<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2018 20:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2018 20:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>CNN เผยคำพูดสุดท้าย &#039;คาช็อกกี&#039; ก่อนตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ซีเอ็นเอ็นรายงานอ้างแหล่งข่าวที่ได้อ่านบทสนทนาที่ถอดจากเทปบันทึกเสียงช่วงเวลาก่อนการฆาตกรรม &amp;quot;จามัล คาช็อกกี&amp;quot; ว่านักข่าวชาวซาอุดีอาระเบียรายนี้กล่าวประโยคสุดท้ายว่า &amp;quot;ผมหายใจไม่ออก&amp;quot; ก่อนที่เขาจะสิ้นเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 ป้ายขนาดใหญ่แขวนอยู่ที่สำนักงานสหภาพผู้สื่อข่าวตูนิเซีย เป็นการ์ตูนภาพมกุฎราชกุมารซาอุฯ ทรงถือเลื่อย พร้อมข้อความต่อต้านการเสด็จเยือนตูนิเซีย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาช็อกกีเป็นนักข่าวอิสระที่เขียนคอลัมน์ให้กับหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ เขามักวิจารณ์นโยบายของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย และทำให้ต้องหนีออกนอกประเทศมาพำนักในสหรัฐ เขาถูกฆ่าตายภายในสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียประจำนครอิสตันบุลเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ขณะเข้าไปขอเอกสารเพื่อแต่งงานกับคู่หมั้นชาวตุรกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีข่าวซีเอ็นรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม 2561 ว่าแหล่งข่าวรายนี้เปิดเผยว่าบทสนทนาที่ถอดความออกมาได้ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า การฆาตกรรมครั้งนี้เป็นการฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และระหว่างเกิดเหตุมีเสียงพูดคุยโทรศัพท์หลายครั้ง เพื่อรายงานความคืบหน้าด้วย รายงานซีเอ็นเอ็นกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตุรกีเชื่อว่าการสนทนาทางโทรศัพท์เหล่านี้เป็นการต่อสายถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนในกรุงริยาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีเอ็นเอ็นกล่าวว่า ข้อมูลจากการถอดเทปบันทึกเสียงเหตุการณ์น่าสยดสยองนี้รวมถึงการบรรยายถึงการดิ้นรนต่อสู้ระหว่างคาช็อกกีกับทีมสังหาร และยังมีเสียงของการใช้เลื่อยหั่นศพเขาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลที่ถอดความจากเสียงบันทึกฉบับดั้งเดิมนั้นจัดทำโดยหน่วยข่าวกรองของตุรกี ซีเอ็นเอ็นกลาวว่า แหล่งข่าวของตนได้อ่านจากฉบับแปลและได้ฟังสรุปผลการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ในวันอาทิตย์ อาเดล อัลจูเบอีร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดีอาระเบีย ปฏิเสธทำตามข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี ที่ต้องการให้รัฐบาลซาอุฯ ส่งตัวผู้ต้องสงสัยในคดีนี้มายังตุรกี &amp;quot;เราไม่ส่งพลเมืองของเราเป็นผู้ร้ายข้ามแดน&amp;quot; เขายืนยัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการตุรกีเคยกล่าวไว้ว่า ซาอุฯ ส่งทีมสังหาร 15 คนมายังตุรกีเพื่อฆ่านักข่าวรายนี้ และวันพุธที่แล้ว ศาลตุรกีออกหมายจับคนใกล้ชิดเจ้าชาย 2 คน รายหนึ่งคืออาหมัด อัลอัสซิรี อดีตหัวหน้าข่าวกรอง และอีกรายคือซาอุด อัลกาห์ตานี เป็นอดีตที่ปรึกษาของราชสำนัก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23928</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำพูดก่อนตาย, จามัล คาช็อกกี, ซาอุดีอาระเบีย, ซีเอ็นเอ็น, เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181210/image_mid_5c0e660586ca4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทั่วโลกร่วมยินดีไทยกู้ชีพทีมหมูป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สื่อทั่วโลกร่วมรายงานเกาะติดปฏิบัติการกู้ชีพทีมหมูป่าภายหลังได้รับข่าวดีเมื่อคืนวันจันทร์ พร้อมระบุยังมีงานยากลำบากในการพาเด็กออกจากถ้ำ บีบีซีเผยประวัติ 2 นักดำถ้ำชาวอังกฤษที่พบทีมหมูป่าเป็นชุดแรกเคยช่วยเหลือคนติดถ้ำมาอย่างโชกโชน ขณะรัฐมนตรีต่างประเทศอิตาลีและสถานทูตของหลายประเทศร่วมยินดี กต.