<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 21:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 21:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปูติน&#039;ยินดี&#039;อัสซาด&#039;ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีซีเรียสมัยที่4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีได้ครองตำแหน่งเป็นสมัยที่ 4 ตามความคาดหมาย ด้วยคะแนนสนับสนุนเกิน 95% พันธมิตรทั้งประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน และรัฐบาลอิหร่านรีบแสดงความยินดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮัมมูดา ซับบักห์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรของซีเรีย ประกาศผลการนับคะแนนเมื่อวันพฤหัสบดี ว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อวันพุธ ซึ่งมีผู้สมัคร 3 คนนั้น ประธานาธิบดีอัสซาดชนะคะแนนอันดับ 1 ด้วยคะแนนสนับสนุนถึง 95.1% โดยมีประชาชนออกมาใช้สิทธิมากกว่า 14 ล้านคน หรือราว 78%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคู่แข่งของอัสซาดอีก 2 คนคือ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ อับดัลลาห์ ซาลุม อับดัลลาห์ ได้คะแนน 1.5% และมะห์มูด อาเหม็ด มาเร ผู้นำพรรคฝ่ายค้านพรรคเล็ก ได้ 3.3%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัยชนะครั้งนี้จะทำให้อัสซาดวัย 55 ปี ได้ครองอำนาจต่อไปอีก 7 ปี และจะทำให้ตระกูลของเขาปกครองประเทศนี้ยาวนานร่วม 6 ทศวรรษ นับจากยุคของฮาเฟซ อัลอัสซาด ผู้บิดาที่ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อปี 2543 แล้วอัสซาดผู้ลูกรายนี้ได้ครองอำนาจสืบแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัสซาดโพสต์ลงเฟซบุ๊กหาเสียงของเขา แสดงความขอบคุณชาวซีเรียทุกคนที่มีความรู้สึกรักชาติอย่างแรงกล้า และการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีเรียภายใต้อัสซาดผู้ลูกตกอยู่ในภาวะสงครามกลางเมืองยาวนาน 10 ปี ที่เริ่มต้นจากการประท้วงอย่างสันติเพื่อขับไล่เขาเมื่อปี 2544 ก่อนจะบานปลายเป็นความขัดแย้งหลายฝ่ายที่ดึงดูดทั้งพันธมิตรและศัตรูจากต่างชาติร่วมในสมรภูมิ มีคนเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 388,000 คน ประชากรพลัดถิ่นครึ่งประเทศ รวมถึงไม่น้อยกว่า 6 ล้านคนที่ลี้ภัยในต่างแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งซึ่งจัดขึ้นภายในดินแดนราว 70% ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล ถูกรัฐบาลหลายชาติในโลกตะวันตก ทั้งฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, อังกฤษ และสหรัฐ ประณามผ่านแถลงการณ์ร่วมก่อนหน้าวันเลือกตั้งว่า ทั้งไม่เสรีและไม่ยุติธรรม ตุรกีที่เป็นปฏิปักษ์กับอัสซาดระบุว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประกาศผลอย่างเป็นทางการ รัฐบาลรัสเซียซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของอัสซาด แถลงเมื่อวันศุกร์ยกย่องชัยชนะที่เด็ดขาดของอัสซาด ว่าเป็นก้าวสำคัญที่นำไปสู่การเสริมสร้างความมั่นคงภายใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ส่งสาสน์แสดงความยินดีกับอัสซาดด้วย โดยกล่าวว่า ผลคะแนนยืนยันอำนาจทางการเมืองของอัสซาดอย่างสมบูรณ์ และความเชื่อมั่นของพลเมืองซีเรียภายใต้การเป็นผู้นำของเขาเพื่อทำให้สถานการณ์ในซีเรียมีเสถียรภาพโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอิหร่านซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญเช่นกัน แสดงความยินดีกับชัยชนะอันถล่มทลายของอัสซาด โดยระบุว่าเป็น &amp;quot;ก้าวสำคัญ&amp;quot; ที่จะนำไปสู่การรื้อฟื้นสันติภาพหลังจากทศวรรษแห่งสงครามกลางเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104521</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีเรีย, ประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด, ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน, เลือกตั้งประธานาธิบดีซีเรีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b0f78dc3c2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 22:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 22:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซีเรียเลือกตั้งประธานาธิบดี &#039;อัสซาด&#039;จ่อครองเก้าอี้สมัยที่4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ซีเรียจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งที่ 2 ในรอบทศวรรษแห่งสงครามกลางเมือง ประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด จ่อชนะสมัยที่ 4 ในการเลือกตั้งที่ฝ่ายค้านและโลกตะวันตกปรามาสว่าเป็นแค่ละครตลกเพื่อรับรองอำนาจของอัสซาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวซีเรียประท้วงการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่เมืองอิดลิบ เมื่อวันพุธที่ 26 พฤษภาคม 2564 (Photo by Izzeddin Idilbi/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด วัย 55 ปี ไปลงคะแนนที่เขตดูมาของกรุงดามัสกัสพร้อมกับแอสมา ภริยาของเขา โดยกล่าวปฏิเสธเสียงวิจารณ์ของโลกตะวันตกที่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ทั้งไม่เสรีและไม่ยุติธรรม &amp;quot;ความคิดเห็นของพวกคุณไม่มีค่าอะไรเลย&amp;quot; เขากล่าวภายหลังใช้สิทธิเลือกตั้งเมื่อวันพุธที่ 26 พฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าวันเลือกตั้ง รัฐบาลสหรัฐ, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมนี และอิตาลี กล่าวกันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ &amp;quot;ไม่เสรีและไม่ยุติธรรม&amp;quot; ส่วนฝ่ายค้านของซีเรียบอกว่าเป็น &amp;quot;ละครตลก&amp;quot; แต่เสียงวิจารณ์เหล่านี้ไม่ส่งผลอะไรต่อการเลือกตั้ง ที่ค่อนข้างแน่นอนว่าอัสซาดจะชนะเป็นสมัยที่ 4 เนื่องจากคู่แข่งของเขาอีก 2 คนแทบไม่มีชื่อเสียงเรียงนาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่จัดขึ้นในภาวะสงครามกลางเมืองที่ยาวนาน 10 ปี ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 388,000 คน และทำให้ไร้ถิ่นที่อยู่อีกครึ่งหนึ่งของประชากรยุคก่อนสงคราม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัสซาดขึ้นสู่อำนาจเมื่อปี 2543 ภายหลังอสัญกรรมของฮาเฟซ อัสซาด พ่อของเขาที่ปกครองซีเรียนาน 30 ปี โปสเตอร์หาเสียงที่ยกย่องเขาดารดาษทั่วพื้นที่ 2 ใน 3 ของซีเรียที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล โทรทัศน์ของทางการแพร่ภาพที่ผู้ใช้สิทธิต่อแถวยาวเหยียดด้านนอกคูหาเลือกตั้งที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คีนัน อัลคาติบ หนึ่งในนักศึกษาหลายร้อยคนที่ใช้สิทธิที่ด้านนอกมหาวิทยาลัยดามัสกัส บอกว่า เขาเลือกอัสซาด เพราะอัสซาดคือคนเดียวที่ยืนหยัดอยู่ได้ในช่วง 10 ปีของสงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการนับคะแนนน่าจะประกาศได้อย่างเร็วช่วงค่ำวันศุกร์ หรือ 48 ชั่วโมงภายหลังปิดหีบ การเลือกตั้งที่มีผู้สมัครหลายคนในครั้งที่แล้วเมื่อปี 2557 นั้น อัสซาดได้คะแนนถึง 88%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดในช่วงเวลาที่ความรุนแรงลดน้อยลงสู่ระดับต่ำที่สุดนับแต่ปี 2554 แต่เศรษฐกิจของซีเรียก็ดิ่งลงเช่นกัน ปัจจุบันประชากรมากกว่า 80% อยู่ใต้เส้นแบ่งความยากจน และเงินปอนด์ซีเรียก็ตกต่ำเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เงินเฟ้อพุ่งทะยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวซีเรียในบางประเทศได้เลือกตั้งล่วงหน้าที่สถานทูตเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยจำกัดเฉพาะผู้ที่มีเอกสารและตัดสิทธิ์ฝ่ายค้านที่หนีออกนอกประเทศอย่างผิดกฎหมาย