัมป์เบาๆ ว่า &amp;quot;ท่านครับ โปรดมากับผมได้ไหม&amp;quot; ทรัมป์และคณะทำงานติดตามออกไป และประตูห้องแถลงข่าวถูกปิดตายโดยนักข่าวถูกขังไว้ภายใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนอก เจ้าหน้าที่ซีเคร็ตเซอร์วิสชุดดำหลายนายพร้อมปืนไรเฟิลอัตโนมัติวิ่งตัดสนามหญ้าเข้าประจำที่กำบังหลังต้นไม้ ข่าวของฟ็อกซ์นิวส์ซึ่งมีทีมกล้องอยู่ภายนอกรายงานว่ามีเสียงปืนดัง 2 นัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่นาทีต่อมา ทรัมป์กลับเข้ามาในห้องแถลงข่าว แล้วเปิดเผยว่า เกิดเหตุการณ์ที่หน่วยซีเคร็ตเซอร์วิสนายหนึ่งเผชิญหน้ากับชายคนหนึ่งด้านนอกทำเนียบขาว และดูเหมือนว่าเขาพกพาอาวุธด้วย ผู้ต้องสงสัยรายนี้โดนยิงและกำลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ทอม ซัลลิแวน หัวหน้าหน่วยอารักขาประธานาธิบดี เปิดเผยผ่านคำแถลงทางทวิตเตอร์ว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นชายวัย 51 ปี ปรี่เข้าหาเจ้าหน้าที่ซีเคร็ตเซอร์วิสนายหนึ่งที่ยืนประจำตำแหน่งบริเวณมุมถนนสาย 17 ตัดถนนเพนซิลเวเนีย ห่างจากทำเนียบขาว 1 ช่วงตึก ผู้ต้องสงสัยรายนี้บอกว่าเขามีอาวุธ แล้ววิ่งเข้าหาเจ้าหน้าที่นายนี้พร้อมชักอาวุธทำท่าเล็งปืน เจ้าหน้าที่จึงยิงเขาที่ลำตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่หลายนายในที่เกิดเหตุช่วยกันปฐมพยาบาลแล้วเรียกหน่วยฉุกเฉินมาพาผู้ต้องสงสัยและเจ้าหน้าที่นายนี้ส่งโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวว่า เขาไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัยว่าคือใครหรือมีมูลเหตุจูงใจใด แต่อาจไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับตัวเขาก็ได้ เหตุการณ์นี้เกิดภายนอกรั้วทำเนียบขาว และไม่มีบุกรุกเข้ามาภายใน หรือมีผู้ที่ได้รับการอารักขารายใดตกอยู่ในอันตราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74145</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีเคร็ตเซอร์วิส, ยิงนอกทำเนียบขาว, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200811/image_big_5f32a775f39a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2019 21:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2019 20:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซีเคร็ตเซอร์วิสจับหญิงชาวจีน นำธัมป์ไดรฟ์ติดมัลแวร์เข้ารีสอร์ตทรัมป์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หน่วยอารักขาประธานาธิบดีสหรัฐจับกุมหญิงชาวจีนมีท่าทีพิรุธ พกโทรศัพท์มือถือหลายเครื่องและธัมป์ไดรฟ์ติดมัลแวร์ เข้ารีสอร์ตมาร์-อะ-ลาโก ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในช่วงเดียวกับทรัมป์พักผ่อนที่นั่นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ รีสอร์ตมาร์-อะ-ลาโกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธว่า เอกสารการจับกุมที่ยื่นต่อศาลรัฐบาลกลางเขตปาล์มบีช รัฐฟลอริดา ลงวันอังคารที่ 2 เมษายน 2562 กล่าวว่า หญิงชาวจีนชื่อ จาง อวี้จิง พยายามเข้ารีสอร์ตมาร์-อะ-ลาโก ของประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อวันเสาร์ที่ 30 มีนาคม โดยเริ่มแรกนั้นเธออ้างว่าเป็นสมาชิกของรีสอร์ตและสนามกอล์ฟแห่งนี้ และบอกว่าจะไปที่สระว่ายน้ำทั้งที่ไม่มีชุดว่ายน้ำติดตัวมาด้วย แล้วต่อมาเธออ้างว่ามาที่นี่เพื่อเข้าร่วมงานมิตรภาพระหว่างจีน-อเมริกาซึ่งไม่มีอยู่จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังโดนจับกุม จางบอกอีกว่า เพื่อนชาวจีนชื่อชาร์ลส์ขอให้เธอเดินทางจากเซี่ยงไฮ้มาร่วมงานนี้ และพยายามพูดคุยกับสมาชิกครอบครัวของประธานาธิบดีเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐกับจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยซีเคร็ตเซอร์วิสที่ทำหน้าที่อารักขาประธานาธิบดีกล่าวว่า จางถือหนังสือเดินทาง 2 ฉบับจากสาธารณรัฐประชาชนจีน แต่เอกสารแจ้งข้อกล่าวหาระบุชื่อประเทศผิดว่าเป็น &amp;quot;สาธารณรัฐจีน&amp;quot; ซึ่งเป็นชื่อทางการของไต้หวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกสารของศาลกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ซีเคร็ตเซอร์วิสที่จับกุมเธอยังพบโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง, คอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว 1 เครื่อง, ฮาร์ดดิสก์พกพา 