ไทยเตรียมทำหนังสือขอบคุณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวการพบเจอเด็กนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมี และผู้ช่วยโค้ชรวม 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวงฯ จังหวัดเชียงรายมาตั้งแต่วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2561 ได้รับความสนใจจากสำนักข่าวชั้นนำทั่วโลก ที่พากันรายงานข่าวด่วนตั้งแต่วินาทีที่นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ประกาศข่าวเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.ของวันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม หรือในวันที่ 9 ของการค้นหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวบีบีซี, รอยเตอร์, เอเอฟพี, เอพี, ซีเอ็นเอ็น, ซินหัว, อัลจาซีราห์ และสำนักข่าวชั้นนำอื่นๆ ต่างรายงานบรรยากาศของความยินดีและความโล่งใจของครอบครัวเด็กๆ รวมถึงคนไทยทั้งประเทศและทีมกู้ภัยทุกภาคส่วนทั้งชาวไทยและต่างชาติจากหลายประเทศ นอกจากนี้ สื่อสำนักต่างๆ ยังเผยแพร่วิดีโอคลิปจากเฟซบุ๊กของ Thai Navy Seal ที่เผยให้เห็นวินาทีที่นักดำน้ำในถ้ำผู้เชี่ยวชาญ 2 คนไปพบเจอทีมหมูป่าบนเชิงถ้ำเหนือน้ำลึก ห่างจากพัทยาบีชขึ้นไปราว 400 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวต่างประเทศในวันอังคารที่ 3 กรกฎาคม ยังคงเกาะติดความคืบหน้าการช่วยเหลือ โดยเฉพาะการพาตัวทีมหมูป่าออกมาจากถ้ำที่โดนน้ำท่วมปิดทางออกไว้ รายงานเอเอฟพีอ้างคำกล่าวของนายภาสกร บุญญรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ว่าทีมกู้ภัยของกองทัพได้เร่งติดตั้งสายโทรศัพท์เพื่อให้เด็กๆ ได้พูดคุยกับครอบครัวเป็นครั้งแรก และทีมซีลของกองทัพเรือไทย ซึ่งรวมถึงแพทย์ ได้เข้าไปอยู่กับเด็กๆ ในระหว่างที่ทีมกู้ภัยเตรียมแผนการอพยพพวกเขาออกจากถ้ำ โดยได้นำอาหารและยา รวมถึงเอเนอร์จีเจลที่ให้พลังงานสูงและยาพาราเซตามอลไปให้เด็กๆ แต่เขาปฏิเสธการคาดเดาว่าเด็กจะต้องติดอยู่ในถ้ำอีกนานเท่าใด โดยอธิบายว่าถึงแม้จะมีอาหารเพียงพอสำหรับอยู่ได้ 4 เดือน แต่ใครที่แข็งแรงและสามารถออกจากถ้ำได้ก็จะถูกอพยพออกมาโดยเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ ผ่านทางโถง 3&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานยังชี้ถึงอุปสรรคจากธรรมชาติที่จะทำให้การอพยพทำได้ยากขึ้น นั่นคือฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องในหน้าฝนของพื้นที่นี้ จุดที่พบทีมหมูป่านั้นอยู่ลึกเข้าไปหลายกิโลเมตร ซึ่งนักดำน้ำของหน่วยซีลที่มีประสบการณ์ยังต้องใช้เวลาไปกลับ 6 ชั่วโมง และผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการดำน้ำออกมามีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความตื่นตระหนก จมน้ำ และอุบัติเหตุ ขณะเดียวกัน หากการดำน้ำกระทำไม่ได้ ทีมกู้ภัยอาจต้องใช้ทางเลือกเจาะโพรงจากภายนอกเข้าสู่ถ้ำเพื่ออพยพ หรือพวกเขาอาจต้องรอให้น้ำลด ซึ่งจะเป็นวิธีที่ใช้เวลานานที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน สื่อของออสเตรเลียรายงานคำกล่าวของโธมัส เฮสเตอร์ จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติออสเตรเลีย ที่ส่งทีมตำรวจ 6 นายที่มาร่วมในปฏิบัติการกู้ภัยครั้งนี้ว่า สภาพภายในถ้ำทำให้การดำน้ำพาเด็กออกมาเป็นเรื่องที่ยากถึงขีดสุด โดยเฉพาะเมื่อต้องดำน้ำพร้อมกับอุปกรณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อต่างประเทศยังพากันรายงานบรรยากาศในวิดีโอคลิปที่ทีมกู้ภัยชุดแรกไปพบเจอแล้วถ่ายภาพเด็กๆ ไว้ได้ ซึ่งเด็กบางคนพยายามพูดคุยเป็นภาษาอังกฤษ โดยได้กล่าวขอบคุณผู้ที่มาพบเจอพวกเขา ซึ่งก็คือริชาร์ด สแตนตัน และจอห์น โวลันเธน สองอาสาสมัครที่มีความเชี่ยวชาญด้านการดำถ้ำชาวอังกฤษ ที่รัฐบาลไทยร้องขอให้มาช่วยเหลือปฏิบัติการครั้งนี้พร้อมกับโรเบิร์ต ฮาร์เปอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการดำถ้ำชาวอังกฤษอีก 1 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของบีบีซีและเอเอฟพีเปิดเผยประวัติของฮีโร่ 2 คนนี้ว่า ทั้งคู่ดำถ้ำเป็นงานอดิเรก โดยสแตนตันนั้นมีอาชีพเป็นนักดับเพลิง ส่วนโวลันเธนเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ ข่าวอ้างคำกล่าวของบิล ไวต์เฮาส์ จากสภาช่วยเหลือผู้ติดถ้ำแห่งอังกฤษ ซึ่งเป็นกลุ่มที่รวบรวมนักกู้ชีพจากทั่วเกาะอังกฤษไว้อย่างไม่เป็นทางการว่า ทั้งสองเป็นหัวหอกของคณะค้นหาชุดนำหน้า พวกเขาสามารถดำน้ำเข้าไปในพื้นที่ส่วนสุดท้ายและผ่านเข้าไปยังโถงที่พบเด็กกลุ่มนี้บนเชิงหินเหนือน้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไวต์เฮาส์เผยด้วยว่า เขาได้พูดคุยสั้นๆ กับทีมนี้ ซึ่งรวมถึงฮาร์เปอร์ และผู้เชี่ยวชาญชาวไทยและชาติอื่นๆ ที่บรรยายถึงความยากลำบากของปฏิบัติการค้นหา ซึ่งพวกเขาต้องดำน้ำทวนกระแสน้ำหรือไม่ก็ต้องเกาะไปตามผนังถ้ำ &amp;quot;ผมเก็บความได้ว่าส่วนที่ต้องดำน้ำจริงๆ มีระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร และระยะทางราวครึ่งหนึ่งนั้นมีน้ำท่วมมิด&amp;quot; ไวต์เฮาส์กล่าวกับบีบีซีโดยเผยว่าต้องใช้เวลาในการดำน้ำประมาณ 3 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีบีซีกล่าวว่า โวลันเธนจากเมืองบริสตอล และสแตนตันจากเมืองโคเวนทรี ของอังกฤษ ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับปฏิบัติการดำน้ำที่ยากลำบากภายในถ้ำ สแตนตันในวัย 50 กลางๆ เคยเผยกับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเมื่อปี 2555 ว่าความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาคือการช่วยเหลือทหารอังกฤษ 6 นายที่ติดถ้ำในเม็กซิโก ตัวเขาและโวลันเธนยังมีส่วนช่วยปฏิบัติการค้นหาร่างของนักสำรวจถ้ำชาวฝรั่งเศสเมื่อปี 2553 ที่ติดอยู่ใต้ดินและสูญหายนาน 8 วันจึงพบศพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สแตนตันได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้น MBE จากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในปี 2555 เขายังคงยกให้การกู้ภัยที่ฝรั่งเศสเป็นงานที่ท้าทายที่สุด แต่ขณะเดียวกันก็ยังยืนยันว่าการดำถ้ำเป็นเพียง &amp;quot;งานอดิเรก&amp;quot; เท่านั้น เขาเริ่มหัดดำถ้ำเมื่ออายุ 18 หลังจากได้ดูสารคดีเกี่ยวกับกีฬาชนิดนี้ทางโทรทัศน์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนโวลันเธนนั้น มีอายุราว 40 ปี เขาเคยให้สัมภาษณ์กับซันเดย์ไทมส์เมื่อปี 2556 ว่าการดำน้ำต้องใช้ความใจเย็น และการตื่นตระหนกอะดรีนาลีนพลุ่งพล่านนั้นไม่ใช่สิ่งที่ดีสำหรับการดำถ้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่มาถึงเมืองไทย คณะของพวกเขาหลีกเลี่ยงการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยโวลันเธนบอกกับนักข่าวเมื่อมาถึงในวันที่ 3 นับแต่ทีมหมูป่าหายไปในถ้ำหลวงว่า พวกเขามีงานต้องทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการพบตัวเยาวชนและโค้ชทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี รวม 13 คนที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง จ.เชียงราย ว่า ถือเป็นผลจากความร่วมมือระหว่างฝ่ายไทยกับนานาประเทศที่ต่างร่วมแรงร่วมใจในการค้นหาทั้ง 13 คน ทั้งนี้ ตนได้รับข้อความจาก รมว.ต่างประเทศอิตาลี เมื่อคืนวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยเป็นการร่วมแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับเรื่องดังกล่าวเช่นเดียวกับคนไทยทุกคน อีกทั้งยังมีสถานเอกอัครราชทูตของหลายประเทศที่ได้ร่วมแสดงความยินดีกับฝ่ายไทยด้วยเช่นกัน ขณะที่สำนักนโยบายและแผน กระทรวงการต่างประเทศ ได้รวบรวมรายชื่อประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ ซึ่งเราเตรียมทำหนังสือขอบคุณไปยังองค์กรและหน่วยงานจากประเทศเหล่านั้นด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้แสดงความขอบคุณทีมจากประเทศต่างๆ ที่มาปฏิบัติงานในไทยด้วยเช่นกัน หลังจากนี้เป็นการนำทั้ง 13 คนนี้ออกมาให้ได้อย่างปลอดภัย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะจะต้องดำน้ำออกมาหลายช่วง และระยะทางค่อนข้างยาวเกือบ 7 กิโลเมตร แต่ยังเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังมีความพยายามในการนำบุคคลทั้งหมดออกมาให้ได้อย่างปลอดภัย และเมื่อนำบุคคลเหล่านี้ออกมาได้แล้ว คงทำให้ทุกคนที่ติดตามเหตุการณ์นี้จะยิ่งมีความสุขมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมพูดไม่ออก เป็นเรื่องที่น่าดีใจ หากเราได้เห็นคลิปวิดีโอที่นักดำน้ำเข้าไปช่วยเหลือ ผมเชื่อว่าทุกคนคงกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว ใครจะไปคิด เพราะผลสำเร็จเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ และในหลายประเทศก็อาจทำไม่ได้อย่างที่เราทำ เพราะต้องมีบุคลากรที่มีความพร้อม ทั้งร่างกาย จิตใจ มีความตั้งใจ และทีมสนับสนุนด้วย การเข้าไปช่วยก็เจออุปสรรคมากมาย&amp;rdquo; นายดอนกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12687</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thai Navy Seal, ซินหัว, ซีเอ็นเอ็น, ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร, บีบีซี, ประเทศอิตาลี, รอยเตอร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัลจาซีราห์, เอพี, เอเอฟพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180703/image_big_5b3b8bb625a16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12249</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2018 20:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2018 20:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สื่อทั่วโลกเกาะติด13ชีวิตหมูป่าอะคาเดมี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.2561 - เหตุการณ์นักฟุตบอลเยาวชน ทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายพร้อมโค้ช 13 ชีวิตพลัดหลงที่วนอุทยานถ้ำหลวง &amp;ndash; ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงรายนั้นตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.