หลายประเทศที่ต่อต้านอัสซาดไม่อนุญาตให้จัดการเลือกตั้งล่วงหน้า รวมถึงตุรกีและเยอรมนีที่มีผู้ลี้ภัยชาวซีเรียจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฌ็อง-อีฟส์ เลอ ดรียอง รัฐมนตรีต่างประเทศของฝรั่งเศส กล่าวว่า การลงคะแนนครั้งนี้ไม่ใช่การเลือกตั้งที่แท้จริง ด้วยข้อเท็จจริงที่ว่าชาวซีเรียจำนวนมากในประเทศและต่างประเทศไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรียที่ผู้คน 3 ล้านคนอยู่ภายใต้การควบคุมของกบฏ มีชาวซีเรียนับพันคนเดินขบวนประท้วงการเลือกตั้ง หรือแม้แต่ที่เมืองดาราอา ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวที่ทหารของอัสซาดควบคุมได้ ชาวเมืองบางคนเรียกร้องให้คว่ำบาตรการเลือกตั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104313</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครองอำนาจสมัยที่ 4, ซีเรีย, บาชาร์ อัลอัสซาด, เลือกตั้งประธานาธิบดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60ae698e50191.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2020 07:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2020 07:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระวังซ้ำรอยซีเรีย! &#039;ไพศาล&#039;เตือนใช้ม็อบชนม็อบผลที่ได้ไม่เหมือน6ตุลา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค. 63 - นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;เมื่อครั้ง 6 ตุลาคม มียานเกราะ ดาวสยามและกระทิงแดง วันนี้แม้มีดาวสยามใหม่ ยานเกราะใหม่และกระทิงแดงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ 1. เมื่อครั้ง 6 ตุลาคม มีจุดชุมนุมแค่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แห่งเดียว แต่ปัจจุบันนี้ จุดชุมนุมพลิกแพลงในลักษณะทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เมื่อครั้ง 6 ตุลาคม ไม่มีปัญหาเศรษฐกิจ ไม่มีคนตกงาน ไม่มีคนอดอยาก และไม่มีปัญหาข้าราชการชั้นผู้น้อยที่คับข้องหมองใจมากมายเหมือนปัจจุบันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เมื่อครั้ง 6 ตุลาคมไม่มีกองแทรก กองซ้อน กองซ้ำ แต่วันนี้ มีสิ่งแทรกซ้อนมากมาย ดังนั้นถ้าใครคิดที่จะใช้ม็อบชนม็อบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลที่เกิดขึ้นจะไม่เหมือน 6 ตุลาคม แต่จะเป็นแบบเวียดนามยุคโงดินเดียมหรือเกาหลียุค ปักจุงฮี หรือไม่ก็จะเป็นแบบซีเรีย&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72984</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีเรีย, ม็อบชนม็อบ, เหตุการณ์6ตุลา, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190423/image_big_5cbe57d634fc4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72415</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2020 18:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2020 17:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำแตกตื่น สหรัฐส่งเอฟ-15 ประกบบินโดยสารอิหร่านเหนือซีเรีย (มีคลิป)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ใหญ่คับฟ้า กองบัญชาการกลางสหรัฐส่งเครื่องบินรบ 2 ลำ ประกบเครื่องบินโดยสารของอิหร่านเหนือน่านฟ้าซีเรียเมื่อวันพฤหัสบดี นักบินรีบลดระดับทำผู้โดยสารแตกตื่น บางรายได้รับบาดเจ็บ สหรัฐอ้างเป็นการเข้าสกัดกั้นอย่างมืออาชีพตามมาตรฐานสากล&lt;/p&gt;