1 เครื่อง และธัมป์ไดรฟ์ 1 ชิ้น ที่มีซอฟท์แวร์ประสงค์ร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอถูกจับกุมและตั้งข้อหาให้ข้อมูลเท็จต่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง และยอมรับว่าเข้าอาคารหวงห้าม ทั้งนี้ อาคารในรีสอร์ตมาร์-อะ-ลาโกแห่งนี้จะถือเป็นพื้นที่หวงห้ามเมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ใช้เป็นที่พัก มีรายงานว่าทรัมป์กำลังตีกอล์ฟอยู่ในสนามใกล้ๆ ในช่วงที่เจ้าหน้าที่พบเห็นจาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไมอามีเฮอรัลด์รายงานว่า งานที่จางอ้างถึงอาจหมายถึงงานที่รีสอร์ตในวันที่ 30 มีนาคม โดยโซเชียลมีเดียของจีนอ้างว่า จัดโดยชาร์ลส์ ลี ร่วมกับซินดี หยาง หญิงชาวจีน-อเมริกัน อดีตเจ้าของเครือร้านนวดในฟลอริดาที่ถูกตำรวจสอบฐานค้าบริการ และเคยอ้างว่ามีเส้นสายสามารถช่วยให้ลูกค้าเข้าพบทรัมป์และครอบครัวได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32938</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีเคร็ตเซอร์วิส, ธัมป์ไดรฟ์, มัลแวร์, รีสอร์ตมาร์-อะ-ลาโก, หญิงชาวจีน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190403/image_big_5ca4b7b64ee54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2018 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2018 22:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยสปายรัสเซียแฝงสถานทูตสหรัฐในกรุงมอสโกถึง 10 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รายงานข่าวของสื่อชั้นนำในสหรัฐและอังกฤษเมื่อวันพฤหัสบดีเผย ชาวรัสเซียที่ต้องสงสัยว่าเป็นจารชนคนหนึ่งเคยทำงานอยู่ในสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงมอสโกนานถึง 1 ทศวรรษ ก่อนที่จะถูกไล่ออกอย่างเงียบๆ เมื่อปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2561 ว่า รายงานของหนังสือพิมพ์การ์เดียนของอังกฤษซึ่งเปิดเผยเรื่องราวนี้เป็นแห่งแรก และของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น อ้างแหล่งข่าวหลายรายเมื่อวันพฤหัสบดีว่า พลเมืองชาวรัสเซียรายนี้ ซึ่งเป็นหญิง ได้รับการว่าจ้างจากหน่วยซีเคร็ตเซอร์วิส ซึ่งทำหน้าที่อารักขาบุคคลระดับสูงของสหรัฐ แต่การตรวจสอบประวัติของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐตรวจพบพิรุธ โดยพบว่าสตรีรายนี้มักจะพบปะกับสำนักงานข่าวกรองรัสเซีย (เอฟเอสบี) โดยไม่ได้รับอนุญาต อยู่เป็นประจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของกระทรวงกล่าวกับซีเอ็นเอ็นว่า การตรวจสอบพบว่าในบรรดาทุกคนที่พูดคุยกับเอฟเอสบีนั้น หญิงคนนี้ให้ข้อมูลกับหน่วยข่าวกรองรัสเซียมากกว่าที่ควรเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า หญิงที่เชื่อว่าเป็นสายลับรัสเซียรายนี้ สามารถเข้าถึงระบบอินทราเน็ตและระบบอีเมลของหน่วยซีเคร็ตเซอร์วิส ซึ่งเปิดโอกาสให้เธอสามารถเข้าถึงข้อมูลที่อาจมีความอ่อนไหว ซึ่งรวมถึงกำหนดการของประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีสหรัฐ แต่แหล่งข่าวรายนี้ยืนยันกับซีเอ็นเอ็นว่า เธอไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นความลับสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การ์เดียนรายงานว่า หน่วยซีเคร็ตเซอร์วิสพยายามควบคุมเรื่องน่าขายหน้านี้ด้วยการยอมให้เธอออกจากงาน เมื่อครั้งที่รัฐบาลรัสเซียสั่งย้ายบุคลากร 750 คนออกจากสถานทูตสหรัฐ ระหว่างที่สหรัฐและรัสเซียทะเลาะกันทางการทูตสืบเนื่องจากสหรัฐกล่าวหารัสเซียว่าแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2559 &amp;quot;ซีเคร็ตเซอร์วิสพยายามซ่อนรอยรั่วนี้ด้วยการไล่ออก&amp;quot; แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวกับการ์เดียนและว่า ซีเคร็ตเซอร์วิสยังไม่ยอมสอบสวนเป็นการภายในเพื่อประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้วด้วยว่ามีมากถึงขั้นไหน เช่นว่าเธอกล่อมลูกจ้างคนอื่นเพื่อมอบข้อมูลให้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีได้สอบถามกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐว่าได้เห็นรายงานข่าวนี้หรือไม่ แต่ได้คำตอบว่ากระทรวงจะไม่ให้ทัศนะเกี่ยวกับประเด็นข่าวกรอง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14654</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ, ซีเคร็ตเซอร์วิส, สถานทูตสหรัฐ, สปายรัสเซีย, แฝงตัวทำงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180803/image_big_5b646d44b1866.