นั้น &amp;nbsp;นอกจากเป็นประเด็นที่คนไทย และทุกภาคส่วนติดตามให้กำลังใจและให้ความสนใจแล้ว สื่อต่างประเทศแทบทุกชนิดทั้งสื่อทีวี สื่อหนังสือพิมพ์ และสื่อออนไลน์ต่างก็ให้ความสนใจไม่ต่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เราลองมาสำรวจคร่าวๆ ว่าสื่อต่างประเทศไหนมีการเสนอข่าวกันบ้าง โดยซีเอ็นเอ็น (CNN) สื่อใหญ่ระดับโลกเสนอข่าวดังกล่าวในหัวข้อ &amp;ldquo;Thai officials warn time running out in search for missing teen soccer players&amp;rdquo; ซีบีเอสนิวส์ (CBS News) ก็เสนอในหัวข้อ &amp;ldquo;Missing boys&amp;#39; soccer team in Thailand believed to be trapped in flooded cave&amp;rdquo; ขณะที่รอยเตอร์นำเสนอในหัวข้อ &amp;ldquo;Rescue teams battle high water in hunt for boys missing in Thai cave&amp;rdquo; เช่นเดียวกับบีบีซี สื่อใหญ่ของเมืองผู้ดี ก็เสนอในหัวข้อ &amp;ldquo;Thailand cave rescue: Rain hampers search for young footballers&amp;rdquo; ส่วนนิวยอร์กไทม์ขึ้นหัวไว้ว่า &amp;ldquo;&amp;#39;We Won&amp;#39;t Abandon Them&amp;#39;: Search for Boys in Cave Rivets &amp;nbsp;Thailand&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นยังมีสื่อที่นำเสนอในรูปวิดีโอพร้อมหัวข้อข่าวอีก อาทิ เดลิเมล์ของเมืองผู้ดีที่โพสต์วิดีโอในหัวข้อ &amp;ldquo;Thai police teens trapped in flood cave are &amp;#39;getting some air&amp;#39;&amp;rdquo; ขณะเดียวกันสื่อใหญ่ในโลกมุสลิมอย่างอัลจาซีลาก็เสนอพร้อมวิดีโอในหัวข้อ &amp;ldquo;Thai troops race to rescue youth football team trapped in flooded cave&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นยังมีสื่อต่างๆ &amp;nbsp;อาทิ Hindustan Times ที่เสนอในหัวข้อ &amp;ldquo;Watch: Rains hamper search for Thai school children trapped in cave&amp;rdquo; Irish Times ที่ระบุว่า &amp;ldquo;Rescuers pump water from Thai cave in bid to find missing boys&amp;rdquo; หรือสื่อดังอย่าง USA TODAY ที่นำเสนอในหัวข้อ &amp;ldquo;&amp;#39;We must find the children today&amp;#39;: Desperate cave search underway for Thai soccer team&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อในเอเชีย-แปซิฟิกเองก็มีการติดตามข่าว 13 ทีมหมูป่าเช่นกันอาทิ Channel NewsAsia ที่นำเสนอในหัวข้อ &amp;ldquo;Search for boys trapped inside Thailand cave&amp;rdquo; Malay Mail ระบุในหัวข้อ &amp;ldquo;Thailand resumes search for 12 boys trapped in flooded cave&amp;rdquo; ส่วน The Australian นำเสนอในพาดหัวว่า &amp;ldquo;Prayers for Thai kids caught in cave&amp;rdquo; เช่นเดียวกับ &amp;ldquo;New Straits Times Online&amp;rdquo; ที่ระบุว่า &amp;ldquo;Thailand searches for teen football team trapped in flooded cave&amp;rdquo; และ Manila Bulletin Online ที่นำเสนอในหัวข้อ &amp;ldquo;Rescuers look for children trapped in Thailand cave&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12249</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 ชีวิต, ซีเอ็นเอ็น, นักฟุตบอลเยาวชน, บีบีซี, วนอุทยานถ้ำหลวง, สื่อ, หมูป่าอะคาเดมี, เชียงราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180627/image_big_5b338f747a5f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10973</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2018 22:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2018 20:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช็อกวงการ &#039;แอนโทนี บูร์เดน&#039; เชฟดังอเมริกัน ฆ่าตัวตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ข่าวช็อกวงการอาหาร &amp;quot;แอนโทนี บูร์เดน&amp;quot; เชฟอเมริกันชื่อดังวัย 61 ปีนักจัดรายการเดินทางชิมอาหารทั่วโลกผู้เคยพาประธานาธิบดีบารัค โอบามา ไปนั่งกินเฝอขณะเยือนกรุงฮานอย