&lt;p&gt;วิดีโอที่สำนักข่าวไออาร์ไอบีของอิหร่านเผยแพร่อ้างว่าเครื่องบินรบบินตามประกบเครื่องบินโดยสารอิหร่านเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2563 / Twitter&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2563 อ้างแถลงการณ์ของกองทัพสหรัฐที่กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เครื่องบินเอฟ-15 ลำหนึ่งของสหรัฐที่อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจทางอากาศตามปกติได้ตรวจสอบด้วยสายตาตามมาตรฐานกับเครื่องบินโดยสารลำหนึ่งของสายการบินมาฮานแอร์ในระยะห่างอย่างปลอดภัยประมาณ 1,000 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองบัญชาการกลาง (เซนต์คอม) ออกแถลงการณ์ภายหลังสถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่านเผยแพร่วิดีโอที่แสดงภาพผู้โดยสารบนเครื่องกรีดร้องเมื่อดูเหมือนว่าเครื่องบินเปลี่ยนทิศกะทันหัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีวิดีโออีกชิ้นที่ถ่ายด้วยโทรศัพท์เผยให้เห็นเครื่องบินขับไล่อย่างน้อย 2 ลำบินอยู่ข้างเครื่องบินโดยสารลำนี้ รายงานเบื้องต้นประกอบวิดีโอของทีวีอิหร่านกล่าวว่า เชื่อว่าเครื่องบินรบเป็นของอิสราเอล ที่บินอย่างอันตราย และทำให้นักบินเครื่องบินพาณิชย์ต้องลดระดับความสูงอย่างรวดเร็ว เพื่อหลีกเลี่ยงการชน ทำให้ผู้โดยสารบาดเจ็บหลายราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสำนักข่าวไออาร์เอ็นเอของทางการอิหร่านกล่าวว่า นักบินมาฮานแอร์ติดต่อวิทยุสื่อสารกับเครื่องบินรบของสหรัฐ 2 ลำนี้ และเครื่องบินโดยสารลงจอดอย่างปลอดภัยที่กรุงเบรุตของเลบานอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเซนต์คอม ซึ่งดูแลครอบคุมทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง ยืนกรานว่าเป็นการบินสกัดกั้นอย่างมืออาชีพสอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศ &amp;quot;ทันทีที่นักบินเอฟ-15 พิสูจน์ทราบว่าเป็นเครื่องบินโดยสารมาฮานแอร์ เอฟ-15 ก็เปิดระยะห่างอย่างปลอดภัยจากเครื่องบินลำนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีโทรทัศน์ของอิหร่านกล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการยั่วยุและก่ออันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อับบาส มูซาวี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า อิหร่านติดต่อไปยังองค์การสหประชาชาติและสถานเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำกรุงเตหะรานที่ดูแลผลประโยชน์ของสหรัฐในอิหร่านแล้ว &amp;quot;หากเกิดอะไรขึ้นกับเครื่องบินโดยสารในขากลับ อิหร่านจะถือว่าสหรัฐต้องรับผิดชอบ&amp;quot; มูซาวีกล่าวกับไออาร์เอ็นเอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สื่อของทางการซีเรียรายงานว่า เครื่องบินหลายลำที่เชื่อว่าเป็นของกองกำลังผสมภายใต้การนำของสหรัฐบินสกัดกั้นเครื่องบินโดยสารของอิหร่านเหนือเขตอัลทานัฟ บริเวณชายแดนจอร์แดนและอิรัก ทำให้กัปตันเครื่องบินโดยสารต้องลดระดับลงอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานบีบีซีกล่าวว่า สายการบินเอกชนของอิหร่านรายนี้ก่อตั้งเมื่อปี 2534 สหรัฐกล่าวหาสายการบินนี้ว่าให้การสนับสนุนทางการเงิน, วัตถุและเทคโนโลยีแก่กองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน และออกมาตรการคว่ำบาตรเมื่อปี 2554 ต่อมาในปี 2562 หลายประเทศในยุโรปห้ามสายการบินนี้ดำเนินการในสนามบินของตน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72415</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีเรีย, มาฮานแอร์, เครื่องบินรบสหรัฐ, เครื่องบินโดยสารอิหร่าน, เซนต์คอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200724/image_big_5f1abcd256f12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2020 20:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2020 20:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝีมือใคร วางระเบิดรถน้ำมันกลางตลาดภาคเหนือซีเรีย ดับ46ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คนร้ายวางระเบิดรถบรรทุกน้ำมันกลางตลาดขณะชาวมุสลิมซื้อของเตรียมละศีลอดที่เมืองอัฟริน พื้นที่ควบคุมของกองกำลังซีเรียที่ตุรกีหนุนหลังทางภาคเหนือของซีเรีย เผยสังเวยอย่างน้อย 46 ศพรวมนักรบกบฏ เจ็บครึ่งร้อย&amp;nbsp; รัฐบาลตุรกีโทษกองกำลังเคิร์ดอยู่เบื้องหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่วยป้องกันภัยพลเรือนช่วยดับไฟหลังเหตุระเบิดในเมืองอัฟริน ที่ตุรกีโทษว่าเป็นฝีมือกองกำลังชาวเคิร์ดกลุ่มพีเคเค เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุระเบิดรถบรรทุกน้ำมันที่เมืองอัฟริน ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ในการควบคุมของกองกำลังที่สนับสนุนตุรกี เกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 28 เมษายน บีบีซีรายงานการเผยของผู้ว่าฯ จังหวัดฮาเตย์ของตุรกีที่ติดกับชายแดนซีเรียว่า รถบรรทุกน้ำมันที่ผูกระเบิดมือลูกหนึ่ง ระเบิดขึ้นที่ตลาดขณะที่มีประชาชนหนาแน่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กู้ภัยพลเรือนซีเรียหรือที่รู้จักในชื่อ &amp;ldquo;ไวท์เฮลเม็ตส์&amp;rdquo; เผยแพร่ภาพของพนักงานดับเพลิงสกัดเพลิงที่เผาไหม้อาคารและรถยนต์หลายคัน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยขนย้ายศพที่ไหม้เกรียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รามี อับดุล เราะห์มาน หัวหน้ากลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนในซีเรีย&amp;nbsp; เผยว่า เหตุระเบิดที่เมืองอัฟรินมีประชาชนเสียชีวิตอย่างน้อย 46 ศพ และบาดเจ็บ 50 คน หลายรายอาการสาหัส ผู้เสียชีวิตรวมถึงนักรบซีเรียสนับสนุนตุรกีอย่างน้อย 6 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนในซีเรียโพสต์ทางทวิตเตอร์ว่ามีเด็กเสียชีวิต 11 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังไม่มีกลุ่มใดออกมายอมรับว่าอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดที่เมืองอัฟรินครั้งนี้ ซึ่งเป็นการโจมตีครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งนับแต่ทหารตุรกีและฝ่ายกบฏที่เป็นพันธมิตรยึดเมืองนี้จากกองกำลังชาวเคิร์ดเมื่อเดือนมีนาคม 2561 หลังจากโจมตีทางอากาศและภาคพื้นดินนาน 2 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกระทรวงกลาโหมตุรกีประณามเหตุระเบิดที่เมืองอัฟรินว่าเป็นฝีมือของกองกำลังป้องกันประชาชนชาวเคิร์ด (วายพีจี) ซึ่งเป็นกองกำลังของพรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน (พีเคเค) โพสต์ทางทวิตเตอร์ของกระทรวงระบุว่า พีเคเค/วายพีเค ศัตรูของมนุษยชาติ โจมตีเป้าหมายที่เป็นพลเมืองผู้บริสุทธิ์อีกครั้งในเมืองอัฟริน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มอร์แกน ออร์ตากัส โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ แถลงประณามเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นคร่าชีวิตประชาชนหลายสิบคนที่ออกมาจับจ่ายซื้อของในตลาดกลางของเมืองอัฟรินสำหรับการละศีลอดในช่วงเดือนรอมฎอน ว่าเป็นการกระทำของปีศาจที่ขี้ขลาด และรับไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นฝีมือของฝ่ายใดในความขัดแย้งนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64654</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองกำลังชาวเคิร์ด, ซีเรีย, ระเบิดรถบรรทุกน้ำมัน, เมืองอัฟริน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200429/image_big_5ea97fef66905.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59062</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2020 23:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2020 23:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สงบชั่วคราว ตุรกี-รัสเซียตกลงหยุดยิงที่&#039;อิดลิบ&#039;ของซีเรีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย และประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี บรรลุข้อตกลงหยุดยิงที่จังหวัดอิดลิบทางภาคเหนือของซีเรีย โดยเริ่มมีผลตั้งแต่หลังเที่ยงคืนของวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน (ซ้าย) จับมือประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน หลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2563 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ปูตินและแอร์โดอัน ซึ่งเป็นผู้นำต่างชาติที่มีบทบาทสำคัญในสงครามยาวนาน 9 ปีของซีเรีย บรรลุข้อตกลงกันได้ภายหลังเจรจากันนานกว่า 6 ชั่วโมงที่กรุงมอสโกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม ข้อตกลงนี้จะสร้างระเบียงความมั่นคงตลอดทางหลวงสาย เอ็ม4 ในภาคเหนือของซีเรีย โดยทหารตุรกีและรัสเซียจะเปิดการลาดตระเวนร่วมกันในพื้นที่นั้นต่อไปภายในเดือนมีนาคมนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปูตินกล่าวว่า ข้อตกลงนี้จะเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับการยุติการสู้รบในจังหวัดอิดลิบของซีเรีย และสำหรับการยุติความทุกข์ที่พลเรือนซีเรียประสบอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองกำลังของฝ่ายประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด เปิดปฏิบัติการรุกโจมตีที่มั่นสุดท้ายของฝ่ายกบฏในซีเรียมาตั้งแต่เดือนธันวาคม มีพลเรือนสังเวยชีวิตนับพันคน ไร้ที่อยู่อีกเกือบ 1 ล้านคน องค์การสหประชาชาติเคยกล่าวถึงวิกฤติผู้อพยพในซีเรียติดชายแดนตุรกี ว่าเป็นภาวะฉุกเฉินด้านมนุษยธรรมเลวร้ายที่สุดนับแต่สงครามนี้เริ่มต้นเมื่อปี 2554&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ในพื้นที่ตึงเครียดขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จากความขัดแย้งระหว่างซีเรียกับตุรกี ซึ่งส่งทหารรุกรานภาคเหนือของซีเรียตั้งแต่ปี 2559 และหนุนหลังกบฏต่อต้านอัสซาด เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ซีเรียโจมตีทางอากาศสังหารทหารตุรกี 34 นาย ทำให้ตุรกีตอบโต้อย่างหนักหน่วง และยังขู่เปิดพรมแดนให้ผู้อพยพและผู้ลี้ภัยหลั่งไหลเข้ายุโรปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนซีเรียและนักข่าวเอเอฟพีในจังหวัดอิดลิบกล่าวว่า สถานการณ์ในพื้นที่เมื่อวันศุกร์ค่อนข้างสงบ ท้องฟ้าปราศจากเครื่องบินรบทั้งของซีเรียและรัสเซียเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน แม้รามี อับเดล เราะห์มาน ผู้อำนวยการองค์กรฯ จะรายงานว่า ก่อนรุ่งสางวันศุกร์ยังคงมีการยิงตอบโต้กัน แต่ไม่ได้ทำให้มีใครบาดเจ็บล้มตาย และดูเหมือนว่าทั้งสองฝ่ายจะเคารพข้อตกลงหยุดยิงกันหลังจากนั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59062</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดอิดลิบ, ซีเรีย, ตกลงหยุดยิง, ตุรกี, รัสเซีย, วลาดิมีร์ ปูติน, เรเจป ทายยิป แอร์โดอัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200306/image_big_5e627b1882627.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2020 21:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2020 21:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตุรกีหวัง&#039;ปูติน&#039;บีบซีเรียหยุดยิง เตือนยุโรปรอรับผู้ลี้ภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี ตีรวนชาติยุโรปที่ไม่ช่วยหนุนหลังกรณีมีความขัดแย้งกับซีเรีย ประกาศเปิดพรมแดนให้ผู้ลี้ภัยหลั่งไหลเข้ายุโรปเพื่อแบ่งเบาภาระของตุรกี ขณะเดียวกันหวังการเจรจากับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน จะบีบให้ซีเรียยอมทำข้อตกลงหยุดยิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวของผู้นำตุรกีเมื่อวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม เกิดขึ้นไล่หลังกองทัพตุรกีเปิดปฏิบัติการทางทหารเต็มสูบ เพื่อตอบโต้ที่ซีเรียโจมตีทางอากาศสังหารทหารตุรกี 34 นายในจังหวัดอิดลิบของซีเรียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยตุรกียิงเครื่องบินรบของซีเรียตก 2 ลำเมื่อวันอาทิตย์ และยังส่งโดรนโจมตีขบวนรถของทหารซีเรียในเขตจาบัลอัลซาวียะและโจมตีฐานที่มั่นใกล้เมืองมาเร็ตอัลนูมานของจังหวัดอิดลิบ ฆ่าทหารซีเรียอย่า