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2018 18:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2018 18:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัดข่าวทีมอารักขาผู้นำสหรัฐทะเลาะจนท.จีน แย่งกระเป๋านิวเคลียร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการสหรัฐปฏิเสธข่าวที่ว่า หน่วยอารักขาผู้นำและหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ตะลุมบอนกับเจ้าหน้าที่ของจีน เรื่อง &amp;quot;กระเป๋านิวเคลียร์&amp;quot; ในช่วงขณะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าพบผู้นำจีนที่กรุงปักกิ่งเมื่อปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 30 กันยายน 2555 ที่ปรึกษาทางทหารจากกองทัพเรือสหรัฐถือกระเป๋านิวเคลียร์ ที่เรียกกันว่า &amp;quot;ฟุตบอล&amp;quot; ซึ่งภายในบรรจุรหัสปล่อยอาวุธนิวเคลียร์ฉุกเฉิน ภาพ Saul LOEB / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 ว่าตามรายงานข่าวของเว็บไซต์ข่าวเอ็กซิออสนั้น เจ้าหน้าที่หน่วยซีเคร็ตเซอร์วิสของสหรัฐ และจอห์น เคลลี หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ที่ติดตามประธานาธิบดีทรัมป์ เข้าพบประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ของจีน ที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 ได้ต่อสู้อย่างชุลมุนกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของจีนหลายนาย ที่ขัดขวางไม่ให้ที่ปรึกษาทางทหารซึ่งมีหน้าที่หิ้ว &amp;quot;ฟุตบอลนิวเคลียร์&amp;quot; (กระเป๋าปุ่มกดนิวเคลียร์) เข้าไปภายในมหาศาลาประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เว็บไซต์นี้อ้างแหล่งข่าวนิรนาม 5 คนที่รู้เรื่องนี้ว่า เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อเคลลีสั่งให้เจ้าหน้าที่สหรัฐทุกนายที่ติดตามประธานาธิบดีพุ่งตรงเข้าหากระเป๋าใบนี้ จากนั้นเจ้าหน้าที่จีนนายหนึ่งได้คว้าตัวเคลลีไว้ แต่เคลลีได้ปัดมือเจ้าหน้าที่จีนนายนี้ไม่ให้จับตัวเขา รายงานเอ็กซิออสบรรยายด้วยว่า เจ้าหน้าที่ซีเคร็ตเซอร์วิสนายหนึ่งเข้าเล่นงานเจ้าหน้าที่จีนจนล้มลงกับพื้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำชี้แจงทางทวิตเตอร์ของหน่วยอารักขาผู้นำสหรัฐเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ปฏิเสธเรื่องราวตามที่เอ็กซิออสรายงาน โดยกล่าวว่า รายงานเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ซีเคร็ตเซอร์วิสหลายนายเล่นงานเจ้าหน้าที่ของประเทศเจ้าภาพระหว่างที่ประธานาธิบดีสหรัฐเยือนจีนเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 นั้นเป็นข่าวเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถลงการณ์อีกฉบับ หน่วยงานนี้ได้บอกเล่ารายละเอียดเหตุการณ์ใหม่ว่า มีบุคคลหนึ่งซึ่งไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของคณะผู้แทนอย่างเป็นทางการ พยายามป้องกันไม่ให้ผู้อารักขาคนหนึ่งของเราเข้าไปภายในห้อง ทำให้เจ้าหน้าที่ซีเคร็ตเซอร์วิสนายหนึ่งรีบเข้าขัดขวาง และมีการต่อสู้ชุลมุนกันช่วงสั้นๆ อย่างไรก็ดี บุคคลผู้นี้ได้ยอมทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สหรัฐนายนี้ และไม่จำเป็นต้องดำเนินการใดอีก ไม่มีช่วงใดเลยที่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ล้มลงกับพื้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานกล่าวด้วยว่า หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยของจีนได้ขอโทษเจ้าหน้าที่สหรัฐต่อความเข้าใจผิดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระเป๋านิวเคลียร์หนัก 20 กิโลกรัมใบนี้ต้องติดตามประธานาธิบดีสหรัฐไปทุกที่ และต้องอยู่ไม่ห่างกาย โดยจะมีที่ปรึกษาทางทหารทำหน้าที่ถือและอารักขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3517</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระเป๋านิวเคลียร์, จีน, ซีเคร็ตเซอร์วิส, นิวเคลียร์, ฟุตบอลนิวเคลียร์, สหรัฐ, หน่วยอารักขาประธานาธิบดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180220/image_big_5a8c083b7e838.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