ผูกคอฆ่าตัวตายระหว่างอยู่ที่ฝรั่งเศส เพื่อถ่ายทำรายการของซีเอ็นเอ็นเมื่อวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอนโทนี บูร์เดน (ขวา) นั่งรับประทานเฝอกับประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่ร้านเฝอในกรุงฮานอยของเวียดนาม ระหว่างที่โอบามาเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม 2559 ภาพทวิตเตอร์ (@Bourdain)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีซีเอ็นเอ็นออกแถลงการณ์ที่นิวยอร์ก แจ้งข่าวยืนยันการเสียชีวิตของบูร์เดนเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน 2561 โดยกล่าวว่า เอริก ริเพิร์ต เพื่อนสนิทของเขา ซึ่งเป็นเอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟร้านอาหาร &amp;quot;Le Bernardin&amp;quot; ในนิวยอร์ก พบร่างของบูร์เดนภายในห้องพักของเขาที่โรงแรมในเมืองสตราส์บูร์กของฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บูร์เดนซึ่งมีปู่ย่าเป็นชาวฝรั่งเศส กำลังมาถ่ายทำรายการ &amp;quot;Parts Unknown&amp;quot; ตอนใหม่ที่ฉายทางสถานีซีเอ็นเอ็น รายการนี้เป็นรายการเกี่ยวกับการเดินทาง, อาหารและผู้คนทั่วโลก เคยได้รับรางวัลเอมมีของอเมริกามาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชฟชื่อดังคนนี้มีผู้ติดตามอยู่ทั่วโลกจากพรสวรรค์ของการเป็นนักเล่าเรื่อง การเดินทางของเขาเขาจะสำรวจอาหารตั้งแต่อาหารข้างทางจนถึงอาหารของภัตตาคารหรู และเขามักจะกระตุ้นให้ผู้คนดื่มกินกับคนอื่นๆ โดยไม่ต้องหวาดกลัวหรืออคติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2560 หมู่บ้านเคเซร์แบร์ก ในแคว้นอาลซัสของฝรั่งเศส ที่บูร์เดนมาพักและผูกคอฆ่าตัวตายภายในห้องพัก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากเด็กล้างจานในร้านอาหาร เขาเรียนรู้และไต่เต้าขึ้นจนเป็นเชฟ บูร์เดนเคยเขียนบันทึกที่ตีพิมพ์เป็นหนังสือ &amp;quot;Kitchen Confidential: Adventures in the Culinary Underbelly&amp;quot; ตีพิมพ์เมื่อปี 2000 ที่ทำให้เขากลายเป็นเชฟคนดังและได้เป็นพิธีกรรายการทีวี &amp;quot;A Cook&amp;#39;s Tour&amp;quot; ทางสถานีฟูดเน็ตเวิร์ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา เดินทางเยือนเวียดนามเมื่อเดือนพฤษภาคม 2559 ยังมีภาพที่โอบามาและบูร์เดนพากันไปรับประทานเฝอร้านดังของกรุงฮานอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า บูร์เดนซึ่งมีลูกสาววัยรุ่นหนึ่งคนที่เกิดกับอดีตภรรยา ออตตาเวีย บูเซีย และกำลังคบหาอยู่กับเอเชีย อาร์เจนโต นักแสดงอิตาลี มาตั้งแต่ปี 2560 มักจะดื่มเหล้าในรายการของเขา และเคยเปิดเผยเกี่ยวกับปัญหาที่เขาต้องต่อสู้กับปิศาจในตัวเขาเอง ซึ่งรวมถึงการใช้ยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในสุนทรพจน์รับรางวัลพีบอดีเมื่อปี 2557 บูร์เดนกล่าวไว้ว่า &amp;quot;คนเรามักมีคำถามพื้นๆ มาก : อะไรทำให้คุณมีความสุข? คุณกินอะไร? คุณชอบทำอาหารชนิดไหน? และทุกที่ในโลกที่เราไปและถามคำถามง่ายๆ เหล่านี้ และเรามักจะได้รับคำตอบที่สร้างความประหลาดใจ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอนโทนี บูร์เดน กับเอเชีย อาร์เจนโต แฟนสาวที่เป็นนักแสดงชาวอิตาลี ขณะมาร่วมการประชุม Women In The World 2018 ที่นิวยอร์ก&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10973</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าตัวตาย, ซีเอ็นเอ็น, เชฟดัง, เอเชีย อาร์เจนโต, แอนโทนี บูร์เดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180608/image_big_5b1a890b754f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