น้อย 19 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอร์โดอันกล่าวว่า เขาและปูตินมีกำหนดประชุมสุดยอดกันที่กรุงมอสโกวันพฤหัสบดีนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับความรุนแรงที่ขยายขอบเขตมากขึ้น และเขาหวังว่าปูตินจะใช้มาตรการที่จำเป็นกับซีเรีย เช่นการหยุดยิง แล้วทั้งสองฝ่ายจะได้หาทางออกเรื่องนี้กันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพตุรกีเปิดปฏิบัติการทางทหารในจังหวัดอิดลิบของซีเรีย หลังจากกองทัพของซีเรียเปิดปฏิบัติการรุกโจมตีจังหวัดภาคตะวันตกเฉียงเหนือติดชายแดนตุรกีแห่งนี้ โดยมีรัสเซียสนับสนุนทางอากาศ เพื่อยึดอิดลิบคืนจากการควบคุมของฝ่ายกบฏที่ตุรกีหนุนหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโฆษกของรัฐบาลรัสเซียกล่าวว่า ความร่วมมือกับตุรกีเป็นเรื่องที่รัสเซียให้ความสำคัญสูงสุด กองทัพของรัสเซียและตุรกีติดต่อสื่อสารกันตลอด ตอนนี้รัสเซียกำลังมุ่งความสนใจไปที่การเจรจาระหว่างปูตินกับแอร์โดอัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลตุรกีหนุนหลังกบฏอิสลามิสต์กลุ่มหนึ่งในพื้นที่นั้น และได้จัดตั้งที่มั่นตรวจการณ์หลายแห่งไว้ในพื้นที่นั่นตามข้อตกลงปี 2561 ที่ลงนามไว้กับรัฐบาลรัสเซีย เพื่อป้องกันการรุกโจมตีเต็มรูปแบบของประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพซีเรียเริ่มรุกโจมตีเพื่อยึดคืนอิดลิบตั้งแต่เดือนธันวาคม และเมื่อวันจันทร์ ก็สามารถยึดเมืองซารากิบไว้ได้ องค์กรสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนซีเรียเผยว่า กองทัพซีเรียด้วยการสนับสนุทางอากาศของรัสเซีย สามารถยึดเมืองซารากิบซึ่งอยู่บนเส้นทางหลวงระหว่างกรุงดามัสกัสกับเมืองอาเลปโปไว้ในความควบคุมอย่างสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสู้รบที่ยาวนาน 9 ปีในซีเรียผลักดันให้มีผู้อพยพทิ้งถิ่นฐานหนีภัยแล้วเกือบ 1 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระหว่างการแถลงทางโทรทัศน์เมื่อวันจันทร์ แอร์โดอันกล่าวเตือนชาติยุโรปด้วยว่าจะต้องรับภาระส่วนของตนกรณีวิกฤติผู้อพยพหนีความรุนแรงในภูมิภาคนี้ &amp;quot;หลังจากเราเปิดประตู ก็มีเสียงเรียกร้องมากมายว่าให้ &amp;#39;ปิดประตู&amp;#39; ผมบอกพวกเขาไปว่า เรื่องนี้จบลงแล้ว ตอนนี้ประตูเปิดแล้ว พวกคุณจะต้องรับผิดชอบภาระในส่วนของตน&amp;quot; ผู้นำตุรกีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังซีเรียถล่มทางอากาศฆ่าทหารตุรกี แอร์โดอันสั่งเปิดพรมแดนให้ผู้ลี้ภัยเดินทางต่อไปยุโรปได้เมื่อวันศุกร์ ทำให้ผู้อพยพและผู้ลี้ภัย ซึ่งรวมถึงชาวอัฟกัน, อิรัก และซีเรีย มารวมตัวกันที่ชายแดนตุรกี-กรีซราว 13,000 คนช่วงสุดสัปดาห์ และเกิดการปะทะกับตำรวจกรีก ที่ยิงแก๊สน้ำตาขับไล่ผู้ลี้ภัยที่ตอบโต้ด้วยการขว้างปาก้อนอิฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันตุรกีรองรับผู้ลี้ภัยไว้ราว 4 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นชาวซีเรีย แต่เมื่อปี 2559 ตุรกีทำความตกลงกับสหภาพยุโรป (อียู) ว่าจะป้องกันไม่ให้ผู้ลี้ภัยเดินทางเข้ายุโรป แลกกับความช่วยเหลือหลายพันล้านยูโร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มอียูมีกำหนดประชุมกันสัปดาห์นี้ตามคำร้องขอของกรีซ เพื่อหารือสถานการณ์ไม่ให้บานปลายเป็นเหมือนการหลั่งไหลของผู้อพยพเข้ายุโรปเมื่อปี 2558.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58691</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีเรีย, ตุรกี, ผู้ลี้ภัยเข้ายุโรป, วลาดิมีร์ ปูติน, หยุดยิง, อิดลิบ, เรเจป ทายยิป แอร์โดอัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200302/image_big_5e5d1962151e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
